ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย โซ่รักสีรุ้ง

โซ่รักสีรุ้ง

สายรุ้งตัดสินใจเผชิญหน้ากับสามีด้วยความอัดอั้นตันใจ ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียด หล่อนเอ่ยปากถามพี่กรอย่างประชดประชันถึงเหตุผลที่เขาไม่ยอมหย่าขาดจากกัน เพียงเพราะยังกอบโกยผลประโยชน์ไม่พอใจใช่หรือไม่ ความขัดแย้งทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อกรแสดงท่าทีตกใจและคุกคามด้วยการกระชากกระเป๋าเดินทางของหล่อนทิ้งอย่างไม่ใยดี จนเสื้อผ้ากระจัดกระจายไปทั่วพื้นห้อง สะท้อนถึงความสัมพันธ์ที่แตกสลายและหัวใจที่บอบช้ำจนเกินจะเยียวยาต่อไปได้อีกต่อไป
ตอน
แชร์

ตอน 1

“หม่ามี้ขา” เสียงเล็กๆ นั้นเรียกให้คนที่กำลังตักต้มจืดตำลึงใส่จานเงยหน้าขึ้น รอยยิ้มประดับบนริมฝีปากอิ่มเต็มโดยอัตโนมัติ

รอยยิ้มนี้ เคยบริสุทธิ์สดใส หากบัดนี้กลับเจือความหม่นเศร้าอยู่จางๆ

“ขา” สายรุ้งลากเสียงยาวขานตอบ ทรุดนั่งยองๆ แล้วอ้าแขน รอให้เด็กน้อยร่างกลมป้อมวิ่งเข้ามาหา

อ้อมกอดอันอบอุ่น...พร้อมจะรับร่างเล็กนั้นมาซุกซบแนบอกอยู่เสมอ

“หนูพรีมอาบน้ำแล้วค่ะ ตัวห๊อมหอม”

เด็กหญิงถูไถใบหน้ากับบ่าเล็กบาง ก่อนจะยื่นแก้มให้ผู้เป็นมารดาดอมดม

“หม่ามี้หอมสิคะ”

สุ้มเสียงหวาน แววตาเป็นประกาย และรอยยิ้มกว้างขวางทำให้มารดายิ้มกว้างกว่าเดิม สายรุ้งแตะปลายนิ้วลงบนแก้มแดงปลั่งอย่างเบามือ ก่อนจะจรดปลายจมูกลงไป สูดลมหายใจฟอดใหญ่

“หอมไหมคะ”

เจ้าตัวเล็กถามเสียงใส พลางยกมือโอบรอบคอมารดา มองสบดวงตาหวานซึ้งที่มีรอยหม่นเศร้าแฝงลึกเร้นอย่างออดอ้อน

“หม่ามี้ตัวเปื้อนค่ะ”

“ฮื่อ...” เด็กหญิงพริมาภาสั่นศีรษะดิก จนผมเปียทั้งสองข้างกวัดแกว่งไปมา “ไม่เปื้อนค่ะ”

พูดพลางซบใบหน้าลงกับซอกคอของผู้เป็นมารดา

“หม่ามี้ของหนูพรีมตัวห๊อมหอม หอมม้ากมาก”

คนเป็นมารดาได้แต่หัวเราะเสียงแผ่ว ความใจอ่อนทำให้สายรุ้งต้องอุ้มเด็กตัวน้อยไว้ในอ้อมกอด ในขณะที่พริมาภาชะโงกหน้ามองสิ่งที่วางอยู่ยนโต๊ะ

“ตำลึงอีกแล้วเหรอค้า...” เสียงนั้นลากยาวเอื้อยอ่อยและเต็มไปด้วยความผิดหวัง “ขม...”

“ขมอะไรกัน หม่ามี้ว่าอร่อยจะตาย”

“หนูพรีมอยากกิน ‘คาหนม’ ”

“ไม่ได้ค่ะ ขนมกินเยอะๆ ฟันผุนะคะ” เอ่ยพลางจับปลายคางลูกสาว บีบเบาๆ อย่างหยอกล้อ “ฟันแท้หนูกำลังจะขึ้น ถ้าอยากให้สวยๆ ไม่มีรอยดำก็ต้องกินผักเยอะๆ นะคะ”

เสียงฝีเท้าที่ดังอยู่ตรงหน้าประตูหลังจากสายรุ้งพูดจบทำให้หล่อนต้องหันไปมอง พลางคลี่ยิ้ม

