ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เล่ห์ร้ายจำนนรัก

เล่ห์ร้ายจำนนรัก

เมื่อบรรยากาศพาไปจนเกิดความใกล้ชิดที่ไม่ได้ตั้งใจ หญิงสาวจึงถูกชายหนุ่มสบประมาทด้วยถ้อยคำรุนแรงว่าเธอกำลังยั่วยวนเขา ท่ามกลางความอับอายและสับสน เธอพยายามโต้กลับเพื่อปฏิเสธข้อกล่าวหาอันร้ายกาจนั้น แม้หัวใจจะเต้นรัวด้วยความประหม่าจนแทบจะยืนไม่อยู่ แต่เธอก็ต้องรวบรวมความกล้าเพื่อเผชิญหน้ากับท่าทีคุกคามของเขาที่ทำให้เธอทั้งโกรธและหวั่นไหวในเวลาเดียวกัน เรื่องราวความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วยคำสบประมาทจะลงเอยอย่างไรในเกมรักครั้งนี้
ตอน
แชร์

ตอน 3

“ไอ้เสือกลับไปแล้วสินะคุณ...” 

คุณมาร์ค โรดิเกรซ สามีคู่ยากในวัยหกเศษเดินเข้ามาโอบเอวของภรรยาคู่ชีวิตไว้อย่างแสนรักแล้วก้มลงหอมแก้มนุ่มแม้เหี่ยวย่นไปตามวัยด้วยความรักไม่เสื่อมคลาย 

“ค่ะ น้องอยากให้ตาแมทอยู่กับเรานานๆ จัง แต่ก็เข้าใจว่าลูกงานยุ่ง” 

“เคลียร์งานคราวนี้เสร็จผมก็ว่าจะให้แมทพักบ้าง รู้สึกจะบ้างานเกินไปแล้วดูสิ ยังไม่มีเวลาหาเมียเลย เมื่อไหร่เราจะได้อุ้มหลานกันเสียทีล่ะคุณ” 

“นั่นสิคะ น้องมีลูกสาวเพื่อนๆ หลายคนเลยค่ะ ที่อยากจะแนะนำให้ตาแมทได้รู้จัก เผื่อจะถูกใจใครสักคนบ้าง แต่น้องก็ไม่ได้บังคับหรอกนะคะว่าเขาจะต้องรักต้องชอบลูกสาวเพื่อนของน้อง ขอแค่ลูกรักเราก็พร้อมจะรักด้วยแค่นั้นเอง”

“แต่บางคนคุณก็ไม่อยากรักใช่มั้ยล่ะ” 

คุณมาร์คเย้าภรรยายิ้มๆ เพราะรู้ดีว่าภรรยานั้นรู้สึกอย่างไรกับลูกเขยหมาดๆ ที่ชื่อวายุคนนั้น เขาเองก็ยังรู้สึกไม่ถูกชะตากับชายหนุ่มผู้ได้ชื่อว่าลูกเขยนัก แต่ก็เพราะรักลูกสาวของตนจึงยอมให้มีงานแต่งงานนี้เกิดขึ้น คุณมาลินีซบหน้าลงกับอกกว้างของสามีอย่างอ่อนล้าดวงตาของผู้ที่ผ่านโลกมามากเหม่อมองไปยังท้องฟ้าที่ทะมึนดำด้วยเมฆฝนอย่างรู้สึกหนักอึ้งในใจ

สี่เดือนผ่านไปวายุได้เข้ามาอยู่ในคฤหาสน์หลังงามโอ่อ่าสมกับฐานะลูกเขยของนักธุรกิจชื่อดัง เขาควรจะดีใจที่มันเป็นเช่นนั้น แต่ชายหนุ่มรู้สึกได้ดีว่าเขาไม่เป็นที่ประทับใจของพ่อตาแม่ยายนัก เขาอยากจะเป็นส่วนหนึ่งในทุกสิ่งทุกอย่างที่เมริสามี แต่ดูเหมือนว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่ภรรยาของเขามีนั้นมันถูกปิดกั้นไว้เฉพาะคนในครอบครัวเท่านั้นแม้ว่าตอนนี้เขาจะได้เข้าไปทำงานในบริษัทของบิดาเพราะเธอขอร้องบิดาของเธอไว้ซึ่งคุณมาร์คก็จำใจรับเขาไว้ทำงานด้วย แต่ตำแหน่งผู้จัดการสำนักงานใหญ่ของจิระวัฒนาไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการ เขาต้องการตำแหน่งประธานใหญ่ของจิระวัฒนาและทั้งหมดของมาเวลส์กรุ๊ป 

