ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย สวาทหวาน

สวาทหวาน

หญิงสาวตกอยู่ในห้วงอารมณ์รักอันรุ่มร้อนจนแทบจะยืนไม่ไหว ร่างกายสั่นสะท้านด้วยความซ่านสยิวจนต้องยึดลำคอแกร่งของชายหนุ่มเอาไว้เป็นหลักพึ่งพิง เมื่อเขาเอ่ยถามถึงการปรนนิบัติในค่ำคืนนี้ เธอก็ตอบรับอย่างว่าง่ายจนเขาพอใจและเดินหน้ามอบสัมผัสที่เอาแต่ใจใส่ร่างนุ่มนิ่มอย่างต่อเนื่อง แม้เดิมทีเธอตั้งใจจะช่วยเขาอาบน้ำทำความสะอาดร่างกาย แต่กลับกลายเป็นว่าเธอต้องถูกเขาเคี่ยวกรำและตักตวงความหวานจนเรี่ยวแรงแทบเหือดหาย กลายเป็นการอาบน้ำที่ตราตรึงและยาวนานที่สุดในชีวิต
ตอน
แชร์

ตอน 2

บทที่ 2

เด็กสาวรีบปาดน้ำตาและเม้มปากแน่นกลั้นสะอื้น แต่สักครู่ก็เบะปากสะอื้นหนักยิ่งกว่าเดิม

เขาหน้าเสียเมื่อเห็นดังนั้น รู้สึกผิดอยู่ในใจ “ปู่ของเธอจะต้องไม่เป็นอะไร เชื่อฉันสิ”

“ช่วย.. ช่วย.. ปู่หนู ด้วย นะคะ” เธอพูดไปสะอื้นไป

เขาเพียงแต่พยักหน้ารับ แล้วช่วยพยุงปู่ของเธอขึ้นรถที่มาจอดเทียบ ให้เธอกับปู่นั่งเบาะหลังด้วยกัน แล้วเปิดประตูนั่งหน้าคู่กับบอดี้การ์ดของตัวเอง

“จะไปส่งที่โรงพยาบาลไหนดีครับ” เอดิสันขอความเห็นจากเจ้านาย เพราะเรื่องนี้อยู่เหนือการตัดสินใจของเขา

“ไปที่ใกล้ที่สุด ฉันรู้สึกว่าปู่ของเธออาการแย่มาก”

“ท่านคะ” เด็กสาวรู้ว่าตัวเองเสียมารยาท ที่เปิดปากแทรกการสนทนาที่ฟังไม่รู้เรื่องของพวกเขา

“ว่าไง”

“ถ้าไม่รบกวนจนเกินไป ช่วยไปส่งหนูที่โรงพยาบาล...” เธอบอกชื่อสถานพยาบาลที่ระบุไว้ในบัตรทองของปู่

“ปู่ของเธออาการไม่ค่อยดีนะ แน่ใจเหรอว่าจะให้ฉันพาไปส่งที่นั่น..ว่าไง” เขาถามอีกครั้งเมื่อเด็กสาวเอาแต่นั่งนิ่ง มีเพียงสีหน้าเท่านั้นที่แสดงอารมณ์หวั่นวิตกอย่างชัดเจน

“ค่ะ” เธอตัดสินใจเลือกที่จะไปโรงพยาบาลตามบัตรทอง เพราะรู้ตัวดีว่าไม่มีปัญญาจะพาปู่ไปรักษาโรงพยาบาลที่ดีกว่านี้ได้ และได้แต่หวังว่าปู่จะอาการดีขึ้น

คำตอบของเธอทำให้เขาผิดหวังเล็กน้อย แต่เมื่อเห็นน้ำตาที่ไหลอาบแก้มขณะที่มองผู้เป็นปู่ไม่วางตาของเธอ เขาก็เข้าใจความรู้สึกนึกคิดของเธอ

“หนูพอจะสนิทกับหมอที่นั่นอยู่บ้าง หนูจะขอร้องให้เขาช่วยรักษาปู่ของหนูให้หายค่ะ”

คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันขณะที่เมินหน้าไปนอกหน้าต่างรถ เธอจะขอร้องให้หมอช่วยอย่างนั้นเหรอ เธอแน่ใจได้อย่างไรว่าหมอจะช่วย เงินตัวเดียวเท่านั้นแหละที่จะช่วยได้ สาวน้อยเอ๋ย ทำไมเธอถึงใสซื่อนักนะ

