ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย  เมียทาสสวาท [Forbidden Love]

เมียทาสสวาท [Forbidden Love]

พิรุณญาต้องตกอยู่ในวังวนแห่งความทุกข์ระทมจากการถูกเพชรกล้ากดขี่ข่มเหงอย่างไร้ความปรานี แม้เธอจะพยายามอดทนต่อการทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจเพื่อทดแทนบุญคุณพ่อแม่ของเขา แต่ความป่าเถื่อนของชายหนุ่มกลับทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ทั้งการดุด่าดูแคลนและใช้กำลังทำร้ายจนเธอได้รับบาดเจ็บ เมื่อความอดกลั้นถึงขีดสุดและทุกสิ่งในชีวิตถูกเขาทำลายจนพังพินาศ เธอจึงตัดสินใจพาตัวเองหนีไปจากขุมนรกนี้โดยไม่คิดจะหวนกลับมาหาผู้ชายที่ประกาศก้องว่าเกลียดชังเธอสุดหัวใจคนนี้อีกเลย
ตอน
แชร์

ตอน 1

Chapter 1

ประตูอัลลอยเปิดออกด้วยรีโมทคอลโทล ซึ่งคนนั่งกดจากในรถโดยไม่ต้องลงไปเปิดเองให้เหนื่อย เมอร์เซเดส-เบนซ์ อี-250 อาว็อง-การ์ด เอสเตส แล่นผ่านเข้าไปอย่างเชื่องช้า หญิงวัยสี่สิบต้นๆ ก้าวออกมายืนอยู่ไม่ห่างรถนัก

เครื่องแต่งกายสีดำล้วนช่วยส่งให้ใบหน้าที่ผอมซูบตรอบดูไร้ชีวิตชีวามากขึ้นได้ไม่ยากเย็นนัก ยิ่งมีหนุ่มน้อยวัยสิบขวบกับสุภางค์ผู้เป็นแม่บ้านในเครื่องแต่งกายสีเดียวกันแล้ว ยิ่งทำให้บ้านหลังใหญ่โตโอ่อ่า ดูเงียบเหงาเศร้าซึมและอ้างว้างขึ้นอย่างเห็นได้ชัด พัณนิดา รัตน์คุณ หันหน้าไปทางประตูอัลลอยช้าๆ เมื่อหูแว่วเสียงที่ไม่คุ้นขึ้นมา

“เข้าบ้านเถอะครับคุณแม่”

พชร รัตน์คุณ ผู้เป็นลูกชายเพียงคนเดียวเดินเข้ามาประคองแม่ด้วยอาการห่วงใยไม่น้อย พัณนิดาจึงหันไปหาลูกแล้วเดินเข้าบ้านอย่างไม่เกี่ยงงอน และลืมเลือนเสียงแปลกปลอมที่แล่นเข้าหูในทันที เพราะรู้ดีว่าตัวเองคงจะหูแว่วไป แต่พอกลางดึก ท้องฟ้าแปรปรวนด้วยลมกับละอองฝน เสียงเมื่อหัวค่ำก็ดังลอดเข้ามาถึงในห้องนอนอีก จนพัณนิดาต้องออกมายืนตรงระเบียง เพื่อฟังให้แน่ใจว่าหูไม่ฝาด

ร่างในชุดนอนที่มีเสื้อคลุมสวมทับไว้ต้องรีบเดินออกจากห้องเมื่อแน่ใจในเสียง สุภางค์ที่เพิ่งจะตรวจตราความเรียบร้อยอยู่ด้านล่างเสร็จ ก็รีบวิ่งไปหยิบร่มตามคำสั่งเจ้านาย ทั้งคู่ก็เดินตรงไปหาประตูรั้ว เสียงร้องของทารกยิ่งใกล้เข้ามาทุกทีๆ เมื่อไฟตรงเจดีย์ประตูเล็กเปิดออกทั้งสองต่างตกตะลึงจนแทบจะทำอะไรไม่ถูก เมื่อมีทารกน้อยถูกทิ้งให้นอนตากฝนจนส่งเสียงร้องไม่หยุดหย่อน

“ใครกันเอาเด็กมาทิ้งตากฝนไว้ ใจร้ายจริงๆ สุถือร่มไว้ฉันจะเอาเด็กเข้าบ้าน”