“พี่วาเป็นอะไรไปคะ ทำไมหน้าตาดูเครียดๆ” 

เมริสาถามสามีเบาๆ พลางนวดไหล่ให้เขาอย่างเอาใจ วายุรู้ว่าเธอคิดอย่างไร เธอคงคิดว่าเขาคงจะพอใจและมีความสุขกับตำแหน่งงานใหม่ที่เธอเป็นผู้จัดการให้ เธอคงคิดว่าสิ่งที่เธอ ประเคน ให้เขานั้นเขาจะต้องพอใจกับที่เธอหาให้ เมริสาช่างเป็นผู้หญิงที่โง่จริงๆ วายุคิดเหยียดหยันเธอในใจ พลางปรายตามองภรรยาอย่างเบื่อหน่ายและแสนรำคาญแต่ก็พยายามซ่อนอาการไว้ เขาไม่ชอบใจที่เธอตั้งใจให้ตัวเองท้องเพื่อจะได้เป็นเจ้าของเขาแต่เพียงผู้เดียวและเพื่อเอาชนะพราวแสงแข และการที่เธอท้องมันทำให้เขาไม่สามารถมีสัมพันธ์สวาทใดๆ กับเธอได้ 

เมริสาแพ้กลิ่นตัวของเขาเมื่อเขาเข้าใกล้เธออย่างแนบชิดทีไรเธอก็มักจะมีอาการแพ้รุนแรงอาเจียนอย่างหนักจนถึงขนาดหมดเรี่ยวแรงเลยทีเดียวซึ่งมันทำให้เขาหงุดหงิดและยิ่งก็ยิ่งหงุดหงิดมากขึ้น เขาต้องหาที่ระบายความต้องการอันรุนแรงเร่าร้อนของเขากับใครสักคน

“พี่แค่หงุดหงิดที่ตำแหน่งผู้จัดการมันทำอะไรไม่ได้ ซ้ำยังดูจะด้อยกว่าได้เลขาของพี่ชายเมรี่เสียอีก นี่ขนาดว่าเขาไม่อยู่แล้วให้เลขาเขาดูแลงานแทนนะแต่เลขาพี่ชายเมรี่ทำตัวเหมือนเจ้าของบริษัท...” วายุแสร้งพูดกลบเกลื่อน

“โธ่.. นึกว่าเรื่องอะไร เดี๋ยวพรุ่งนี้เมรี่จะให้คุณพ่อจัดการนายหลุยส์ให้กระเด็นกลับสเปนไปเลยค่ะ...” เมริสาบอกอย่างเอาใจสามี 

“หึ พี่ว่ามันไม่ไปไหนหรอกคุณพ่อเมรี่ก็ถือหางมันเหมือนกับว่ามันเป็นลูกชายท่านอีกคนเสียอย่างนั้น ขนาดว่าพี่เป็นลูกเขยแท้ๆ มีความสำคัญไม่แพ้พี่ชายเมรี่ท่านยังไม่ไว้ใจให้ทำงานใหญ่เลย...” 

“โธ่.. พี่วาขา คุณพ่อน่ะรักอีตาหลุยส์จะตายไป เพราะพ่อแม่เขาทำงานกับคุณพ่อมานานและพ่อของเขาก็มีบุญคุณกับคุณพ่อมาก เพราะพ่อของอีตาหลุยส์นั่นยอมเอาตัวบังกระสุนให้คุณพ่อตอนที่ท่านโดนลอบทำร้าย พอพ่อแม่ของเขาเสียชีวิตคุณพ่อก็เลยรับอุปการะเขาไว้ แต่พี่วาจะลดตัวไปเปรียบทำไมกับไอ้ลูกกำพร้าล่ะคะ”    

“แต่มันวางท่าน่าหมั่นไส้มากนะเมรี่พี่อยากจะชกหน้ามันสักเปรี้ยงจริงๆ” วายุทำท่ามีโมโหทั้งที่หากเขาจะทำเช่นนั้นจริงๆ แล้วล่ะก็ มีหวังได้โดนหลุยส์ เซราโนสวนคืนจนได้ไปหยอดน้ำข้าวต้มแน่ๆ  

