ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ข้าอยู่บน ท่านอ๋องอยู่ล่าง

ข้าอยู่บน ท่านอ๋องอยู่ล่าง

เซียวหนานคือนกกระจอกสืบข่าวระดับล่างในองค์กรลับผู้ไร้หัวนอนปลายเท้า นางถูกฝึกฝนอย่างหนักในศาสตร์การปรนนิบัติและศิลปะแห่งกามารมณ์เพื่อแทรกซึมเข้าหาเหล่าขุนนาง แม้วรยุทธ์จะต่ำต้อยแต่นางกลับเชี่ยวชาญการใช้เรือนร่างเป็นอาวุธล่อลวงบุรุษ แม้จะเคยฝึกฝนกับของเทียมและชายปริศนามาบ้าง แต่นางยังต้องรักษาพรหมจรรย์ไว้เพื่อมอบให้แก่เหยื่อสูงศักดิ์รายแรกตามคำสั่งของนายใหญ่ ท่ามกลางวังวนแห่งการชิงไหวชิงพริบที่ต้องใช้ทั้งร่างกายและหัวใจเข้าแลกเพื่อความอยู่รอด
ตอน
แชร์

ตอน 2

วันรุ่งขึ้นในยามซื่อตามกำหนดเวลา เหล่าหญิงงามทั้งหลายก็แต่งกายงดงามมายืนรอเพื่อให้มู่หรงเคออวี่คัดเลือกแล้ว

ชุดที่ว่างดงามนี้ล้วนเป็นชุดสีขาวบอบบางแนบเนื้อ เผยให้เห็นสัดส่วนอย่างชัดเจน กระทั่งเผยให้เห็นเนินโยนีและปทุมถันสีชมพูของเหล่าสาวงามที่ดันเนื้อผ้าออกมา

ชุดเหล่านี้ล้วนเป็นจวนอ๋องที่จัดเตรียมเอาไว้ให้ และเป็นผู้ดูแลหญิงสามคนที่ช่วยพวกนางแต่งกายเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับพิธีคัดเลือกสาวงามเข้าจวน

สาวงามหลายคนถึงกับร้องไห้ออกมาด้วยอับอายจนอยากจะแทรกแผ่นดินหนี ทว่าพวกนางกลับถูกข่มขู่ว่าหากออกจากจวนกลางคันก็นับว่าผิดเงื่อนไขส่งสาวงาม แม้จะตายก็ไม่มีผู้ใดตำหนิจวนอ๋องได้

ด้วยความกลัวตายทุกคนจึงจำใจรอการคัดเลือกด้วยความรู้สึกอดสูที่ถูกหมิ่นเกียรติเพียงนี้ เนื่องจากสาวงามหลายคนหากจะว่ากันไปแล้วเมื่ออยู่ที่บ้านของตนเองก็นับได้ว่าเป็นคุณหนูที่อยู่ดีกินดีมาไม่น้อย

ส่วนตัวเซียวหนานนั้นก็ช่างเถิดเพราะนางรู้อยู่แล้วว่าจะต้องเจอสิ่งใด คนที่ฝึกฝนนางมาถึงจุดนี้ล้วนเป็นนางโลมชั้นสูง กระทั่งการร่วมสังวาสกับนางโลมเหล่านั้นนางก็เคยทำมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว

แน่นอนว่าระหว่างการฝึกฝนนั้น การมีอารมณ์ร่วมและการที่มีน้ำสวาทไหลนั้นสำคัญที่สุด ดังนั้นอาการเสียวซ่านจึงนับว่าเป็นเรื่องปกติ และเมื่อต้องปลดปล่อยในเวลานั้นการพึ่งพากันและกันอย่างดุเดือดระหว่างพี่เลี้ยงนางโลมกับบรรดาเหล่านกกระจอกผู้ฝึกฝนจึงมักจะเกิดขึ้นเป็นประจำอยู่เสมอ

ยังคงมีสตีบางส่วนที่มีสีหน้าเมินเฉยกับการสวมอาภรณ์เช่นนี้ นางแน่ใจว่าต้องได้รับการฝึกฝนมาอย่างดีเช่นกันเพื่อเอาตัวรอด

กระทั่งในที่สุดก็ได้เวลา เมื่อประตูถูกเปิดออกบุรุษผู้หนึ่งก็ก้าวเข้ามาภายในเรือน ทุกคนล้วนมองเขาด้วยอาการตกตะลึงด้วยบุรุษผู้นี้มีใบหน้าหล่อเหลา บุคลิกท่าทางสูงส่งแตกต่างจากผู้อื่นอย่างเห็นได้ชัด

