
นางบำเรอแม่ทัพปีศาจ
ตอน 2
น้ำสาดลงมาใส่คนที่หลับสนิท ลี่อิงลืมตาขึ้นมามองคนที่ยืนถือ ถังน้ำ พยายามทบทวนความจำว่าตัวเองอยู่ที่ไหน สุดท้ายก็นึกได้ว่าตนตายแล้วมาเกิดใหม่ในร่างเชลยสงครามที่ถูกจับมาไว้ในค่ายทหารของ แม่ทัพเฉินหยาง ซึ่งได้ชื่อว่าโหดเหี้ยม ไร้ความปรานี และโหยหาสตรีที่สุด แต่ร่างนี้เป็นเพียงสตรีธรรมดา ซ้ำร้ายหน้าตายังค่อนไปทางอัปลักษณ์ ลี่อิงมองเงาสะท้อนในลำธารที่ตัวเองมาตักน้ำ ใบหน้านางมีปานแดงตรงหางตาลากมาจนถึงใบหู เป็นเหตุให้ถูกโยนมาเป็นคนใช้แรงงานตักน้ำ
ค่ายทหารของแม่ทัพเฉินหยางแบ่งสตรีออกเป็นสามประเภท หนึ่งคือสตรีที่คอยปรนนิบัติแม่ทัพ สตรีในกลุ่มนี้จะมีรูปโฉมงดงาม ได้กินดีอยู่ดี วัน ๆ แค่คอยสร้างความสุขให้เขาเท่านั้น ประเภทที่สองคือสตรีจากกลุ่มแรกที่แม่ทัพเริ่มเบื่อหน่าย จึงโยนให้ทหารที่หิวโหยเช่นกัน มาถึงสตรีกลุ่มสุดท้ายคือกลุ่มของนาง เป็นสตรีที่หน้าตาน่าเกลียด อ้วนไป ผอมไป หรือไม่ก็มีตำหนิจนต้องระเห็จมาทำงานใช้แรงงาน
คนที่ฝันกลางวันได้หนึ่งตื่นตกใจกับความคิดตัวเองที่หมายจะ ช่วงชิงความรักจากแม่ทัพ เขาน่ากลัวเกินไป ไม่เคยรักสตรี มองสตรีเป็นเพียงเครื่องมือระบายอารมณ์เท่านั้น
“โชคดีแค่ไหนแล้วที่เป็นเช่นนี้” นางตักน้ำเทลงอ่างน้ำ มองสตรีที่หัวร่อต่อกระซิกกับแม่ทัพ แต่เมื่อเจ้าตัวอารมณ์ไม่ดี สตรีเหล่านั้นก็ถูกโยนออกไปนอกกระโจมทันที
ลี่อิงส่ายหน้ากับชะตากรรมของพวกนาง ในทางกลับกันรู้สึกดีกับชะตากรรมของตนเอง นางแตะอ่างอาบน้ำ ตามองเจ้าของกระโจมเดินเข้ามาถอดเสื้อโดยไม่สนใจใคร
ลี่อิงถอยหลังก้มหน้าคำนับแล้วขอตัว สตรีเช่นนางมีรูปลักษณ์ดังภูตผี บุรุษผู้นี้ชมชอบสตรีงามไร้ตำหนิ ทั้งยังเจ้าระเบียบ เคร่งครัดต่อตนเองและทหารที่ปกครอง ไม่แปลกที่เขาสามารถตีแคว้นฟู่เฉินได้อย่างรวดเร็ว
นางเดินออกมาวางถังน้ำก่อนจะไปช่วยงานที่โรงครัว คอยหยิบจับทำอาหาร ไม่รู้ว่าเป็นโชคชะตาหรือสวรรค์จงใจ เพราะสิ่งนี้คือสิ่งที่นาง ถนัดพอดี
