ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย รักต้องห้าม  โทสะของผู้ปกครอง

รักต้องห้าม โทสะของผู้ปกครอง

ตลอดสิบปีที่ผ่านมา เอวาแอบรักภาคิน ผู้ปกครองที่รับเลี้ยงเธอหลังครอบครัวล้มละลาย แต่เมื่อเธอสารภาพรักในวันเกิดปีที่สิบแปด เขากลับระเบิดโทสะใส่และทำลายของขวัญที่เธอตั้งใจทำให้อย่างไม่ใยดี ซ้ำร้ายเขายังพาคู่หมั้นเข้ามาในบ้าน ทำลายสัญญาใจที่เคยมีให้กันอย่างสิ้นเชิง เมื่อคนที่เคยเป็นโลกทั้งใบกลับกลายเป็นคนที่ทำร้ายเธอที่สุด เอวาจึงตัดสินใจหนีความเจ็บปวดนี้ด้วยการเข้าเรียนที่จุฬาฯ และย้ายไปอยู่กับพ่อที่กรุงเทพฯ เพื่อลบเขาออกไปจากใจให้พ้นจากหัวใจ
ตอน
แชร์

ตอน 2

ภาคินยังคงคุยโทรศัพท์อยู่ น้ำเสียงของเขาอ่อนโยนและอดทนขณะที่เขาหารือรายละเอียดเกี่ยวกับงานหมั้นกับโคลอี้

เอวายืนเงียบๆ อยู่ที่ประตู ฟังเสียงที่เคยเป็นโลกทั้งใบของเธอ

เธอค่อยๆ กลืนคำพูดที่กำลังจะพูดลงไป

จะมีประโยชน์อะไรที่จะบอกเขา?

เธอเป็นเพียงเด็กในปกครองของเขา ความรับผิดชอบของเขา เธอจะไปเรียนมหาวิทยาลัยไหน ไปที่ไหน...เขาคงไม่สนใจ

เธอหันหลังเดินจากไป ฝีเท้าของเธอเบาหวิว ราวกับกลัวว่าจะไปรบกวนฉากหวานชื่นข้างใน

กลับมาที่ห้องนอน เธอมองไปรอบๆ พื้นที่ที่เธออาศัยอยู่มาสิบปี

เหลืออีกสิบห้าวัน

ในอีกสิบห้าวัน เธอจะจากที่นี่ไปอย่างถาวร

สายตาของเธอจับจ้องไปที่โคมไฟเล็กๆ บนโต๊ะข้างเตียง มันเป็นรูปชินชิลล่า ของขวัญจากภาคินในวันเกิดครบรอบสิบขวบของเธอ แสงที่ส่องออกมาเป็นสีเหลืองนวลอบอุ่น

ตอนนั้นเขาบอกเธอว่า “เอวา ต่อไปนี้พี่จะเป็นเหมือนชินชิลล่าตัวนี้ คอยปกป้องเอวาเสมอ”

เขาเคยเป็นผู้พิทักษ์ของเธอ

แต่นั่นมันเป็นอดีตไปแล้ว

เธอเอื้อมมือไปปิดโคมไฟ ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความมืดมิด

ถึงเวลาเก็บของแล้ว

เธอดึงกระเป๋าเดินทางเก่าๆ ที่เต็มไปด้วยฝุ่นออกมาจากหลังตู้เสื้อผ้า แล้วเปิดตู้โชว์

ข้างในเต็มไปด้วยของขวัญที่ภาคินมอบให้เธอตลอดหลายปีที่ผ่านมา

เครื่องรางนำโชคที่เขาไปยืนต่อแถวหลายชั่วโมงเพื่อซื้อมันมาจากร้านช่างฝีมือชื่อดังเล็กๆ น้ำหอมที่ปรุงขึ้นเป็นพิเศษซึ่งเขาเป็นคนสร้างสรรค์ให้เธอโดยเฉพาะ

