ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย สาปรักรัตติกาล

สาปรักรัตติกาล

ฌาน ชายหนุ่มลูกครึ่งร่างสูงใหญ่ผู้ซ่อนตัวตนที่แท้จริงภายใต้ชีวิตอันเงียบสงบในไทยมานานกว่าสามปี แต่ความลับที่เขากเพียรพยายามปิดบังกลับสั่นคลอนเมื่อได้พบกับ ยิหวา อดีตนักข่าวสาวที่เพิ่งตกงานเพราะมีปัญหากับดาราชื่อดัง ด้วยสัญชาตญาณนักข่าวของเธอทำให้เขาเริ่มอยู่อย่างลำบากใจ ฌานพยายามเว้นระยะห่างเพื่อความปลอดภัยของหญิงสาว ทว่ายิ่งได้ใกล้ชิดกันมากเท่าไหร่ เขากลับยิ่งโหยหาและปรารถนาในตัวเธอจนยากจะห้ามใจท่ามกลางความลับสายเลือดแวมไพร์ที่รอการเปิดเผย
ตอน
แชร์

ตอน 3

“เออพี่รู้ว่าของแกมันของจริงหมดนั้นแหละ” ชิงชัยถอนหายใจหนักๆ เสยผมยุ่งๆ อย่างไม่รู้จะทำอะไร “แต่แกก็ต้องเข้าใจพี่ด้วยนะ”

“เข้าใจค่ะ หวาทำงานที่นี่มาตั้งสองปีแล้วทำไมจะไม่เข้าใจ” เธอยักไหล่เก๋ “พี่ชิงน่าจะย้ายหวาไปทำงานโต๊ะข่าวสายการเมืองหรือไม่ก็อาชญากรรมให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลยหวาจะได้ไม่มาสร้างเรื่องให้พี่ชิงปวดหัวแบบนี้”

“แล้วอีกอย่าง...ถ้าตรวจสอบไปๆ มาๆ มันมีคนศอกกลับย้อนถามว่าแกไปปาร์ตี้นั่นด้วยหรือเปล่าจะทำไง”

“ก็หวาไปจริงๆ นี่แต่หวาไปเก็บข้อมูลมาเขียนสารคดีของหวาต่างหาก ที่นี่ไม่ห้ามที่พนักงานจะทำฟรีแลนซ์ไม่ใช่เหรอคะ”

“เออ...แต่มันไม่เหมาะเว้ยยย” ชิงชัยชักเริ่มจะรำคาญรุ่นน้องคนนี้เต็มที “เอาเป็นว่าแกปล่อยๆ ยัยจีจี้นี่ไปเถอะ อย่าไปจิกกัดยัยคนนี้บ่อยนักเลย”

“ก็ไม่ได้อยากทำนักหรอกคะแต่มันอดเอาเรื่องจริงมาตีแผ่ไม่ได้”

“นี่สาบานนะว่าไม่ใช่เรื่องส่วนตัว” ชิงชัยยกกาแฟร้อนขึ้นจิบ “เรียนจบที่เดียวกับจีจี้ไม่ใช่เหรอ”

“หน้าอย่างหวาจะไปอิจฉาใครเค้าเป็น” เธอทำท่าแหวะแล้วลุกขึ้นยืน “ถ้าไม่มีอะไรแล้วหวาไปทำงานนะคะ มีนัดสัมภาษณ์ผู้กำกับละครค่ะ”

“เออไปเถอะ ถามเค้าแต่ประเด็นเรื่องงานนะเว้ย อย่าไปคุ้ยเรื่องเมียน้อยเค้าหละ”

“เจ้าคะ” ยิหวาย่อตัวถอนสายบัว “แต่ถามเป็นการส่วนตัวได้ใช่ไหมเจ้าคะ”

“ถ้าแกจะถามเรื่องแบบนั้น พี่ว่าถามเรื่องที่เค้าปั้นกิ๊กมาเป็นนางเอกใหม่ดีกว่า” ชิงชัยโบกมือไล่ “ไปไกลๆ ได้แล้วพี่ไม่อยากเห็นหน้าแกนานนักหรอก เดี๋ยวกาแฟมันจะเหม็นบูดเอา”

ยิหวาหัวเราะเบาๆ แล้วเดินออกมาเพื่อไปที่โต๊ะทำงานของตัวเอง เมื่อจัดการเก็บอุปกรณ์ที่จะใช้สัมภาษณ์เธอก็เดินไปหาพี่หนึ่ง-ช่างภาพที่จะออกไปทำงานด้วยกัน

“ขอห้านาที พี่โหลดรูปอยู่”

