ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย อ้ายหลานสาวน้อยจอมพลัง

อ้ายหลานสาวน้อยจอมพลัง

อ้ายหลานคือเด็กหญิงตัวเล็กผู้เกิดมาพร้อมพละกำลังมหาศาลเกินขีดจำกัดมนุษย์ แม้ร่างจะดูบอบบางแต่นางกลับยกกระสอบข้าวหนักๆ ได้ด้วยมือเดียว หรือแม้แต่หินก้อนมหึมาขนาดสิบคนโอบก็ทุ่มทิ้งได้อย่างง่ายดาย นอกจากพลังกายอันน่าทึ่งแล้ว นางยังมีสัมผัสการดมกลิ่นที่ยอดเยี่ยมเป็นพิเศษ โดยเฉพาะกลิ่นอาหารที่อยู่ห่างไกลออกไป ทั้งยังสามารถใช้จมูกแยกแยะสิ่งมีพิษออกจากของที่กินได้ปลอดภัยอย่างแม่นยำจนน่าอัศจรรย์ใจ
ตอน
แชร์

ตอน 2

จางหย่งสะพายย่ามผ้าคู่ใจใบใหญ่ออกไปยืนรอเกวียนที่ปากทางเพื่อเข้าไปตลาดไม่นานเกวียนก็มา

“จางหย่งจะเข้าตลาดรึ”

“ขอรับท่านลุง วันนี้คนเข้าตลาดน้อยเสียจริง”

“ชาวบ้านก็ไม่ได้เข้ากันทุกวันหรอก นอกจากเอาของไปขายหรือซื้อของใช้จำเป็น”

จางหย่งและคนขับเกวียนก็สนิทกันพอสมควรจึงนั่งคุยกันไปตลอดเส้นทางถึงตลาด จางหย่งจ่ายค่าเกวียนสองอีแปะแล้วกำลังจะเดินจากไป

“จะกลับพร้อมกันหรือไม่ ข้าทำธุระเสร็จยามเซินหากจะกลับด้วยก็ไปรอที่ประตูทางออกนะ”

“กลับขอรับข้าจะรอท่านลุงที่ประตูทางออกในยามเซิน”

หลังจากนัดหมายกันแล้วทั้งสองแยกกันทำธุระส่วนตัวของตนเอง จางหย่งมาขายสมุนไพรหลายครั้งจึงพอจะรู้จักร้านที่ให้ราคาดีอยู่บ้าง เขาจึงไม่รอช้ารีบไปยังร้านนั้นทันที แม้ร้านนั้นจะอยู่ห่างไกลกว่าร้านอื่น แต่ก็มั่นใจว่าจะได้ราคาดีและปลอดภัยต่อตัวเขาด้วย ปกติเขาจะไปร้านปากทางเพราะต้องรีบกลับไปดูแลภรรยา

หลงจู้เห็นจางหย่งมาจึงออกมาต้อนรับยิ้มทักทายเช่นเคย หลงจู้ผู้นี้เป็นคนอัธยาศัยดี มักมีอารมณ์ขันเขามาทีไรก็มีเรื่องให้ขำอยู่ตลอดเวลา

“จางหย่งเชิญ ๆ เจ้าหายไปหลายวันเลย”

“ท่านหลงจู้ภรรยาข้าใกล้คลอดข้าจึงไปไหนไม่ได้ วันนี้ข้านำสมุนไพรล้ำค่ามาขายท่านสนใจหรือไม่”

อันที่จริงเมื่อวานเขาก็เข้ามาแต่ไม่ได้มาที่นี่

“สนใจสิ สมุนไพรที่เจ้าหามามีแต่ของชั้นดี วันนี้มีอะไรมารึ”

สมุนไพรแต่ละอย่างที่เขานำมานั้นสมบูรณ์มาก เขาขุดมาทั้งรากและไม่ล้างมา เขาใช้ใบไม้ห่อมาอย่างดี แน่นอนต้นที่สมบูรณ์คนเหล่านี้ย่อมปลูกลงดินเพาะขยายพันธุ์ได้อีก

“ข้ามีโสมมาขายขอรับท่านรับซื้อหรือไม่”

“โสมรึ! เอามาให้ข้าดูก่อนนะ"

จางหย่งหยิบโสมต้นเล็กที่สุดออกมาหนึ่งต้นวางใส่ถาดไม้ตรงหน้าหลงจู้ หลงจู้เห็นโสมต้นนั้นเกิดอาการนิ่งอึ้งชั่วขณะหลังจากที่หยิบมาพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้ว เขาเอ่ยคำพูดออกมาอย่างตะกุกตะกะติดอ่างโดยไม่รู้ตัว

