ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เด็กในปกครอง

เด็กในปกครอง

ความสัมพันธ์ที่คลุมเครือกลายเป็นปมปัญหาใหญ่ เมื่อเธอมุ่งมั่นจะก้าวเดินต่อไปและเริ่มต้นรักครั้งใหม่กับใครสักคน แต่กลับต้องเผชิญหน้ากับความจริงที่แสนอึดอัดจากปากของเขา ผู้ซึ่งยืนยันหนักแน่นว่าสถานะระหว่างเราสองคนไม่เคยจบลงอย่างเป็นทางการเลยสักครั้ง ในสายตาของเขา เราไม่เคยเลิกกันแม้แต่วินาทีเดียว แล้วเธอจะเปิดใจรับคนใหม่เข้ามาได้อย่างไร ในเมื่อเงาของเขายังคงตามหลอกหลอนและผูกมัดเธอไว้ในฐานะเด็กในปกครองที่เขาไม่มีวันยอมปล่อยมือไปง่ายๆ
ตอน
แชร์

ตอน 2

"เธอต้องเข้มแข็งนะอริญญา ห้ามอ่อนแอเด็ดขาด" หลังจากที่อริญญาร้องไห้อยู่ในห้องน้ำนานพอสมควร ร่างบางก็เริ่มคิดได้ว่าเธอไม่ควรมานั่งเสียใจเพราะผู้ชายใจร้ายคนนั้น

อริญญาพูดให้กำลังใจตัวเอง มือเรียวทั้งสองข้างยกขึ้นเช็ดน้ำตาออกจากใบหน้าหวานจนแห้งสนิท ก่อนจะเปิดประตูออกมาจากห้องน้ำเดินไปล้างหน้าล้างตาเพื่อให้ตัวเองรู้สึกสดชื่นขึ้นอีกครั้ง

หลังจากที่ล้างหน้าล้างตาเสร็จเรียบร้อยอริญญาก็สาวเท้าเดินตรงออกมาจากห้องน้ำ ก่อนที่จะชะงักเมื่อเห็นมาร์คยืนรอเธออยู่...

"เป็นอะไรหรือเปล่าอริน ทำไมตาแดงๆ นี่อรินร้องไห้เหรอ?" น้ำเสียงดูตกใจของมาร์คถูกส่งออกมา ก่อนที่จะสาวเท้าเดินตรงมาประชิดตัวของอรินอย่างถือวิสาสะ

ร่างบางที่เห็นแบบนั้นก็ไม่ชอบสักเท่าไหร่แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรนอกจากจะเขยิบตัวถอยห่างเพื่อเว้นระยะให้ดูไม่ใกล้กับมาร์คจนเกินไป

"ปะ...เปล่า อรินไม่ได้ร้องไห้ พอดีฝุ่นมันเข้าตาน่ะตาก็เลยดูตาแดงๆ" อริญญาเลือกที่จะโกหกคำโตเธอไม่อยากให้ใครรู้เรื่องราวในอดีตของเธอ

"แล้วนี่มาร์คมารออรินที่หน้าห้องน้ำทำไม มีอะไรเหรอ?"

"มาร์คเห็นอรินมีอาการแปลกๆ เป็นห่วงก็เลยเดินตามมา" ร่างสูงตรงหน้าตอบกลับ สำหรับคนที่เฝ้ามองอริญญาอยู่ตลอดเวลาอย่างเขา ทำไมเขาจะไม่รู้ถึงความผิดปกติ ที่อริญญาแอบมาร้องไห้ในห้องน้ำ เพราะผู้ชายคนที่อยู่ในนิตยสารที่ปลาดาวเพิ่งจะให้ดูเมื่อก่อนหน้านี้