“เหนื่อยแย่เลยสิคะป้าพิศ”

คนถูกถามกลับยิ้มร่า และส่ายหน้าปฏิเสธ

“ไม่เหนื่อยหรอกค่ะ ป้าเคยเลี้ยงหลานมาก่อน...รายนั้นน่ะดื้อกว่าคุณหรูพรีมเยอะค่ะ”

‘ป้าพิศ’ เป็นหญิงวัยกลางคน ร่างอวบท้วม หน้าตาใจดีเพราะมักมีรอยยิ้มประดับบนใบหน้าอยู่เสมอโดยเฉพาะเวลาอยู่กับพริมาภา

“กับข้าวเสร็จแล้วนะคะป้าพิศ ฝากดูหนูพรีมด้วย รุ้งขอไปอาบน้ำก่อน”

“มาค่ะ มากินข้าวกันค่ะคุณหนู”

ป้าพิศเอื้อมมือออกไปอุ้มคุณหนูของตน ในขณะที่เด็กหญิงก็ยอมคลายอ้อมกอดจากมารดาอย่างไม่เกี่ยงงอน

“อาบเร็วๆ นะคะหม่ามี้ หนูพรีมจะรอ”

“ถ้าหนูพรีมหิวก็กินก่อนเลยนะคะ”

เด็กตัวจ้อยส่ายหน้า ปฏิเสธเสียงแข็ง

“ไม่ค่ะ หนูพรีมไม่กินก่อน หนูพรีมจาไม่ให้หม่ามี้นั่งกินข้าวคนเดียว หนูพรีมจารอค่ะ”

น้ำตาของคนฟังรื้นขึ้นมา...นานเท่าไหร่แล้วที่เรามีกันสองคนแม่ลูก

เกือบเจ็ดปีแล้วสินะ...หล่อนและพริมาภากระเตงกันไปมาเช่นนี้เพียงลำพัง

ข้าวทุกมื้อ...นับตั้งแต่พริมาภาอายุหกเดือน สองแม่ลูกมักจะรับประทานด้วยกัน ผู้เป็นมารดาป้อนทีหนึ่ง ก็ตักข้าวจากจานของตนใส่ปากคำหนึ่ง เป็นเช่นนี้ตลอดมา กระทั่งพริมาภาเข้าอนุบาล จากที่เคยรับประทานด้วยกันทุกมื้อ จึงเหลือเพียงมื้อเดียวคือตอนเย็น

“หนูพรีมกลัวหม่ามี้เหงา”

สายรุ้งฟังด้วยความสะท้อนใจ น้ำตาที่รื้นขึ้นมายิ่งเอ่อคลอ

เหงา...ความเหงาในตัวหล่อนชัดเจนเสียจนพริมาภารับรู้ได้เลยหรือ

“ไม่ค่ะ หม่ามี้ไม่เหงา”

เจ้าหล่อนกะพริบตาถี่เร็ว ข่มเสียงอันสั่นเครือของตนเมื่อเอ่ย

“หม่ามี้มีหนูพรีมอยู่ทั้งคน หม่ามี้จะเหงาได้ยังไงคะ”

“แต่หม่ามี้ไม่มีปาปา”

น้ำตาเหือดแห้งแล้วก็จริง หากความปวดแปลบที่บีบรัดตรงกลางหว่างอกกลับไม่เคยบรรเทา สายรุ้งข่มความรวดร้าวไว้อย่างสุดความสามารถ

“หม่ามี้มีทั้งคุณลุงวิล คุณลุงวิธ คุณลุงณพนะคะ หม่ามี้ไม่เหงาหรอก”

“แต่คุณลุงวิล คุณลุงวิธกะคุณลุงณพไม่ใช่ปาปานี่คะ เพื่อนๆ ของหนูพรีมมีปาปาทู้กคน”

ราวกับมีบางอย่างมาจุกอยู่ในอก สายรุ้งไม่อาจเอื้อนเอ่ยอะไรได้ชั่วขณะหนึ่ง ต่อเมื่อสบสายตาเวทนาจากป้าพิศแล้ว เมื่อนั้นความอ่อนแอจึงถูกกลบฝังในก้นบึ้งของหัวใจอีกครา

“หนูพรีมมีแค่หม่ามี้ก็พอแล้วนี่คะ”

“พอค่ะ” เด็กหญิงพูดเสียงชัดถ้อยชัดคำ เปี่ยมด้วยความมั่นใจ “หนูพรีมไม่เป็นไร หนูพรีมแค่กลัวหม่ามี้เหงา”

