ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เจ้าหญิงน้อยของพี่ๆ ทั้งสาม

เจ้าหญิงน้อยของพี่ๆ ทั้งสาม

ซูหลีถูกตระกูลซูขับไล่หลังความจริงเปิดเผยว่าเธอไม่ใช่ลูกแท้ๆ จนต้องกลับไปหาครอบครัวชาวนาตามคำดูถูก แต่เธอกลับพบว่าพ่อแม่ที่แท้จริงคือตระกูลลั่วมหาเศรษฐีอันดับหนึ่ง พี่ชายทั้งสามที่เป็นผู้ทรงอิทธิพลระดับโลกต่างทิ้งทุกอย่างเพื่อมาปกป้องน้องสาวที่รัก ขณะที่ตระกูลซูและอดีตคู่หมั้นต่างเสียดายในภายหลัง ซูหลีกลับกลายเป็นดาวเด่นของสังคมชั้นสูงเมื่อตระกูลชือผู้ทรงอำนาจสูงสุดในกองทัพเรือก้าวเข้ามาเสนอการแต่งงานที่สั่นสะเทือนไปทั้งเมืองจิง
ตอน
แชร์

ตอน 2

หลังจากที่ซูหลีสะพายกระเป๋าออกมาจากตระกูลซูแล้ว เธอก็ตรงไปที่ลานจอดรถใกล้ ๆ และขึ้นมอเตอร์ไซค์รุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่นของตัวเองไป

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เพื่อครอบครัวแล้วเวลาอยู่ต่อหน้าพี่ชายเธอจึงมักจะทำตัวไม่โดดเด่นมาตลอด เธอต้องปกปิดความสามารถเอาไว้ ตอนนี้ในที่สุดเธอก็จะได้เป็นอิสระและเป็นตัวของตัวเองสักที

รถวิ่งไปด้วยความเร็วสูง สุดท้ายก็มาจอดอยู่ที่หน้าประตูค่ายทหารแห่งหนึ่ง

โดยที่หน้าประตูมีทหารเฝ้าอยู่อย่างแน่นหนา แต่เมื่อเห็นรถจักรยานยนต์ของซูหลี ทหารยามก็เปิดประตูให้เธอผ่านเข้าไป แถมยังทักทายเธอด้วยรอยยิ้มด้วยว่า “คุณซู นาน ๆ จะเห็นคุณกลับมาสักทีนะครับ”

ซูหลีเปิดฝาหมวกกันน็อคขึ้น และพยักหน้าให้เขา

ดอกหอมหมื่นลี้ในค่ายกำลังบานสะพรั่งพอดี เหล่าข้าราชการเกษียณอายุหลายคนกำลังเดินเล่นอยู่ด้านใน เมื่อเห็นรถของซูหลีชะลอความเร็วลง พวกเขาก็รีบเดินเข้าไปทันที

“เสี่ยวซู วันนี้กลับมาแล้วเหรอ! ฉันกำลังอยากคุยกับเธออยู่พอดีเลย ตำรับยาที่เธอให้ฉันมาก่อนหน้านี้ฉันกินหมดแล้วนะ”

ซูหลีจอดรถและถอดหมวกกันน็อคออก เผยให้เห็นใบหน้าที่สะสวยของเธอ “พรุ่งนี้ฉันจะอยู่ตรวจที่คลินิกในค่ายทั้งวัน คุณมารับยาได้เลยค่ะ”

“แล้วคุณลุงล่ะคะ” ซูหลีชี้ไปที่เฝือกบนคอของชายชราอีกคนและพูดว่า “ฉันบอกแล้วไงคะว่าห้อยคอแบบนั้นจะทำให้กระดูกสันหลังตรงคอบาดเจ็บได้”

ชายชราที่เธอพูดถึงถอดเฝือกคอออกอย่างเก้ ๆ กัง ๆ พลางพูดว่า “งั้นฉันขอไปฟาดแส้สักสองสามครั้งได้ไหม?”

