
หว่ออ้ายหนี่...ท่านประธานลูกติดคนนี้คือที่
ตอน 3
ณ ศาลาริมน้ำภายในจวนสกุลหมิง ท่ามกลางสายน้ำไหลรินเย็นฉ่ำบุปผชาติหลากสีรายล้อม สตรีผู้งดงามดั่งเทพธิดาในอาภรณ์ผ้าไหมเนื้อดีสีชมพูอ่อนคล้ายกลีบบัวถูกปักเย็บลวดลายอย่างประณีต นั่งพิงเสาไม้สลักลายริมน้ำเหม่อมองท้องฟ้าสีครามสลับสลับกับสายน้ำไหลเอื่อยในสระที่เต็มไปด้วยดอกบัวสีชมพูเบ่งบานสะพรั่งส่งกลิ่นหอมอ่อน ๆ ในยามเช้าตรู
สายลมพัดโชยอ่อน ๆ เรือนผมดำขลับยาวสลวยปลิวไสวประดับด้วยปิ่นปักผมเงินรูปดอกไม้มีไข่มุกห้อยระย้าลงมา ขับให้ใบหน้างดงามไร้ที่ติดูโดดเด่นขึ้นไปอีก ผิวพรรณของนางขาวนวลเนียนประดุจหยกขาว ดวงตาคู่งามคล้ายเมล็ดซิ่งเฉี่ยวปลายเล็กน้อย หากแต่ในตอนนี้กับแฝงไปด้วยความเศร้าหมอง
หลังจากที่รักษาตัวจนหายดีความทรงจำเมื่อชาติก่อนกลับคืนมาอย่างแจ่มชัด ทั้งความทรงจำอันเลวร้ายในอดีตก็หวนคืนกลับมาด้วยเช่นกัน ทำให้นางรู้ว่าความเจ็บปวดเมื่อชาติก่อนในโลกปัจจุบัน เป็นเพียงแค่เศษผงเล็ก ๆ ในใจเท่านั้น เทียบไม่ได้กับอดีตชาติของภพนี้เลย
หมิงหลิ่งฟางจำได้ว่าหยางเทียนหลิวสามีของนางในอดีต ซึ่งในยามนี้เขายังคงเป็นเพียงชายคนรักเพราะยังมิได้มีการหมั้นหมายหรือแต่งงานกัน
ในอดีตนั้นนางรักเขามากจนกระทั่งว่ายอมเสียสละได้ทุกสิ่ง หากแต่ก่อนที่นางจะตายนางกลับได้รับรู้ความจริงทั้งหมดจากปากเขาว่าที่เขาจงใจเข้าหานางก็เป็นเพราะต้องการให้สกุลหมิงของนางสนับสนุนเขาก่อกบฏเพื่อที่เขาจะได้ขึ้นครองบัลลังก์
หลังจากที่หยางเทียนหลิวได้ขึ้นครองบัลลังก์สมใจแล้ว หมิงหลิ่งฟางก็รู้สึกดีใจกับเขาด้วยทั้งนางยังคิดว่าเขาจะแต่งตั้งให้นางเป็นฮองเฮาเคียงคู่กับเขา แต่กลับกลายเป็นว่านางเป็นต้นเหตุให้สกุลหมิงต้องมาต้องโทษประหารฐานก่อกบฏถูกประหารชีวิตทั้งตระกูล
เพียงเพราะนางและตระกูลหมดประโยชน์กับเขาแล้ว ส่วนคนที่ได้ขึ้นเป็นฮองเฮากลับเป็นอดีตสหายรักที่แสร้งเข้าหานางเพื่อให้นางตายใจจากนั้นก็หลอกลวงเอาผลประโยชน์จากนาง ทั้งยังแอบล้วงข้อมูลลับของตระกูลนางไปให้หยางเทียนหลิว
หมิงหลิ่งฟางจะหัวเราะก็ไม่ได้ร้องไห้ก็ไม่ออกกับความโง่เขลาของตนเองในอดีต นางขบเม้มริมฝีปากแน่น หากเป็นเช่นที่ท่านเทพผู้ชี้ชะตาผู้นั้นพูดจริง นางสามารถแก้ไขอดีตได้เช่นนั้นแล้ว สิ่งแรกที่นางจะทำก็คือการตัดความสัมพันธ์กับหยางเทียนหลิว!
