
เมื่อความรักนิรันดร์พังทลาย – สัจธรรมอันโหดร้ายของความรัก
ตอน 2
ข้อความนั้นมาจากเบอร์โทรศัพท์ในกรุงเทพฯ
*ผมชื่อดิน ภัทรพงศ์ ผมเชื่อว่าผมเป็นพี่ชายของคุณ*
พี่ชาย
ชั่วขณะหนึ่ง ความหวังที่บ้าคลั่งและเป็นไปไม่ได้พลุ่งพล่านขึ้นมาในใจฉัน ฉันใช้ชีวิตทั้งชีวิตในสถานสงเคราะห์ เชื่อมาตลอดว่าเป็นเด็กกำพร้า เป็นเด็กผู้หญิงที่ไม่มีอดีต หลังจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่พรากความทรงจำของฉันไปเมื่อตอนเป็นวัยรุ่น ก็ไม่มีใครเลย
ตอนนี้...กลับมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น
ฉันรีบพิมพ์ตอบกลับ นิ้วสั่นระริก
*คุณหาฉันเจอได้ยังไง*
ฉันรอคอย สายตาจับจ้องอยู่ที่หน้าจอ แต่ไม่มีข้อความตอบกลับมา
ฉันผลักอาหารเช้าออกไป ขนมปังปิ้งรสชาติเหมือนกระดาษแข็ง ความเงียบในคฤหาสน์หลังใหญ่นั้น оглушительный เสียงติ๊กต่อกของนาฬิกาคุณปู่ในห้องโถงสะท้อนความว่างเปล่าในอกของฉัน
ตลอดทั้งวัน ฉันรอคอย...รอข้อความตอบกลับจากดินผู้ลึกลับ รอโทรศัพท์จากสามีของฉัน
แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย
เมื่อพลบค่ำ ความหวังที่เคยสว่างวาบในตอนเช้าก็ค่อยๆ มอดดับลง แสงในดวงตาของฉันหรี่ลงพร้อมกับดวงอาทิตย์ที่กำลังตกดิน
ภาคินไม่กลับบ้าน
ฉันเดินเตร่ไปทั่วบ้านที่สมบูรณ์แบบของเรา เหมือนผีในชีวิตของตัวเอง ฉันนึกถึงทุกครั้งที่เขากลับบ้านเร็วเพียงเพื่อจะทานอาหารเย็นกับฉัน นึกถึงวิธีที่เขากอดฉันในครัวขณะที่ฉันทำอาหาร คางของเขาวางอยู่บนหัวของฉัน
ทั้งหมดนั้นดูเหมือนเป็นเรื่องราวในชาติที่แล้ว ตอนนี้มีเพียงความเงียบ...มีเพียงความเหงา
อีกไม่กี่วันต่อมาก็เหมือนเดิม ภาคินเป็นเพียงเงา เขาจะออกไปก่อนที่ฉันจะตื่นและกลับมาหลังจากที่ฉันหลับใหลไปแล้ว ที่ว่างข้างๆ ฉันบนเตียงคิงไซส์ของเราเย็นเฉียบและว่างเปล่า
ความเจ็บปวดในใจฉันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เป็นความเจ็บปวดที่หนักอึ้งและต่อเนื่อง ผู้ชายที่เคยสังเกตเห็นแม้กระทั่งว่าฉันเปลี่ยนสีทาเล็บ ตอนนี้แทบจะไม่เห็นฉันอยู่ในสายตาเลย
ฉันรู้ว่าฉันต้องคุยกับเขา ฉันไม่สามารถใช้ชีวิตแบบนี้ได้ ในสภาวะแห่งความทุกข์ทรมานที่แขวนอยู่กลางอากาศ
คืนหนึ่งฉันรอเขา นั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นที่มืดมิด นาฬิกาตีสองก่อนที่ฉันจะได้ยินเสียงกุญแจในรูกุญแจ
เขาเดินเข้ามา ดูเหนื่อยล้า เขาคลายเนกไท ไหล่ของเขาลู่ลง
“ลิน? ทำไมยังไม่นอนอีกล่ะ” เขาฟังดูเหนื่อย ไม่ได้โกรธ แต่ความห่างเหินยังคงอยู่
“เราต้องคุยกันค่ะ ภาคิน”
ฉันพยายามรักษาน้ำเสียงให้มั่นคง แม้ว่าหัวใจของฉันจะเต้นรัวอยู่ในอก
“เกิดอะไรขึ้นกับคุณ...กับเธอ? กับลีโอ?”