แม้ว่าอากาศจะหนาวทว่าเขากลับสวมเพียงเสื้อคลุมตัวเดียว เปิดเผยรูปร่างแข็งแกร่งให้เห็นอย่างชัดเจน ช่วงหน้าท้องของเขาเผยให้เห็นกล้ามเนื้องดงาม คล้ายกลับบุรุษผู้ดูแลตนเองอยู่เสมอ

ทว่าเขากลับเข้ามาพร้อมกับกลิ่นสุราโชยออกจากร่าง และสายตาที่แพรวพราวราวกับคนเสเพลในยามมองสตรี

ผู้ดูแลจวนหญิงที่ดูเหมือนจะสูงวัยที่สุดและเป็นหัวหน้าผู้ดูแลเอ่ยว่า

“ท่านอ๋องเข้ามาแล้ว พวกเจ้ายังไม่ถวายความเคารพอีก บังอาจนักอยากถูกตัดหัวหรืออย่างไร!”

สาวงามได้สติรีบวางมือที่บั้นเอว ยอบกายอย่างนอบน้อมแล้วก้มหน้าลง เสียงหัวเราะของมู่หรงเคออวี่ดังขึ้น

“ไม่ต้องมากพิธี ลี่หมัวมัวท่านอย่าข่มขวัญสาวงามของข้าเช่นนี้สิ ดูสิพวกนางหวาดกลัวจนตัวสั่นแล้ว”

“ขออภัยเพคะ ท่านอ๋อง”

“ช่างเถิด”

จากนั้นเขาก็เดินไปนั่งที่เก้าอี้ ท่าทางคล้ายยังไม่สร่างเมาดีนัก จึงนั่งเอนหลังอย่างสบายยกขาข้างหนึ่งขึ้นพาดพนักวางมือทั้งยกมือขึ้นกุมศีรษะ

ลี่หมัวมัวยกน้ำแกงอุ่นให้เขา เอ่ยเบา ๆ ว่า

“น้ำแกงสร่างเมาเพคะ”

สาวงามยืนรออย่างเป็นระเบียบ ไม่มีผู้ใดกล้าเงยหน้าขึ้นมองเขาอีกเซียวหนานเม้มปากคิดในใจว่า

คนผู้นี้ความจริงเขาปฏิบัติต่อบ่าวรับใช้ดีไม่น้อย ไม่ได้วางอำนาจเหมือนที่นางเคยคิดว่าเขาน่าจะเป็น

หลังดื่มน้ำแกงเสร็จ ลี่หมัวมัวจึงรินชาดอกมะลิให้เขาเพื่อดื่มล้างปาก กว่าอ๋องสี่จะมีอารมณ์คัดเลือกสาวงามเวลาก็ผ่านไปจนเกือบจะครึ่งชั่วยามแล้ว

สตรีทั้งสิบเอ็ดคนยังคงยืนอยู่เช่นนั้น แม้ในห้องนี้จะเป็นห้องอุ่นทว่าเมื่อยืนนาน ๆ โดยสวมอาภรณ์บอบบางเช่นนี้ก็รู้สึกหนาวขึ้นมาไม่น้อย

กระทั่งได้เวลามู่หรงเคออวี่จึงลุกขึ้น เขาเดินเข้ามาใกล้สาวงามมากยิ่งขึ้น และเพ่งมองสาวงามทีละคนด้วยสายตาร้อนแรง กระทั่งเขาเดินมาหยุดเบื้องหน้าเซียวหนาน นางกัดปากก่อนจะช้อนสายตาขึ้นมองเขาหยาดเยิ้ม

โอกาสของนางมีเพียงครั้งเดียว นางต้องเข้าจวนอ๋องให้ได้หาไม่แล้ว นางจะกลายเป็นนกกระจอกไร้ประโยชน์ และถูกเบื้องบนสังหารทอดทิ้งโดยไม่ลังเล

บัดนี้ร่างกายของนางมีพิษหนอนไชไหลเวียนอยู่ นางต้องได้รับยาทุกหนึ่งเดือนเพื่อไม่ให้พิษนี้เล่นงานนางจนตาย

