
Promise of love ปฏิญญารัก (ปฏิญญา-เออเนส/เซนส์-น้ำฟ้า)
ตอน 2
บรรยากาศภายในลิฟท์เงียบจนได้ยินเสียงหายใจของกันและกัน น้องญาตัวเกร็งอยู่ในอ้อมกอดของเออเนส เธอรู้สึกร้อนๆ หนาว ๆ แบบแปลกๆ ด้วยเพราะไม่เคยอยู่ใกล้บุรุษเพศคนไหนมาก่อน ใจเธอเต้นแรงจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน สาวน้อยก้มหน้างุด ไม่กล้ามองใบหน้าหล่อคมตรงหน้านั้น
“อยู่กันสองคนแล้ว ไม่ต้องแอ๊บก็ได้มั้งครับ” อยู่ๆ เออเนสก็พูดทำลายความเงียบออกมา ทำให้น้องญาถึงกับงง ในสิ่งที่เขาพูดออกมา
“คะ .. อะไรนะ พี่พูดแบบนี้หมายความว่าอะไรเหรอคะ?” สาวน้อยเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มที่กำลังอุ้มเธอไว้แนบอก เธอพอจะเข้าใจความหมายที่เขาพูดอยู่ แต่ไม่อยากเชื่อว่าผู้ชายอย่างเขาจะพูดอะไรแบบนี้ออกมาได้
“ก็ที่เธอไปอ่อยฉันถึงสระว่ายน้ำเมื่อกลางวัน แล้วยังลงทุนชนฉันจนเธอล้มแล้วบอกว่าขาแพลงแบบนี้อีก ตอนนี้อยู่กันสองคนแล้ว จะมาเสียเวลาทำไม่ล่ะ อยากก็บอกว่าอยาก ง่ายจะตาย” เออเนสพูดออกมาหน้าตาเฉย ราวกับคำพูดแบบนี้เป็นเรื่องธรรมดาสำหรับเขาอย่างนั้นแหละ
เมื่อคำพูดของเขากระจ่างชัดขนาดนี้ก็ไม่ต้องเพิ่มคำอธิบายใด ๆ ปฏิญญาก็เข้าใจได้อย่างถ่องแท้ ... เขากำลังคิดว่าเธออ่อยเขางั้นเหรอ
“ปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้” เธอเอ่ยบอกเออเนสเสียงแข็ง ทำให้เขาเองนึกแปลกใจในท่าทีที่เปลี่ยนไปของเด็กสาวตรงหน้าอยู่ไม่น้อย
“ฉันบอกให้ปล่อยฉันลงไง” สาวน้อยย้ำด้วยเสียงกร้าวอีกครั้ง ในขณะที่ลิฟท์เปิดออกพอดี ร่างแกร่งอุ้มร่างเล็กออกจากลิฟท์แล้วค่อย ๆ ปล่อยเธอลง น้องญากัดฟันด้วยความเจ็บแปลบที่ข้อเท้าข้างซ้าย สาวน้อยกัดริมฝีปากล่างแน่นๆ เพื่อข่มความเจ็บนั้น เธอก้มลงเพื่อที่จะถอดสายรัดที่ข้อเท้าของรองเท้าออก แต่ด้วยความที่เธอเจ็บเท้ามาก จึงทำแบบเก้ ๆ กัง ๆ เออเนสจึงนั่งลง แล้วเอื้อมมือแกร่งไปหวังจะช่วยเธอถอดรองเท้า แต่เสียงของปฏิญญาดังขึ้นมาห้ามเขาเสียก่อน
“หยุด .. ไม่ต้องมาช่วย ไม่ต้องมาแตะต้องตัวฉัน จะไปไหนก็ไป ฉันกลับห้องเองได้”ร่างเล็กพูดกับชายหนุ่ม ในขณะที่ฝืนถอดรองเท้าออกได้จนสำเร็จ เออเนสมองสาวน้อยตรงหน้าด้วยแววตาฉงนสนเท่ห์ เธอดูเปลี่ยนไปเป็นคนละคน จากสาวน้อยน่ารัก ใส ๆ ทำไมอยู่ ๆ กลายเป็นสาวน้อยจอมวีนแบบนี้ไปได้
“อย่ามาทำเก่ง ขนาดถอดรองเท้ายังทำไม่ได้ แล้วจะเดินกลับห้องเองได้ยังงัย” เออเนสตอบกลับสาวน้อยตรงหน้า