ยี่สิบนาทีต่อมา ปู่ของเธอก็ถูกส่งเข้าห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลเอกชนระดับห้าดาว คณะแพทย์ต่างรายล้อมตรวจเช็กอาการเบื้องต้นของผู้ป่วย หลังจากนั้นไม่นานก็ถูกส่งต่อไปยังห้องไอซียู เมื่อเขาบอกให้รักษาอย่างดีที่สุด พร้อมกับหยิบแบล็กการ์ดออกมายืนยันคำพูด

เสร็จเรื่องแล้วก็ตั้งใจจะกลับไปทำธุระของตัวเองต่อ จึงเดินไปหาเด็กสาวที่นั่งหน้าเศร้าอยู่หน้าห้องไอซียูเพื่อบอกลา

“ฉันจะกลับแล้วนะ อยู่คนเดียวได้ใช่ไหม”

เด็กสาวรีบลุกขึ้นแล้วยกมือไหว้เขา “ขอบคุณท่านมาก ๆ นะคะที่เมตตา” แล้วล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงวอร์ม หยิบกระเป๋าใส่เงินพลาสติกลายการ์ตูนราคาถูก ๆ ที่มีขายตามหน้าโรงเรียนออกมา มองหน้าเขาก่อนจะจับมือเขาแล้ววางกระเป๋าลงไป “หนูจ่ายค่ารักษาคุณท่านแค่นี้ก่อนนะคะ แล้วหนูจะหามาใช้ส่วนที่เหลือให้ครบทุกบาททุกสตางค์ แต่คุณท่านอย่าเร่งหนูนะคะ ขอเวลาหนูหางานทำก่อน ส่วนบัตรประชาชนใบนั้น หนูให้ท่านเอาไว้เพื่อเป็นหลักประกันค่ะ” เด็กสาวอธิบายเมื่อเห็นเขาเปิดดูในกระเป๋า แล้วก้มหน้ามองพื้นอย่างระอายแก่ใจ เมื่อรู้สึกว่าตัวเองกำลังเอาเปรียบเขาอย่างมาก

“ปันหยี แซ่กง” เขาอ่านชื่อของเธอตามตัวหนังสือภาษาอังกฤษ แล้วมองที่วันเดือนปีเกิด.. เธอเพิ่งจะพ้นวัยสิบห้าปีมาแค่สี่เดือนเท่านั้น ยังเด็กอยู่เลย เขาบ้าไปแล้วแน่ ๆ ที่มาตกหลุมรักเด็กที่เพิ่งโตแบบนี้ตั้งแต่แรกพบ “มีชื่อเล่นไหม”

เด็กหญิงที่เพิ่งเข้าสู่วัยแตกสาวได้ไม่นานเงยหน้าขึ้น “ชื่อหยินค่ะ”

“หยิน หยาง” อือ.. เข้าท่าดีนะ

“อะไรนะคะ” คำสุดท้ายเขาพูดว่าอะไรเธอได้ยินไม่ชัดเลย

เขามองหน้าเธอแล้วส่งกระเป๋าคืนให้ “เก็บเอาไว้ใช้ หลังจากปู่หายดีแล้วเราค่อยมาคุยกันอีกที”

“ขอบคุณค่ะ” เธอยอมรับกระเป๋าคืนมาอย่างง่ายดาย เพราะใจจริงแล้วเธอจำเป็นต้องเก็บเงินที่มีอยู่ไม่ถึงหนึ่งร้อยบาทนี้เอาไว้กินไว้ใช้อีกหลายมื้อ

“ฉันไปก่อนนะ”

“ค่ะ สวัสดีค่ะ” เธอยกมือไหว้เขาอย่างนอบน้อม มองเขาเดินจากไป “ท่านคะ” และนึกได้ว่ายังไม่รู้จักชื่อของเขาเลย จึงร้องเรียกและวิ่งไปหา “ท่านชื่ออะไรคะ ถ้าปู่ฟื้นขึ้นมาหนูจะได้บอกกับปู่ถูก”

“ฟิลลิป หยาง จำชื่อของฉันเอาไว้ให้ขึ้นใจล่ะปันหยี”

เด็กสาวรู้สึกใจเต้นแรง เมื่อเห็นสายตาที่มองมาของชายหนุ่ม สายตาลุ่มลึกที่เธอไม่รู้ว่ากำลังสื่อถึงอะไร เธอได้แต่มองเขาเดินจากไปจนลับสายตา แล้วจึงเปิดกระเป๋าใบน้อยเพราะรู้สึกหิวเหลือเกิน เธอควรไปหาซื้อมาม่ากินสักถ้วยเพื่อประทังความหิว