"อ๋อ...ขอบใจนะ แต่อรินไม่ได้เป็นอะไร นี่ใกล้ถึงเวลาเรียนแล้ว สองคนนั้นขึ้นไปเรียนหรือยัง?" อริญญาพยายามเบี่ยงประเด็นยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดู ก่อนจะเอ่ยถามถึงกับเพื่อนอีกสองคนของเธอ

"น่าจะขึ้นไปแล้ว" มาร์คตอบเสียงเรียบขณะที่ดวงตาคมเข้มก็ยังจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าหวานของอริญญาด้วยความรู้สึกที่ยากจะคาดเดา

"งั้นเราสองคนก็ขึ้นไปกันเถอะ" อริญญาเอ่ยชวนร่างสูงที่ยืนอยู่ตรงหน้า

"อรินขึ้นไปก่อนเลย มาร์คว่าจะไปสูบบุหรี่สักหน่อย"

"อย่าสูบเยอะมันอันตราย"

"หืม...เป็นห่วงมาร์คด้วยเหรอ?" มาร์คเลิกคิ้วสูงก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มบางๆ นี่เป็นครั้งแรกที่อริญญาพูดเชิงเป็นห่วงเขา

"อืม...เป็นห่วงสิ มาร์คเป็นเพื่อนอรินนะ"

"เป็นได้แค่เพื่อนสินะ" ใบหน้าผิดหวังถูกส่งออกมาอย่างไม่ปิดบัง และนั่นก็ทำให้อริญญาถึงกับรู้สึกผิด

"อรินขอโทษ" อริญญาเม้มปากเข้าหากันแน่นใบหน้าหวานเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด

"อ่า...อย่าทำหน้าแบบนั้น มาร์คไม่ได้ว่าอะไรอรินซะหน่อย"

"อืม..." อริญญาพยักหน้าเล็กน้อยก่อนที่จะส่งยิ้มบางๆ ไปให้กับมาร์ค

"ขึ้นไปเรียนเถอะตัวเล็ก มาร์คจะไปสูบบุหรี่แล้ว" คำว่าตัวเล็กที่มาร์คมักจะเอ่ยพูดประจำเวลาที่รู้สึกเอ็นดูอริญญา

"งั้นก็ได้ อรินขึ้นไปก่อนนะ"

"อืม..." คนตัวสูงพยักหน้ารับ อริญญาที่เห็นแบบนั้นก็หมุนตัวสาวเท้าเดินออกจากตรงนั้น ทว่าเดินได้ไม่กี่ก้าวก็ต้องหยุดชะงักหมุนตัวหันไปกลับไปตามเสียงเรียก...

"อริน"

"หืม..." อริญญาส่งเสียงในลำคอก่อนที่จะเลิกคิ้วสูงเอียงคอมองไปที่มาร์คด้วยใบหน้าที่สงสัย

"ถึงอรินจะเห็นมาร์คเป็นเพื่อน แต่มาร์คก็จะไม่หยุดคิดที่จะจีบอรินนะ" ไม่รอให้อรินได้ตอบกลับอะไร ร่างสูงของคนตรงหน้าก็หมุนตัวเดินตรงเข้าไปในห้องน้ำทันที

@ห้องเรียน

"มาแล้วเหรอ ไอ้มาร์คมันตามอรินไปได้เจอกันหรือเปล่า?" เสียงของปลาดาวถามขึ้นในตอนที่อริญญาเดินตรงเข้ามานั่งข้างๆ

"เจอแล้ว" อรินตอบพร้อมกับใช้มือเรียวหยิบหนังสือออกมาจากกระเป๋าเป้ เตรียมความพร้อมก่อนเข้าเรียนในวิชาแรก

อริญญาเป็นนักเรียนทุนฉะนั้นการเรียนเป็นสิ่งสำคัญ อริญญาต้องสอบให้เกรดอยู่ในเกณฑ์ที่ทางมหาลัยกำหนดถึงจะได้รับทุนในปีต่อๆ ไป

"อ้าว...แล้วมันหายหัวไปไหนทำไมไม่มาด้วยกัน?"