ลี่อิงนึกถึงอุปกรณ์ทันสมัยในครัวเมื่อครั้งเป็นเชฟ มาถึงตอนนี้ แม้จะยังชื่นชอบการทำอาหารเหมือนเดิม แต่ก็ใช่ว่าจะทำได้ดีเหมือนเก่า เนื่องจากสมัยนี้ไม่มีเครื่องมืออำนวยความสะดวกและวัตถุดิบบางอย่าง
สายตานางมองวัตถุดิบบนโต๊ะ อาหารในค่ายทหารมีไม่กี่อย่าง ส่วนมากจะเป็นพวกเผือก หน่อไผ่ เห็ด และเนื้อสารพัด แล้วแต่ว่าจะล่าสัตว์ชนิดไหนมาได้
วันนี้เป็นเนื้อกวาง ในภพก่อนนั้นนางสามารถหาซื้อเนื้อได้ตามซูเปอร์มาร์เก็ต ไม่เคยเห็นเนื้อกวางที่มาเป็นตัวแบบนี้มาก่อน ตอนนี้จึงต้องหาทหารที่ชำนาญมาช่วยแล่
นางนึกถึงเนื้อกวางตุ๋น แต่ในภพนี้ไม่มีวัตถุดิบหลายอย่างจึงจะทดลองทำทีละน้อย เนื้อกวางติดกระดูกถูกโยนทิ้งให้เป็นอาหารสำหรับทาสของพวกนาง
ลี่อิงหยิบกระดูกที่วางอยู่มาล้างให้สะอาดแล้วใส่ลงในหม้อ เพื่อต้มให้เปื่อย จำได้ว่าในครัวมีพวกสมุนไพรยาจีน ซึ่งหาเจอเพียงลูกผักชี พริกไทยดำ ใบกระวาน อบเชย และโป๊ยกั้ก ยังขาดอีกหลายอย่าง นางพยายามหาของที่ใกล้เคียงมาห่อด้วยผ้าขาว จากนั้นก็มัดให้แน่น แล้วหย่อนลงหม้อ เคี่ยวจนเนื้อติดกระดูกนุ่มร่วนจึงตักแล้วยกไปยังสถานที่กินข้าวของทาสซึ่งอยู่ด้านหลัง
นางมัวแต่มองหม้อและเท้าจนกระทั่งชนเข้ากับแผ่นหลังของใครบางคน ลี่อิงเงยหน้าก่อนจะรีบวางหม้อ คำนับขอโทษ
“ข้าน้อยขออภัยท่านแม่ทัพ ข้าน้อยไม่ได้ตั้งใจ” นางกลัวจนตัวสั่น กลัวเขาจะลากนางไปประหารเดี๋ยวนี้
คนถูกชนลดสายตามองสตรีสกปรกก่อนจะเหลือบไปยังหม้อเนื้อ กลิ่นหอมของเครื่องเทศลอยแตะจมูก แม่ทัพเฉินหยางจึงเอ่ยถาม “ในหม้อคืออาหารของใคร”
“ในหม้อเป็นเพียงเนื้อติดกระดูกที่ทิ้งแล้ว”
แม่ทัพเฉินหยางไม่สนใจ “ยกมันไปที่กระโจมข้า”
ลี่อิงเงยหน้า หรือเขาหวงแม้กระทั่งเนื้อที่ทิ้งไปแล้ว พอคิดว่ามื้อนี้ต้องกินเผือกกินหน่อไม้อีก นางก็เริ่มไม่พอใจคนบ้าอำนาจ แต่ถามว่ากล้าขัดคำสั่งหรือไม่ ไม่แน่นอน
ลี่อิงวางหม้อบนเตา เจ้าของกระโจมสั่งผู้ที่เปรียบเสมือนมือขวา ซึ่งยืนอยู่ข้าง ๆ “อาเหลียน ขอถ้วยให้ข้า”
เขารีบหยิบถ้วยตักอาหารส่งให้แม่ทัพ นางได้แต่มองเขากินเนื้อ ทีละชิ้น หมดไปหนึ่งชิ้นก็แล้ว สองชิ้นก็แล้ว สามชิ้นก็อีก จนลดไปครึ่งหม้อ ลี่อิงก็ทนไม่ไหว
