ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ท่านคะ ทำแบบนี้เห็นทีจะหลงรัก

ท่านคะ ทำแบบนี้เห็นทีจะหลงรัก

เมื่อนักศึกษาสาวหัวรั้นตั้งคำถามสุดท้าทายกับผู้พิพากษาหนุ่มมาดขรึมว่า การสอบเข้าสู่เส้นทางตุลาการกับการเป็นภรรยาของเขานั้นสิ่งใดจะทำสำเร็จได้ง่ายกว่ากัน ทว่าเขากลับตอบโต้ด้วยความเย็นชาพร้อมไล่ให้เธอไปตั้งใจอ่านหนังสือสอบแทนการตามตื้อจีบเขาไปวันๆ เรื่องราวความรักวุ่นๆ ท่ามกลางกลิ่นอายตัวบทกฎหมายจึงเริ่มต้นขึ้น เมื่อสาวเจ้าไม่ยอมแพ้และตั้งใจจะพิชิตทั้งใบปริญญาและหัวใจของท่านผู้พิพากษาจอมดุมาครองให้จงได้
ตอน
แชร์

ตอน 3

"ยัยลัลน์แกกินอะไรหน่อยนะ แกอย่าเป็นแบบนี้เลย ลัลน์ยังมีพ่อแม่มีฉันอยู่ไง" ทำไมเพื่อนเธอถึงได้อาการหนักขนาดนี้ หลังจากที่เธอไปรับลัลน์มาจากคอนโดพี่มาร์ค ลัลน์ก็ร้องไห้ไม่หยุดพอมาถึงคอนโดก็เหม่อลอยไม่พูดอะไรกับเธอ แม้กระทั่งข้าวที่เธอเตรียมไว้ให้ลัลน์ก็ไม่ชายตามองสักนิด

         "ก็แค่ผู้ชายชั่วๆ คนเดียวทำให้แกเป็นไปได้ขนาดนี้เลยหราว่ะ ฉันรู้ว่าแกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ฉันขอให้เธอมีสติกว่านี้ได้ไหม" หนูนาพูดไปพลางเขย่าตัวเพื่อนไป เพื่อให้เพื่อนที่ตกอยู่ในภวังค์มีสติมากกว่านี้

         "ฮึกก ฮือออ หนูนาาาา ฮึกก พี่เขาทำกับลัลน์แบบนี้ได้ไง ฮึก ทำไมต้องทำร้ายจิตใจเราขนาดนี้ ฮึก ที่ผ่านมาคือพี่เขาไม่เคยรักเราใช่ไหม เขาถึงได้ทำแบบนี้ ฮืออ " หญิงสาวพูดกับหนูนาด้วยเสียงสะอึกสะอื้น คำถามนี้ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวลัลน์ อกหักครั้งแรกนี้เธอทรมานยิ่งนัก รู้สึกจุกแน่นหน้าอกหายใจไม่ออกจนถึงกระทั่งตอนนี้

         "ไม่เป็นไรนะลัลน์ ตอนนี้แกมีฉันอยู่กับแก แกรู้สึกไม่ดียังไง ไม่ไหวยังไงแกยังมีฉันอยู่เคียงข้างเสมอ ช่วงนี้แกก็นอนอยู่ที่คอนโดกับฉันนี่แหละ แต่ตอนนี้แกต้องกินข้าวแล้วนอนก่อนนะ ชีวิตเรามันต้องเดินหน้า อย่าไปจมปักอยู่กับผู้ชายเฮงซวยคนเดียว" ว่าแล้วเธอก็ดึงลัลน์มากอดเพื่อให้เพื่อนอุ่นใจบ้างว่าเธอไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว

         ลัลน์พยักหน้าตอบรับเพื่อน แล้วลุกขึ้นไปกินข้าวที่หนูนาเตรียมไว้ให้ ถึงแม้ว่าเธอจะกินอะไรไม่ลงก็ตาม แต่ด้วยความกลัวเพื่อนเป็นห่วงจึงฝืนกินลงไป เมื่อเธอฝืนกินไม่ไหวแล้วจึงรวบช้อนรอหนูนากินเสร็จเพื่อจะนำจานไปล้าง

         "แกอิ่มแล้วรึไงยัยลัลน์ แกกินไปได้นิดเดียวเองนะ"

         "อืม ลัลน์ฝืนไม่ไหวแล้ว"