เธอค่อยๆ วางของเหล่านั้นลงในกระเป๋าเดินทางทีละชิ้น

ทุกๆ ชิ้นที่ใส่ลงไป หัวใจของเธอก็รู้สึกว่างเปล่าขึ้นเล็กน้อย ราวกับมีรูโหว่ถูกฉีกเปิดอยู่ข้างใน

เธอกดความรู้สึกอ้างว้างลงไป แล้วเปิดลิ้นชักล่างสุดของตู้

ข้างในมีสมุดบันทึกเล่มเก่าที่ซีดเหลืองวางอยู่

มันคือไดอารี่ของเธอ

หน้าแรกๆ เต็มไปด้วยลายมือแบบเด็กๆ บันทึกเรื่องราววัยเด็กที่วุ่นวายหลังจากการหย่าร้างของพ่อแม่ และการถูกเพื่อนร่วมชั้นรังแก

ภาคินเคยบังเอิญเห็นมันครั้งหนึ่ง

ตอนนั้นเขาไม่ได้พูดอะไร แต่คืนนั้น เขาก็มาที่ห้องของเธอและนั่งลงข้างเตียง

เขาลูบผมของเธอเบาๆ แล้วบอกเธอว่า “เอวา ในสายตาของพี่ เอวาคือดวงดาวที่สว่างไสวที่สุด”

ต่อมาเธอถึงได้รู้ว่าเขาไปที่โรงเรียนของเธอและเตือนพวกเด็กเกเร ตั้งแต่นั้นมา ก็ไม่มีใครกล้ารังแกเธออีก

เขาแอบปกป้องวัยเด็กของเธอ

เมื่อเธอโตขึ้น ลายมือในไดอารี่ของเธอก็เรียบร้อยขึ้น และบันทึกทั้งหมดก็เกี่ยวกับเขา

เกี่ยวกับตอนที่เขาได้รับรางวัลใหญ่และบอกเธอว่า “เอวาคือเหรียญเกียรติยศของพี่”

เกี่ยวกับตอนที่เขามอบดอกกุหลาบให้เธอและพูดว่า “พี่จะรอให้เอวาโต”

เธอพลิกไปที่หน้าสุดท้าย มันเป็นข้อความที่เขาเขียนให้เธอตอนที่เธออยู่มัธยมปลายปีที่สอง

‘ตั้งใจเรียนแล้วเข้าคณะบัญชีฯ จุฬาฯ ให้ได้นะ เรียนจบแล้วจะได้มาทำงานที่บริษัทของพี่ พี่จะคอยดูแลเอวาต่อไป’

น้ำตาหยดหนึ่งร่วงลงมาอย่างเงียบๆ ทำให้หมึกบนหน้ากระดาษเลือนลาง

เธอรีบเช็ดตา สีหน้าของเธอแข็งกร้าวขึ้น

เธอเริ่มฉีกไดอารี่ทีละหน้า

ทุกหน้าที่ฉีกออกไป ส่วนหนึ่งของอดีตของเธอกับเขาก็ถูกลบเลือน

เมื่อฉีกหน้าสุดท้าย เธอก็โยนเศษกระดาษทั้งหมดลงในกระเป๋าเดินทางแล้วรูดซิปปิด

ทันใดนั้น เธอก็ได้ยินเสียงดังมาจากชั้นล่าง

เธอเดินออกจากห้องนอนและเห็นโคลอี้ วรโชติยืนอยู่ในห้องนั่งเล่น ลากกระเป๋าเดินทางอยู่ข้างหลัง ภาคินกำลังกอดเธอจากด้านหลัง

“มาแล้วเหรอ” ภาคินพูด เสียงของเขานุ่มนวล

โคลอี้เห็นเอวาบนบันไดก็ยิ้มแล้วเดินเข้ามาหา “เอวา พี่มีของขวัญมาให้จ้ะ”

