ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย สวาทร้ายซ่อนรัก

สวาทร้ายซ่อนรัก

ภายใต้บรรยากาศที่เต็มไปด้วยความเสน่หา แอลลี่ต้องเผชิญกับความรู้สึกอันพลุ่งพล่านเมื่อไทเลอร์รุกรานเข้าสู่ห้วงอารมณ์ที่แสนเย้ายวน ร่างกายของเธอเบียดแนบชิดกับประตูด้วยความเสียวซ่าน ขณะที่เขาปลอบประโลมเธอด้วยถ้อยคำที่นุ่มนวลและเสียงอันสั่นพร่า ท่อนลำความร้อนแรงที่ล่วงล้ำเข้ามาไม่ได้เพียงแค่สร้างความรัญจวนใจ แต่ยังช่วยเติมเต็มความอ้างว้างที่เธอโหยหามาเนิ่นนาน ไทเลอร์กระซิบบอกรักพร้อมยืนยันความต้องการที่มีต่อแอนอย่างลึกซึ้งในค่ำคืนที่แสนเร่าร้อนนี้
ตอน
แชร์

ตอน 1

สวาทร้ายซ่อนรัก

ทันทีที่ก้าวลงจากรถแท็กซี่ หญิงสาวแหงนใบหน้ามองดูโรงแรมขนาดใหญ่ที่เธอตั้งใจจะมาสมัครงาน แลเห็นโครงสร้างคอนกรีตรูปทรงสี่เหลี่ยมสูงเสียดฟ้า ตกแต่งด้วยวัสดุหรูหรา ส่วนที่เป็นกระจกและโลหะเลื่อมเงาสะท้อนวาบวาววับกับดวงตะวัน ตระหง่านอยู่ในประกายแสงแดดของยามสาย

‘BK Paradise Hotel’

เธอสะกดชื่อของโรงแรมที่แลเห็นเด่นชัดจากป้ายตัวอักษรขนาดใหญ่บริเวณด้านหน้า รั้วและประตูทางเข้าก่อด้วยอิฐศิลาแลงแข็งแกร่ง บางส่วนของรั้วปกคลุมเอาไว้ด้วยสีเขียวของต้นตีนตุ๊กแก ขึ้นหนาแน่นจนแทบมองไม่เห็นสีอิฐ ถัดจากตัวตึกขนาดใหญ่มีห้องพักสไตล์รีสอร์ต ปลูกสร้างเรียงสลับออกมาเป็นปีกซ้ายขวาของโรงแรม

“มาสมัครงานค่ะ”

เธอตรงไปรับบัตรสำหรับผู้มาติดต่อที่หน้าป้อมยาม เดินผ่านประตูทางเข้าด้านหน้าของโรงแรมที่ร่มครึ้มไปด้วยต้นปาล์มหนาแน่น อวดสีเขียวขจีอันน่ารื่นรมย์ต่อสายตาผู้พบเห็น หากแต่ในความรู้สึกของหญิงสาว…กลับไม่นึกชื่นชมในความงามอย่างที่ควรจะเป็น ด้วยหญิงสาวรู้ดีว่าการที่ต้องดั้นด้นมาถึงเมืองไทยครั้งนี้ ไม่ได้มาเพื่อสร้างอนาคต หรือหวังเอาความก้าวหน้าจากหน้าที่การงานจากที่แห่งนี้ แต่เธอมาเพราะมีเหตุผลบางอย่างเป็นแรงผลักดัน

ขณะก้าวเดินเข้ามาถึงบริเวณลานโล่งชั้นใน ก่อนถึงประตูขนาดใหญ่ เพื่อจะเข้าสู่ภายในโรงแรมหรู ระหว่างทางที่เธอเดินผ่านบ่อน้ำพุขนาดใหญ่ มีรูปปั้นผู้หญิงเปลือยกายอะร้าอร่าม แบกแจกันใบใหญ่เอาไว้เหนือบ่า สายน้ำพร่างลงมาจากปากแจกัน ไหลสู่บึงบัวขนาดใหญ่ น้ำเบื้องล่างใสราวกระจก แลเห็นฝูงปลาคาร์ปแหวกว่ายไปมา