“ให้สิบก็ได้”ยิหวายิ้มแล้วนั่งที่เก้าอี้ว่างรอช่างภาพคีย์ข้อมูลบางอย่าง เธอชะโงกหน้าดูรูปที่ปรากฏบนจอคอมพิวเตอร์ ภาพนางแบบสาวโพสท่าเซ็กซี่ในไร่องุ่นทำให้เธอรู้สึกคุ้นตาอย่างประหลาด

“ที่ไหนพี่สวยจังเลย”

“นางแบบหรือองุ่น” ชายหนุ่มหัวเราะปากว้าง “ใกล้ๆ นี่เองนครปฐม อยากไปเหรอ”

“เปล่าค่ะ...แค่รู้สึกเหมือนกับว่าเคยไปเที่ยวไร่องุ่นที่ไหนสักแห่งแต่นานจนจำไม่ได้แล้วว่าที่ไหน....”

“แก่แล้วนี่เรา...แค่นี้ก็หลงๆ ลืมๆ ซะแล้ว”

“เหอะ!” ยิหวาทำเสียงขึ้นจมูก “อย่าคิดว่าคนอื่นจะเหมือนตัวเองซิ”

“บอกตัวเองหรือบอกพี่ละ” ช่างภาพหนุ่มหัวเราะ “ได้ยินว่าโดนพี่ชิงชัยเรียกไปดุอีกแล้วเหรอ”

“ก็เรื่องเดิมนั้นแหละ” ยิหวายักไหล่

“ไปยุ่งกับเด็กเสี่ยมากๆ ระวังจะถูกย้ายที่ทำงานใหม่นะ” หนึ่งเตือนอย่างหวังดี

“จะเด็กใครก็ช่าง แต่ทำอะไรไว้ก็ต้องกล้าทำกล้ารับซิ”

แววตากลมโตฉายแววเด็ดเดี่ยวอย่างที่เจ้าตัวไม่รู้สึกตัว ช่างภาพหนุ่มได้แต่ส่ายหน้าไปมาอย่างอ่อนใจเขาเป็นรุ่นพี่ยิหวาหลายปีรู้เรื่องวงในมากกว่ายิหวาหลายเท่านั้น

บางเรื่องราวก็ไม่มีอยู่ในตำราเรียนต้องเรียนรู้จากประสบการณ์ในชีวิตจริง

.....

‘จีระนันท์’ ดาราสาวก้าวออกมาจากห้องลองเสื้อผ้าในชุดราตรีสีดำเป็นมันวาวเน้นสัดส่วนและเปิดเผยเรือนร่างจนคนที่เงยหน้ามองตกใจจนยกมือทาบอก หญิงสาวยักไหล่แล้วโพสท่าเซ็กซี่ยั่วยวนแต่ผู้จัดการโบกไม้โบกมือไปมา

ไม่ไหวหรอกยัยจีจี้ เอาชุดที่มันเรียบๆ กว่านี้ไม่ได้เหรอ”‘อามี่’หรืออดีต ‘อาร์ม’ ชายหนุ่มหัวใจสีรุ้งกุมขมับ “พี่ว่าให้พี่เลือกชุดให้จีจี้ใส่ไปงานประกาศผลรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมเองดีกว่าจ๊ะ”

“ไม่เอาหรอก” จีจี้หรือจีระนันท์เบ้ปาก เธอดูเงาตัวเองในกระจกบานใหญ่ที่ฉายภาพเธอได้เต็มตัว “พี่อามี่เลือกอะไรให้จีจี้ใส่ดูแอ๊บแบ๊วยังไงไม่รู้ จีจี้อยากเปลี่ยนลุกค์ตัวเองเป็นสาวเซ็กซี่”

“แต่พี่ว่ามันไม่เหมาะกับจีจี้หรอก” อามี่พยายามโน้มน้าวใจดาราสาวในสังกัด ทั้งเธอเองก็นึกรำคาญจนอยากตบหัวสักผัวะ! สองผัวะ! เหมือนกัน “เอางี้จีจี้ใส่ชุดเกาะอกก็ได้แต่พี่ขอสีหวานๆ ฉ่ำๆ ได้ไหมคะ”

“แล้วจีจี้จะไม่กลายเป็นลูกกวาดเหรอคะ” เธอยังคงเสียดายชุดดำมันวาวเข้ารูปที่สวมอยู่นี้มากกว่า

“ทนๆ เอาหน่อยเถอะจ๊ะ ข่างคาวๆ มันจะได้เงียบๆ หน่อยไง” อามี่เดินไปเลือกชุดราตรีอีกชุดออกมาทาบตัวดาราสาว