“ฮึ..ทำไมฉันจะเดินไม่ได้ล่ะ ก็คุณพูดเองนี่ ว่าฉันแค่อ่อยคุณ แล้วไอ้ที่เจ็บเท้านี่คุณก็คิดว่าฉันไม่ได้เจ็บจริงๆ อยู่แล้วนิ อย่าฉลาดน้อย” น้องญาเค้นเสียงตอบจนเสียงสั่นด้วยความโกรธ เกิดมายังไม่เคยโดนใครดูถูกได้ถึงขนาดนี้เลยจริง ๆ ให้ดิ้นตาย ร่างของคนตัวเล็กค่อย ๆ ฝืนเดินไปยังห้องของเธอที่อยู่ห่างจากลิฟท์ไปประมาณ 20 เมตร เธอกัดริมฝีปากแน่นจนห้อเลือด น้ำตาไหลด้วยความเจ็บ เจ็บตัวไม่เท่าไร แต่เจ็บใจมันสุดจะทน
เออเนสยืนดูร่างเล็กที่กำลังเดินกะโผลกะเผลกแล้วถึงกับส่ายหัวไปมา ใจหนึ่งก็อยากจะไปช่วยเธอ แต่อีกใจก็กลัวจะโดนไล่กลับมาอีก แล้วจู่ๆ ร่างเล็กก็ล้มลงไปอีก เออเนสรีบวิ่งเข้าไปช่วยน้องญาที่นั่งก้นจ้ำเบ้าอยู่ทันที
“ดื้อจริง ๆ เดินจะไม่ไหวยังทำเป็นเก่งอีก” เขาดุคนตัวเล็กอย่างไม่จริงจังนัก ใบหน้าหล่ออยู่ใกล้กับใบหน้าเรียวสวยแค่คืบ เขาเห็นเธอปากคว่ำ น้ำตาไหล คงจะเจ็บมากนั่นแหละ
“เอ้า..ร้องไห้ขี้แยเป็นเด็กไปเลย มานี่ เดี๋ยวฉันช่วยเอง แล้วไม่ต้องออกฤทธิ์อีกล่ะ” เออเนสบอกกับสาวน้อยตรงหน้า เขารวบร่างกลมกลึงนั้นขึ้นมาอุ้มในท่าเจ้าสาว แล้วเดินตรงไปยังห้องของเธอทันที ปฏิญญาหยิบการ์ดขึ้นมาเปิดประตูห้องพัก แล้วคนตัวโตก็อุ้มร่างเล็กเข้าไปในห้องนอน เขาค่อย ๆ วางเธอลงบนที่นอน น้องญานั่งลงบนเตียงในขณะที่คนตัวโตยืนอยู่ตรงหน้าเธอ เขาสังเกตเห็นข้อเท้าของเธอเริ่มบวมช้ำ ส่วนน้องญาเองก็มองที่ข้อเท้าตัวเองเช่นกัน เธอเห็นว่ามันเริ่มบวมแล้ว จึงก้มหัวลงไปเพื่อที่จะดูใกล้ ๆ เป็นจังหวะเดียวกันกับที่เออเนสก็ก้มหัวลงไปเพื่อที่จะดูข้อเท้าของเธอเหมือนกัน ทั้งสองคนหัวโขกกันดังสนั่น น้องญาร้องโอ๊ย แล้วก็ปากคว่ำ ร้องไห้ออกมาดื้อ ๆ
“ฮือๆๆๆ อีตาบ้า ก้มมาโขกหัวฉันทำไมเนี่ย วันนี้ฉันเจ็บตัวเพราะนายสองครั้งแล้วนะ ฮือๆๆ” น้องญาร้องไห้พลางเอามือลูบหัวตัวเอง ทั้งเจ็บเท้า ทั้งเจ็บหัว ทั้งโมโห
“ก็ใครจะไปรู้ล่ะว่าเธอจะก้มหัวลงมา ก็ฉันเห็นเท้าเธอบวมก็เลยจะดูสักหน่อย นี่ฉันเองก็เจ็บเหมือนกันนะ ไม่ใช่เธอเจ็บคนเดียว ร้องไห้งอแงเป็นเด็กไปได้” เออเนสดุคนตัวเล็ก เธอจ้องหน้าเขาแล้วกัดริมฝีปากแน่น
“ก็ฉันอายุเพิ่ง 18 เองยังเด็กอยู่ ไม่ได้แก่เหมือนนายนี่ ดุอยู่ได้ ไอ้คนใจร้าย” น้องญาปากคว่ำมองใบหน้าหล่อตาปะหลับปะเหลือก เออเนสมองใบหน้าจิ้มลิ้มที่ทำหน้าดุนั้นแล้วส่ายหัวเบา ๆ