เขาลังเล เอามือลูบผม “มันซับซ้อน”
“ผมรักคุณนะ ไอลิน รักคุณคนเดียว คุณก็รู้”
เขาพูดคำเหล่านั้นออกมา แต่มันกลับรู้สึกว่างเปล่า เหมือนท่องจำมา
“ผมต้องรับผิดชอบลีโอ” เขาพูดต่อ “ผมจะให้เงินเกลทุกอย่างที่เธอต้องการเพื่อให้แน่ใจว่าเขาได้รับการดูแลที่ดีที่สุด แต่มันก็แค่นั้น มันเป็นแค่เรื่องเงินและความรับผิดชอบ”
ฉันจ้องมองเขา มองลึกเข้าไปในใบหน้าของเขา ฉันเห็นความเหนื่อยล้า ความรู้สึกผิด แต่ฉันก็เห็นเขาค่อยๆ ถอยห่าง สร้างกำแพงล้อมรอบส่วนหนึ่งของชีวิตเขาที่ไม่รวมฉันเข้าไปด้วย
“คุณเคยมีความรู้สึกกับเธอไหมคะ” คำถามหลุดออกจากปากฉันก่อนที่ฉันจะหยุดมันได้ มันเล็กน้อยและเปราะบาง
ฉันกลั้นหายใจ มองใบหน้าของเขา กลัวคำตอบอย่างสุดซึ้ง
“ไม่” เขาพูด ในที่สุดก็สบตาฉัน “มันเป็นความผิดพลาด ครั้งเดียว ไม่มีอะไรมากกว่านั้น ชีวิตของผมอยู่กับคุณนะลิน กับคุณคนเดียว”
คลื่นแห่งความโล่งใจซัดสาดเข้ามา รุนแรงจนแทบทำให้ฉันเวียนหัว ฉันเชื่อเขา ฉันอยากจะเชื่อเขา
ฉันลุกขึ้นยืนและจับมือเขา ดึงมาวางบนท้องที่ยังแบนราบของฉัน ฉันกำลังจะบอกเขา กำลังจะแบ่งปันข่าวดีเพียงชิ้นเดียวในความยุ่งเหยิงนี้
“ภาคิน ฉัน...”