"สะสะโสมต้นนี้! เช่นนั้น…เช่นนั้นเจ้ารอสักครู่ข้าจะไปตามท่านเจ้าของร้านและท่านผู้เฒ่ามาตรวจสอบและประเมินราคา ท่านผู้เฒ่าเชี่ยวชาญเรื่องโสมอายุกี่ปีเขาดูออก เจ้ารับรองได้เลยว่าเจ้าไม่ถูกกดราคาแน่นอนข้าเอาหัวเป็นประกัน”

หลงจู้พูดอย่างตื่นเต้น นานๆ จะพบโสมสักต้นจะไม่ให้ดีใจได้เช่นไร หลงจู้วิ่งเข้าไปด้านในด้วยความตื่นเต้นจนลืมอายุว่าตนนั้นชรามากแล้ว พอวิ่งไปถึงห้องโถงเขายืนหอบอยู่นานจนผู้เฒ่าหมิงเอ็ดเอา

“อาเกาเจ้านี่นะ อายุปูนนี้แล้วยังวิ่งเช่นเด็กน้อยไปได้ ไม่ดูสังขารเสียบ้าง”

เฒ่าหมิงกำลังเดินหมากล้อมกับเฒ่าซ่งอยู่ถึงแม้ตาจะจดจ้องอยู่บนกระดานแต่หูก็ได้ยินเสียงคนวิ่งและหอบอยู่ใกล้ ๆ

“ท่านผู้เฒ่าหมิงนายท่านซ่งเชิญท่านไปดูบางอย่างกับข้าสักหน่อย”

หลงจู้ทั้งพูดทั้งหอบไม่หยุดเพราะเหนื่อยมากจริงๆ

“มีอะไรที่ทำให้เจ้าเนื้อเต้นจนลืมความชราเล่าอาเกา”

“โสมพันปี! ข้าไม่แน่ใจท่านไปดูสักหน่อยเถิด"

เฒ่าหมิงกำลังหยิบหมากดำขึ้นมาหมายจะวางลงในจุดที่ตั้งใจไว้ก็พลันหยุดชะงัก

“โสมพันปี!”

เฒ่าหมิงและเฒ่าซ่งรีบไปด้านหน้าของร้านทันที โดยไม่สนหมากกระดานนั้นเลยแม้แต่น้อย ทั้งสองเฒ่าวิ่งออกมาก็พบกับชายผู้หนึ่งนั่งอยู่ที่ห้องรับรองจึงตรงรี่เข้าไปถามอย่างตื่นเต้น

“ไหนๆ พ่อหนุ่มข้าขอดูสักหน่อย”

จางหย่งยืนถาดใส่โสมหนึ่งต้นไปให้ผู้เฒ่าที่มาใหม่

“โสมคน…โสมคนจริงๆ พ่อหนุ่มเจ้าไปเจอที่ใด”

ถามไปโดยลืมว่าเป็นคำถามที่ไม่ควรถาม 'ใครเขาจะบอกเล่า'

“เอ่อ…ข้าพบในป่าขอรับท่านผู้เฒ่า”

จางหย่งตอบไปเพียงเท่านั้นก็เขาเจอในป่าจริง ๆ ไม่ได้เจอในบ้านเสียหน่อย

“ข้ารับหมดเจ้ามีกี่ต้นข้ารับหมด โสมนี่ไม่ต่ำกว่าพันปีแน่นอนข้าจะประเมินราคาให้ โสมห้าร้อยปีสองพันโสมนี่ข้าให้สามพันตำลึงทองเจ้าคิดเห็นเช่นไรกับราคานี้”

จางหย่งอึ้งไปชั่วขณะ'แพงขนาดนี้เชียว! '

“ขอรับจริงสิข้ามีทั้งหมดสามต้นขอรับท่านผู้เฒ่า”

จางหย่งตัดสินใจขายทั้งหมดที่ใส่ถุงผ้ามา โสมนี่เขาได้มาเมื่อวานนี้ภรรยาเขานำไปล้างและตากเก็บไว้อย่างดีทุกต้น หลังจากนั้นนางก็ปวดท้องคลอด

“สะสามต้น!”