ใบหน้าอันแดงกร่ำของเด็กน้อย บ่งบอกให้รู้ว่าถูกทิ้งมานานเป็นชั่วโมงแล้ว พชร รีบวิ่งลงมาเมื่อได้ยินเสียงแปลกๆ แล้วทั้งบ้านก็ต้องโกลาหลเพราะชีวิตน้อยๆ ซึ่งหาที่มาและที่ไปไม่ได้ แม้เวลาจะผ่านมาเป็นอาทิตย์ ตำรวจก็ยังไม่มีความคืบหน้าเรื่องเด็กหายแต่อย่างใด สุดท้ายพัณนิดาจึงตัดสินใจรับเด็กน้อยไว้เป็นบุตรบุญธรรมเพราะความสงสาร

“แม่จะตั้งชื่อหนูว่า พิรุณญานะจ้ะ เพราะหนูมาพร้อมสายฝน” พัณนิดาหันไปยิ้มให้แม่บ้านกับลูกชายที่กำลังนั่งมองเด็กน้อยด้วยความเอ็นดูไม่แพ้กัน

“แล้วชื่อเล่นล่ะครับคุณแม่ พีทต้องเรียกน้องว่ายังไง” พชรตั้งคำถามที่ผู้แม่ก็กำลังใช้ความคิดในข้อนี้เหมือนกัน สุภางค์เหมือนจะคิดออกก่อนจึงรีบเสนอ

“ชื่อฝนดีมั้ยคะคุณผู้หญิง ไหนๆ ก็มาพร้อมฝนแล้วนี่คะ”

สองแม่ลูกหันไปมองหน้ากันแล้วยิ้มออกมาด้วยความชอบใจในชื่อนี้ แต่ก็ยังมีอีกสามสี่คนที่ไม่ใคร่จะชอบใจ และไม่ใคร่เห็นด้วยนักกับการที่พัณนิดาจะนำเด็กน้อยเข้ามาอยู่ร่วมชายคา นั่นคือ พร้อมพงษ์ ฉัตรมงคลกุล น้องชายคนเดียวของพัณนิดา และเป็นผู้สืบทอดมรดกของวงศ์สกุล เมื่อเขารู้ข่าวแล้วจึงรีบพา จันทภาผู้เป็นภรรยา และ พริ้มพราวผู้เป็นน้องคนเล็กมาเยี่ยมพี่สาว เพื่อถามข่าวคราวทันที

“จะดีเหรอครับพี่พัณ โบราณว่าเอาลูกเขามาเลี้ยงเอาเมี่ยงเขามาอมมันไม่ดีนะครับ”

เขาทักท้วงด้วยความเป็นห่วง ไม่ต่างจากเมียกับน้องสาวนักที่เห็นเป็นเช่นเดียวกันนี้ จันทภาจึงรีบเอ่ยสมทบคำของสามีด้วยความหวังดีไม่แพ้กัน

“นั่นสิคะพี่พัณ ลูกเต้าเหล่าใคร พ่อแม่เป็นยังไงเราก็ไม่รู้จัก”

พริ้มพราวผู้เป็นคนพูดตรงทำจริง ไร้เหตุผลแถมอารมณ์กว่าพี่ๆ และหมายมั่นปั้นมือว่าจะมาขัดขวางพี่สาวให้ได้ ก็ไม่รอช้ารีบขวางเอาไว้ ด้วยถ้อยคำที่ค่อนข้างรุนแรงกว่าใครเพื่อนอย่างไม่ยั้งคิดเช่นทุกครั้งที่เป็นมา

“จริงด้วยพี่พัณ ลูกเสือลูกตะเข้ที่ไหนก็ไม่รู้ เอามาเลี้ยงๆ ไว้ พอมันโตขึ้นมาหน่อยไม่รู้จะเห็นค่าข้าวแดงแกงร้อนหรือเปล่า ยิ่งพี่ไพฑูรย์เพิ่งจะจากไปแบบนี้ ในบ้านก็เหลือกันแค่สองแม่ลูกกับแม่บ้านแก่ๆ มีอะไรขึ้นมาใครจะช่วยได้คะ”

พัณนิดาหันไปยิ้มให้น้องคนเล็ก แม้จะขัดใจแค่ไหนก็ไม่ปริปากบ่นออกมาด้วยถ้อยคำรุนแรงแต่อย่างใด กลับใจเย็นอธิบายให้น้องเข้าใจ