"มาร์คบอกอรินว่าจะสูบบุหรี่ให้อรินขึ้นมาก่อน"

"ไอ้มาร์คมันจะสูบให้ตายเลยหรือไง? แกก็ด้วยไอ้ปลื้มหัดสูบให้มันน้อยๆหน่อย ถ้าไม่อยากเป็นมะเร็งตาย"

"เหอะ! บ่นเป็นแม่เลย น่ารำคาญชิบ..." ปลื้มทำหน้าหงุดหงิดก่อนที่จะหันไปทางประตู

"นั้นไงมันมานู้นแล้ว ไปบ่นมันสิ" เสียงของปลื้มทำให้ปลาดาวและอริญญาหันไปมองมาร์คที่กำลังเดินเข้ามาในห้อง

"มีอะไรกัน?" มาร์คที่เดินตรงเข้ามานั่งเก้าอี้ข้างๆ อริญญาก่อนจะเอ่ยถามขึ้น เมื่อเพื่อนทั้งสามมองมาที่เขาเป็นตาเดียว

"ก็ยัยปลาดาวน่ะสิบ่นฉันกับแกเรื่องสูบบุหรี่ เนี่ยบ่นเป็นแม่เลย" ปลื้มพูดกระแทกเสียงใส่ปลาดาว

"ก็มันจริงนี่นา ทำไมพวกแกสองคนชอบสูบบุหรี่กันนักนะ ไม่รู้หรือไงว่ามันเหม็น?"

"อรินเหม็นกลิ่นบุหรี่ที่ตัวมาร์คหรือเปล่าครับ? ถ้าเหม็นเดี๋ยวมาร์คเดินไปนั่งกับไอ้ปลื้มฝั่งนู้น"

"ก็มีบ้าง...แต่มาร์คนั่งตรงนี้ก็ได้อรินโอเค ไม่ได้เหม็นอะไรขนาดนั้น"

"เห็นไหม? ...อรินยังทนได้เลย ฉะนั้นอย่าบ่นให้มากนักเลยยัยปลาดาว"

"อรินเกรงใจพวกแกสองคนน่ะสิ ถึงไม่พูดความจริงออกมา"

"ยัยขี้บ่นเอ้ย" ปลื้มยกมือขึ้นมาขยี้ผมของปลาดาวจนมันฟูฟ่องทำให้ปลาดาวถึงกับโกรธจนเลือดขึ้นหน้า ระดมฟาดมือไปที่ปลื้มแบบไม่ยั้งจนปลื้มต้องวิ่งหนีแต่กระนั้นปลาดาวก็ยังไม่ยอมหยุด ยังคงวิ่งไล่ตามปลื้มไปแบบติดๆ ภาพตรงหน้าทำให้อริญญาที่มีใบหน้าเรียบเฉยถึงกับหลุดหัวเราะเพื่อนทั้งสองคนออกมา

@เวลาต่อมา

หลังจากเลิกเรียนในคลาสสุดท้ายอริญญาและเพื่อนๆ ของเธอก็พากันเดินมาหยุดยืนที่หน้าคณะ

"เรากับไอ้ปลื้มจะไปกินข้าวอรินไปกับพวกเราไหมหรือว่าจะกลับหอเลย?" ปลาดาวหันหน้ามาถามอริญญาด้วยน้ำเสียงสดใส

"เราขอตัวกลับหอก่อนเลยดีกว่า ช่วงเย็นเราต้องไปขายของต่อน่ะ" ขายของที่อริญญาว่าก็คือขายขนม ช่วงเย็นของทุกวันอริญญาจะไปรับขนมไทยร้านประจำ จากนั้นก็มาเรียงจัดใส่ตะกร้าให้ดูสวยงาม ก่อนที่จะเดินขายตามร้านอาหารในช่วงเย็นถึงค่ำ

"แล้วนี่ไอ้มาร์คไปไหนทำไมไม่เห็นหน้าเลย" ปลาดาวถามอย่างสงสัยปกติมาร์คจะตามติดอริญญาแจ แต่ทำไมครั้งนี้ทำไม่เห็น...