เธอเปิดกระเป๋าเดินทางแล้วหยิบกล่องที่สวยงามออกมา ข้างในเป็นเค้กชิ้นเล็กๆ น่ารัก เป็นเค้กมะม่วงมูสที่ตกแต่งด้วยผลไม้สด

รอยยิ้มของเอวาฝืดเฝื่อน

เธอแพ้มะม่วงอย่างรุนแรง

เธอจำได้ว่าครั้งหนึ่งแม่บ้านคนใหม่เคยเสิร์ฟของหวานที่มีเนื้อมะม่วงปั่น แล้วเธอก็มีอาการแพ้อย่างน่ากลัวจนต้องเข้าห้องฉุกเฉิน

ภาคินไล่แม่บ้านคนนั้นออกทันทีและสั่งห้ามไม่ให้มีมะม่วงในครัวอย่างเด็ดขาดตั้งแต่นั้นมา

เขาเคยจำทุกความชอบ ทุกจุดอ่อนของเธอได้

“เอวา” เสียงของภาคินดังมาจากด้านหลังโคลอี้ มีแววไม่พอใจในน้ำเสียง “โคลอี้เขาอุตส่าห์เลือกมาให้ รับไปสิ”

เอวามองไปที่ภาคิน เขามีสีหน้าที่บอกว่ามันเป็นเรื่องปกติธรรมดา

หัวใจของเธอเจ็บแปลบ

เขาไม่เพียงแต่เอาความรักของเขากลับคืนไป แต่เขายังลืมจุดอ่อนของเธอไปด้วย

เธอสูดหายใจลึกๆ รับกล่องมา พยายามฝืนยิ้ม

“ขอบคุณค่ะพี่โคลอี้ สวยมากเลยค่ะ”