“แหม! ก็จีจี้เครียดก็ต้องไปหาที่พักผ่อนบ้างนี่คะ” ยังพูดไม่จบผู้จัดการหนุ่มหัวใจสาวก็รีบตะครุบปากน้อยๆ ของจีจี้ไว้

“เดี๋ยวใครก็ได้ยินหรอก! พี่หมดเงินไปกับการแก้ข่าวนี้มามากพอแล้วนะ” อามี่อยากบีบคอขาวๆ ของจีจี้นัก “ถ้าว่างนักก็เอาเวลาไปซ้อมร้องเพลงเตรียมออกอัลบัมได้แล้วยะ”

“อย่างจีจี้ไม่ต้องซ้อมก็ได้แค่โปรยยิ้มหวานๆ ก็โอเคแล้วนี่” เธอพูดจาไม่สนใจกับหน้าตาดุๆ ของผู้จัดการนัก “แต่เอาเถอะ คราวนี้จีจี้จะยอมใส่ชุดที่พี่อามี่เลือกก็ได้”

อามี่ถอนหายใจโล่งอกแล้วส่งชุดราตรีสีชมพูไข่มุกให้จีระนันท์ “ไปลองซะจะได้ดูว่าพอดีไหม พี่ขอไปดูดบุหรี่ข้างนอกก่อนนะ”

จีจี้พยักหน้ารับแต่พอเห็นผู้จัดการส่วนตัวเดินออกไปแล้วเธอก็ทำหน้าเลี่ยนๆ “แหวะ! ทีตัวเองยังสูบบุหรี่แล้วยังจะมาว่าคนอื่นอีก”

จีระนันท์ผลุบหายเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าอีกครั้ง นึกเจ็บใจที่ถูกมือดีแอบถ่ายภาพตัวเองในงานปาร์ตี้คืนนั้นไม่ได้ และเดาได้ไม่ยากนักหรอกสำหรับแม่สาวขี้อิจฉาอย่างยิหวาที่จะเป็นต้นตอของข่าวนี้เพราะมีเพียงหนังสือพิมพ์ฉบับเดียวที่ลงภาพเธอได้ชัดแจ่มขนาดนั้น

จีระนันท์เชื่อมาตลอดตั้งแต่เรียนปีหนึ่งว่ายิหวาอิจฉาในความสวยและน่ารักของเธอ มีกิจกรรมหลายอย่างที่ทั้งสองเคยทำร่วมกันแต่เธอได้เป็นดาวเด่นเสมอและเป็นดาวประจำคณะ รุ่นพี่หนุ่มๆ หลายคนแวะเวียนมาจีบเธอและเป็นรุ่นพี่ที่จีระนัทน์มารู้ที่หลังว่ายิหวาก็แอบชอบอยู่ แต่ทำไงได้ละ! ก็คนมันสวยนี่ สวยเลือกได้น่าจะรู้อยู่แล้ว

หญิงสาวเข้าวงการบันเทิงตั้งแต่ปีสอง สวยใสสไตล์เกาหลีอย่างจีจี้เป็นที่ชื่นชอบของหนุ่มๆ จากนางเอกMV ก็ก้าวมาเป็นนางเอกละครโทรทัศน์ในปีถัดมา เพราะร่าเริงในแวดวงบันเทิงจนทำให้เกือบเรียนไม่จบช้าไปหนึ่งเทอม แต่ก็ช่างเถอะ! ไม่ค่อยมีใส่ใจเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว ถึงเรียนจบเร็วก็ต้องมาเตร่หางานทำเหมือนยิหวากับปลายรุ้งอยู่ดี แต่ไม่รู้ยังไงยิหวาถึงได้มาทำงานเป็นนักข่าวบันเทิงคงจะอิจฉาเธอมากๆ และจะได้หาทางกลั้นแกล้งเธออีก ส่วนยัยปลายหรือปลายรุ้งนั้นไม่ได้อยู่ในสายตาของเธอเลยสักนิด เพราะทั้งเฉิ่มและดูเหมือนจะเอ๋อหน่อยๆ ไม่มีพิษภัยอะไรกับเธอนักแม้จะเห็นว่าเป็นเพื่อนรักของยิหวาก็ตาม

จีระนันท์ออกมาจากห้องลองชุดก็ไม่เห็นผู้จัดการหนุ่มหัวใจสาวของตน เธอจึงเดินออกมาด้านนอกเรียกพนักงานคนหนึ่งของห้องเสื้อมาดูเพราะรู้สึกว่าเอวมันจะคับไปหน่อย