ในเวลาต่อมา

ภายในห้องทำงานส่วนตัวของพีระพงษ์ อัครพลไพศัลย์ ผู้เป็นเจ้าของ ‘BK Paradise Hotel’ โรงแรมหรูระดับห้าดาว มีสาขาอยู่ในเมืองท่องเที่ยวสำคัญในหลายประเทศทั่วโลก

“ไทเลอร์มาหรือยัง…”

ชายวัยกลางคนรูปร่างสูงใหญ่ที่กำลังนั่งไขว่ห้าง เอนหลังทาบไปกับพนักเก้าอี้หนังสีดำ เอ่ยถามกับวิไลวรรณ เลขาฯ ประจำตัวของเขาที่เพิ่งถูกเรียกตัวเข้ามาในห้อง

วิไลวรรณเป็นหญิงสาวชาวเหนือ เธอมีผิวขาวอวบ ละเอียดลออ หน้าตาจัดว่าสะสวย เส้นผมสีดำสลวยรัดรวบขมวดเป็นมุ่นมวยเอาไว้ที่ด้านหลัง ริมฝีปากเอิบอิ่มเคลือบด้วยลิปสติกสีชมพูบาง ใบหน้ารูบไข่ฉาบเอาไว้ด้วยเครื่องสำอางแต่พองาม ไม่ฉูดฉาด แต่งกายด้วยเสื้อสูทสั้นสีดำทันสมัย กระโปรงสั้นอวดเรียวขาขาวเนียนจนไม่ต้องใช้ถุงน่อง ดูเหมาะเจาะลงตัว ไม่โป๊และไม่สุภาพจนเกินไป

“คุณไทเลอร์เพิ่งโทรเข้ามาเมื่อสักครู่นี้ บอกว่ารถเกิดอุบัติเหตุค่ะท่าน”

เธอรายงานด้วยน้ำเสียงสุภาพนิ่มนวล พร้อมกับวางถ้วยกาแฟที่ยังแลเห็นไอร้อนลอยขึ้นจากปากถ้วยไว้ตรงหน้าผู้เป็นนายอย่างรู้หน้าที่

กิริยาท่าทีของวิไลวรรณดูคล่องแคล่ว พูดจาด้วยน้ำเสียงราบเรียบน่าฟัง จะหยิบจับอะไรก็ดูทะมัดทะแมง เพราะว่าเธอทำงานอยู่ในตำแหน่งเลขาฯ ส่วนตัวของพีระพงษ์มานานหลายปีจนรู้ใจเขาไปเสียทุกอย่าง

“ยังงั้นรึ…แล้วไทเลอร์เป็นอะไรมากหรือเปล่า”

เสียงทุ้มกังวานถามด้วยความห่วงใย เมื่อได้ยินที่วิไลวรรณบอกว่ารถของไทเลอร์ประสบอุบัติเหตุ

“เฉี่ยวชนกับมอเตอร์ไซค์ที่สี่แยกไฟแดงค่ะท่าน คุณไทเลอร์บอกว่าไม่เป็นอะไร ประกันกำลังเข้ามาเคลียร์ คงเข้ามาถึงออฟฟิศช้าหน่อย แต่ว่าเช้านี้คุณไทเลอร์มีนัดสัมภาษณ์งานเอาไว้ แล้วตอนนี้คนที่นัดไว้ก็มานั่งรอสัมภาษณ์ได้สักพักแล้วล่ะค่ะ”

“สัมภาษณ์งานตำแหน่งอะไร…”

หัวคิ้วสีดอกเลาระบายแนวอยู่เหนือกรอบดวงตาคมกริบชิดเข้าหากันเล็กน้อย ประธานบริษัทเอ่ยถามออกมาด้วยความสงสัย เพราะเรื่องรับสมัครพนักงานในตำแหน่งดังกล่าวนั้นไทเลอร์เป็นคนดูแลอยู่แต่แรก พีระพงษ์ให้สิทธิ์ไทเลอร์อย่างเต็มที่ ในการตัดสินใจเกี่ยวกับการงานที่ชายหนุ่มดูแลรับผิดชอบโดยตรง

“ตำแหน่ง Front Reception ค่ะ”

ตำแหน่งที่วิไลวรรณบอกไปเมื่อครู่หมายถึงพนักงานต้อนรับส่วนหน้าของโรงแรม

พีระพงษ์ยกถ้วยกาแฟขึ้นดื่มอย่างใจเย็น สายตากวาดดูข่าวบนหน้าหนังสือพิมพ์คร่าวๆ ท่าทางไม่ได้ใส่ใจกับเรื่องราวที่เลขาฯ สาวกำลังรายงานสักเท่าไร ด้วยเขาไว้วางใจให้ไทเลอร์จัดการทุกอย่าง กระทั่งวิไลวรรณเอ่ยประโยคหนึ่งออกมา

“เห็นคุณไทเลอร์บอกว่าคนนี้เก่งภาษาเวียดนามค่ะท่าน แถมยังพูดได้หลายภาษา เคยสัมภาษ์คร่าวๆ ผ่านโทรศัพท์ไปแล้วครั้งหนึ่ง เพียงแต่ยังไม่เห็นตัวจริง…ถ้าเธอผ่านสัมภาษณ์ในวันนี้ อาจจะให้ไปประจำอยู่สาขาเวียดนามค่ะ”

วิไลวรรณเอ่ยไปตามที่รู้มาจากไทเลอร์

“ยังงั้นรึ…”

ได้ฟังแล้วพีระพงษ์ก็ย่นหน้าผาก

คำว่า ‘เวียดนาม’ สะกิดใจเขาอย่างแรง เพราะเมื่อยี่สิบกว่าปีที่ผ่านมา ตอนยังหนุ่มแน่นเขาเคยเป็นผู้จัดการโรงแรมอยู่ที่นั่นมาก่อน ความรักและความหลังในวัยหนุ่มหลายๆ เรื่องเคยเกิดขึ้นและถูกกลบฝังเอาไว้ที่เวียดนาม

พีระพงษ์เริ่มต้นชีวิตการทำงานที่โรงแรมในเวียดนาม เขาไต่เต้าขึ้นมาจากตำแหน่งผู้จัดการธรรมดาๆ คนหนึ่ง หากแต่ด้วยความที่เป็นคนหล่อเหลา เฉลียวฉลาด พูดจาฉะฉานน่าเชื่อถือ มีบุคลิกภาพเป็นที่สะดุดตาของผู้พบเห็น ประกอบกับเป็นคนมีวิสัยทัศน์กว้างไกล มีความรู้และความสามารถโดดเด่นจนเป็นที่ยอมรับของผู้บริหาร ไม่นานเขาก็สามารถผงาดกล้าขึ้นมาอยู่ในตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงของโรงแรม ซึ่งทำหน้าที่วางแผนและกำหนดนโยบาย การบริหารต่างๆ หลังจากที่เคยทำงานแค่ในระดับปฏิบัติการเท่านั้น

“จะให้เลื่อนสัมภาษณ์ออกไปก่อนไหมคะ…งั้นดิฉันจะบอกให้เธอกลับไปก่อนนะคะ ถ้าคุณไทเลอร์สะดวกเมื่อไรค่อยนัดให้เข้ามาสัมภาษณ์กันอีกที…แต่ตอนนี้เธอทำแบบทดสอบความสามารถพื้นฐานเสร็จแล้วค่ะ”

“เป็นยังไงบ้าง…”

ถามพลางยกถ้วยกาแฟขึ้นดื่ม

พีระพงษ์เริ่มหันเหความสนใจมายังเรื่องที่วิไลวรรณกำลังรายงาน ตั้งแต่ได้รู้ว่าหญิงสาวที่กำลังรอรับการสัมภาษณ์เป็นชาวเวียดนาม