“ค่ะ เมรี่เข้าใจไว้เมรี่จะจัดการให้นะคะที่รัก วันนี้เหนื่อยแล้วไปอาบน้ำเถอะค่ะ” 

“พี่จะไปธุระบ้านเพื่อนสักครู่จะไปคุยเรื่องธุรกิจที่เราจะลงทุนทำด้วยกันเสียหน่อย” วายุหาทางออกให้ตัวเองเมื่อรู้สึกเบื่อหน่ายภรรยาสุดใจ 

“อะไรกันคะนี่มันสามทุ่มแล้วนะคะ จะออกไปอีกเหรอ” 

“ที่รักจ๊ะ เพื่ออนาคตเราสองคนพี่ก็ต้องอยากจะทำอะไรให้กับตัวเองเพื่อไม่ให้ใครมาว่าเอาได้ว่าพี่เกาะเมียกิน อีกอย่างงานนี้เพื่อนพี่เขาเขียนโครงการไว้แล้วเราจะไปคุยเรื่องงบประมาณการลงทุนกัน พี่ไม่อยากถูกมองว่ามีตำแหน่งงานใหญ่โตเพราะเมียฝากฝังให้หรอกนะ” วายุแสร้งพูดอย่างมีหลักการเพื่อให้เมริสาวางใจและไว้ใจเขา 

“โธ่ พี่วา ที่รักของเมรี่...” เมริสาลูบแก้มสากของสามีสุดหล่อเบาๆ อย่างแสนรักและหลงสามีของตนหัวปักหัวปำ 

“พี่ไปคุยกับเพื่อนก่อนดีกว่าเดี๋ยวจะดึกเกรงใจมัน พี่ไปนะ แล้วพี่จะรีบกลับมา...” 

วายุยังคงรักษาท่าทีของตนให้ดูน่าเชื่อถือแต่ในใจกำลังคิดแผนการดูดเงินจากเมริสาเพื่อไปปรนเปรอความต้องการของตนเอง แต่ตอนนี้เขาจะไม่ทำอย่างนั้นแน่นอนเพื่อให้ทุกๆ คนในครอบครัวของเธอไว้ใจ ช้าๆ ได้พร้าหลายเล่มงาม... เขาพยายามบอกตัวเองให้ใจเย็นๆ และทำให้เธอหลงคิดว่าเขาทำเพื่อเธอ วายุยิ้มเจ้าเล่ห์เมื่อเดินลับตาเมริสา...