“ระวังอย่าฟาดโดนตัวเองก็แล้วกันค่ะ” ซูหลีเดินเข้าไปในอาคารที่พักอาศัย

ค่ายทหารแห่งนี้ ตอนแรกที่ซูหลีมาที่นี่ได้ เพราะตอนที่เธอไปซื้อยาที่โรงพยาบาลกลางกองทัพภาค เธอได้ช่วยชีวิตผู้ป่วยโรคลมชักสูงอายุคนหนึ่งเอาไว้ จากนั้นก็ให้ใบสั่งยาที่รักษาสาเหตุของการเกิดโรคลมชักกับเขาไป

ต่อมาเธอก็ได้รู้ว่า คนคนนั้นเป็นแพทย์เกษียณในโรงพยาบาลกลางของกองทัพภาค ซึ่งเป็นแพทย์อายุรศาสตร์ที่เก่งกาจมากคนหนึ่ง โดยเขารู้สึกชื่นชมในทักษะทางการแพทย์ของเธอมาก เขาจึงอยากฝากตัวเป็นลูกศิษย์ของเธอ แถมเขายังจัดห้องพักในค่ายทหารเอาไว้ให้เธอห้องหนึ่งด้วย ให้เธอสามารถมาอยู่ได้ตลอดเวลา

ผู้คนในค่ายต่างก็เข้ากันได้ดี บวกกับทำเลที่ตั้งก็ดี สภาพความเป็นอยู่จึงสะดวกสบาย เมื่อเวลาผ่านไป ซูหลีก็เริ่มมองว่าที่นี่เป็นบ้านของเธอไปแล้ว

เธอเปิดประตูที่ดูธรรมดา ๆ บานหนึ่งออก แล้วระบบสมาร์ทโฮมข้างในก็เปิดไฟขึ้นโดยอัตโนมัติ ทันใดนั้นเสียงที่อ่อนโยนของผู้หญิงคนหนึ่งก็ดังขึ้นว่า “ยินดีต้อนรับการกลับมาซูหลี ในช่วงสามวันที่คุณไม่อยู่ มีข้อความฝากไว้ทางโทรศัพท์ที่ต้องเพิ่มรหัสสองข้อความ มีข้อความใหม่ในอีเมล์ น้ำสำหรับอาบถูกเปิดเอาไว้เรียบร้อยแล้วค่ะ”

ซูหลีโยนกระเป๋าลงอย่างไม่ใส่ใจ ทำให้ซิปเปิดออก ด้านในมีเงินปึกหนึ่งร่วงออกมา

เธอหันกลับไปมองเงินบนพื้น คาดว่าน่าจะมีมูลค่าประมาณห้าหมื่นได้ จากนั้นก็เบ้ปากลง คิดว่าเธอเป็นขอทานที่ให้เงินและไล่ออกไปก็จบงั้นเหรอ

“เปิดข้อความเสียงที่ฝากไว้”

ข้อความแรกถูกส่งมาโดยลู่เหอเมื่อคืนนี้

“พี่ซู การลงทะเบียนงานแข่งรถแบบผลัดของฮวาซั่วใกล้จะปิดแล้วนะ พวกเราซ้อมแข่งกันไปตั้งสองรอบ พี่คิดจะแข่งให้กับคนตระกูลซูจริง ๆ เหรอ พี่ไม่พิจารณาเข้าร่วมทีมของผมบ้างเหรอ? ในแมตช์ฝึกซ้อมสองแมตช์ล่าสุดผม เอาชนะซูหลิวได้แบบขาดลอยเลยนะ!”

ซูหลีเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย เธอนึกขึ้นมาได้ทันทีว่ายังมีเรื่องนี้อีก

ซูหลิวคือเฮียสามของเธอ เขาเปิดสโมสรแข่งรถระดับแนวหน้าของโลก ซึ่งจะเชี่ยวชาญด้านการนำนักแข่งระดับมืออาชีพมาแข่งขันกันเพื่อคว้ารางวัลชนะเลิศ ก่อนหน้านี้เพื่อที่จะให้ได้เข้าร่วมทีมแข่งของเขา ซูหลีต้องฝึกซ้อมจนดึกเป็นเวลานานมาก แต่น่าเสียดายที่ทุกครั้งที่เธอช่วยพวกเขาสะสมคะแนนในการแข่งขันไปแล้ว ทว่าในช่วงเวลาสำคัญที่ต้องเข้ารอบชิงชนะเลิศไปคว้าแชมป์ เธอมักจะถูกซูหลิวเขี่ยออกตลอด แล้วก็จะเปลี่ยนตัวให้สุ่ยฉิงไปเป็นผลัดสุดท้ายและคว้าแชมป์ไปครองแทน

เรียกได้ว่า ในการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศตลอดหลายปีมานี้ หลังจากที่ซูหลีหมดประโยชน์ก็จะถูกเขี่ยทิ้ง ส่วนสุ่ยฉิงก็จะได้ไปรับถ้วยรางวัลกับพวกพี่ชายแทน ไม่มีใครคำนึงถึงเกียรติยศของเธอเลยแม้แต่น้อย

แต่มันก็เป็นแค่ถ้วยรางวัลเท่านั้น เธอจึงพยายามรักษาหน้าคนในครอบครัวไว้และไม่ได้ทำให้มันเป็นเรื่องใหญ่

ตอนนี้.......