ในอดีตแม้นจะเจ็บแค้นเหลือคณา แต่ถ้าทว่านางกลับไม่สามารถทำอันใดได้เลย ทำได้เพียงมองดูครอบครัวคนที่รักนาง ต้องถูกประหารไปทีละคน ๆ จนถึงคราวของนางซึ่งเป็นคนสุดท้าย ก่อนที่นางจะถูกประหารชีวิตในยามนั้นนางก็ได้ตั้งจิตอธิษฐานอย่างเจ็บปวดระคนเจ็บแค้นว่าขอให้ได้กลับมาแก้แค้นพวกมันอีกครั้ง
นี่คงเป็นสิ่งที่ท่านเทพชราบอกกับนางเมื่อตอนนั้นกระมัง ก็ยังดีที่ยังเมตตาให้นางกลับมาอยู่ในช่วงต้นเรื่อง เพื่อให้นางได้แก้ไขสิ่งที่กระทำผิดพลาดไปในอดีตไม่เช่นนั้นนางคงรู้สึกผิดไปตลอดกาล
“คุณหนูเจ้าคะองค์ชายรองมาขอพบคุณหนู ตอนนี้รออยู่ที่ห้องโถงกับนายท่านเจ้าค่ะ”
องค์ชายรองหรือ…
หยางเทียนหลิว ฮึ! คิดไม่ถึงเลยว่าในขณะที่นางกำลังคิดถึงเรื่องของเขาอยู่ เขากลับมาหานางพอดีช่างเหมาะเจาะอะไรถึงเพียงนี้ เช่นนั้นนางก็คงต้องออกไปต้อนรับเขาสักหน่อยก็แล้วกัน มุมปากบางแดงระเรื่อยกยิ้มมุมปากขึ้นน้อยก่อนจะเดินไปยังห้องโถง
ณ ห้องโถงจวนสกุลหมิง
หลังจากที่หยางเทียนหลิวรู้ข่าวว่าหมิงหลิ่งฟางหายป่วยดีแล้ว เขาก็รีบเดินทางจากวังหลวงมายังจวนสกุลหมิงในทันที เพื่อแสดงความห่วงใยเหมือนเฉกเช่นที่ผ่านมาให้นางได้เห็นว่าเขานั้นรักและห่วงใยนางมากเพียงใด
"ขอประทานอภัยที่ให้องค์ชายรองทรงรอนานเพคะ"
สตรีร่างบางในอาภรณ์ผ้าแพรสีส้มอ่อนใบหน้างามนิ่งเรียบ เดินทอดกายเข้ามายืนตรงหน้าบุรุษทั้งสองในห้องโถง พร้อมกับย่อตัวเล็กน้อยแสดงความเคารพตามมารยาท ดวงตาเมล็ดซิ่งคู่งามเหลือบมองบุรุษในอาภรณ์ปักลายมังกรสีม่วงเพียงครู่หนึ่ง
"ในเมื่อฝ่าบาทมีเรื่องพูดคุยกับบุตรสาวของกระหม่อม คงต้องขอตัวก่อน” อัครเสนาบดีหมิงฮุ่ยจือเอ่ยบอกองค์ชายรองด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไม่บ่งบอกอารมณ์ใดๆ ทั้งที่ในใจไม่พอใจอย่างยิ่ง ดวงตาคู่คมมองบุตรสาวตนเองอย่างกลุ้มใจ ไม่รู้ว่าเรื่องนี้จะลงเอ่ยอย่างไรกัน
หมิงหลิ่งฟางมองตามบิดาเงียบ ๆ แม้นตอนนี้เขาจะไม่พูดอะไรออกมาแต่นางรู้ว่าท่านพ่อไม่พอใจที่นางยังคบหากับองค์ชายรองอยู่ ดวงตาคู่งามหลุบลงต่ำก่อนจะคารวะองค์ชายรองตามพิธีการ
“ไม่ต้องมากพิธีหรอก” หยางเทียนหลิวคว้าแขนเรียวเล็กของนางไว้เสียก่อน หลังจากจับให้นางมายืนอยู่ตรงหน้าเขาแล้วมือใหญ่ก็คว้ามือเรียวเล็กมากุมไว้ จากนั้นองค์ชายรองหยางเทียนก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ ดวงตาเรียวคมจ้องมองหมิงหลิ่งฟางด้วยความห่วงใย
"ฟางเอ๋อร์ เจ้าเป็นอย่างไรบ้างข้าได้ยินมาว่าเจ้าหายป่วยแล้ว ข้ารู้สึกดีใจมากจึงรีบมาหาเจ้าในทันทีหลังจากเสร็จราชกิจที่อำเภอชิงหลง"
เสแสร้ง! ได้ยินสิ่งที่บุรุษผู้นี้กล่าววาจาเช่นนี้แล้วหมิงหลิ่งฟางแทบอยากจะอาเจียนออกมา หากนางไม่รู้มาก่อนว่าเขาเป็นคนอย่างไรนางคงใจอ่อนหลงคารมคนผู้นี้ไปแล้ว