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ร้อยเล่ห์กลหัวใจ
9.2
“ไม่รู้เรื่องได้ยังไง ถ้าไม่ใช่เพราะเธอ ฉันคงไม่ถูกแม่บังคับให้ต้องแต่งงาน” “อ๋อ...หวงชีวิตโสด” ธีรนัยน์เสียงขลุกขลักในลำคอ “คนอะไรไม่เจียมสังขารเอาเสียเลย แก่จวนจะเข้าโลงอยู่แล้วยังทำตัวลอยชาย มุดห้องนี้ออกห้องโน้นอยู่ได้ นอนไม่หลับหรือไงถ้าไม่มีตุ๊กตามีชีวิตนอนเคียงข้างน่ะ” “ถามตัวเองดีกว่ามั้งลูกตาล เพราะฉันคนนี้ไม่อยู่ในห้องนอนให้เธอกอดไม่ใช่หรือไง เธอถึงได้หงุดหงิด จนต้องออกมาเดินตากลมชมดาวบนท้องฟ้าคนเดียวน่ะ” “เปล่า ฉันกำลังหาทางทำให้คุณล้มเลิกความคิดบ้าๆ นั่นต่างหากล่ะ ไม่เสียเวลามาคิดเรื่องไม่มีคนให้นอดกอดหรอกย่ะ” โชคดีที่ได้รู้เรื่องจากนิสากรมาก่อน ทำให้เธอพอมีเวลาคิดหาคำพูดโน้มน้าวใจให้สิงขรยกเลิกความคิด
หน้าปกนวนิยาย ให้รักมัดใจ
7.9
มาลีรินทร์ทายาทสาวผู้มั่งคั่งตัดสินใจใช้เสน่ห์และพรหมจรรย์เป็นเดิมพันเพื่อหาที่พึ่งใหม่หลังถูกตัดออกจากกองมรดก เป้าหมายของเธอคือแอนดี้ อดิรัตน์ มหาเศรษฐีเจ้าของสโมสรฟุตบอลระดับโลกผู้แสนเย็นชา แม้เธอจะพยายามผูกมัดเขาด้วยความสัมพันธ์ลึกซึ้งเพื่อความอยู่รอด แต่รินกลับพบว่าชายที่เพียบพร้อมคนนี้แท้จริงแล้วร้ายกาจยิ่งกว่าซาตาน และเขากลายเป็นพันธนาการที่เธอมิอาจหลบหนีได้พ้นในเกมรักที่เดิมพันด้วยชีวิตครั้งนี้
หน้าปกนวนิยาย คลุมถุง(พุ่ง)ชน(หัวใจ)
9.8
ช้องนางได้ยินเพื่อนเจ้าบ่าวเอ่ยแซวว่าพระแสงคงดีใจได้เมียเป็นตัวเป็นตนแถมได้เล่นของสูง เพราะต้องสอยเจ้าสาวลงจากคาน หากไม่ติดว่าเป็นเจ้าสาวเองหล่อนจะตบปากพวกนี้เรียงตัว โทษฐานปากเสียชอบเอาความจริงมาพูด แถมแม่ยังเคยบ่นบ่อยๆ ว่า “เลือกมากก็กอดคานเน่าๆ ไปจนตายเถอะนังช้องเอ๊ย” แล้วไงละ พอหล่อนไปบอกว่าจะแต่งงานกับหลานยายมาลัย แม่ถึงกับหัวเราะกลิ้ง แล้วลูบหัวเบาๆ ก่อนดึงมากอดแล้วพูดเหมือนปลอบใจ “เมายาสีฟันมาหรือนังช้อง นายพระแสงเขาเคยชายตาแลแกหรือเปล่า เห็นผู้หญิงสาวๆ สวยๆ ตามตูดต้อยๆ มีหรือจะมองสาวแก่อย่างแก” “คำก็สาวแก่ สองคำก็สาวแก่ ก็นี่ไงสาวแก่ของแม่จะเป็นฝั่งเป็นฝาแล้ว จริงๆ” แม้จะแต่งหลอกๆ แต่ยายมาลัยเล่นใหญ่ทำให้สมจริงสมจัง มีพิธีมงคลสมรส มีงานเลี้ยงและมีทะเบียนสมรสให้ ยกเว้นแต่สินสอดทองหมั้นที่ไม่มีและไม่เคยได้ยินแกเอ่ยถึง สำหรับช้องนางแล้วการได้แต่งงานอยู่กินกับพระแสงคือสุดยอดแห่งความปรารถนา แม้ต้องใช้เล่ห์กลหลอกล่อเข้าหาญาติผู้ใหญ่ของเขาจนเกิดการ “คลุมถุง(พุ่ง)ชน(หัวใจ” ขึ้นหล่อนก็ภูมิใจ
หน้าปกนวนิยาย สามีสั่งชานมเย็นหวานน้อยไม่น้ำแข็ง ฉันเลือกยุติชีวิตคู่เจ็ดปี
8.8