“ได้ค่ะ...ทางร้านจะแก้ให้พอดีกับเอวของคุณจีจี้”

“เอาให้ทันนะจีจี้จะใส่ไปงานประกาศผลฯ ” จีระนันท์อดสั่งไม่ได้ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่ายังไงทางร้านต้องจัดการให้เธอได้ทันเวลาแน่ๆ

“ไม่มีปัญหาค่ะ สำหรับคุณจีจี้ทางร้านเราจัดการให้พิเศษสุดๆ อยู่แล้ว” จีบปากจีบคอพูดไปอย่างนั้นแต่ก็รู้สึกหมั่นไส้นางเอกแอ๊บแบ๊วคนนี้เหมือนกัน “แล้วเครื่องประดับละคะ”

ยังไม่ทันที่จีจี้จะพูดอะไรออกมาประตูร้านของห้องเสื้อก็ถูกเปิดออก ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งผิวขาวสวมแว่นกันแดดสีชาเดินเข้ามาในร้านมองด้วยหางตาก็รู้ว่าไม่ใช่คนไทย ‘หล่อยังกะพระเอกเกาหลี’

“พี่กาอินมาหรือยังครับ” ‘กังยู’หนุ่มลูกครึ่งเกาหลีที่พูดสำเนียงไทยได้ชัดเอ่ยถามกับพนักงานสาวที่กำลังดูแลจีจี้อยู่ เขาหันไปเห็นจีระนันท์เข้าพอดีก็ยิ้มให้เล็กน้อยตามมารยาท

“คุณอินมาแล้วค่ะแต่เมื่อครู่เดินไปร้านดอกไม้ข้างๆ คงอีกสักครู่ก็เข้ามา หรือจะให้ดิฉันโทรตามให้คะ”พนักงานสาวรีบโปรยยิ้มหว่านเสน่ห์แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ทำให้ชายหนุ่มสะดุ้งสะเทือนนัก

“ขอบคุณครับแต่ไม่เป็นไร” เขาชี้นิ้วไปที่โซฟารับแขก “ผมนั่งรอตรงนี้ได้ใช่ไหม”

“เชิญตามสบายค่ะ เดี๋ยวดิฉันจะยกน้ำมาให้”

“ไม่เป็นไรครับเชิญทำงานตามสบายเลยดีกว่าครับ” กังยูเอ่ยยิ้มๆ และเมื่อเห็นหญิงสาวที่รู้สึกคุ้นๆ หน้าจ้องมองมาทางเขา ชายหนุ่มจึงก้มศีรษะให้เล็กน้อยตามมารยาทและเดินไปนั่งที่โซฟา

“ใครนะเด็กคุณอินเหรอ” จีระนันท์อดกระซิบถามพนักงานคนเดิมไม่ได้

“คุณกังยูน้องชายคุณอินไงคะ” ‘ติดใจความหล่อเข้าแล้วละซิ’