“พี่คิดดีแล้วจ้ะ ถ้าเราทำดีเราก็ไม่ต้องหวังผลตอบแทนอะไร เด็กก็เหมือนผ้าขาว เราระบายสีอะไรลงไปก็ต้องได้สีนั้น พี่ตัดสินใจแล้ว น้องๆ อย่าขัดขวางพี่เลยนะ บางทีพระผู้เป็นเจ้าอาจจะประทานเด็กคนนี้มาให้พี่ เพื่อชดเชยที่เพิ่งเสียคุณฑูรย์ไปก็ได้ พี่พอมีเงินมีทองคงจะเลี้ยงไม่ยากเย็นนัก แต่ยังไงพี่ก็ขอบใจนะที่ห่วงพี่”

เด็กหญิงพิรุณญา รัตน์คุณ จึงกลายเป็นแก้วตาดวงใจของพัณนิดานับตั้งแต่นั้นมา พชรก็รักน้องสาวต่างสายเลือดไม่แพ้ผู้แม่ เพราะเขาปรารถนาที่จะมีน้องมานานแล้ว แต่โชคร้ายที่แม่มีเขาเพียงคนเดียว ดังนั้นเมื่อมีน้องมาเพิ่มเขาจึงเต็มใจอย่างยิ่ง ที่จะให้แม่แบ่งปันหัวใจให้ไปรักน้อง แม้แต่สุภางค์เองก็รักและเอ็นดูเด็กน้อยอย่างมาก เพราะเป็นเด็กเลี้ยงง่ายไม่ร้องไห้กระจองอแงเลย

กินอิ่มก็หลับปุ๋ยแทบจะทันที สุภางค์จึงมีเวลาได้ทำงานบ้านเหมือนเมื่อก่อน จะเสียเวลาก็แค่ต้องป้อนข้าวป้อนน้ำเด็กน้อยเท่านั้น พอตกเย็นพินนิดากลับจากทำงานก็จะรับหน้าที่นี้ไป พชรกลับจากโรงเรียนก็จะตรงดิ่งมาเล่นกับน้องแทบทุกเย็น สองแม่ลูกจึงลืมเลือนความเสียอกเสียใจจากการเสียผู้นำครอบครัวอย่างกระทันหันด้วยอุบัติเหตุได้บ้าง เมื่ออยู่ใกล้ๆ หนูน้อย