เจียงเจียเหนียนตัดสินใจขอหย่ากับเสิ่นหนาน สามีศาสตราจารย์ผู้แสนเย็นชาหลังใช้ชีวิตคู่ร่วมกันมาเจ็ดปี จุดแตกหักเกิดขึ้นเพียงเพราะชานมเย็นหวานน้อยไม่ใส่น้ำแข็งที่เขาสั่งให้เธอ แม้หลินหยวนหยวนนักศึกษาสาวคนใหม่จะพยายามช่วยพูดให้เธอมองข้ามเรื่องเล็กน้อยนี้ไป แต่เสิ่นหนานกลับไม่เข้าใจและตำหนิว่าเธอใช้อารมณ์เกินเหตุ ทว่าสำหรับเจียเหนียนแล้ว ชานมแก้วนั้นคือหลักฐานความเหินห่างที่ชัดเจนจนเธอเลือกที่จะทิ้งทุกอย่างและเดินจากไปพร้อมใบหย่าในวันรุ่งขึ้น
หน้าปกนวนิยาย หวงรัก พันธะสวาท
8.0
“เลือกเอานะคะ ระหว่างความสุขของคุณกับชีวิตของสิปรางค์” กรกันต์รู้ว่านั่นไม่ใช่เพียงคำขู่ของคนอกหัก ทว่ามันคือคำอาฆาตของคนที่แค้นฝังใจต่างหาก มาร์ตินี่อีกแก้วจึงถูกสาดลงคออย่างรวดเร็ว ค่ำคืนนี้เขาที่จะใช้มันดับความทุกข์ทั้งหมดที่มี เครื่องดื่มมึนเมาทั้งหลายที่ถูกนำออกมาด้วยคงช่วยให้ลืมบางสิ่งบางอย่างได้อย่างไม่ยากเย็นนักลืม แต่ภาพที่เขาเห็นตรงหน้า สิปรางค์ยังคงก้มๆ เงยๆ อยู่ในห้องลองชุด หญิงสาวมาทำอะไรตรงนี้ ตอนนี้สี่ทุ่มกว่าแล้ว เธอควรพักผ่อนเพื่อใครอีกคนไม่ใช่หรือ? ด้วยความสงสัย บวกกับฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่แล่นพล่านในกระแสเลือด กรกันต์ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งนาทีก็หยุดอยู่ตรงหน้าเธอ กลิ่นแอลกอฮอล์ฉุนกึกทำให้สิปรางค์เงยหน้าขึ้นมอง “เฮีย” แต่พอเห็นสีหน้าแดงก่ำของเขา เธอก็ทำท่าจะผละหนี “เดี๋ยวสิ” กรกันต์รีบรั้งแขนเธอไว้ ขณะที่ชั่งใจอยู่ชั่วครู่แล้วเอ่ยขึ้นว่า “คุยกันก่อนได้ไหม” เขาขอร้องเสียงเครียด ทั้งปาก ทั้งตา มันสั่นไปหมด เพราะมั่นใจว่าหากปล่อยมือเธอไป โอกาสแบบนี้คงไม่มีอีกแล้ว สิปรางค์มองแววตาแดงก่ำของเขาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไม่ปรากฏความรู้สึกใดๆ ออกมา “เราไม่มีอะไรต้องคุยกันค่ะ นี่ก็ดึกแล้ว...ปรางค์ขอตัวนะคะ” หญิงสาวตัดบทอย่างคนใจร้าย ไม่อาทรต่อความน้ำเสียงเว้าวอนของเขาของสักนิด ซ้ำร้ายยังสลัดมือเขาออกอย่างไร้เยื่อใย ในจังหวะที่กำลังจะหมุนตัวหนี จู่ๆ เขาก็พุ่งมากอดจากด้านหลัง “ปรางค์...” เขาพูดแค่นั้นก็เงียบหายไปหลายนาที ส่วนเธอก็ยังยืนยันเจตนาเดิม วันนี้หัวใจเเข็งแกร่งกว่าเมื่อวาน เพราะฉะนั้นความอบอุ่นจากลำแขนทั้งสองจึงไม่สามารถทำให้เธอหวั่นไหวได้อีก ในเมื่อเขาอยากกอด อยากยื้อให้ตัวเองเจ็บปวด...ก็ตามใจ “พรุ่งนี้...” กรกันต์พยายามบังคับเสียงตัวเองไม่ให้สั่น “เฮียจะเป็นของคนอื่นแล้ว เราจะคุยกันดีๆ สักครั้งไม่ได้เลยเหรอ?” “...” “หยุดทำตัวห่างเหิน หยุดทำเหมือนระหว่างเรามันไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันสักทีได้ไหม!” “แล้วเรายังมีอะไรที่เกี่ยวข้องกันอีกคะ สายเลือดเดียวกันก็ไม่ใช่ เพื่อนกันก็ไม่ใช่ ยิ่งคนรัก...