“ท่านจะรับซื้อทั้งหมดหรือไม่”

“รับ ๆ เจ้าเอามาเลย อาเกาเจ้าไปเตรียมตั๋วแลกเงินมาเก้าพันตำลึงทองเร็วเข้า”

จางหย่งนะโสมอีกสองต้นออกมาไว้ โดยสองต้นนี้ใหญ่กว่าต้นแรกมาก

“ขอรับนายท่าน พ่อหนุ่มรอสักครู่นะ”

“เดี๋ยวๆ อาเกาเจ้าเตรียมมาเพิ่มอีกหนึ่งพัน สองต้นนี่ข้าให้หัวละ 3500 ตำลึงทอง รวมเป็นหนึ่งหมื่นตำลึงทองพอดีเจ้าคิดเห็นเช่นไรพ่อหนุ่ม”

จางหย่งพยักหน้าเบา ๆ ทำหน้านิ่ง ๆ แต่ในใจเขาลั่นรัวกว่ากลองศึกอีก เขาไม่คาดคิดว่าโสมนั่นมันจะได้ราคาดีขนาดนี้ หากคนเหล่านี้รู้ว่าเขามีมากกว่านี้พวกเขาจะทำเช่นไรกัน ไม่ได้ ๆ เรื่องโสมจะให้ใครรู้ไม่ได้เขาจะต้องซื้อหีบไปใส่และเอาไปฝังดินซ่อนไว้ก่อน เก็บไว้ให้ภรรยาเขาสักต้นก็พอ

“พ่อหนุ่มหากเจ้าพบโสมชนิดนี้อีกเจ้ารีบเอามาให้ข้าเลยนะไม่ต้องล้าง ข้าให้ราคาเดิม”

“เอ๋ไม่ต้อล้างทำความสะอาดหรือขอรับท่านผู้เฒ่า”

“โสมนี่มีน้ำมากหากเจ้าตากไม่ดีมันจะเน่าเสีย เจ้าขุดมาได้กี่วันแล้วล่ะ”

“รวมวันนี้ก็สองวันขอรับท่านผู้เฒ่า”

“โสมสดนี่จะใช้ได้เจ็ดวันมันจะเน่าเสีย หากจะเก็บให้ได้นานต้องตากแดดแรงๆ หรือใช้อบในเตาดินให้แห้งสนิท”

จางหย่งพยักหน้ารับรู้กับความรู้ใหม่ที่ได้รับ เขาไม่เคยรู้เรื่องเช่นนี้เลยแม้แต่น้อย เมื่อก่อนซื้อโสมต้นแห้งก็ไม่ได้รู้ว่าเขาทำกันอย่างไรจางหย่งตัดสินใจอีกครั้งเขาจะขายทั้งหมดทุกต้นที่มี เขารู้ที่เก็บแล้ว ไว้ค่อยไปเก็บอีกก็ได้ไม่เสียหาย

“ท่านผู้เฒ่าหากข้ามีอีกท่านจะรับซื้อหรือไม่”

“รับสิเจ้ามีกี่ต้นข้ารับทั้งหมดข้าจะส่งไปขายในวังเจ้าไม่ต้องห่วงข้ารับรองความปลอดภัยและจะเก็บเป็นความลับ”

“อ่อ เปล่าขอรับข้าหมายถึงหากข้าหามาได้อีก”

“เจ้านำมาเลยข้ารับหมดทุกต้นอายุมากหรือน้อยกว่านี้ก็รับแต่ต้องมากกว่าเจ็ดปีนะ”