         "งั้นลัลน์ทิ้งจานไว้นี่แหละเดี๋ยวหนูนาล้างเอง เธอตาโรยเหมือนจะเป็นไข้เลย รีบไปอาบน้ำกินยานอน แล้วลัลน์อย่าคิดมากด้วยล่ะ ฝันดีนะจ๊ะเพื่อนรัก" หนูนาตัดบทไล่เพื่อนให้ไปจัดการตัวเองไม่ต้องรอเธอ ดูเหมือนว่าลัลน์จะต้องการเวลาทบทวนอยู่คนเดียวสักพัก คงไม่ดีขึ้นเร็ววันนี้ แต่เวลาจะช่วยเยียวยารักษาแผลใจเพื่อนเธอเอง และเวลาจะนานเท่าไหร่ที่คนๆหนึ่งจะทำใจลืมใครสักคนคงขึ้นอยู่ที่ตัวของลัลน์เองว่าจะปล่อยวางเลิกยึดติดกับความรักนี้ได้เมื่อไหร่

         เมื่อลัลน์อยู่คนเดียวความเศร้าก็โถมกระหน่ำเข้ามาโจมตีอีกครั้ง หญิงสาวร้องไห้อย่างหนักปิดปากแน่นเพื่อไม่ให้เสียงร้องไห้ของตนได้ยินออกไปข้างนอก เธอนั่งพิงประตูห้องกอดเข่าร้องไห้ คิดถึงคนที่ทำร้ายจิตใจ เสียงของคนใจร้ายยังคงดังก้องหลอกหลอนในหู เธอรู้ว่าผู้ชายไม่ใช่ทุกสิ่งในชีวิต แต่เพียงแค่ตอนนี้เธอยังทำใจกับการถูกหักหลังไม่ได้เท่านั้น เธอหวังว่าเมื่อผ่านพ้นคืนนี้ไปเธอขอให้ความเจ็บปวดของเธอทุเลาเบาบางลงบ้างแค่นั้นเอง

         แสงอรุณสาดส่องเข้ามาผ่านหน้าต่างซึ่งไม่ได้ปิดม่านบังแสงไว้ ใบหน้าอิดโรย ตาแดงกล่ำบวมช้ำหันหน้าไปมองแสงอาทิตย์อย่างเหม่อลอย หญิงสาวไม่ได้นอนทั้งคืน เมื่อเธอเห็นว่าสมควรแก่เวลาจึงลุกไปอาบน้ำแต่งตัวเพื่อไปติดต่อที่ฝึกงานเป็นเพื่อนหนูนา ดีที่เธอได้ไปติดต่อขอฝึกมาก่อนหน้านี้แล้ว

         “ลัลน์กินอะไรลองท้องหน่อยไหม ดูซิผ่านไปคืนเดียวแก้มแกซูบตอบไปหมดแล้ว” หนูนาลูบใบหน้าเพื่อนสาวของเธอที่สีหน้าดูซีดเซียว ดวงตาปูดโปนและช้ำ คงไม่พ้นว่าเมื่อคืนร้องไห้อย่างหนัก เมื่อมือเธอสัมผัสใบหน้าเพื่อนรู้สึกถึงไอร้อนผ่าวๆจากแก้มเพื่อนเธอ

         “ลัลน์แกไม่สบายแน่ๆเลย วันนี้แกไม่ต้องไปเป็นเพื่อนฉันหรอก กินข้าวแล้วนอนพักเถอะ หนูนาไปคนเดียวได้”

         “ไม่เป็นอะไรหนักหรอกหนูนา นี่ลัลน์แต่งตัวเสร็จแล้วอย่าให้ลัลน์แต่งตัวเก้อซิ” เสียงแหบของลัลน์ตอบเพื่อนสาว หนูนาผละตัวออกจากลัลน์แล้วไปนำแซนวิชด์ที่เตรียมไว้พร้อมกับยามาวางไว้ตรงหน้าลัลน์

         “อ่ะ นี่ค่าคุณผู้หญิงเชิญรับประทานอาหารที่ทางเราจัดเตรียมไว้นะคะ” หนูนาพูดเสียงทะเล้นฉีกยิ้มให้กับเพื่อนตน