ก็ยิ่งไม่มีวันได้เป็น!” “แต่ปรางค์ท้อง...” เขาหยุดพูด ท่ามกลางความร้อนผ่าวที่หัวตาทั้งสอง “ลูกของเฮีย...อยู่ในนี้” มือหนากำลังเลื่อนลงไปหน้าท้องที่นูน ทว่ากลับถูกสิปรางค์ปัดออกอย่างรวดเร็ว “ห้ามแตะต้องเขานะ!” เธอพลิกตัวหนี สองมือโอบท้องตัวเองไว้ด้วยความหวงแหน สิปรางค์ไม่มีท่าทีแปลกใจสักนิดที่เขารู้ว่าเธอท้อง ถ้าเขาดูไม่ออกนี่สิ...คงเป็นเรื่องแปลกพิกล หูตาของกรกันต์มีไปทั่ว จนเธอคร้านกวาดตามองหา หากชายหนุ่มอยากรู้นัก เธอก็จะสนองความต้องการนั้นด้วยความจริงที่เขาจะทำได้แค่เพียงมอง... ทว่านาทีนั้นเองเธอเพิ่งสังเกตเห็นว่ามีหยาดน้ำใสๆ เปรอะเปื้อนซีกแก้มด้านซ้ายของอีกฝ่าย เขาจะร้องไห้ทำไมกัน ในเมื่อคนถูกกระทำมาตลอด คือ เธอ! “คนใจร้าย...ห้ามแตะต้องหัวใจของปรางค์อีก!” อาการหวงแหนเกินเหตุนั้น สร้างความประหลาดใจให้กับชายหนุ่มมหาศาล กรกันต์ตัดสินใจขยับเท้าเข้าหา แต่พอเห็นเธอเตรียมขยับหนีราวกับรังเกียจกัน เขาจึงยืนนิ่ง “ปรางค์...” เสียงเขาอ่อนล้านัก อาจเพราะหัวใจมันแห้งเหือดมาหลายเดือน ความจงเกลียดจงชังที่เธอแสดงออก มันจึงส่งผลกระทบต่อหัวใจเขาอย่างจัง “เขาเป็นของปรางค์คนเดียว เฮียไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะรับรู้ถึงการมีอยู่ของเขาด้วยซ้ำ และการที่ปรางค์มาที่นี่ไม่ได้หมายความว่าปรางค์จะยอมเฮียทุกอย่างหรือจะขออะไรก็ได้ อย่าลืม...ว่าปรางค์ก็ยังเป็นปรางค์อยู่วันยังค่ำ เมื่อก่อนเคยร้ายยังไง วันนี้ก็จะเป็นอย่างงั้น ในเมื่อต่างคนต่างอยู่ไม่ได้ พรุ่งนี้เฮียก็คอยดูฤทธิ์เดชของผู้หญิงคนนี้ได้เลย” คำกล่าวของเธอไม่เกินจริงสักนิด สิปรางค์มาที่นี่เพราะหน้าที่และคำขอของผู้มีพระคุณก็เท่านั้น หากแต่กรกันต์ยังยื้อ ไม่ยอมปล่อยวางเรื่องระหว่างกันดังที่เคยพูด พรุ่งนี้เธอก็จะทำให้เขาเห็นว่าการไม่รักษาคำพูดเป็นอย่างไร “ปรางค์จะทำอะไร” สายตาของเขาเต็มไปด้วยคำถาม ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ดูจะเลือนหายไปหลังจากได้กลิ่นกายอ่อนๆ ของเธอ “อยากรู้ก็มีชีวิตอยู่ให้ถึงพรุ่งนี้สิ”
หน้าปกนวนิยาย ยังคงรักกันอยู่ไหม
9.0
ความรักที่แสนหวานของพลอยฟ้าต้องพังทลายลงเมื่อความจริงปรากฏว่าปราบซ่อนใครอีกคนไว้ แม้เธอจะรักเขาจนหมดหัวใจ แต่เขากลับมองว่าเธอเป็นเพียงผู้หญิงจืดชืดที่น่ารำคาญและไร้ค่า ปราบปฏิเสธความผิดและบีบคั้นหัวใจเธอด้วยคำพูดที่โหดร้าย โดยให้เธออดทนรอในฐานะผู้ถูกเลือก ท่ามกลางความเจ็บปวดจากการถูกหลอกลวง พลอยฟ้าจึงตัดสินใจยุติความสัมพันธ์และขอหย่าเพื่อคืนอิสรภาพให้แก่กัน แม้ต้องกลายเป็นแม่หม้ายเธอก็ยอมเดินจากไปเพื่อรักษาศักดิ์ศรีของตนเอง