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย สายเกินไป สำหรับการอภัยของเขา
8.6
เมื่อชายคนรักขอให้ ‘อรุณา’ บริจาคไตให้แฝดน้องและยอมถอนหมั้นเพื่อให้เธอได้แต่งงานสมใจก่อนตาย ครอบครัวต่างรุมประณามว่าเธอเนรคุณที่ปฏิเสธ โดยหารู้ไม่ว่าห้าปีก่อนเธอคือผู้สละไตให้พ่อตัวจริง แต่ถูกน้องสาววางยาและสวมรอยแย่งความดีไป ทว่าความจริงที่เจ็บปวดกว่าคืออรุณาเหลือไตเพียงข้างเดียวและกำลังป่วยหนักมีชีวิตได้อีกไม่กี่เดือน เมื่อถูกบีบคั้นจนถึงที่สุด เธอจึงตัดสินใจเซ็นสัญญาสละชีวิตเพื่อจบสิ้นทุกพันธนาการที่ไร้ค่านี้เสียที
หน้าปกนวนิยาย Malalin of love ร้อยรักมาลารินทร์   (เซดริก-มาลารินทร์)
9.8
เซดริกคือชายหนุ่มผู้สมบูรณ์แบบในฝันของสาวๆ ทั้งหน้าตาที่หล่อเหลาและฐานะที่ร่ำรวยมหาศาล ทว่าชีวิตของมาลารินทร์กลับต่างกันโดยสิ้นเชิง แม้เธอจะมีความสวยติดตัวมาแต่กำเนิด แต่โชคชะตาอันโหดร้ายกลับทำให้เธอต้องเผชิญกับการสูญเสียครั้งใหญ่ และมีความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องใช้เงินจำนวนมหาศาลเพื่อยื้อชีวิตแม่ที่รักเอาไว้ ในสถานการณ์ที่ไร้ทางออก เธอจึงต้องตัดสินใจแลกพรหมจรรย์ของตนเองเพื่อเงินที่จะนำมาต่อลมหายใจให้ผู้เป็นแม่ท่ามกลางวิกฤตชีวิตที่บีบคั้น
หน้าปกนวนิยาย รอยจูบพันธนาการ
8.9
เมื่อจูบที่เริ่มจากความสะใจกลายเป็นบ่วงพันธนาการที่มัดตัวเธอไว้ไม่ให้หลีกหนีไปไหนได้พ้น เรื่องราวความสัมพันธ์สุดอลหม่านเริ่มต้นขึ้นเมื่อเพลย์บอยตัวร้ายผู้ไม่เคยยอมเสียเปรียบใครประกาศกร้าวว่าจูบของเขาไม่มีคำว่าฟรี ในโลกสมัยใหม่ที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม เธอจะจัดการอย่างไรกับพันธะร้ายที่เขาจงใจสร้างขึ้นเพื่อผูกมัดเธอไว้ข้างกายตลอดไป ความแค้นในตอนแรกกลับกลายเป็นความลุ่มหลงที่ยากจะถอนตัวในนิยายรักโรแมนติกที่แฝงไปด้วยความเร่าร้อนเรื่องนี้
หน้าปกนวนิยาย ลวงรักแม่สาวจอมเฉิ่ม
9.5
จากสาวโสดที่เคยอยู่อย่างโดดเดี่ยว พาขวัญกลับต้องมารับบทคุณแม่จำเป็นเพื่อปกป้องเด็กหญิงตัวน้อยตามคำขอของพี่สาวคนสนิท ทว่าภารกิจนี้กลับพาเธอเข้าสู่การแต่งงานกำมะลอกับชายหนุ่มแปลกหน้าอย่างเลี่ยงไม่ได้ ทั้งสองต้องร่วมมือกันสืบหาตัวคนร้ายที่ทำลายครอบครัวของหนูน้อยท่ามกลางอันตรายที่ซ่อนเร้น แต่ยิ่งใกล้ชิดกันมากเท่าไหร่ สามีที่เคยเป็นเพียงคนในนามกลับเริ่มแสดงออกว่าอยากครอบครองหัวใจของเธอให้กลายเป็นภรรยาที่แท้จริงขึ้นมาเสียแล้ว
หน้าปกนวนิยาย แต่งงานสายฟ้าแลบแล้วถูกสามีที่เป็นเจ้านายตามใจ
8.0
เย่ซิงเฉินแต่งงานสายฟ้าแลบกับชายปริศนาโดยไม่เคยเห็นหน้ากันแม้แต่ครั้งเดียว หนึ่งปีผ่านไปเธอตัดสินใจขอหย่าเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ แต่กลับถูกหลู่ซื่อถิงประธานจอมเย็นชาตามตื๊ออย่างหนัก เมื่อเธอพยายามปฏิเสธเขาด้วยการโชว์ใบทะเบียนสมรสเพื่อยืนยันว่ามีสามีแล้ว ความจริงที่น่าตกใจก็ถูกเปิดเผย เมื่อชายหนุ่มชี้ให้ดูว่าเขาคือคนเดียวกับสามีในนามคนนั้น พนักงานสาวตัวเล็กๆ จึงได้รู้ว่าแท้จริงแล้วสามีลึกลับของเธอก็คือเจ้านายมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลนั่นเอง
หน้าปกนวนิยาย เร้นรักกักใจ
7.9
จากความผิดพลาดเพียงคืนเดียว นำไปสู่ความสัมพันธ์ลับที่ไม่อาจเปิดเผยให้ใครล่วงรู้ได้ เรื่องราวความรักกุ๊กกิ๊กที่เน้นความรู้สึกดีๆ โดยไม่มีดราม่าหนักหน่วงให้ต้องปวดใจ เมื่อนางเอกสายแซ่บต้องมาพัวพันกับพระเอกที่แอบมีใจให้กันอยู่ลึกๆ ท่ามกลางบรรยากาศแสนหวานที่ชวนให้ลุ้นไปกับความลับของทั้งคู่ในที่ลับตาคน นิยายโรมานซ์เล่มเดียวจบที่อ่านง่าย สบายอารมณ์ และเต็มไปด้วยความฟินแบบจัดเต็มตลอดทั้งเรื่อง เหมาะสำหรับสายหวานที่ต้องการความละมุนหัวใจ