         “ขอบใจเธอมากนะหนูนา รบกวนมาอยู่ด้วยแล้วยังลำบากต้องหาอะไรให้กินอีก” หญิงสาวก้มหน้ามองจานแซนวิชด์ตรงหน้าอย่างสำนึกผิดที่มาเป็นภาระลำบากให้เพื่อนเธอดูแล

         “โอ๊ยยยย ยัยลัลน์ถ้าแกเห็นฉันเป็นเพื่อนแกห้ามพูดแบบนี้อีกเป็นอันขาด ไม่งั้นหนูนาจะโกรธแกจริงๆด้วย ลัลน์รีบกินเถอะเดี๋ยวรถติดไปถึงสำนักงานช้า”

         “ได้ค่าาาา จะรีบทานเดี๋ยวนี้ค่าคุณนันท์นพินนน” เสียงเจื้อยแจ้วชวนคุยของหนูนาดังขึ้นตลอดมื้ออาหารเช้า เรียกรอยยิ้มแรกของลัลน์นับตั้งแต่เกิดเรื่องได้เป็นอย่างดี

         บรรยากาศกดดันภายในห้องพิจารณา มีเสียงทนายความต่างโต้เถียงกันอย่างไม่มีใครยอมใคร ชายหนุ่มซึ่งมีใบหน้าหล่อเหลาเกินบรรยาย ใบหน้าคมเข้ม คิ้วหนา หางคิ้วชี้ขึ้นเล็กน้อยสมเป็นผู้นำ จมูกโด่งรับกับใบหน้าและสันกรามที่เห็นชัด ตาคมสีน้ำตาลเข้มกวาดสายตามองทนายความทั้งสองฝ่ายซึ่งเถียงกันจนหาที่ยุติไม่ได้

         “ศาลว่าทนายทั้งสองท่านไปตกลงไกล่เกลี่ยกันให้ลงตัวเสียก่อน แล้วนัดหน้าแจ้งข้อตกลงที่ไกล่เกลี่ยให้ศาลทราบด้วย” เสียงเรียบทุ้มเอ่ยขัดอย่างเย็นชา พาทำให้บรรยากาศภายในห้องกดดันยิ่งกว่าเดิม นอกจากเสียงแป้นพิมพ์ของหน้าบัลลังก์และเสียงแอร์แล้วก็ไม่ปรากฏเสียงใดในห้องพิจารณาอีก ร่างสูงหนากำยำภายใต้ชุดครุยผู้พิพากษากล่าวจบแล้วเดินออกจากห้องพิจารณาไป

         “หืมพี่ ท่านคิณณ์น่ากลัวจริง ผมพึ่งเคยมาบัลลังก์นี้ผมนี่เกร็งมากเลยพี่”

         “ท่านไม่มีอะไรหรอกแค่ดูเข้าถึงยาก แต่พอพลาดอะไรท่านก็เตือนนะเพียงแค่ท่านติดเย็นชาเลยดูน่ากลัวไปงั้นเอง”

         “เอาเป็นว่าเดี๋ยวผมไปตกลงกับลูกความผมก่อนว่ายอมชำระค่าเสียหายสองแสนก่อน รายละเอียดส่วนที่เหลือเดี๋ยวผมพาลูกความผมไปตกลงที่สำนักงานพี่นะ” เสียงทนายความทั้งสองฝ่ายที่โต้เถียงกันอย่างไม่ยอมกันในตอนแรก ตอนนี้กลับเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย เมื่อเจอผู้พิพากษาท่านนี้ไปทำเอาทั้งสองสามารถเจรจาหาข้อยุติกันได้และต่างคนต่างแยกย้ายกันกลับสำนักงานของตน

