
นางร้ายของท่านเสนาบดี
ตอน 2
เธอรู้สึกว่าเรื่องนี้ไม่ตลกแล้ว ความกลัวปรากฏในดวงตา เธอไม่สนปากที่แตกกับมือที่โดนแก้วบาด เธอลุกขึ้นโดยไม่สนใจชายคนนั้น เธอรู้สึกแค่ว่าต้องหาทางไปจากที่นี่ให้ได้ วิ่งออกไปเท่านั้น ออกไปหารถกลับบ้าน เมื่อคิดได้เธอก็วิ่งออกไป
ด้านนอกไม่มีแสงไฟให้มองเห็นถนนเป็นดินลูกรัง ไม่ใช่ปูนซีเมนต์ รอบด้านที่เธอออกมาจากบ้านแล้วมองไปรอบๆ เป็นบ้านดินที่มุงด้วยหญ้าคาด้านบน มีหลังที่ดีหน่อยก็เป็นหลังคากระเบื้อง บ้านแต่ละหลังไม่ได้ติดกัน
"เป็นไปไม่ได้" ซูหนี่ที่ไม่รู้จะไปทางไหน ทรุดนั่งลงกับพื้น เธอไม่รู้ว่าที่นี่ที่ไหน แล้วจะไปทางไหนต่อ เธอหวาดกลัวไปเสียทุกอย่าง สิ้นหวังอย่างที่ไม่เคยมีมา
"เป็นบ้าอันใดของเจ้า" เสียงผู้ชายคนนั้นอีกแล้ว เธอไม่รู้ว่าเขาคือใคร แต่สัญชาตญาณทำให้เธอถอยไปข้างหลัง เมื่อเห็นการแต่งตัวของเขา ชุดโบราณ!!!
"คุณคือใครคะ ที่นี่ที่ไหน ฉัน ฉันมาอยู่นี่ได้ไง" ซูหนี่กลัวจนน้ำตาจะไหลออกมาแล้ว เสียงของเธอสั่นจนควบคุมไม่อยู่
"พูดอันใดของเจ้า เลิกเสแสร้งเสียที หากยังไม่เข้ามาก็ไสหัวไปได้แล้ว" เขาเดินหันหลังจากไป
แล้วเธอจะต้องทำยังไงต่อไป กลับเข้าไปในบ้านหลังนั้นหรือเดินไปตามทางเรื่อยๆ เมื่อนั่งคิดจนได้สติอากาศที่หนาวเหน็บทำให้เธอเดินกลับเข้าไปในบ้านอีกครั้ง เช้าเมื่อไหร่ค่อยคิดอีกที
ซูหนี่กลับเข้ามาในบ้านก็ไม่เห็นชายคนนั้นแล้ว เธอเดินกลับไปที่โอ่งน้ำเพื่อล้างเลือดในมือ แล้วล้างหน้าเพื่อให้มีสติ น้ำเย็นทำให้เธอสั่นไปทั้งตัว ตอนแรกเพราะตกใจมากเกินไปจึงไม่ได้ดูเลยว่าตอนนี้เสื้อผ้าที่ใส่เป็นแบบโบราณชั้น ไม่มีเสื้อคลุม เสื้อผ้าที่ใส่ก็บาง
เธออยากอาบน้ำมากตอนนี้จึงเดินสำรวจหาห้องน้ำ แต่น้ำเย็นเกินไป เธอจึงกลับไปที่ห้องหาผ้ามาชุบน้ำเพื่อเช็ดตัวเท่านั้น ในห้องมีแต่กลิ่นอับ ข้าวของเกะกะไปหมด เมื่อจัดการตัวเองเสร็จแล้วก็เก็บของที่พื้นให้เดินไปสะดวก ในเตียงผ้าห่มที่เหม็นอับเกินไป หมอนที่เหม็นหื่นเธอทำใจนอนต่อไปลงอีกแล้ว
ซูหนี่นั่งกอดเข่าแล้วคิดถึงเรื่องราวต่างๆ แต่ไม่มีเหตุการณ์ไหนที่จะทำให้เธอมาอยู่ตรงนี่ได้เลย เธอนึกถึงซีรีส์ที่เคยแสดง ข้ามมิติ วิญญาณเข้าสิงร่างคนอื่น แล้วทำไมไม่มีความทรงจำเก่าเลย หากเป็นเช่นนั้นเธอจะทำอย่างไรต่อไป
เธอกอดเข่าก้มหน้าลงร้องไห้อย่างหมดหวัง หากทะลุมิติมาจริงเธอจะใช้ชีวิตที่นี่ได้อย่างไร ซูหนี่ไม่รู้เลยว่าการกระทำทุกอย่างของเธออยู่ในสายตาของคนคนหนึ่ง