“ตราบใดที่หม่ามี้มีหนูพรีมอยู่ข้างๆ หม่ามี้ไม่เหงาหรอกค่ะ”

“จริงเหรอคะ”

“จริงสิคะ”

พริมาภาเปรียบดั่งแสงสว่างในหัวใจหล่อน แค่มีพริมาภาเคียงข้าง...ทุกความมืดมิดในซอกหลืบของหัวใจก็สลายไปได้ในพริบตา

ไม่จำเป็นต้องมี ‘เขา’

ผู้ชายคนนั้นไม่สำคัญอีกต่อไป เขาไม่ใช่คนรัก ไม่ใช่สามีและไม่มีค่าพอที่จะเป็น 'ปาปา' ของพริมาภาอีกด้วย!

ก่อนผละจาก สายรุ้งจุ๊บแก้มลูกสาว แล้วกระซิบด้วยสุ้มเสียงสดใส

“หนูพรีมคือโลกทั้งใบของหม่ามี้ แค่มีหนูพรีมอยู่ด้วย หม่ามี้ก็มีความสุขที่สุดแล้ว”

ครั้งหนึ่ง...โลกของหล่อนเคยแตกสลายย่อยยับไม่เหลือชิ้นดี

และครั้งหนึ่งอีกเช่นกัน โลกใบนั้นกลับมาหลอมรวมเป็นโลกใหม่

โลก...ที่มีแต่หล่อนกับลูก

...เป็นโลกใบใหม่ที่หล่อนจะไม่มีวันให้ใครคนนั้นมาทำร้าย ทำลายได้อีกเป็นครั้งที่สอง

แม้ว่า ‘เขา’ จะกลับมายืนต่อหน้าหล่อน

ทอดมองหล่อนด้วยแววตาโหยหาและเศร้าลึกเร้น

หรือแม้เขาจะประกาศอย่างหนักแน่นว่า

‘มาตามเมีย’

โลกของหล่อนจะไม่สั่นคลอน...จะไม่มีวันนั้นอีก

สายรุ้งที่หัวอ่อน ไร้เดียงสา แสนอ่อนแอ และหลงรักเขาอย่างหัวปักหัวปำได้ตายจากโลกนี้ไปแล้ว