ซูหลียกมุมปากขึ้น แล้วก็โทรไปหาลู่เหอ “เงินรางวัลทั้งหมดสองร้อยห้าสิบล้านนั้น ฉันเอาครึ่งหนึ่ง”

เดิมทีลู่เหอหมดหวังไปแล้ว แต่เมื่อได้ยินเสียงของเธอก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที “ไม่มีปัญหา! ผมไม่กลัวทีมของซูหลิวเลยสักนิด ผม ศึกษากลยุทธ์ของพวกเขามาอย่างละเอียดแล้ว มีแต่พี่ซูเนี่ยแหละที่ใช้ความเร็วและชอบออกนอกกรอบแบบสุดยอดมาก ผม ไม่เคยป้องกันพี่ได้เลยสักครั้ง แล้วก็ต้องพ่ายแพ่ให้พี่ตลอดเลย! คนที่เป็นอันดับสองตลอดกาลอย่างผม พ่ายแพ้ให้กับทีมของซูหลิว สู้บอกว่าพ่ายแพ้ให้กับพี่ยังจะถูกซะกว่า!”

ซูหลีหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะพูดว่า “นั่นน่ะสิ สิ่งที่พวกนายมองออก พวกเขากลับไม่เห็นคุณค่ามันซะอย่างนั้น”

ลู่เหอพูดออกมาว่า “อ้อ จริงสิ ยังมีเรื่องสำคัญอีกเรื่องหนึ่ง มีข่าวลือแพร่สะพัดในดาร์กเว็บว่า ช่วงนี้ตระกูลลั่วที่เป็นมหาเศรษฐีที่รวยที่สุดในประเทศคาเรียจะมาที่เมืองจิงด้วย ว่ากันว่าเขากำลังตามหาลูกสาวที่พลัดพรากอยู่ที่นี่ เขาเสนอราคาสำหรับเบาะแสไว้สูงลิ่วเลยนะ พวกเราควรส่งคนไปตามหาเธอสักหน่อยดีไหม?”

ซูหลีตอบไปว่า “ฉันไม่ว่างเลย ช่วงนี้ฉันต้องเตรียมตัวสอบปลายภาคด้วย แค่นี้นะ”

ลู่เหอที่อยู่ปลายสายรู้สึกงุนงงไปหมด

ไม่อยากรับงานก็ไม่ต้องรับสิ ทำไมต้องเอาเรื่องสอบโง่เง่าอะไรนั่นมาอ้างแบบขอไปทีด้วย เขาไม่เคยเห็นซูหลีสอบมาก่อนเลย เห็นได้ชัดเลยว่าเธอต่างหากที่เป็นคนออกข้อสอบ......