มู่หรงเคออวี่หยุดอยู่ตรงหน้านางด้วยความสนใจ ในที่นี่สาวงามทุกคนล้วนมีความงามที่ใกล้เคียงกัน เรียกว่าสุดยอดสาวงามรวมตัวกันอยู่ที่นี่แล้ว ทว่าสาวงามที่มีดวงตาร้อนแรงนั้นมีอยู่เพียงสองสามคนเท่านั้น

รวมทั้งนางผู้นี้ด้วย

และในเวลานั้นลี่หมัวมัวก็เอ่ยว่า

“ปลดเสื้อของพวกเจ้าออก”

เสียงฮือฮาดังขึ้นโดยไม่ยินยอม เวลานี้พวกนางสวมใส่เสื้อผ้าบางจนเห็นปลายปทุมถันชัดเจนยังไม่พออีกหรือ ทว่าเซียวหนานกลับทำตามคำสั่งโดยไม่ลังเล และนอกจากนางแล้วก็ยังมีสตรีอีกสองคนที่ทำตามเช่นกัน

เพียงนางปลดเสื้อออก ก็เผยให้เห็นปทุมถันอวบขาวผ่องขนาดใหญ่ห้อยลงมาเบื้องหน้า ส่งผลให้มู่หรงเคออวี่มองนางด้วยสายตาร้อนแรงราวกับไฟที่กำลังแผดเผา จากนั้นเขาก็เดินมาหยุดหน้าสตรีอีกสองคนที่ถูกใจเขา

มู่หรงเคออวี่หันไปมองลี่หมัวมัว จากนั้นก็พยักหน้าลี่หมัวมัวจึงเอ่ยกับผู้ดูแลหญิงทั้งสอง

“เพียงสามคนเท่านั้นที่ถูกใจท่านอ๋อง นอกนั้นส่งกลับไปเสีย”

หนึ่งในสามนั้นย่อมมีเซียวหนานอยู่ด้วย บัดนี้สตรีทั้งสามกำลังช้อนเต้านมของตนเองขึ้นมาตามคำสั่งของลี่หมัวมัว

“คลึงหัวนมของพวกเจ้าให้ท่านอ๋องดู”

เซียวหนานใช้หัวแม่มือคลึงวนหัวนมของตนเองเบา ๆ เพียงพริบตานางก็บังเกิดอาการเสียวซ่านขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ ลี่หมัวมัวเอ่ยว่า

“ท่านอ๋อง นางผู้นี้ความรู้สึกไวที่สุดเจ้าค่ะ ท่านอ๋องชอบสตรีหน้าอกใหญ่ราวภูเขาหัวนมมีสีชมพูอมแดงสวย คงจะถูกใจนางที่สุดใช่หรือไม่เพคะ”

มู่หรงเคออวี่หัวเราะพึงพอใจ

“ลี่หมัวมัวเข้าใจข้าที่สุดแล้ว”

จากนั้นลี่หมัวมัวก็เอ่ยต่อ

“นางผู้นี้ด้วยเพคะ มีเพียงสองคนเท่านั้นที่ความรู้สึกไวเพียงนี้”

“เช่นนั้นก็เลือกนางทั้งสอง”

สตรีอีกนางหนึ่งถูกพาออกไปแล้ว เซียวหนานไม่รู้ว่าสตรีพวกนั้นจะมีชะตากรรมอย่างไรต่อไป เพราะสาวงามที่ไม่ถูกท่านอ๋องคัดเลือกจะถูกส่งต่อไปยังเรือนของขุนนางชั้นต่ำรองลงไป กระทั่งท้ายที่สุดเมื่อไม่ผ่านการคัดเลือกจริง ๆ จะถูกนำไปอยู่ในโรงปลดปล่อยของเหล่าทหาร

การคัดเลือกยังไม่สิ้นสุด ทว่านางเห็นบางสิ่งบางอย่างที่อยู่กึ่งกลางร่างกายของมู่หรงเคออวี่ดันเนื้อผ้าออกมา เห็นได้ชัดว่าเขาสวมกางเกงผืนบางเพียงชั้นเดียว ขนาดของเขาที่ดันเนื้อผ้าออกมานั้นทำให้เซียวหนานถึงกับตกตะลึง นับว่าใหญ่กว่าแท่งหยกและของที่นางเคยเห็นจากชายอื่นมามากนัก

“บอกชื่อของพวกเจ้ามา”

เซียวหนานเอ่ยก่อน

“ทูลท่านอ๋องข้าน้อยมีนามว่าเซียวหนาน ปีนี้อายุสิบเจ็ดปีแล้ว บิดามารดาตายจากไปตั้งแต่ยังเด็ก จึงถูกเลี้ยงดูโดยราชสำนักเพื่อมาเป็นสาวงามโดยเฉพาะ”