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย Malalin of love ร้อยรักมาลารินทร์   (เซดริก-มาลารินทร์)
9.8
เซดริกคือชายหนุ่มผู้สมบูรณ์แบบในฝันของสาวๆ ทั้งหน้าตาที่หล่อเหลาและฐานะที่ร่ำรวยมหาศาล ทว่าชีวิตของมาลารินทร์กลับต่างกันโดยสิ้นเชิง แม้เธอจะมีความสวยติดตัวมาแต่กำเนิด แต่โชคชะตาอันโหดร้ายกลับทำให้เธอต้องเผชิญกับการสูญเสียครั้งใหญ่ และมีความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องใช้เงินจำนวนมหาศาลเพื่อยื้อชีวิตแม่ที่รักเอาไว้ ในสถานการณ์ที่ไร้ทางออก เธอจึงต้องตัดสินใจแลกพรหมจรรย์ของตนเองเพื่อเงินที่จะนำมาต่อลมหายใจให้ผู้เป็นแม่ท่ามกลางวิกฤตชีวิตที่บีบคั้น
หน้าปกนวนิยาย รักแสนชัง ฤดูเหมันต์冬季不爱你
8.4
หลังจบสิ้นพิธีกราบไหว้ฟ้าดินและบรรพบุรุษอย่างเป็นทางการ ชีวิตคู่ที่ควรจะหวานชื่นกลับกลายเป็นเพียงเปลือกนอกที่แสนขมขื่น เมื่อหญิงสาวต้องติดอยู่ในพันธะสมรสกับชายที่มีคนในใจอยู่แล้ว การทนเห็นสามีแสดงความรักกับหญิงอื่นต่อหน้าต่อตาคือความเจ็บปวดที่เกินจะรับไหว ในเมื่อความสัมพันธ์นี้ไม่มีร่องรอยของความสิเน่หาต่อกัน เธอจึงตัดสินใจยุติความทรมานด้วยการขอหย่าขาด และพร้อมจะทำทุกวิถีทางเพื่อหลุดพ้นจากกรงขังแห่งเหมันต์นี้ให้จงได้
หน้าปกนวนิยาย ความรักไม่ผิด ผิดที่ฉันรักคุณ
7.7
หญิงสาวผู้วาดหวังจะฝากชีวิตไว้กับคู่หมั้นหนุ่ม ต้องพบเจอกับฝันร้ายเมื่อความจริงปรากฏว่าเขากำลังลักลอบมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับพี่น้องร่วมสายเลือดของเธอเอง การกระทำอันไร้ความปรานีจากบุคคลที่ใกล้ชิดที่สุดทั้งสองคน ได้สร้างรอยแผลเป็นขนาดใหญ่ที่ไม่อาจลบเลือน การถูกแทงข้างหลังอย่างเลือดเย็นครั้งนี้ทำลายความศรัทธาที่เธอมีต่อความซื่อสัตย์จนหมดสิ้น เธอจำต้องยอมรับความเจ็บปวดแสนสาหัส และเรียนรู้ว่าบนเส้นทางของความรัก การมอบความไว้ใจให้ใครอาจกลายเป็นอาวุธที่หวนกลับมาทำลายหัวใจตนเองได้อย่างโหดร้ายที่สุด
หน้าปกนวนิยาย จากเงารัก สู่การเป็นตัวของตัวเอง
7.9
ตลอดระยะเวลากว่าห้าปีที่ฉันต้องยอมใช้ชีวิตอยู่ในเงามืดฐานะคนรักลับๆ ของเขา เพียงเพื่อรักษาคำมั่นสัญญาที่เคยให้ไว้กับพี่ชายผู้ล่วงลับของเขาซึ่งเป็นคู่หมั้นตัวจริงของฉัน แต่เมื่อพันธะแห่งคำสัญญานั้นจบสิ้นลง เขากลับทำลายความรู้สึกกันอย่างเลือดเย็นด้วยการสั่งให้ฉันเป็นคนจัดการเตรียมงานหมั้นของเขากับผู้หญิงคนอื่นด้วยตัวเอง เรื่องราวความรักที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและการพยายามกลับมาเป็นตัวของตัวเองจึงได้เริ่มต้นขึ้น
หน้าปกนวนิยาย หย่าแล้วก็ไม่ต้องขอคืนดี
9.8
เมื่อฮั่วเยี่ยนสือทิ้งเธอไปหาคนรักเก่าในวันครบรอบ ซูหว่านหนิงจึงเลือกหย่าขาดและกลับเข้าสู่วงการบันเทิงจนโด่งดัง เธอฉีกหน้ากากดอกไม้พลาสติกของมือที่สามอย่างไม่ใยดี ขณะที่อดีตสามีผู้หยิ่งผยองกลับต้องร้อนรนเมื่อเห็นชายหนุ่มโปรไฟล์ดีมากมายรุมล้อมอดีตภรรยา จากคนเย็นชาเปลี่ยนเป็นคนคลั่งรักที่คอยตามตื๊อขอคืนดีทุกวิถีทาง แต่เธอไม่ชายตามองพร้อมประกาศกร้าวว่าคนอย่างเขาไม่คู่ควรกับเธออีกต่อไป และเธอจะไม่มีวันหวนกลับไปหาขยะที่โยนทิ้งไปแล้วเด็ดขาด