แต่ธนบัตรใบสีเทาที่ถูกยัดเอาไว้ตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้จำนวนห้าใบในกระเป๋า ทำให้เธออึ้งไปเลยทีเดียว.. แล้วน้ำตาก็ไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว รู้สึกอิ่มตื้อไปด้วยความซาบซึ้งในน้ำใจของเขา

สิบวันผ่านไป

ภายในหมู่บ้านที่มีแต่ระดับมหาเศรษฐีอาศัยอยู่ ปู่กับหลานสาวคู่หนึ่งก็มายืนสงบเสงี่ยมเจียมตัวอยู่ที่หน้าประตูรั้วของคฤหาสน์ที่หลังใหญ่ที่สุดในหมู่บ้านนี้ หลังจากที่กดกริ่งให้สัญญาณกับคนในบ้านไปหนึ่งครั้ง

“อ้าวลุง มีอะไรเหรอ” คนสวนที่วิ่งมาดูเอ่ยถามอย่างสงสัย เมื่อเห็นเป็นภารโรงของหมู่บ้าน

“ลุงจะมาขอพบเจ้าของบ้านหน่อยน่ะ ท่านอยู่ไหม”

“จะมาขอพบใครล่ะ คุณผู้ชายหรือคุณผู้หญิง แล้วลุงมีธุระอะไรกับเจ้านายฉันล่ะ” คนสวนถามอย่างแปลกใจ เพราะพวกเขาไม่น่าจะมีธุระต่อกันได้

“คุณผู้ชายจ้ะน้า คุณฟิลลิป หยางน่ะค่ะ” เด็กสาวเห็นสายตาสงสัยระคนดูแคลนของอีกฝ่าย ก็รีบพูดชื่อออกไปเพื่อที่ฝ่ายนั้นจะได้เชื่อคำพูดของปู่เธอ

“หือ!” คิ้วหนาไร้ระเบียบของคนสวนขมวดเข้าหากันยิ่งกว่าเก่า “คุณฟิลลิปไม่มีหรอก เจ้านายฉันไม่ได้ชื่อฟิลลิป มาผิดบ้านแล้ว”

“เดี๋ยวสิจ๊ะน้า” ปันหยีรีบเรียกคนในบ้านที่ทำท่าจะเดินหนีเอาไว้ “เรามาไม่ผิดบ้านหรอกจ้ะ วันนั้นคุณฟิลลิปเขาได้ช่วยปู่ของหนูไว้ที่หน้าบ้านนี่แหละ แล้วเขาก็บอกหนูเองว่าเขาชื่อฟิลลิป”

“ข้าบอกว่าบ้านนี้ไม่มีคนชื่อฟิลลิปก็ไม่มีสิอีหนู ข้าจะโกหกทำไมล่ะ”

“โวยวายอะไรวะไอ้ชุ่ม” เสียงของสตรีนางหนึ่งดังขึ้นก่อนที่จะเดินมาถึง “มีอะไรวะ”