"เมื่อกี้ไม่รู้มีใครโทรมาหามัน นู้...มันแยกออกไปคุยโทรศัพท์ทางโน้นแหน่ะ" ปลื้มชี้ไปที่มาร์คทำให้อริญญากับปลาดาวหันไปมองอย่างพร้อมเพียง

"อ๋อ...งั้นพวกเราก็กลับกันเถอะ ไปก่อนนะอริน"

"เหมือนกันนะอริน ปลื้มไปก่อนเจอกันพรุ่งนี้"

"..........." อริญญาพยักหน้าพร้อมกับฉีกยิ้มบางๆให้กับเพื่อนทั้งสองคน ก่อนที่จะหมุนตัวเดินออกไปตามถนนเพื่อที่จะไปรอรถเมล์หน้ามหาลัย

ทว่าระหว่างที่อรัญญากำลังสาวเท้าเดินอยู่นั้น อยู่ๆก็มีร่างบางของใครคนหนึ่งเดินเข้ามาดักหน้า ก่อนที่จะมองอริญญาตั้งแต่หัวจรดเท้า

"เจอกันอีกแล้วนะยัยเด็กใจแตก" เสียงของริสาเอ่ยคำกระแนะกระแหนอริญญาขึ้นทันที ซึ่งอริญญาก็ไม่ได้ตอบกลับอะไรนอกจากจะถอนหายใจออกมาด้วยความรำคาญ ก่อนที่จะเบี่ยงตัวหลบเดินไปอีกทาง

หมับ!! ริสาเข้ามากระชากแขนของอริญญาจากทางด้านหลัง และนั่นก็ทำให้อริญญาที่ไม่ทันตั้งตัวเซถลาจนเกือบจะล้ม

"ปล่อย" อริญญาจ้องมองริสาด้วยแววตาเอาเรื่อง

"ปล่อยก็ได้ ฉันก็ไม่ได้อยากจับเด็กใจแตกอย่างแกนักหรอก" ริสาปล่อยมือออกจากแขนของอริญญาก่อนที่จะเบะปากและยกมือขึ้นมากอดอกทำท่าทีให้ดูเหนือกว่า

"แล้วมายุ่งทำไม? ต่างคนต่างอยู่ไปสิ" อริญญาพูดออกไป ความโชคดีที่อริญญาคือเป็นเด็กฉลาดเธอชอบชิงทุนเมื่อเรียนมหาลัยแห่งนี้ได้โดยไม่สิ้นเปลืองเงินของป้าเธอแม้แต่น้อย แต่ความโชคร้ายของอริญญาที่มาเรียนมหาลัยนี้ก็คือดันมาเจอริสาลูกเลี้ยงของพ่อเธอที่เรียนอยู่มหาลัยนี้ด้วยเช่นกัน

"ฉันก็อยากให้มันเป็นแบบนั้นเหมือนกัน แต่ที่ฉันมาคุยกับแกวันนี้ ฉันจะมาบอกข่าวเรื่องพ่อของแก" อริญญาถึงกับชะงักเมื่อคนตรงหน้าพูดถึงพ่อของเธอ

"มาบอกฉันทำไม? ในเมื่อฉันก็ไม่ได้อยู่บ้านหลังนั้นมานานแล้ว" อริญญาพูดออกไปเสียงแข็ง ใช่เธอไม่ได้อยู่บ้านหลังนั้นมาตั้งนานแล้ว ตั้งแต่วันที่พ่อตบหน้าเธอและเลือกที่จะเอาเอื้อมพรกับริสาเข้ามาอยู่ในบ้าน

"พ่อเธอกำลังป่วย บริษัทก็กำลังจะล้มละลาย ไม่คิดจะไปดูใจพ่อเธอหน่อยเหรอ?" ใจของอริญญากระตุกวูบเมื่อรู้ว่าพ่อของเธอกำลังป่วยแถมบริษัทก็กำลังจะล้มละลาย

"แล้วแม่ของเธอล่ะไปไหน ทำไมไม่ดูพ่อฉันให้ดีๆ เมื่อก่อนอยากได้พ่อฉันนักหนาไม่ใช่เหรอ?"