แต่นางยังคงปั้นหน้ายิ้มเล็กน้อยให้กับเขา เอาสิ! เขาเสแสร้งมานางก็เสแสร้งกลับเช่นที่เขาทำ ดูซิว่าเขาจะทำอย่างไรต่อ หากนางเดาไม่ผิดที่เขามาวันนี้ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องแต่งงานกระมัง แม้ว่าในใจอยากจะไล่บุรุษหน้าหนาผู้นี้ไปให้ไกลลูกกะตานางก็ตาม
"ขอบพระทัยเพคะที่ทรงเป็นห่วง หม่อมฉันดีขึ้นมากแล้วเพคะ"
หมิงหลิ่งฟางกล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบพลางยกยิ้มมุมปากขึ้นเล็กน้อยเหมือนยิ้มแต่ไม่ยิ้ม แล้วดึงมือของตนออกจากมือใหญ่ของเขา
หยางเทียนหลิวเห็นเช่นนั้นก็นึกแปลกใจที่ที่ผ่านมามิใช่ว่านางเพียงเห็นเขาก็ดีใจจนวิ่งเข้าหาไปแล้วหรือ แต่ตอนนี้กลับมีท่าทีเฉยชาเช่นนี้มันหมายความว่าอย่างไร หรือว่านางน้อยน้อยใจเขาที่ตอนนางนอนป่วยเขาไม่ได้มาเยี่ยมกัน หากปล่อยไว้เช่นนี้นานเกรงว่าคงไม่ดีแน่
มารดาของเขาเองก็กำชับมาว่าทำไมวันนี้วันนี้เขาต้องคุยเรื่องแต่งงานกับนางให้สำเร็จให้จงได้หากช้ากว่านี้ แผนการที่พวกเขาวางไว้มาหลายปีคงพังไม่เป็นท่าเสียแล้ว
“เจ้าโกรธข้าหรือ ที่ข้าไม่ได้มาเยี่ยมตอนเจ้าป่วย ตอนนั้นข้าได้รับพระโองการจากเสด็จพ่อให้ไปสะสางราชกิจแทนพระองค์ที่อำเภอชิงหลงพอดี เจ้าก็รู้ราชโองการมิอาจขัด หลังจากเสร็จราชกิจข้าก็รีบมาหาเจ้านี่อย่างไร”
หยางเทียนหลิวพยายามอธิบายให้กับนาง แต่หมิงหลิ่งฟางกลับฟังดูแล้วเหมือนข้ออ้างมากกว่า เหตุใดนางจะไม่รู้ว่าเขากลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่แล้ว หากมิใช่ว่าพระสนมกุ้ยเฟยเร่งรัดมา มีหรือที่คนอย่างองค์ชายรองหยางเทียนหลิวผู้นี้จะมาหานาง ไม่แน่อาจจะอยู่กับสหายเก่าผู้นั้นของนางแล้วก็ได้ อารามร้อนใจเช่นนี้มีหรือที่นางจะคาดเดานิสัยเขาไม่ออกว่ามาด้วยเรื่องอันใด
“ที่องค์ชายรองมาหาหม่อมฉันวันนี้ มิใช่ว่ามาเยี่ยมเยียนหม่อมฉันอย่างเดียวกระมังเพคะ” หมิงหลิ่งฟางกล่าวพลางยกยิ้มมุมปากแต่ไม่ถึงดวงตา
“วันนี้นอกจากจะมาเยี่ยมแล้วข้าก็อยากจะมาคุยเรื่องการหมั้นหมายแต่งงานของเราด้วย ไม่รู้ว่าฟางเอ๋อร์จะเห็นว่าอย่างไร”
นั้นปะไรเป็นเช่นที่นางคาดไว้ไม่มีผิด คงกลัวว่าแผนการที่พวกเขาที่วางไว้จะผิดพลาดสินะ ถึงได้เร่งมาคุยเรื่องแต่งงานเร็วถึงเพียงนี่ หากเป็นเมื่อก่อนนางคงดีใจจนเนื้อเต้นไปแล้ว
“ขอเพียงเจ้าตอบตกลงข้าจะส่งของหมั้นมาให้อย่างเป็นทางการในอีกสามวันแล้วจะให้ทางวังหลวงจัดหาฤกษ์งามยามดีในการจัดงานแต่งงานให้เจ้าอย่างสมเกียรติ”
หมิงหลิ่งฟางมองใบหน้าจริงจังของบุรุษสูงศักดิ์ตรงหน้าก็อดทอดถอนหายใจอย่างเสียไม่ได้ นี่มิใช่ว่าเป็นการมัดมือชกนางหรอกหรือ
นางเสมือนตกนรกมาแล้วครั้งหนึ่ง ครานี้นางจะไม่ยอมก้าวพลาดซ้ำอีกเป็นครั้งที่สอง แค่เห็นหน้าเขาตอนนี้นางก็ขยะแขยงมากพอทนแล้ว
“องค์ชายรอง...หม่อมฉันยังไม่พร้อมที่จะแต่งงานเพคะ” หมิงหลิ่งฟางจ้องหน้าเขาแววตาคู่นั้นฉายแววเย็นเยียบอยู่ครู่หนึ่ง
“หากองค์ชายรีบร้อนขนาดนั้นมิสู้แต่งคุณหนูหวงเจียวซินดีหรือไม่เพคะ”
คุณอาจจะชอบ