“ท่านแม่ทัพจะชิมอีกนานหรือไม่เจ้าคะ” หากชิมมากกว่านี้นางคงได้แทะกระดูกแทน
คนถูกขัดจังหวะวางถ้วยลง นางนึกว่าเขาจะหยุดกิน ที่ไหนได้ ตอนนี้เขาตักเนื้อด้วยตัวเองแล้ว ท่านไม่ยกซดทั้งหมดเลยล่ะ ส่วนนางคงต้องขุดเผือกกินต่อไป
“ค่ายทหารเป็นของข้า ทุกสิ่งทุกอย่างก็ล้วนเป็นของข้า เนื้อนี้ ก็เหมือนกัน เจ้ามีปัญหาอะไร”
แหม ถามแบบนี้ถ้าตอบว่ามีปัญหาคงถูกจับไปแขวนคอ ลี่อิงโบกมือ “ไม่มีเจ้าค่ะ เชิญท่านแม่ทัพกินตามสบาย”
นางคำนับ ตั้งใจจะออกไปหาของกินใหม่ แต่ก้าวเท้าได้ก้าวเดียวเจ้าของกระโจมก็พูดขึ้น “ใครอนุญาตให้เจ้าไป” พอได้ยินเสียงแข็ง ๆ มีหรือนางจะไม่หันกลับ ว่าแล้วก็ถอยหลังมาก้มหน้า รอคอยเขากิน จนเสร็จ
เสียงซดน้ำในหม้อทำให้นางเงยหน้าอีกครั้ง อยากจะถามว่า ไปตายอดตายอยากมาจากไหน แต่ก็เกรงจะถูกแขวนคออีก ดังนั้นเมื่อเขามองมา ลี่อิงจึงรีบก้มหน้า
อันที่จริง ตอนนี้นอกจากเราสองคนก็ยังมีอีกหนึ่งที่ยืนอ้าปากค้าง ตะลึงมองหม้อที่มีเนื้อติดกระดูก ปกติท่านแม่ทัพไม่เคยกินอาหารเกินครึ่งชาม เขาเพิ่งเคยเห็นอีกฝ่ายกินเยอะขนาดนี้เป็นครั้งแรก
“ฝีมือการปรุงอาหารของเจ้าไม่เลว”
แน่ล่ะ ข้าเป็นเชฟนะ ทำไม่อร่อยก็เสียชื่อแย่ “ตอนนี้เจ้าทำงานอะไร”
“ข้าน้อยทำหน้าที่เตรียมน้ำอาบให้ท่านแม่ทัพ และเป็นลูกมือ พ่อครัวในโรงครัวเจ้าค่ะ ตอนเย็นมีหน้าที่ซักผ้าและเก็บกวาดภายในค่าย”
เรียกว่ามีงานสารพัดกองท่วมหัว คนฟังละมือลงจากจอกชา แล้วลุกขึ้นมาสำรวจนาง มือหนาดันใบหน้านางขึ้นก็พบรอยปาน
ดวงตาเขากระตุก ไม่ค่อยชอบใจในสิ่งที่เห็น ก่อนจะปล่อยมือ
“ต่อไปเจ้าไม่ต้องเตรียมน้ำ ซักผ้า หรือทำงานอื่นแล้ว หน้าที่ ของเจ้ามีเพียงเตรียมอาหารให้ข้าเท่านั้น”
แม่ทัพเฉินหยางหันมองซากอาหาร เขาทำศึกมาหลายปี นานวันเข้าก็เริ่มเบื่ออาหารจนทุกวันนี้กินได้ไม่เกินครึ่งชามด้วยซ้ำ ขืนเป็นเช่นนี้ต่อไปคงไม่มีแรงออกไปรบ
“เด็ก ๆ พานางไปอาบน้ำแต่งตัวใหม่ ข้าไม่ชอบเห็นของสกปรก”
ลี่อิงยกเสื้อดมกลิ่นตัวเอง นางแค่ใส่เสื้อผ้าเก่าและมีกลิ่นครัวเท่านั้น มาหาว่านางสกปรก เขาเคยชิมนางหรือยังถึงพูดเช่นนั้น
คุณอาจจะชอบ