"เธอพูดออกมาแบบนี้ได้ยังไง นั่นมันพ่อเธอนะ จะโยนภาระให้เป็นหน้าที่แม่ของฉันได้ยังไง"

"ทำไมฉันจะพูดไม่ได้? วันนั้นพ่อของฉันเลือกพวกเธอสองแม่ลูก เขาไม่ได้เลือกฉัน"

"แล้วยังไง จะไม่กลับไปดูเลยใช่ไหม? จะให้แม่ฉันดูแลอยู่คนเดียวงั้นสิ"

".........." อริญญาเลือกที่จะไม่ตอบโดยเลือกที่จะหมุนตัวเดินออกมาจากตรงนั้น ก่อนที่จะปล่อยน้ำตาเม็ดโตให้มันไหลออกมาอย่างสุดกลั้น ความรู้สึกหลายๆอย่างมันตีกันวุ่นวายไปหมด อริญญารักพ่อของเธอมากและก็ยังโกรธพ่อของเธอมากด้วยเช่นกัน

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย สามีเป็นถึงเศรษฐีพันล้าน
7.9
เมื่อเจ้าบ่าวหนีงานแต่ง เฉียวซิงเฉินจึงตัดสินใจคว้าชายแปลกหน้ามาจดทะเบียนสมรสแทนเพื่อประชดรัก ทว่าสามีใหม่ของเธออย่างลู่ถิงเซียวกลับถูกตราหน้าว่าเป็นเพียงคุณชายไร้ค่าของตระกูลลู่ ท่ามกลางเสียงเยาะเย้ยและคำเตือนจากอดีตคนรักที่ทรยศ เธอเลือกที่จะยืนหยัดเคียงข้างเขาและประกาศว่าทั้งคู่รักกันหวานชื่น แต่แล้วความจริงก็ปรากฏเมื่อตัวตนลับของเขาถูกเปิดเผยว่าคือมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลระดับโลกที่พร้อมจะคุกเข่ามอบแหวนเพชรล้ำค่าและดูแลเธอไปชั่วชีวิต
หน้าปกนวนิยาย ถ้าเปรียบรักเป็นดั่ง...สารเสพติด
8.7
เมื่อชีวิตบีบคั้นจนกลายเป็นหมาจนตรอก หญิงสาวผู้ไม่สนผิดชอบชั่วดีจึงเลือกเส้นทางสายมืดในฐานะเด็กส่งยาเพื่อความอยู่รอด แม้ต้องแลกด้วยชีวิตของใครเธอก็พร้อมจะทำ จนกระทั่งได้พบกับ ปืน ชายหนุ่มปากร้ายผู้ทรงอิทธิพลที่เปรียบความรักเป็นดั่งสารเสพติดและปรารถนาจะครอบครองเธอเพียงผู้เดียว ท่ามกลางอันตรายและการปะทะคารมที่ดุเดือด เธอผู้ไม่เคยเกรงกลัวความตายกลับต้องเผชิญหน้ากับข้อเสนอที่เปลี่ยนชีวิตไปตลอดกาลในเกมรักที่เต็มไปด้วยความบ้าคลั่งและเดิมพันด้วยชีวิต
หน้าปกนวนิยาย ทาสสวาทรักต้องห้าม
9.2
