
เจ้าหญิงน้อยของพี่ๆ ทั้งสาม
ตอน 2
หลังจากที่ซูหลีสะพายกระเป๋าออกมาจากตระกูลซูแล้ว เธอก็ตรงไปที่ลานจอดรถใกล้ ๆ และขึ้นมอเตอร์ไซค์รุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่นของตัวเองไป
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เพื่อครอบครัวแล้วเวลาอยู่ต่อหน้าพี่ชายเธอจึงมักจะทำตัวไม่โดดเด่นมาตลอด เธอต้องปกปิดความสามารถเอาไว้ ตอนนี้ในที่สุดเธอก็จะได้เป็นอิสระและเป็นตัวของตัวเองสักที
รถวิ่งไปด้วยความเร็วสูง สุดท้ายก็มาจอดอยู่ที่หน้าประตูค่ายทหารแห่งหนึ่ง
โดยที่หน้าประตูมีทหารเฝ้าอยู่อย่างแน่นหนา แต่เมื่อเห็นรถจักรยานยนต์ของซูหลี ทหารยามก็เปิดประตูให้เธอผ่านเข้าไป แถมยังทักทายเธอด้วยรอยยิ้มด้วยว่า “คุณซู นาน ๆ จะเห็นคุณกลับมาสักทีนะครับ”
ซูหลีเปิดฝาหมวกกันน็อคขึ้น และพยักหน้าให้เขา
ดอกหอมหมื่นลี้ในค่ายกำลังบานสะพรั่งพอดี เหล่าข้าราชการเกษียณอายุหลายคนกำลังเดินเล่นอยู่ด้านใน เมื่อเห็นรถของซูหลีชะลอความเร็วลง พวกเขาก็รีบเดินเข้าไปทันที
“เสี่ยวซู วันนี้กลับมาแล้วเหรอ! ฉันกำลังอยากคุยกับเธออยู่พอดีเลย ตำรับยาที่เธอให้ฉันมาก่อนหน้านี้ฉันกินหมดแล้วนะ”
ซูหลีจอดรถและถอดหมวกกันน็อคออก เผยให้เห็นใบหน้าที่สะสวยของเธอ “พรุ่งนี้ฉันจะอยู่ตรวจที่คลินิกในค่ายทั้งวัน คุณมารับยาได้เลยค่ะ”
“แล้วคุณลุงล่ะคะ” ซูหลีชี้ไปที่เฝือกบนคอของชายชราอีกคนและพูดว่า “ฉันบอกแล้วไงคะว่าห้อยคอแบบนั้นจะทำให้กระดูกสันหลังตรงคอบาดเจ็บได้”
ชายชราที่เธอพูดถึงถอดเฝือกคอออกอย่างเก้ ๆ กัง ๆ พลางพูดว่า “งั้นฉันขอไปฟาดแส้สักสองสามครั้งได้ไหม?”
“ระวังอย่าฟาดโดนตัวเองก็แล้วกันค่ะ” ซูหลีเดินเข้าไปในอาคารที่พักอาศัย
ค่ายทหารแห่งนี้ ตอนแรกที่ซูหลีมาที่นี่ได้ เพราะตอนที่เธอไปซื้อยาที่โรงพยาบาลกลางกองทัพภาค เธอได้ช่วยชีวิตผู้ป่วยโรคลมชักสูงอายุคนหนึ่งเอาไว้ จากนั้นก็ให้ใบสั่งยาที่รักษาสาเหตุของการเกิดโรคลมชักกับเขาไป
ต่อมาเธอก็ได้รู้ว่า คนคนนั้นเป็นแพทย์เกษียณในโรงพยาบาลกลางของกองทัพภาค ซึ่งเป็นแพทย์อายุรศาสตร์ที่เก่งกาจมากคนหนึ่ง โดยเขารู้สึกชื่นชมในทักษะทางการแพทย์ของเธอมาก เขาจึงอยากฝากตัวเป็นลูกศิษย์ของเธอ แถมเขายังจัดห้องพักในค่ายทหารเอาไว้ให้เธอห้องหนึ่งด้วย ให้เธอสามารถมาอยู่ได้ตลอดเวลา
ผู้คนในค่ายต่างก็เข้ากันได้ดี บวกกับทำเลที่ตั้งก็ดี สภาพความเป็นอยู่จึงสะดวกสบาย เมื่อเวลาผ่านไป ซูหลีก็เริ่มมองว่าที่นี่เป็นบ้านของเธอไปแล้ว
เธอเปิดประตูที่ดูธรรมดา ๆ บานหนึ่งออก แล้วระบบสมาร์ทโฮมข้างในก็เปิดไฟขึ้นโดยอัตโนมัติ ทันใดนั้นเสียงที่อ่อนโยนของผู้หญิงคนหนึ่งก็ดังขึ้นว่า “ยินดีต้อนรับการกลับมาซูหลี ในช่วงสามวันที่คุณไม่อยู่ มีข้อความฝากไว้ทางโทรศัพท์ที่ต้องเพิ่มรหัสสองข้อความ มีข้อความใหม่ในอีเมล์ น้ำสำหรับอาบถูกเปิดเอาไว้เรียบร้อยแล้วค่ะ”
ซูหลีโยนกระเป๋าลงอย่างไม่ใส่ใจ ทำให้ซิปเปิดออก ด้านในมีเงินปึกหนึ่งร่วงออกมา
เธอหันกลับไปมองเงินบนพื้น คาดว่าน่าจะมีมูลค่าประมาณห้าหมื่นได้ จากนั้นก็เบ้ปากลง คิดว่าเธอเป็นขอทานที่ให้เงินและไล่ออกไปก็จบงั้นเหรอ
“เปิดข้อความเสียงที่ฝากไว้”
ข้อความแรกถูกส่งมาโดยลู่เหอเมื่อคืนนี้
“พี่ซู การลงทะเบียนงานแข่งรถแบบผลัดของฮวาซั่วใกล้จะปิดแล้วนะ พวกเราซ้อมแข่งกันไปตั้งสองรอบ พี่คิดจะแข่งให้กับคนตระกูลซูจริง ๆ เหรอ พี่ไม่พิจารณาเข้าร่วมทีมของผมบ้างเหรอ? ในแมตช์ฝึกซ้อมสองแมตช์ล่าสุดผม เอาชนะซูหลิวได้แบบขาดลอยเลยนะ!”
ซูหลีเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย เธอนึกขึ้นมาได้ทันทีว่ายังมีเรื่องนี้อีก
ซูหลิวคือเฮียสามของเธอ เขาเปิดสโมสรแข่งรถระดับแนวหน้าของโลก ซึ่งจะเชี่ยวชาญด้านการนำนักแข่งระดับมืออาชีพมาแข่งขันกันเพื่อคว้ารางวัลชนะเลิศ ก่อนหน้านี้เพื่อที่จะให้ได้เข้าร่วมทีมแข่งของเขา ซูหลีต้องฝึกซ้อมจนดึกเป็นเวลานานมาก แต่น่าเสียดายที่ทุกครั้งที่เธอช่วยพวกเขาสะสมคะแนนในการแข่งขันไปแล้ว ทว่าในช่วงเวลาสำคัญที่ต้องเข้ารอบชิงชนะเลิศไปคว้าแชมป์ เธอมักจะถูกซูหลิวเขี่ยออกตลอด แล้วก็จะเปลี่ยนตัวให้สุ่ยฉิงไปเป็นผลัดสุดท้ายและคว้าแชมป์ไปครองแทน
เรียกได้ว่า ในการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศตลอดหลายปีมานี้ หลังจากที่ซูหลีหมดประโยชน์ก็จะถูกเขี่ยทิ้ง ส่วนสุ่ยฉิงก็จะได้ไปรับถ้วยรางวัลกับพวกพี่ชายแทน ไม่มีใครคำนึงถึงเกียรติยศของเธอเลยแม้แต่น้อย
แต่มันก็เป็นแค่ถ้วยรางวัลเท่านั้น เธอจึงพยายามรักษาหน้าคนในครอบครัวไว้และไม่ได้ทำให้มันเป็นเรื่องใหญ่
ตอนนี้.......
ซูหลียกมุมปากขึ้น แล้วก็โทรไปหาลู่เหอ “เงินรางวัลทั้งหมดสองร้อยห้าสิบล้านนั้น ฉันเอาครึ่งหนึ่ง”
เดิมทีลู่เหอหมดหวังไปแล้ว แต่เมื่อได้ยินเสียงของเธอก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที “ไม่มีปัญหา! ผมไม่กลัวทีมของซูหลิวเลยสักนิด ผม ศึกษากลยุทธ์ของพวกเขามาอย่างละเอียดแล้ว มีแต่พี่ซูเนี่ยแหละที่ใช้ความเร็วและชอบออกนอกกรอบแบบสุดยอดมาก ผม ไม่เคยป้องกันพี่ได้เลยสักครั้ง แล้วก็ต้องพ่ายแพ่ให้พี่ตลอดเลย! คนที่เป็นอันดับสองตลอดกาลอย่างผม พ่ายแพ้ให้กับทีมของซูหลิว สู้บอกว่าพ่ายแพ้ให้กับพี่ยังจะถูกซะกว่า!”
ซูหลีหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะพูดว่า “นั่นน่ะสิ สิ่งที่พวกนายมองออก พวกเขากลับไม่เห็นคุณค่ามันซะอย่างนั้น”
ลู่เหอพูดออกมาว่า “อ้อ จริงสิ ยังมีเรื่องสำคัญอีกเรื่องหนึ่ง มีข่าวลือแพร่สะพัดในดาร์กเว็บว่า ช่วงนี้ตระกูลลั่วที่เป็นมหาเศรษฐีที่รวยที่สุดในประเทศคาเรียจะมาที่เมืองจิงด้วย ว่ากันว่าเขากำลังตามหาลูกสาวที่พลัดพรากอยู่ที่นี่ เขาเสนอราคาสำหรับเบาะแสไว้สูงลิ่วเลยนะ พวกเราควรส่งคนไปตามหาเธอสักหน่อยดีไหม?”
ซูหลีตอบไปว่า “ฉันไม่ว่างเลย ช่วงนี้ฉันต้องเตรียมตัวสอบปลายภาคด้วย แค่นี้นะ”
ลู่เหอที่อยู่ปลายสายรู้สึกงุนงงไปหมด
ไม่อยากรับงานก็ไม่ต้องรับสิ ทำไมต้องเอาเรื่องสอบโง่เง่าอะไรนั่นมาอ้างแบบขอไปทีด้วย เขาไม่เคยเห็นซูหลีสอบมาก่อนเลย เห็นได้ชัดเลยว่าเธอต่างหากที่เป็นคนออกข้อสอบ......
คุณอาจจะชอบ


![หน้าปกนวนิยาย เจ้าสาวแสงตะวัน [Affection of The Sun ]](https://v.melolo.com/b1265344voduse1318177724/8d776ca95001834806825087568/XMm3R3lPx4oA.webp!15491.webp)


