
ร่านรักเริงใจ
ตอน 3
“แก... ไอ้บ้า! แกทำลายฉัน!”
ดอนมองตาปรอย แต่ปากโต้กลับไม่ลดละ
“ผมหรือทำลายคุณ โธ่เอ๊ย ทีเวลากำลังเสียวไม่เห็นพูดสักคำว่าผมทำลาย”
“ไอ้...ไอ้ หมาบ้า! หมาบ้านนอก... ฉันจะฆ่าแกคอยดู!”
แววตาคู่สวยถมึงทึง กำปั้นเล็กยกขึ้นทุบรัวลงไปบนอกแน่นตึงด้วยมัดกล้าม
“เฮ่ย... หยุดนะ ผมเจ็บนา”
“ดี! ฉันอยากให้แกตาย ไอ้บ้า ไอ้คนเนรคุณ!”
“ผมเนรคุณอะไรคุณ ผมทำงานแลกค่าจ้าง แล้วเงินนั่นมันก็เงินแม่คุณไม่ใช่เงินคุณสักหน่อย คุณนั่นแหละทำให้ผมโกรธจนหน้ามืด คุณชอบด่าว่าจิกหัวผม เห็นเป็นแค่ขี้ข้า แล้วเป็นไงล่ะ จะขี้ข้าหรือนาย พอขึ้นเตียงด้วยกันก็เห็นครางซี้ดเวลาเสียวไม่แตกต่างกันเลยนี่”
“แก...”
คนชี้นิ้วสั่นระริก ไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาด่า
ดอนลงจากเตียง คว้าเสื้อผ้าที่กองบนพื้นมาสวมกลับ
“ผมไปล่ะ ต้องไปรับคุณหญิงที่งาน จะฟ้องคุณหญิงแม่ก็ได้นะ ผมจะได้เลื่อนฐานะจากคนรถขึ้นมาเป็นลูกเขยไวๆ”
“แกอย่าได้หวัง!”
“ผมก็ไม่ได้หวัง ที่พูดก็แค่ชี้แนะแนวทางให้เท่านั้น ไม่แน่นาครั้งแรกผมก็ดันลืมตัวปล่อยในซะหมดแม็กเกิดคุณป่องขึ้นมาล่ะ ถึงครั้งนี้ ไอ้ที่ผมเอาออกมาหลั่งข้างนอก ก็อย่าคิดนะว่าจะป้องกันได้ร้อยเปอร์เซ็นต์”
“ไอ้...หมาขี้เรื้อน!”
เมื่อกระชากร่างขาวผ่องติดมือขึ้นมา นัยน์ตาคมของดอนเป็นประกายวาววับ
“บอกเอาไว้นะคุณวิรามรคนสวย ถ้าขืนจิกหัวด่ากันแบบนี้อีก ไอ้ดอนจะเอาทำเมียสามวันสามคืนไม่ให้เห็นเดือนเห็นตะวันเลย อยากรู้นักว่าคนสวยปากร้ายอย่างนี้จะเก่งไปได้สักกี่น้ำ!”
แล้วเขาก็ผลักร่างที่กระชากขึ้นมา กระแทกกลับลงบนที่นอน ก่อนเดินลอยชายออกไปจากห้อง
วิรามรทั้งเจ็บใจ แค้นใจจนอยากร้องกรี๊ดออกมาดังๆ
ตั้งแต่เกิดมาจากท้องพ่อท้องแม่ ก็ยังไม่เคยมีใครพูดจาสามหาว ดูแคลนหล่อนแบบนี้
เฉพาะบริวารในบ้าน ที่มารดาหล่อนจ้างมาทำงานในที่หน้าต่างๆ ไม่เคยมีสักคน ที่จะกล้าขึ้นเสียงกับหล่อน เพิ่งจะมีก็ไอ้บ้าดอนนี้แหละ
คอยดูนะ! สักวันหล่อนจะเลาะเนื้อมันแล้วเอาเกลือทาให้สาสมใจ ถึงว่า... นับตั้งแต่มันสอนให้หล่อนรู้จักความสุขทางเพศ จะมีหลายครั้ง โดยเฉพาะในยามค่ำคืน ที่หล่อนคิดถึงปากหยักได้รูปร้อนผ่าวของมัน คิดถึงมือใหญ่ที่เคล้าเคล้นเนื้อกายจนหล่อนครางอย่างลืมตัวก็เถอะ
วิรามรยังสะอื้นกระซิก ทั้งเจ็บใจและเสียววาบในอก เมื่อคิดถึงบทรักของไอ้คนขับรถ ที่อาศัยจังหวะที่มารดาหล่อนไม่อยู่ เข้ามาลวนลามเล่นรักกับหล่อนโดยไม่เกรงกลัวว่าหล่อนจะแจ้งความเอาเข้าคุกเข้าตาราง ฐานข่มขืนกระทำชำเรา
มันคงรู้แกว ว่าวิรามรจะไม่ทำอย่างนั้น เพราะห่วงชื่อเสียงวงศ์สกุล และยังรักหน้าตัวเองเกินกว่าจะเสี่ยงกับการตกเป็นข่าวฉาวโฉ่
เถอะน่า อย่าให้หล่อนมีโอกาสบ้างก็แล้วกัน จะเอาคืนให้หายแค้น!
“พี่วิไม่สบายหรือเปล่าคะ”
เสียงถามอ่อนๆของเด็กสาวร่างอ้อนแอ้น เจ้าของใบหน้าอ่อนใสเปล่งปลั่งทำเอาวิรามรสะดุ้งโหยง เพราะกำลังนั่งใจลอย
รินรดา สิริรัตนะ เด็กสาววัยสิบเก้าย่างยี่สิบ ญาติผู้น้องที่มารดาของวิรามรรับอุปการะ ให้การสนับสนุนด้านการศึกษา ปัจจุบันเป็นนักศึกษาที่สถาบันแห่งหนึ่ง
“พี่สบายดี วันนี้ไม่มีเรียนหรือเรา”
“ไม่มีค่ะ หยุดอ่านหนังสือเตรียมสอบ”
“เทอมสุดท้ายแล้วสินะ ว่าแต่จบจากนี่แล้วจะไปเรียนอะไรต่อ”
“ยังไม่รู้เหมือนกันค่ะ บางที...รินอาจจะออกมาหางานทำก่อนสักพัก”
“วุฒิแค่นี้จะได้เงินเดือนสักกี่พันกัน เรียนไปก่อนเถอะ ถ้าเราเรียนหลักสูตรปริญญาแต่แรก สี่ปีก็ได้ปริญญาแล้ว นี่เลือกจะเรียนเอาวุฒิด้านวิชาชีพแบบนี้เลยต้องเรียนนานขึ้นอีกกว่าจะได้ป.ตรี”
“รินเรียนไม่เก่งอย่างพี่วิ กลัวเรียนไม่จบน่ะค่ะ”
“ทำไมจะเรียนไม่จบ เรานี่คิดอะไรแปลกๆ กลัวไม่เข้าท่า”
วิรามรมองหน้าสวยใสอย่างวัยรุ่นของญาติสาวผู้น้องอยู่อึดใจจึงพูดขึ้นอย่างรู้ทัน
คุณอาจจะชอบ