“เอาเถอะๆ ฉันขี้เกียจเถียงกับเธอแล้ว รออยู่นี่เดี๋ยวไปหายาแก้ปวดมาให้” เขากล่าวสั้น ๆ แล้วเดินออกจากห้องนอนไป เขาหายไปครู่หนึ่งก็กลับมาพร้อมกับยาแก้ปวดกับน้ำดื่ม เขาส่งให้คนตัวเล็ก แต่เธอส่ายหน้า ไม่ยอมรับยาจากเขา
“เอ้า !! ทำไมไม่กินยาล่ะ แล้วมันจะหายไหม” เออเนสดุ เพราะคนตัวเล็กไม่ยอมกินยา
“ก็ ... ก็..ฉันกินยาเม็ดไม่เป็นนี่ มันกลืนไม่ได้” น้องญาพูดอ้อมแอ้มด้วยความอาย
“โอ๊ย...แม่คุณ อายุ 18 แต่กินยาเม็ดไม่ได้เนี่ยนะ เธอไม่ใช่เด็กสองขวบนะ กิน ๆ ไปเลย อย่าเรื่องมาก” เขาดุเธออีกแล้ว วันนี้ถ้านับ ๆ ดูนี่คือดุเป็นสิบรอบแล้ว ทั้งๆ ที่เขาเป็นคนทำให้เธอเจ็บแท้ๆ
“ก็คนมันกินไม่ได้ จะให้ทำยังงัย อยากให้ฉันกินได้ก็ต้องบดให้สิ ฉันกินเป็นเม็ด ๆ แบบนี้ไม่เป็นนี่” น้องญายังเถียงชายหนุ่มตรงหน้าไม่ยอมหยุด ก็เธอกินยาเม็ดใหญ่ไม่เป็นจริง ๆ เวลากินทีไรก็กลืนไม่ลง กินน้ำจนแทบจะหมดขวด ยายังติดอยู่ที่ลิ้น แถมบางทีพอพยายามกินนาน ๆ ไปยาเริ่มละลายก็ขมอีก คิดแล้วขมคอชะมัด เออเนสนั่งลงข้าง ๆ คนตัวเล็กแล้วหยิบยากับน้ำจากมือของเธอ
“ก็แค่เนี้ย.. เอายาเม็ดไปบดให้ตั้งแต่แรกก็หมดเรื่องแล้ว บ่นเป็นคนแก่อยู่นั่นแหละ” น้องญาบ่นกระปอดกระแปด
“ใครบอกว่าฉันจะบดยาให้เธอ ฉันไม่ได้ขยันขนาดนั้นหรอก แต่ฉันมีวิธีให้เธอกินยาเม็ดได้นะ กินง่ายเลยด้วย” เออเนสยิ้มกุ้มกริ่มใส่คนตัวเล็กที่ตอนนี้ทำหน้างงๆ
จู่ ๆ เออเนสก็เอายาเม็ดใส่ปากของเขาเองแล้วดื่มน้ำตามลงไป คนตัวเล็กตาโต ด้วยความงงงวย ใบหน้าหล่อโน้มเข้ามาใกล้เธอแล้วประกบปากของเขาเข้ากับริมฝีปากกระจับสีชมพูนั้น น้องญาเบิกตาโพลงอ้าปากค้างด้วยความตกใจ เป็นจังหวะเดียวกับที่เขาส่งยาเข้าปากเธอพอดี
“อื้อๆๆๆ “ เธอครางอู้อี้ในคอได้สักพัก เออเนสก็ถอนริมฝีปากออกจากปากบางนุ่มนิ่มนั้นอย่างเสียดาย น้องญาหน้าแดงก่ำ เธออายแทบอยากจะมุดใต้เตียงหนี เหมือนเออเนสจะรับรู้ได้ถึงความรู้สึกของเธอ เขายิ้มมุมปากอย่างพอใจ
“ก็กินได้แล้วนี่ ไม่เห็นจะยากเลยเห็นไหม ไว้ครั้งหน้าถ้ากินเองไม่ได้บอกนะ ฉันจะมาช่วยป้อนให้ กินยาแล้วก็นอนพักเถอะ ฉันไปล่ะ” เออเนสกล่าวทิ้งท้ายไว้ แล้วเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้เธอนั่งหน้าแดงเป็นลูกตำลึงสุก มือน้อย ๆ ทุบลงไปที่หมอนถี่ๆ
“นี่ๆๆๆๆ อีตาบ้าๆๆๆๆ ทำอะไรของนายเนี่ย”
Write Talk: อุ๊ยยย ... เขามีป้อนยากันด้วยจ้า ... แต่...เดี๋ยวนะอีพี่ นี่แค่ช่วยป้อนยาน้องเขาจริง ๆ ใช่ไหมเนี่ย ไม่ได้คิดอะไรจริง ๆ ใช่มั้ย 5555
คุณอาจจะชอบ