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย แล้วแต่คุณจะการุญ
8.6
เมื่อกลิ่นควันบุหรี่กลายเป็นจุดเริ่มต้นของบทสนทนาที่แฝงไปด้วยความนัยอันตราย ท่ามกลางบรรยากาศความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความเย้ายวนและการลองดี ชายหนุ่มจึงเอ่ยถามหญิงสาวที่พยายามจะห้ามปรามพฤติกรรมของเขาด้วยประโยคที่ชวนให้ลมหายใจสะดุด ว่าหากเขาต้องละทิ้งนิสัยเดิมนี้ไป สิ่งที่จะมาทดแทนได้นั้นจะเป็นสัมผัสจากริมฝีปากของเธอแทนหรือไม่ เรื่องราวความรักฉบับผู้ใหญ่ที่เต็มไปด้วยชั้นเชิงและการหักล้างทางอารมณ์จึงเริ่มต้นขึ้นอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
หน้าปกนวนิยาย ย้อนเวลามาหาผู้ชายยุค 90 ภาค2
8.6
โชคชะตานำพากลับสู่บรรยากาศอันคุ้นเคยในยุค 90 อีกครั้ง เมื่อความรักและความผูกพันที่แสนลึกซึ้งได้กลายเป็นสายใยที่ก้าวข้ามขีดจำกัดของกาลเวลา แม้โลกจะหมุนผ่านไปเนิ่นนานเพียงใด ทว่าความทรงจำที่เคยร่วมสร้างกันมาจะยังคงสลักแน่นอยู่ในหัวใจและคงอยู่ชั่วนิรันดร์ เตรียมสัมผัสกับเรื่องราวความโรแมนติกที่ผสมผสานกลิ่นอายแฟนตาซีในภาคต่อสุดประทับใจ ซึ่งจะพิสูจน์ให้เห็นว่ารักแท้ที่มั่นคงนั้นจะไม่มีวันเลือนหายไปตามกาลเวลาที่ผันผ่าน
หน้าปกนวนิยาย ทัณฑ์เสน่หาอสูร
9.0
เมื่อความแค้นของปรินทร อัครพิภพ ถูกระบายลงที่หญิงสาวผู้บริสุทธิ์อย่างเธอ เขาตราหน้าว่าแม่ของเธอคือคนทำลายชีวิตพ่อด้วยการคบชู้ ความเกลียดชังจึงเปลี่ยนให้เขากลายเป็นอสูรร้ายที่จ้องทำลายดอกไม้งามอย่างไร้ความเมตตา เธอต้องยอมจำนนต่อโทษทัณฑ์ที่ตนไม่ได้ก่อ ไร้ซึ่งศักดิ์ศรีและทางออก แม้หัวใจจะบอบช้ำจากความอัปยศเพียงใด เธอก็ต้องก้มหน้าอดทนรับความโหดร้ายนี้ไว้เพียงเพื่อปกป้องแม่ผู้เป็นที่รัก ท่ามกลางหยดน้ำตาที่ค่อยๆ เหือดแห้งไปพร้อมกับความเจ็บปวดที่ไม่มีวันสิ้นสุด
หน้าปกนวนิยาย ไฟล้อมน้ำ [Alternative Bride]
8.1
พลาธิปเผชิญความเจ็บปวดจากการถูกปิยธิดาทิ้งไปแต่งงานกับเพื่อนรักเพียงเพราะอคติต่อตระกูลของเขา เพื่อแก้แค้นและเย้ยหยันอดีตคนรัก เขาจึงตัดสินใจแต่งงานกับปราณปริยาวดี น้องสาวต่างแม่ที่ปิยธิดาเกลียดชังที่สุด แม้เบื้องต้นจะมองเธอเป็นเพียงเครื่องมือทำลายความรู้สึกของแฟนเก่า แต่ความใกล้ชิดกลับทำให้เขาเริ่มหวั่นไหวกับลูกเมียน้อยที่เขาเคยรังเกียจ ท่ามกลางทิฐิที่ปิดกั้นหัวใจ เขาต้องเลือกระหว่างความแค้นหรือจะยอมรับความรักที่เกิดขึ้นจริง
หน้าปกนวนิยาย ยั่วรักคุณหนูมาเฟีย
8.7
เมื่อน้องวีตัดสินใจใช้เสน่ห์อันเย้ายวนเข้าหาพี่เวย์ด้วยความตั้งใจที่จะทำให้เขาตกหลุมรักเธอให้ได้ เธอจึงเอ่ยถามอย่างทีเล่นทีจริงว่าการยั่วยวนครั้งนี้จะทำให้เขาตบะแตกและเริ่มจริงจังกับเธอขึ้นมาบ้างหรือไม่ ทว่าพี่เวย์กลับไม่ปล่อยให้เธอคุมเกมฝ่ายเดียว เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงท้าทายที่แฝงไปด้วยความนัยว่าเธอมั่นใจจริงๆ หรือว่าหากเขาเอาจริงขึ้นมาแล้วเธอจะรับมือไหว กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์สุดเร่าร้อนท่ามกลางบรรยากาศมาเฟียสุดอันตราย
หน้าปกนวนิยาย จอมมารอ้างสิทธิรัก
7.8
เมื่อความรักต้องเผชิญกับกำแพงชนชั้นที่ต่างกันราวฟ้ากับดิน ท่ามกลางความมั่งคั่งของตระกูลมหาเศรษฐีที่ไม่ยอมเปิดใจรับสะใภ้ผู้ยากไร้ แม้เธอจะมีพยานรักตัวน้อยเป็นเดิมพันสำคัญในครั้งนี้ก็ตาม โดมินิคจึงต้องตกอยู่ในสถานการณ์บีบคั้นที่ยากจะตัดสินใจ ระหว่างภาระหน้าที่อันหนักอึ้งที่เขาแบกรับไว้กับผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขาซื่อสัตย์รักหมดหัวใจ เขาจะเลือกปกป้องความรักหรือยอมสยบต่ออำนาจครอบครัวเพื่อรักษาทุกอย่างเอาไว้ในท้ายที่สุด