เสียงเรียกเข้าที่ดังและต่อเนื่องตัดผ่านความเงียบ โทรศัพท์ของเขา
เขาดึงมือออกไปรับโทรศัพท์ สีหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนกทันที
“อะไรนะ? ผมกำลังไป”
เขาวางสายแล้ว และกำลังมุ่งหน้าไปที่ประตู
“ไข้ของลีโอขึ้นสูง พวกเขาคิดว่าเขาอาจจะต่อต้านการรักษา ผมต้องไป”
เขากำลังจะไป...อีกแล้ว
“นอนเถอะนะลิน” เขาพูดข้ามไหล่ มือของเขาวางอยู่บนลูกบิดประตู “เป็นเด็กดีนะ”
เขาไปแล้ว
ฉันยืนอยู่คนเดียวในห้องนั่งเล่นที่กว้างใหญ่และว่างเปล่า มือของฉันยังคงวางอยู่บนท้อง
“ฉันท้อง” ฉันกระซิบกับพื้นที่ว่างเปล่าที่เขาเคยยืนอยู่
คำพูดเหล่านั้นถูกกลืนหายไปในความเงียบ น้ำตาหยดหนึ่งไหลลงมาตามแก้มของฉัน บางอย่างในใจฉันรู้ ด้วยความมั่นใจที่เยือกเย็น ว่าโลกที่สมบูรณ์แบบของเราได้แตกร้าวแล้ว และมันอาจจะไม่มีวันกลับมาเป็นเหมือนเดิมอีก
ฉันตื่นขึ้นมาในเช้าวันรุ่งขึ้นพร้อมกับกล่องของขวัญบนโต๊ะข้างเตียง ข้างในเป็นสร้อยคอ จี้เพชรที่สวยงาม มีโน้ตอยู่ด้วย
*ผมขอโทษนะลิน ผมจะชดเชยให้คุณ รัก, ภ.*
ส่วนเล็กๆ ในใจฉันอ่อนลง เขากำลังพยายาม เขายังคงเป็นภาคินของฉัน
ฉันไปที่กล่องเครื่องประดับเพื่อจะสวมมัน แล้วฉันก็เห็นมัน...สร้อยคอเส้นเดียวกันเป๊ะ วางอยู่ในกล่องกำมะหยี่ ของขวัญจากคริสต์มาสปีที่แล้ว
เขาจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเขาซื้อของชิ้นเดียวกันให้ฉันสองครั้ง
ความอบอุ่นเล็กๆ ในอกของฉันกลายเป็นน้ำแข็ง มันไม่ใช่ของขวัญที่คิดมาอย่างดี มันเป็นเพียงท่าทีที่แสดงความรู้สึกผิด ที่ซื้อโดยผู้ช่วย เป็นการแก้ปัญหาอย่างรวดเร็วจากผู้ชายที่ไม่ได้ใส่ใจอีกต่อไป
ราวกับจับวาง โทรศัพท์ของฉันก็ดังขึ้น เป็นคุณหญิงกานดา แม่ของภาคิน
“ไอลิน ที่รัก” เสียงของเธอเหมือนเหล็กกล้าขัดเงา “แม่แปลกใจมากที่ได้ยินเรื่อง...สถานการณ์ของภาคิน”
ฉันแปลกใจที่เธอโทรหาฉัน คุณหญิงกานดาไม่เคยยอมรับฉัน เด็กกำพร้าที่ไม่มีหัวนอนปลายเท้า
“มันเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากค่ะ” ฉันพูดอย่างระมัดระวัง
“ใช่สิ” เธอสูดจมูก “แม่พูดเสมอว่าภาคินต้องการทายาท น่าเสียดายที่หนูยังให้เขาไม่ได้ แต่ตอนนี้เขามีลูกชายแล้ว! หลานชายของแม่ หนูต้องสนับสนุนเขานะไอลิน ไปที่โรงพยาบาลสิ ไปแสดงความเมตตากับเกลและเด็กน่าสงสารคนนั้นบ้าง อย่างน้อยที่สุดที่หนูจะทำได้”
สายถูกตัดไป
ฉันยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น คำพูดของเธอดังก้องอยู่ในหู *อย่างน้อยที่สุดที่หนูจะทำได้*
มือของฉันเลื่อนไปที่ท้อง ความรู้สึกขมขื่นและว่างเปล่าแผ่ซ่านไปทั่ว ฉันนึกถึงลูกที่ภาคินกับฉันคุยกันมาตลอดสองปี เขาพูดเสมอว่าเขาไม่รีบ เขาอยากจะมีฉันเป็นของตัวเองไปอีกสักพัก
ตอนนี้ เขามีลูกชายแล้ว ลูกชายที่ป่วยและต้องการเขา และฉันก็เป็นแค่...ภรรยา ภรรยาที่เป็นหมัน
แต่ฉันไม่ได้เป็นหมัน
ฉันกำลังอุ้มลูกของเขาอยู่ และเขาไม่รู้ด้วยซ้ำ
คุณอาจจะชอบ