หากย้อนเวลาได้ เมษาคงเลือกแก้ไขอดีตเพื่อไม่ให้ชีวิตต้องพังทลายลงเช่นนี้ ท่ามกลางความจริงที่ไหลย้อนกลับไม่ได้ เธอต้องเผชิญกับตราบาปที่ไม่ได้ก่อ เมื่อความผิดพลาดจากการกระทำของผู้ชายสารเลวทำให้เธอตั้งท้องจนถูกตราหน้าว่าเป็นคนแย่งชิง ทั้งที่ความจริงแล้วเธอคือเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายที่ถูกกระทำอย่างไม่ยุติธรรม เมษาจมดิ่งอยู่ในขุมนรกแห่งความเกลียดชัง พร้อมกับความเสียใจที่ในวันนั้นเธอไม่ได้ลุกขึ้นสู้ให้มากพอจนต้องมาพบกับจุดจบอันแสนทรมานใจ
หน้าปกนวนิยาย CEO ซ่อนรัก
8.2
หลังถูกคนรักและเพื่อนสนิททรยศอย่างเจ็บแสบ พิจิกาตัดสินใจดื่มประชดชีวิตจนเผลอไปมีความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนกับชายแปลกหน้า แต่เรื่องราวกลับซับซ้อนขึ้นเมื่อเธอพบว่าชายคนนั้นคือเจ้านายใหม่ในที่ทำงานที่เธอใฝ่ฝันอยากเข้าทำมาโดยตลอด เธอต้องเลือกระหว่างความก้าวหน้าในอาชีพที่รักหรือการหลบหนีจากอดีตที่น่าอับอายครั้งนี้ ท่ามกลางความตึงเครียดในที่ทำงานและความลับที่ซ่อนไว้ เธอจะกล้าเผชิญหน้ากับเขาต่อหรือเลือกที่จะเดินจากไป
หน้าปกนวนิยาย นางร้ายยั่วรัก
8.0
ลูกแพรแอบรักชายหนุ่มผู้สูงศักดิ์แต่กลับถูกเขาปฏิเสธอย่างเย็นชาเพียงเพราะเธอยังเป็นเด็กสาวไร้เดียงสา เธอจึงให้คำมั่นว่าจะกลับมาหาเขาอีกครั้งหลังเรียนจบ เมื่อเวลาผ่านไปลูกแพรกลับมาพร้อมเสน่ห์ที่เย้ายวนกว่าเดิมเพื่อพิชิตใจเขา ทว่าเธอกลับต้องเผชิญหน้ากับผู้หญิงของเขาที่จ้องจะกำจัดเธอให้สิ้นซาก ในเมื่อความรักถูกขัดขวางด้วยอันตราย เธอจึงจำเป็นต้องสลัดภาพลักษณ์เดิมแล้วกลายเป็นนางร้ายที่ลึกซึ้งเพื่อแย่งชิงหัวใจและปกป้องรักแท้ของตนเองให้สำเร็จ
หน้าปกนวนิยาย ซีรีส์ยั่วให้พี่รัก
9.1
เรื่องราวของหญิงสาวผู้มั่นคงในรักแท้ต่อพี่ชายข้างบ้านมานานแสนนาน เมื่อถึงเวลาที่เติบโตเป็นผู้ใหญ่ เธอจึงตัดสินใจก้าวข้ามเส้นกั้นความเป็นพี่น้องด้วยความร่าเริงและเสน่ห์อันอบอุ่นที่ยากจะต้านทาน การรุกคืบครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการยั่วยวนให้เขาหวั่นไหวชั่วคราวเท่านั้น แต่เธอยังต้องการพิสูจน์ให้เขาประจักษ์ว่า ความรู้สึกของเด็กสาวในวันวานได้บ่มเพาะจนกลายเป็นความรักที่หนักแน่น พร้อมที่จะยืนหยัดเคียงข้างในฐานะคนรักอย่างเต็มตัวและยั่งยืนตลอดไป