ซูหนี่ร้องไห้จนหลับไป เธอตื่นขึ้นอีกครั้งก็ดีดตัวลุกขึ้นมาจากที่นอน มองผ้าห่มหมอนอย่างนึกรังเกียจ ชีวิตดั่งเจ้าหญิงที่แสนสุขสบายต้องมาอยู่ในห้องนี้เธอได้แต่ถอนหายใจ
ตั้งแต่เล็กจนโตไปเรียนมีคนรถส่งตลอด มีพี่เลี้ยงดูแลทุกอย่างจนไปเรียนเป็นเชฟก็ไม่เคยลำบาก พอเป็นนักแสดงแม้จะเคยได้รับบทที่ต้องใช้ชีวิตในชนบท ทุกอย่างมีทีมงานจัดฉากขึ้นมาทั้งหมดจึงไม่ได้รู้สึกถึงความลำบากจริงๆ ต่อให้เข้าร่วมเกมโชว์ก็ไม่ได้เป็นถึงขั้นที่อยู่ในตอนนี้
ร่างนี้เธอยังไม่รู้เลยว่าเป็นใคร ชื่ออะไร รู้เพียง ร่างกายที่ผอมบาง หากไปยืนที่ลมแรงๆคงจะปลิวไปตามลมเป็นแน่ มือขาวราวหยกแม้ไม่เห็นว่าหน้าตาเป็นเช่นไรก็คงจะพอดูได้อยู่ มือข้างที่โดนแก้วบาดเมื่อคืนยังเจ็บอยู่ดีที่แผลไม่ลึกนัก ทำให้เธอรู้อีกอย่างว่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดคือเรื่องจริง
"นางตายหรือยังท่านพ่อ" เสียงเด็กถามแบบนี้อีกแล้วหรือคนพวกนี้จะเป็นคนที่ช่วยชีวิตนางไว้
"นางยังไม่ตาย"
"ถ้า ถ้าเช่นนั้น นางจะตีพวกข้าหรือไม่ท่านพ่อ"เสียงเด็กอีกคนเอ่ยขึ้น น้ำเสียงบ่งบอกว่าหวาดกลัว
"หากนางทำอันใดพวกเจ้าอีก ข้าจะฆ่านางเอง" ซูหนี่ที่ได้ยินเช่นนั้นก็ตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว นางไม่รู้ว่าก่อนหน้านี้เกิดอะไรขึ้น แต่ตอนนี้นางรู้แล้วว่าอยู่ต่อไปไม่ได้ ชายคนนั้นคิดจะฆ่านางทิ้ง
แต่ตอนนี้เธอหิวมาก หิวจนแสบท้องไปหมดแล้ว พวกเขายังอยู่ข้างนอกเธอไม่กล้าที่จะออกไปหาอะไรกิน ได้แต่นั่งรอให้พวกเขาออกไปก่อนเท่านั้น หรือเธอจะเดินไปคุยกับเขาให้รู้เรื่องไปเลย แต่ถ้าเธอบอกว่าเธอมาสิงร่างนี้อยู่เขาจะเผาเธอทั้งเป็นหรือไม่
กลัวก็กลัว หิวก็หิว จนรวบรวมความกล้าเปิดประตูออกไป ทั้งสามคนหันมามองที่ประตู
"เอ่ออ ขอยืมครัวได้ไหม" ซูหนี่เอ่ยถามขึ้น หากเขาให้เธอใช้ครัว ต่อไปเธอก็หาของมาคืนก็น่าจะได้
มีเพียงสายตาที่มองอย่างกดดันเท่านั้น แต่ไม่มีเสียงตอบกลับมา เด็กน้อยทั้งสองคนเป็นฝาแฝดชาย ตัวผอมแห้งแต่หน้าตาน่ารักน่าชัง หลบอยู่ด้านหลังของชายคนนั้นโผล่เพียงส่วนหัวออกมามองเท่านั้น
"ไว้ฉัน เอ่อ ข้าจะหาของมาคืน" เมื่อเห็นเขายังเงียบเธอก็พูดขึ้นอีกครั้ง แต่เขายังคงเงียบ ในดวงตามีแต่ความรังเกียจที่ได้มองหน้าเธอ
คุณอาจจะชอบ