ตายจาก...ตลอดกาล

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ลวงรัก
8.4
โจเซฟระเบิดโทสะหลังเห็นหลักฐานจากวงจรปิดที่กู้คืนมาได้ เขารู้ซึ้งแล้วว่าดารินเพียงหลอกใช้เขาเป็นบันไดเพื่อเข้าหาเหมันต์เท่านั้น เมื่อเธอจงใจตัดการติดต่อและหนีหายไป ความแค้นจึงก่อตัวขึ้นท่ามกลางความหลงใหลที่เขามีต่อเธอมาเนิ่นนาน ภายในห้องลับที่เต็มไปด้วยรูปแอบถ่ายของเธอตั้งแต่วัยเยาว์ โจเซฟจ้องมองภาพเหล่านั้นด้วยจิตใจที่บิดเบี้ยว เขาหมายมั่นจะลากเธอกลับมาเผชิญนรกบนดินที่เขาเตรียมไว้ให้ เพื่อตอบแทนความเจ็บปวดที่เธอฝากเอาไว้ในฐานะหมากตัวหนึ่ง
หน้าปกนวนิยาย เพลิงรักกลางตะวัน
8.5
เพลิง ชายหนุ่มผู้ฝังใจเจ็บจากความรักจนแอนตี้ผู้หญิงอย่างหนัก ต้องพบกับบททดสอบหัวใจเมื่อ ตวงรัก ก้าวเข้ามาป่วนในสวนส้มตะวันฉาย เธอรับภารกิจลับเป็นสปายเพื่อพิสูจน์ว่าเขาเป็นเกย์ แลกกับตั๋วเครื่องบินไปสวิตเซอร์แลนด์ ทว่าเพลิงผู้เจ้าเล่ห์กลับซ้อนแผนแกล้งทำเป็นอ่อนแอและเมามายเพื่อดึงดูดความสงสาร เขาหลอกล่อให้เธอตายใจด้วยคำสารภาพสุดช็อกว่าตนเองชอบผู้ชาย ท่ามกลางบรรยากาศที่ใกล้ชิดเกินห้ามใจ ตวงรักจะรับมือกับแผนการอันแนบเนียนของคนเจ้าแผนการนี้ได้อย่างไร
หน้าปกนวนิยาย ยั่วรักภรรยาในนาม
8.9
เมื่อธีรุตม์ถูกแม่บังคับให้แต่งงานกับอินทุภาแทนผู้หญิงที่เขารัก เขาจึงระเบิดความผิดหวังทั้งหมดใส่ภรรยาในนามอย่างโหดร้าย แม้ต้องยอมเข้าพิธีวิวาห์เพื่อความกตัญญู แต่เขากลับแสดงความรังเกียจและใช้ถ้อยคำดูถูกเหยียดหยามทำร้ายจิตใจเธอสารพัด ธีรุตม์ประกาศชัดว่าเธอไม่มีวันได้เป็นเมียที่เขาต้องการและสั่งห้ามไม่ให้เธอมาทำหน้าที่ภรรยาเด็ดขาด ท่ามกลางความเย็นชาและคำด่าทอที่รุนแรง บทพิสูจน์ความอดทนในชีวิตคู่ครั้งนี้จึงเริ่มต้นขึ้นพร้อมกับความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยรอยร้าว
หน้าปกนวนิยาย รอยรักปมพิศวาส
9.6
มาริสาพนักงานทำความสะอาดผู้ถูกคนรอบข้างตราหน้าว่าเป็นแม่ลูกอ่อนเพียงลำพัง ต้องตกตะลึงเมื่อได้พบกับมาร์แชล เมดิสัน ผู้บริหารหนุ่มสุดเพอร์เฟกต์ที่ดูสูงส่งเกินเอื้อม ทว่าเหตุการณ์ไม่คาดฝันกลับทำให้เขาเข้าใจผิดว่าเธอคือแขกผู้ทรงเกียรติ มาริสาจึงตัดสินใจถลำลึกเข้าสู่เกมแห่งการโกหกเพื่อไขว่คว้าความสุขชั่วคราว แต่เมื่อความจริงเริ่มปรากฏพร้อมความลับอันอื้อฉาวในอดีตของพี่สาวที่ถูกขุดคุ้ย ปมปัญหาใหญ่ที่ซ่อนอยู่กลับกลายเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ความรักระหว่างเธอกับเขาแทบไม่มีวันเป็นไปได้
หน้าปกนวนิยาย เธอ...ที่ใจมิใฝ่หา
8.8
ภายใต้ความสัมพันธ์ลับที่ถูกสร้างขึ้นอย่างมีเงื่อนไขในฐานะเด็กในปกครองของคุณดิน กฎเหล็กที่สำคัญที่สุดและไม่อาจละเมิดได้คือการห้ามมอบหัวใจให้แก่กันอย่างเด็ดขาด ท่ามกลางโลกของมหาเศรษฐีที่เต็มไปด้วยอำนาจและแรงดึงดูดที่แสนอันตราย เธอต้องพยายามอย่างยิ่งที่จะรักษาพันธสัญญาแห่งความเย็นชานี้ไว้ แม้ว่าความใกล้ชิดจะคอยสั่นคลอนความรู้สึกเพียงใดก็ตาม บทพิสูจน์ใจครั้งนี้จะลงเอยอย่างไรเมื่อหัวใจเริ่มไม่ฟังคำสั่งและก้าวข้ามเส้นแบ่งที่เขาขีดไว้ตั้งแต่วันแรก
หน้าปกนวนิยาย แผนรักบุรุษร้าย
8.8
มหาเศรษฐีหนุ่มเคลวินไม่เคยเชื่อเรื่องโชคชะตา จนกระทั่งเขาได้พบกับลัลน์นาราอีกครั้งที่เมืองไทย เขาจึงเริ่มวางแผนการร้ายเพื่อล่อลวงเธอให้มาติดกับ แต่กลับกลายเป็นว่าหัวใจของเขากลับถูกเธอสยบเสียเอง แม้หญิงสาวจะพยายามหนีจากผู้ชายจอมยียวนที่เคยสร้างความอับอายให้เธอในอดีต แต่กงล้อแห่งพรหมลิขิตกลับหมุนวนพาให้ทั้งคู่ต้องมาใกล้ชิดกันอย่างเลี่ยงไม่ได้ จากการเผชิญหน้าอันดุเดือดแปรเปลี่ยนเป็นความผูกพันอันเร่าร้อนที่จะตราตรึงใจพวกเขาไปตลอดกาล