นางมิได้โกหกบิดามารดาของนางเป็นผู้ใดไม่เคยได้รู้ เพราะนางถูกเลี้ยงดูมาโดยองค์กรลับนี้มาตั้งแต่ยังเด็ก ส่วนหน้าที่ของเหล่านกกระจอกเช่นนางก็คือการเป็นสาวงามหาข่าวของคน

ส่วนอีกนางหนึ่งเอ่ยต่อ

“ข้าน้อยมีนามว่าจือจือเพคะ ปีนี้อายุสิบเจ็ดปีเช่นกัน มารดาขายข้าน้อยมาตั้งแต่ยังเด็ก เพราะมองว่าหน้าตาพอใช้ได้ให้แก่ราชสำนัก ถูกฝึกฝนมาเพื่อเป็นสาวงามรับใช้”

หลังแนะนำตัวเองเสร็จ ลี่หมัวมัวก็เอ่ยว่า

“พวกเจ้าสองคนนับว่าเป็นสาวงามที่มีรูปร่างเพียบพร้อม ท่านอ๋องพึงพอใจมากบัดนี้เหลือขั้นตอนสุดท้ายแล้ว เด็ก ๆ นำเก้าอี้และฉากกั้นมา”

พวกนางสองคนถูกแยกให้ออกห่างจากกัน จากนั้นฉากกั้นก็ถูกเลื่อนมากางกั้นระหว่างคนทั้งสอง มู่หรงเคออวี่เลือกที่จะสำรวจเซียวหนานก่อน

ลี่หมัวมัวยืนอยู่ตรงกลางระหว่างฉากกั้น นางจึงสามารถมองเห็นสตรีที่ผ่านการคัดเลือกได้ทั้งสองคน

“กฎข้อห้ามก็คือ พวกเจ้าห้ามแตะต้องพระวรกายของท่านอ๋องแม้แต่ปลายนิ้ว มีเพียงท่านอ๋องที่สามารถสัมผัสพวกเจ้าได้ หากทำผิดกฎคือตายสถานเดียว”

“เจ้าค่ะ”

สตรีทั้งสองรับคำหนักแน่น จากนั้นลี่หมัวมัวก็สั่งให้พวกนางนั่งลงที่เก้าอี้ ลี่หมัวมัวหันมาสั่งเซียวหนานเป็นคนแรก

“เซียวหนานถลกกระโปรงของเจ้าขึ้นมาไว้ที่เอวแล้วแยกขาออก ยกขาพาดกับเก้าอี้เอาไว้ เพื่อให้ท่านอ๋องตรวจสอบ”

เซียวหนานทำตามอย่างว่าง่าย ถึงจะถูกฝึกมาไม่น้อยแต่ทว่านางก็ใบหน้าของนางก็ยังแดงซ่าน นี่คือครั้งแรกที่นางเปิดเผยตัวตนของตนเองให้บุรุษผู้หนึ่งเห็น

มู่หรงเคออวี่เดินเข้ามาใกล้นาง สายตาของเขาย่อมจับจ้องที่เนินเนื้อและร่างกายขาวผ่องงดงามของเซียวหนาน

ในเวลานี้เซียวหนานได้ยินเสียงหายใจของมู่หรงเคออวี่แรงขึ้น อีกทั้งเขายังแลบลิ้นออกมาเลียริมฝีปาก สายตาเริ่มจากการสำรวจกลีบพูของเซียวหนานไม่วางตา

เพียงเห็นท่าทางและสายตาของเขาเช่นนั้น เซียวหนานก็บังเกิดอาการอยากยั่วเย้าขึ้นมา มือเรียวของนางขยับลงมาด้านล่างจากนั้นก็ใช้สองมือแยกพูกลีบเนินสวาทที่อวบอูมออกจากกันเผยให้เห็นร่องรักและเม็ดเสียวสีแดงสดของนางได้อย่างชัดเจน

“งามมากเม็ดของเจ้าช่างงามมาก เจ้าทำเอาข้าตกตะลึงแล้ว”