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “96JLS” บน moboreader เพื่ออ่านหนังสือฉับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
96JLS
คัดลอก
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย อุ้มรักสามีไร้ใจ
9.2
ธรรม์บดีต้องแต่งงานกับกุลธิรัตน์แทนที่จะเป็นน้องสาวของเธอ เพราะแผนการของลัดดาที่สร้างความขัดแย้งใหญ่หลวง เขาจึงระบายความโกรธใส่ภรรยาที่ตนตราหน้าว่าเป็นเพียง ยัยลูกหมา โดยกำหนดให้เธอมีหน้าที่เพียงแค่อุ้มท้องผลิตทายาท และต้องจากไปทันทีที่คลอดลูก แม้กุลธิรัตน์จะพยายามดูแลสามีด้วยความใส่ใจเพียงใด สิ่งที่ได้รับกลับมามีเพียงการกระทำที่รุนแรง คำพูดจิกกัด และความเย็นชาจากชายผู้ไร้หัวใจที่พร้อมจะเขี่ยเธอทิ้งอย่างไม่ใยดี
หน้าปกนวนิยาย กฎคือห้ามท้อง
8.2
นิยายรักโมเดิร์นที่ถ่ายทอดเรื่องราวของคนสองคู่ผ่านความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยเงื่อนไขอันโหดร้าย เมื่อฝ่ายชายยื่นคำขาดให้หญิงสาวป้องกันตนเองเพื่อไม่ให้มีทายาทกับคนชั้นต่ำอย่างเธอ พร้อมคำขู่เรื่องการทำแท้งหากเกิดความผิดพลาด ในขณะที่อีกคู่กลับเป็นเกมการเอาชนะของหญิงสาวผู้กุมอำนาจเหนือกว่า เธอพร้อมจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้ครอบครองตัวชายหนุ่มที่เธอปรารถนา โดยที่เขาไม่มีสิทธิ์ขัดขืนหรือปฏิเสธความต้องการของเธอได้เลยแม้แต่น้อย
หน้าปกนวนิยาย ทาสรักแดนทราย
9.0
เคียงเดือน นางแบบสาวผู้ดิ้นรนทำงานหนักเพื่อล้างหนี้ให้บิดา เดินทางมาไกลถึงดินแดนเบเดน แต่โชคชะตากลับเล่นตลกให้เธอพบกับนาคิน ชายหนุ่มจอมเผด็จการที่เต็มไปด้วยอคติ เขาไม่เพียงแต่ดูถูกว่าเธอเป็นแค่คนรับใช้ แต่ยังกล่าวหาว่าเธอคือนกต่อของกลุ่มก่อการร้ายร้ายแรง เคียงเดือนถูกเขาจับกักขังเพื่อเค้นความจริงอย่างไม่เป็นธรรม เมื่อความอดทนถึงขีดสุดจากการถูกยัดเยียดข้อหาและอำนาจมืด เธอจึงตัดสินใจลุกขึ้นสู้เพื่ออิสรภาพและพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเอง
หน้าปกนวนิยาย โซ่รักเล่ห์เทพบุตร
9.6
เมื่อความลับเรื่องพ่อกลายเป็นคำถามที่บีบหัวใจ คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวจึงจำใจปั้นเรื่องโกหกเพื่อปกปิดความจริงที่แสนเจ็บปวด โดยบอกลูกสาวตัวน้อยว่าพ่อของเธอได้จากโลกนี้ไปแล้วด้วยอุบัติเหตุเครื่องบินตก แต่ความไร้เดียงสาของเด็กหญิงกลับทำให้สถานการณ์ยากลำบากยิ่งขึ้น เมื่อเธอสงสัยว่าพ่อผู้ล่วงลับนั้นเป็นคนดีจนได้ขึ้นสวรรค์หรือเป็นคนเลวที่ต้องตกนรกกันแน่ ท่ามกลางคำถามที่ไร้คำตอบ ความทรงจำเรื่องชายคนนั้นยังคงตามหลอกหลอนและรอวันเปิดเผย
หน้าปกนวนิยาย สัญญาพิศวาสซาตาน
9.4
เมื่อข่าวลือเรื่องการวิวาห์ระหว่างตระกูลดังหนาหู หญิงสาวจึงเผชิญหน้ากับตรัยเพื่อถามความจริง แต่เขากลับยอมรับหน้าตายว่าเกตุแก้วเพื่อนรักของเธอนั้นเหมาะสมจะเป็นภรรยาที่สุด แม้เธอจะพยายามขอจบความสัมพันธ์ลับเพื่อรักษาเกียรติให้เพื่อน แต่ซาตานร้ายอย่างเขากลับไม่ยอมปล่อยมือ ตรัยประกาศกร้าวว่าจะกักขังเธอไว้บนเตียงเพื่อชดใช้หนี้แค้นที่พี่ชายเธอเคยทำไว้ เขาพร้อมทำลายหัวใจเธอให้ย่อยยับและใช้ความอัปยศนี้เป็นเครื่องมือแก้แค้นอย่างเลือดเย็นที่สุด