แต่เธอไม่สนใจอีกต่อไปแล้ว

อันที่จริง เธอควรจะขอบคุณพวกเขา

ขอบคุณที่ทำให้การตัดสินใจที่จะจากไปของเธอยิ่งแน่วแน่ขึ้น

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย คำมั่นเขา  หายนะเธอ
8.5
ชีวิตสถาปนิกของฉันพังทลายเมื่อคเชนทร์คู่หมั้นทรยศด้วยการยกผลงานฉันให้รักแรกของเขา เขาปล่อยให้เธอทำร้ายฉันและขึ้นบัญชีดำฉันจากวงการ แม้ฉันจะอุ้มท้องลูกของเขาอยู่ แต่เขากลับผลักฉันล้มลงอย่างเลือดเย็นที่โรงพยาบาลแล้วทิ้งไป ความเจ็บปวดทำให้ฉันตัดสินใจหนีไปต่างประเทศพร้อมลูกในครรภ์ เปลี่ยนตัวตนใหม่และตัดขาดจากอดีตโดยสิ้นเชิง ห้าปีผ่านไปในฐานะคนแปลกหน้า ฉันจะไม่ยอมกลับไปเป็นเหยื่อให้คำสัญญาจอมปลอมของเขาอีกต่อไป
หน้าปกนวนิยาย แต่งก่อนค่อยรัก
8.4
เมื่อพันธะสมรสเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ ความปรารถนาที่ซ่อนเร้นอยู่ภายในใจของเขาก็ปะทุขึ้นเพียงแค่ได้สบตาเธอ ในฐานะสามีที่ถูกต้องตามกฎหมาย เขาจึงถือครองสิทธิ์ในตัวภรรยาอย่างเต็มที่และไม่คิดที่จะละเว้นสิทธิ์นั้นแม้แต่น้อย ท่ามกลางบรรยากาศความรักยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยความเร่าร้อนและจริงจัง เรื่องราวความสัมพันธ์ครั้งนี้จะดำเนินไปอย่างไรเมื่อสิทธิ์ขาดทุกอย่างตกอยู่ในมือของเขาแต่เพียงผู้เดียวในฐานะคู่ชีวิตที่พร้อมจะทำตามใจตนเอง
หน้าปกนวนิยาย ลวงรักสัญญาจ้าง
9.0
เมื่อกันจิราได้รับข้อเสนอว่าจ้างสุดแปลกพร้อมค่าตอบแทนมหาศาล เธอจึงไม่อาจปฏิเสธได้ แต่เป้าหมายกลับเป็นชายหนุ่มในฝันที่ทำให้ใจสั่นหวั่นไหวอย่างปัทม์ ทว่าปัทม์กลับคัดค้านการดูตัวที่ครอบครัวจัดฉากขึ้นอย่างรุนแรง เพราะเขาต้องการคู่ชีวิตที่พร้อมลุยงานไม่ใช่คุณหนูเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ แต่เมื่อได้ใกล้ชิดเขากลับเริ่มมีใจให้หญิงสาวตรงหน้าโดยไม่รู้เลยว่าแท้จริงแล้วเธอคือตัวปลอมที่สวมรอยมาในชื่อสิตา ความสัมพันธ์ภายใต้สัญญาจ้างครั้งนี้จึงเต็มไปด้วยความวุ่นวายและหัวใจที่เต้นผิดจังหวะ
หน้าปกนวนิยาย CRAZY STUPID สวมเขา
9.4
ความรักที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและการฝืนทน เมื่อหัวใจดึงดันที่จะรักทั้งที่รู้ว่าสิ่งที่ทำอยู่นั้นผิดพลาด การยอมสยบและอดทนต่อคนรักอย่างเกินขอบเขตกลับกลายเป็นอาวุธที่ย้อนมาทำร้ายตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนถึงวันที่ขีดจำกัดความอดทนสิ้นสุดลง เมื่อเธอตัดสินใจบอกลาว่าไม่สามารถอยู่กับเขาได้อีกต่อไป แต่คำตอบที่ได้รับกลับมีเพียงความเย็นชาที่ไล่ส่งให้เธอออกไปจากชีวิตของเขาอย่างไม่ใยดีในความสัมพันธ์ครั้งนี้
หน้าปกนวนิยาย ขออีกครั้ง (ซีรีส์หลงเมีย)
9.8
เมื่อความสัมพันธ์ครั้งเก่าถูกรื้อฟื้น แมธธิวตัดสินใจเอ่ยปากขอโอกาสจากพราวด์อีกครั้ง ทว่าคำขอของเขาไม่ได้หมายถึงเพียงแค่การเริ่มต้นใหม่ แต่ยังแฝงนัยสำคัญที่สื่อถึงความปรารถนาลึกซึ้ง ฝ่ายหญิงสาวเองก็พร้อมเผชิญหน้าอย่างเร่าร้อน เธอใช้เสน่ห์เย้ายวนยั่วเย้าจนชายหนุ่มยากจะต้านทาน ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูด พราวด์เลือกที่จะท้าทายให้เขาลงมือทำมากกว่าเพียงแค่คำพูด บทพิสูจน์รักครั้งนี้จึงเต็มไปด้วยความมั่นใจและการรุกกลับที่เหนือชั้นของนางเอกสายสตรอง
หน้าปกนวนิยาย วายุร้ายพ่ายรัก
9.6
เมื่อความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วยความร้อนแรงกลายเป็นชนวนเหตุของความขัดแย้ง วายุจึงตอกกลับคำครหาเรื่องการฉวยโอกาสด้วยความจริงอันเผ็ดร้อน เขาเตือนสติให้เธอมองย้อนกลับมาพิจารณาการกระทำของตนเองเสียใหม่ เพราะในค่ำคืนที่ผ่านมานั้นไม่ใช่เพียงเขาที่เป็นฝ่ายรุกราน แต่เสน่ห์และความเร่าร้อนของเธอก็รุนแรงจนทำให้เขาแทบคลั่งและจดจำสัมผัสที่เธอมอบให้ได้อย่างไม่ลืมเลือน ท่ามกลางความขัดแย้งในใจของทั้งคู่ที่กำลังก่อตัวขึ้นในโลกปัจจุบัน