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย หลังหย่า ฉันกลายเป็นพี่สะใภ้ของประธานสารเลว
9.8
หลังขอหย่าเป็นครั้งที่ 99 หลินหว่านยินกลับถูกฟู่ซือเหนียนไล่ลงจากรถอย่างไม่ใยดีเพียงเพราะเขารับสายจากคนรักในใจ เขาดูแคลนเธอและมั่นใจว่าหากขาดเขาไปเธอก็คงไม่สามารถมีชีวิตรอดได้ ทว่าความจริงกลับไม่เป็นเช่นนั้น เมื่อพี่ชายของเซี่ยจือเวยพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อเข้าหาเธอและสนับสนุนให้เธอหย่าขาดจากสามีใจร้ายเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ในต่างประเทศ ท่ามกลางความสัมพันธ์ที่แตกร้าวและการดูถูกที่เธอได้รับมาโดยตลอดจากคนเป็นสามีอย่างซ้ำแล้วซ้ำเล่า
หน้าปกนวนิยาย หลังจากหย่าแล้ว ฉันจะกลับบ้านไปรับมรดกของครอบครัว ร้องไห้ทำไม
8.8
เวิน เสวี่ยหนิง ทายาทตระกูลมหาเศรษฐีตัดสินใจยุติความสัมพันธ์เจ็ดปีที่เธอเป็นฝ่ายยอมทุกอย่างเพื่อความรักที่ไร้ค่า หลังรู้ซึ้งว่าเวิน ซือเหนียน พี่ชายบุญธรรมไม่เคยมีใจให้และสิ่งที่เธอทำเป็นเพียงการหลอกตัวเอง เธอจึงโทรหาพ่อเพื่อยอมรับความผิดพลาดในอดีตที่เคยตัดขาดครอบครัวไปแต่งงานกับเขา เมื่อตาสว่างจากความฝันที่เจ็บปวด เธอจึงเลือกทิ้งอดีตและเตรียมตัวหย่าร้างเพื่อกลับไปสืบทอดมรดกของตระกูลตามความต้องการของพ่อและเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่คู่ควร
หน้าปกนวนิยาย เจ้าสาวแสงตะวัน [Affection of The Sun ]
8.8
ชายหนุ่มผู้ที่วิ่งหนีข้อผูกมัด แต่ต้องมาเจอหญิงสาวที่สุดแสนธรรมดาผูกมัดและล่ามเขาไว้ในสถานะ'สามีที่ถูกต้องตามกฏหมาย' คราแรกรังเกียจนักหนา แต่เอาไปเอามากลับเป็นเขาที่วิ่งตามล่า&มัดเธอไว้กับเขาตลอดกาล ------------------------------ แสงตะวัน หนุ่มใหญ่วัยสามสิบหก เจ้าของฟาร์มแสงตะวัน ซึ่งเป็นฟาร์มม้าใหญ่ที่สุดในประเทศ ผู้มากด้วยเงินทองและเสน่ห์ --------- เหมือนดาว สาวแสนสวย เปรี้ยว เฉี่ยวและน่ารัก ผู้มีมาดมั่น และไม่ยอมแพ้ใครง่ายๆ êตัวอย่างสักเล็กน้อย [น้ำจิ้ม] ê "ผมไม่ได้บอกว่าจะไม่หย่า ผมแค่บอกว่าจะยืดเวลาหย่าไปอีกสามปี เพื่อเหมือนดาวจะได้พิสูจน์ให้ผมเห็นก่อนว่าสามารถดูแลอะไรต่อมิอะไรได้เอง ไม่ใช่เอาไปทำโดยไม่มีประสบการณ์ไม่นานเดี๋ยวก็เจ้ง หรือไม่ก็ขาดทุนเหมือนครั้งก่อนจนผมต้องเหนื่อยมาทำให้มันฟื้นขึ้นมาอีก” แสงตะวันเลยอธิบายด้วยความใจเย็นอีกครั้งหลังจากทนายบอกไปในรอบแรก แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่มีใครอยากเชื่อ “ถ้าถึงสามปีแล้วคุณเห็นว่าฉันยังไม่พร้อมเหมือนวันนี้ล่ะ”คนไม่ยอมใครเลยรีบยิงคำถามตรงๆ “คุณก็คงต้องไปฟ้องเอาแล้วล่ะ และผมขอแนะนำให้หาทนายเก่งๆ ไว้ด้วยนะ เพราะคุณสุทินฝีมือไม่เป็นสองรองใคร แล้วค่าใช้จ่ายในส่วนนี้คุณไม่มีสิทธิ์มาเบิกจากผมแม้แต่บาทเดียว” “ว่ายังไงล่ะ จะเอายังไงก็บอกมา คุณสุทินจะได้ทำข้อตกลงร่วมกันอีกรอบ” แสงตะวันไม่ใคร่จะแยแสนักว่าเด็กสาวตรงหน้าจะคิดยังไง เพราะรู้ดีว่าไม่อาจจะปล่อยทุกอย่างให้พังลงมาอีกรอบได้แน่ “ฉันจะไม่หย่าและจะทำงานที่นี่อย่างที่คุณต้องการ ถ้าคุณตกลงจะจัดงานแต่งงานระหว่างเราให้ทุกคนรอบข้างคุณและฉันรับรู้ ฉันจะย้ายเข้ามาอยู่บ้านของคุณในฐานะภรรยาไม่ใช่ฐานะพนักงานธรรมดาๆ ทุกคนรอบข้างคุณจะต้องให้ความนับหน้าถือตาว่าฉันที่เป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของคุณ มีสิทธิ์มีเสียงเท่าๆ กับคุณในทุกๆ เรื่อง พอครบสามปีหรืออาจจะช้าหรือเร็วกว่านั้นที่คุณเห็นว่าฉันมีความสามารถจะบริหารงานเองได้ เราถึงจะหย่ากัน” “ผมไม่ได้อยากมีเมีย และไม่คิดว่าจะมีด้วย โดยเฉพาะเมียเด็กที่ฟันน้ำนมยังไม่หลุดด้วยซ้ำ” “ฉันเป็นเพียงภรรยาในนามของคุณเท่านั้น เราจะไม่เกี่ยวข้องกันใดๆ เหมือนที่เคยเป็นมา ยกเว้นให้คนรอบข้างรับรู้ และฉันเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ร่วมกับคุณ มีสิทธิ์มีเสียงเหนือบรรดาคู่นอนของคุณเท่านั้น ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ ฉันไม่ว่าอะไรในเรื่องนี้หรอก เพราะฉันเองก็มีแฟนอยู่แล้วทั้งคน เราจะให้อิสระกันและกันในเรื่องนี้ คุณจะไปไหน กับใคร เมื่อไหร่ฉันไม่สน และในทางเดียวกันคุณก็ต้องไม่สนด้วยว่าฉันจะไปไหน กับใคร เมื่อไหร่ แฟร์ไหมคะวิธีนี้” “ทำไมผมต้องยอมด้วยล่ะ ในเมื่อผมไม่ใช่คนที่อยากจะได้อำนาจบริหารคืนเหมือนคุณนี่”
หน้าปกนวนิยาย วางแผนเพื่อเธอ
9.0
ตลอดสามปีเสิ่นเฉียวทุ่มเทรักให้ลี่จิ่งฮั่นอย่างหมดใจ แต่เขากลับนำผลงานภาพถ่ายที่เธอแลกชีวิตมาไปมอบให้คนรักใหม่เพื่อชิงรางวัล เมื่อความเจ็บปวดถึงขีดสุดเธอจึงเลือกหย่าขาดเพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรีคืนมา ทว่าในระหว่างที่เธอกำลังพิสูจน์ตัวเอง ศัตรูทางธุรกิจของอดีตสามีกลับก้าวเข้ามาพร้อมข้อเสนอที่น่าเหลือเชื่อ เขาอ้างว่าต้องการคืนความยุติธรรมให้คนเก่ง แต่แท้จริงแล้วกลับรุกคืบเข้าหาเธออย่างหนัก จนเธอได้รู้ว่าทุกอย่างไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่คือแผนการที่เขาวางไว้เพื่อครอบครองเธอเพียงคนเดียว
หน้าปกนวนิยาย แต่งงานกับอาเล็ก
7.9
ตู้เซียวเซียวหวนคืนสู่อดีตเพื่อแก้ไขความผิดพลาด หลังเคยถูกคนรักชั่วร้ายหลอกใช้จนถึงแก่ความตายและทำให้อาของเขาต้องล่มจม ครั้งนี้เธอตัดสินใจเปลี่ยนเจ้าบ่าวเป็น ลี่โม่เป่ย อาเล็กผู้ทรงอิทธิพลเพื่อล้างแค้น แม้ตอนแรกจะเป็นเพียงพันธมิตรสัญญาจ้าง แต่เขากลับคอยซัพพอร์ตและปกป้องเธอในทุกย่างก้าว เมื่อถึงเวลาต้องแยกทาง เขากลับอ้อนวอนไม่ยอมให้เธอไป ทว่าเรื่องราวกลับพลิกผันยิ่งกว่าเดิม เมื่อผลลัพธ์จากการใกล้ชิดทำให้เธอตั้งท้อง ทั้งที่เคยเชื่อว่าเขาไม่สามารถมีทายาทได้
หน้าปกนวนิยาย เมียขายฝาก
9.7
เมื่อความผิดพลาดนำไปสู่ความสัมพันธ์อันขมขื่น ใบฟางต้องกลายเป็นเมียขายฝากเพื่อชดใช้หนี้พนันที่แฟนเก่าก่อไว้กับปางภู นักเขียนหนุ่มมหาเศรษฐีผู้หยิ่งยโส เขาใช้เล่ห์เหลี่ยมวางกับดักจนเธอไม่อาจหนีพ้น การตกเป็นเครื่องมือในเกมเดิมพันครั้งนี้สร้างความเจ็บปวดให้เธออย่างแสนสาหัส แม้ใจจะเต็มไปด้วยความแค้นที่เขาพรากศักดิ์ศรีไป แต่เธอกลับต้องติดกับดักเสน่ห์ที่ปะปนด้วยความร้ายกาจและอ่อนหวานในคืนที่ความสัมพันธ์ลึกซึ้งเริ่มต้นขึ้นจนยากจะถอนตัว