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย พรหมลวง
9.6
ศิลามักพร่ำบอกรักศรัยและปรารถนาจะมีครอบครัวใหญ่ร่วมกับเธอ แม้เขาจะมองว่าการเป็นลูกคนเดียวเป็นเรื่องเหงา แต่สำหรับศรัยแล้ว เธอไม่เคยรู้สึกโดดเดี่ยวเพราะหัวใจของอาศิลาอยู่เคียงข้างเธอเสมอ ความสัมพันธ์ที่ผูกพันกันมาอย่างยาวนานระหว่างชายหนุ่มผู้แสนดีกับเด็กสาวหัวแข็งผู้มั่นใจในตัวเองดำเนินไปอย่างลึกซึ้ง ท่ามกลางคำยืนยันในความรักที่ศิลามอบให้เธอเพียงผู้เดียวมาโดยตลอด ซึ่งเธอก็พร้อมจะตอบรับรักนั้นด้วยความเต็มใจและเชื่อมั่นในสายใยที่พวกเขามีต่อกัน
หน้าปกนวนิยาย ข้าอยากเป็นเมียพระรอง
8.4
อวี้เหมยหรู แพทย์หญิงจากยุคปัจจุบันต้องพบกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เมื่อเธอหลุดเข้าไปในโลกของนิยายที่เคยอ่าน แทนที่จะสนใจในตัวองค์ชายสามจีเสวียนผู้เป็นพระเอกของเรื่อง เธอกลับมอบหัวใจให้แก่ซือเหยียน แม่ทัพหนุ่มผู้ครองตำแหน่งพระรองอย่างหมดใจ แพทย์สาวจึงตัดสินใจใช้ความรู้และทุกวิถีทางเพื่อเปลี่ยนบทบาทชีวิตใหม่ โดยตั้งเป้าหมายที่จะเคียงคู่กับบุรุษที่เธอรักท่ามกลางเรื่องราวแฟนตาซีที่เต็มไปด้วยความโรแมนติกนี้ให้ได้
หน้าปกนวนิยาย คู่กัด
7.8
เมื่อความผิดพลาดในอดีตทำให้บาสเตียนเคยสูญเสียเธอไป ครั้งนี้เขาจึงกลับมาพร้อมความบ้าคลั่งและคำประกาศกร้าวว่าจะไม่ยอมปล่อยให้เธอหลุดมือไปอีกเป็นอันขาด แม้จะต้องกักขังหรือพันธนาการเธอไว้ด้วยวิธีใดก็ตาม เขาก็พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อครอบครองเธอไว้เพียงผู้เดียว แม้หญิงสาวจะพยายามขัดขืนและด่าทอท่ามกลางสัมผัสอันเร่าร้อนที่เขายัดเยียดให้ แต่ร่างกายเจ้ากรรมกลับทรยศความรู้สึกด้วยการตอบสนองต่อรสจูบและปรนเปรอที่แสนหิวกระหายนั้นอย่างไม่อาจต้านทานได้เลย
หน้าปกนวนิยาย เจ้าหัวใจนายปิศาจ
8.0
โชคชะตาพาให้ปวีนุชต้องมาใช้ชีวิตบนเรือสำราญร่วมกับลายไม้ตลอดสิบสี่วัน ท่ามกลางบรรยากาศท้องทะเลที่ทำให้ทั้งคู่ได้ใกล้ชิดและเรียนรู้ตัวตนของกันและกัน ทว่าความสัมพันธ์ครั้งนี้กลับเต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมและเสน่ห์อันเร่าร้อนของฝ่ายชาย จนเธอขนานนามเขาว่าเป็นปิศาจที่ร่ายมนต์สะกดใจ แม้หัวใจจะเปี่ยมด้วยความรัก แต่ความกลัวในความต่างและอดีตที่เจ็บปวดทำให้เธอเลือกที่จะหนีไปพร้อมความทรงจำ โดยหวังลึกๆ ว่าเขาจะออกตามหาเธอเพื่อพิสูจน์ว่ารักแท้นั้นก้าวข้ามทุกอุปสรรคได้จริง
หน้าปกนวนิยาย ฉันเลิกกับแฟนเพราะเขาลืมเปลี่ยนธนบัตร
9.6
หลังทุ่มเทจีบสวี่อี้มานานถึงแปดปี ฉันตัดสินใจจบความสัมพันธ์ทันทีที่เห็นเขายังใช้ชื่อเล่นเรียกแฟนเก่าว่าที่รัก แม้เขาจะเยาะเย้ยและเพื่อนๆ จะมองว่าฉันไร้เหตุผล แต่ฉันก็เลือกเดินจากไปพร้อมผลตรวจสุขภาพที่เป็นความลับในมือ สวี่อี้ท้าทายว่าอย่ากลับมาอ้อนวอนขอคืนดีภายหลัง โดยไม่รู้เลยว่าฉันกำลังเผชิญกับวาระสุดท้ายของชีวิต ความพยายามสร้างฝันอันสวยงามก่อนตายกลับกลายเป็นความขมขื่นที่เกินทน และฉันตั้งใจว่าจะไม่ขอกลับมาพบเจอความเจ็บปวดเช่นนี้อีกในชาติหน้า
หน้าปกนวนิยาย พันธะร้ายนายโฮสต์สุดหล่อ
9.4
โรมราชันในวัยสามสิบตัดสินใจทิ้งธุรกิจครอบครัวเพื่อมาคุมบาร์โฮสต์ เขาตกหลุมรักเฌอรีน สาวเก่งวัยสามสิบแปดผู้เย็นชาและมองว่าผู้ชายเป็นเหมือนไวรัสอันตราย แม้เฌอรีนจะประสบความสำเร็จอย่างสูงในการบริหารแบรนด์เครื่องหนังจนโด่งดังไปทั่วโลกและดูเหมือนไม่ต้องการใครดูแล แต่ความจริงเธอกลับซ่อนความลับในใจเกี่ยวกับชายหนุ่มคนหนึ่งที่เคยพบกันในอดีต ท่ามกลางความห่างเหินที่เธอมอบให้ โรมราชันยังคงมุ่งมั่นจะเอาชนะใจหญิงสาวผู้เก่งกาจคนนี้ให้ได้แม้จะมีกำแพงน้ำแข็งกั้นขวางอยู่ก็ตาม