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ทาสรักจอมโจร
9.7
ความดื้อรั้นนำพาฝนทิพย์ไปสู่สถานการณ์อันตราย เมื่อเธอเห็นการโจรกรรมของกลุ่มเซบาสเตียนจนถูกจับตัวมาไว้ที่ท้ายรถเพื่อปิดปาก แม้ลูกน้องจะทำพลาดที่พาเธอมาด้วย แต่เซบาสเตียนกลับขู่ฆ่าทิ้งเพื่อดัดนิสัยและขจัดตัวเกะกะ ท่ามกลางความตึงเครียดบนเฮลิคอปเตอร์ที่มุ่งหน้าสู่เกาะลึกลับ ฝนทิพย์ต้องใช้สติเข้าสู้เพื่อเอาชีวิตรอดจากโจรหนุ่มผู้เย็นชา ทว่าภายใต้เหตุการณ์วิกฤตนี้เองที่โชคชะตากำลังจะเปลี่ยนความหวาดกลัวให้กลายเป็นความผูกพันที่เธอไม่เคยคาดคิดมาก่อน
หน้าปกนวนิยาย มิติมหัศจรรย์
8.0
ทิพย์อัปสร นางฟ้าผู้เปี่ยมด้วยสิริโฉมอันงดงาม กลายเป็นศูนย์กลางแห่งความขัดแย้งเมื่อเธอเป็นที่รักของพระเสาร์ เทพผู้ทรงอำนาจและบารมี ทว่าความสงบสุขกลับพังทลายลง เมื่อพระอังคารเทพเจ้าแห่งสงครามผู้ดุดันและแข็งแกร่ง ก็มีใจรักมั่นในตัวเธอเช่นกัน ความปรารถนาที่สวนทางกันของสองมหาเทพผู้อิ่งใหญ่ได้จุดชนวนให้เกิดมหาศึกสงครามบนสรวงสวรรค์ที่ยากจะหลีกเลี่ยง กลายเป็นเรื่องราวความรักท่ามกลางสมรภูมิอันดุเดือดที่สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งจักรวาล
หน้าปกนวนิยาย เชลยรักพิทัก์บัลลังก์
9.6
แม้เขาจะถูกเหยียดหยามว่าไร้ค่าและต่ำต้อยเพียงใด แต่ในสายตาของนาง เขายังคงเป็นยอดบุรุษที่สง่างามเหนือใครเสมอ ความเจ็บปวดและความอัปยศที่เขาเคยถูกกระทำในอดีตกำลังจะสิ้นสุดลง เพราะต่อจากนี้นางจะเป็นผู้ลุกขึ้นมาทวงคืนความยุติธรรมและปกป้องเกียรติยศให้เขาเอง ใครก็ตามที่กล้าข้ามเส้นเข้ามาทำร้ายชายผู้นี้ จะต้องเผชิญหน้ากับความโกรธเกรี้ยวของนางอย่างถึงที่สุด นางพร้อมเดิมพันทุกอย่างเพื่อพิทักษ์บุรุษเพียงคนเดียวที่นางรักและเทิดทูนไว้ด้วยชีวิต
หน้าปกนวนิยาย วิวาห์อลวน แต่เธอร้าย จนเขาต้องยอม
8.7
กู้จือหลิงยอมสูญเสียดวงตาเพื่อช่วยซ่งจิ่งชวน แต่กลับถูกเขาทรยศและส่งตัวไปล้างหนี้ให้ทายาทตระกูลลู่ผู้ไร้ชื่อเสียงในเป่ยเฉิงในคืนก่อนวิวาห์ เธอจึงตัดสินใจแต่งงานประชดรักที่ผิดหวัง ท่ามกลางสายตาชาวเมืองที่รอสมเพชคู่รักที่ดูไร้ค่า แต่ความจริงแล้วเธอคืออัจฉริยะนักปรุงน้ำหอม แฮกเกอร์ระดับโลก และผู้นำองค์กรลับ เมื่อความลับถูกเปิดเผย อดีตคู่หมั้นที่เคยทอดทิ้งเธอทำได้เพียงคร่ำครวญด้วยความเสียดายที่ปล่อยมือจากหญิงสาวผู้เพียบพร้อมคนนี้ให้หลุดไปถึงมือชายอื่น
หน้าปกนวนิยาย ท่านเทพส่งข้ามาปลูกผักทำฟาร์ม
7.9
เซียนสาววัยเยาว์นามหนี่ว์อ้ายปิงจับพลัดจับผลูเปิดระบบปริศนาจนถูกส่งมาทำภารกิจบนโลกมนุษย์ที่แสนทุรกันดาร เธอต้องจุติในตระกูลขุนนางที่กำลังตกอับ โดยมีบิดาเป็นเพียงรองแม่ทัพในสังกัดของอ๋องสือผู้ดูแลชายแดน ท่ามกลางไฟสงครามและการรุกรานจากศัตรู แม้เธอจะปรารถนาเพียงการใช้ชีวิตสงบสุขเพื่อหาทางกลับสู่สวรรค์ แต่สถานการณ์กลับบีบบังคับให้เธอต้องรับภาระหนักอึ้งจนกลายเป็นความวุ่นวายที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ในโลกที่เต็มไปด้วยความอดอยากนี้
หน้าปกนวนิยาย แม่ทัพผู้นี้คือสามีข้า
8.9
จ้าวมี่อิง แอร์โฮสเตสสาวโสดผู้ปรารถนาในรักแท้ เธอหวังจะได้พบชายที่หล่อรวยและไร้พันธะครอบครัวเพื่อเลี่ยงปัญหาแม่สามี ในเทศกาลชีซี ณ เมืองซีอาน เธอสวมชุดฮั่นฝูอธิษฐานขอเนื้อคู่แบบจัดเต็มจากสวรรค์ ทันใดนั้นโชคชะตากลับพัดพาเธอย้อนอดีตสู่ยุคราชวงศ์ถังเพื่อพบกับจางเย่วฉิน แม่ทัพหนุ่มผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่เธอขอทุกประการ ทว่าการพบกันครั้งแรกกลับไม่ราบรื่นอย่างที่คิด เมื่อเขาปักใจเชื่อว่าสาวงามจากโลกอนาคตผู้นี้คือหัวขโมยตัวร้ายที่ร้ายกาจข้ามเวลามาป่วนหัวใจ