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ผมโดนเพื่อนที่คบกัน 8 ปีหักหลัง เลยตัดสินใจเป็นคนที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
9.7
มาซาโยชิคือพนักงานออฟฟิศผู้ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายมาโดยตลอด แต่แล้วโลกทั้งใบของเขาก็พังทลายลงเมื่อถูกเพื่อนสนิทที่ไว้ใจที่สุดหักหลังอย่างเลือดเย็น ความเจ็บปวดจากการถูกทรยศกลายเป็นแรงผลักดันมหาศาล ทำให้เขาตัดสินใจละทิ้งตัวตนเดิมที่แสนอ่อนแอแล้วก้าวเข้าสู่ด้านมืดอย่างเต็มตัว มาซาโยชิพร้อมทำทุกวิถีทางเพื่อก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดและกลายเป็นผู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เพื่อรอคอยจังหวะเวลาที่จะได้ชำระแค้นคืนให้สาสมกับสิ่งที่เขาต้องสูญเสียไปในครั้งนี้
หน้าปกนวนิยาย ตำนานตาม่วง
8.1
ยอดนักฝึกสัตว์สาวดวงตาสีม่วงจากศตวรรษที่ 24 กลับชาติมาเกิดใหม่ในร่างหญิงมีครรภ์ที่ถูกทรมานจนเสียศูนย์ ทั้งดวงตาและพลังถูกทำลาย ซ้ำร้ายลูกชายยังถูกชิงตัวไป เธอจึงต้องออกเดินทางพร้อมลูกสาวเพื่อทวงคืนทุกอย่างด้วยเนตรสีม่วงทรงพลังที่สยบสัตว์ร้ายได้ทั่วหล้า จนกระทั่งได้เผชิญหน้ากับราชาเทพจอมเจ้าเล่ห์ผู้ลักพาตัวลูกชายเธอไปพร้อมข้อเสนอสุดป่วนที่หวังจะครอบครองทั้งตัวเธอและลูกน้อยเอาไว้ในอ้อมกอดเพียงผู้เดียว
หน้าปกนวนิยาย วาสนานี้ ข้ามิอยากได้
9.2
ซินหยาน นักฆ่ามือฉกาจตัดสินใจจบชีวิตลงพร้อมภารกิจสุดท้ายเพื่อหนีจากการถูกองค์กรกำจัด แต่เธอกลับตื่นขึ้นในร่างของ จางซินหยาน ตัวละครในนิยายที่เคยอ่าน ซึ่งมีจุดจบอันน่าเศร้าจากการเป็นเพียงอนุที่ท่านแม่ทัพจ้าวไม่เคยเหลียวแล เมื่อได้รับโอกาสมีชีวิตใหม่ในวัยสิบสอง ซินหยานจึงตั้งมั่นที่จะเปลี่ยนโชคะตาเพื่อหลีกหนีจากความรักที่ขมขื่นและไม่ต้องตายอย่างโดดเดี่ยวเช่นในนิยาย ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลกเมื่อเธอยิ่งพยายามหลบหลีกเท่าไร เธอกลับยิ่งถูกดึงดูดเข้าสู่วังวนแห่งปัญหาที่มิอาจเลี่ยงได้
หน้าปกนวนิยาย เตี้ยนเซี่ย ท่านไม่หิวหรือ
6.5
เมื่อเยี่ยเม่ย นักฆ่าสาวแห่งยุคปัจจุบัน ประสบอุบัติเหตุเฮลิคอปเตอร์ตกกลางวังน้ำวนมรณะแห่งสามเหลี่ยมเบอร์มิวดา เธอกลับรอดชีวิตและตื่นขึ้นในดินแดนโบราณที่ไร้บันทึกประวัติศาสตร์ ที่นั่นเธอได้พบเป่ยเฉินเสียเยี่ยน องค์ชายสี่แห่งเป่ยเฉินผู้ถูกขนานนามว่าปีศาจอำมหิต การพบกันของพวกเขาคือจุดเริ่มต้นของการไขปริศนา เยี่ยเม่ยต้องตามหาความทรงจำที่ขาดหายและสืบหาความจริงเบื้องหลังการข้ามภพ เธอจำต้องเปิดโปงความลับเรื่องตัวตนที่ซ่อนอยู่ เพื่อพิสูจน์ว่าเรื่องราวประหลาดทั้งหมดไม่ใช่แค่ความบังเอิญ
หน้าปกนวนิยาย พญาครุฑอุ้มสม เล่ม ๑
8.6
พระมหิงส์เวหะ พญาครุฑหนุ่มรูปงามแห่งเมืองสินธุต้องเผชิญกับความเจ็บปวดแสนสาหัส เมื่อคู่หมั้นของตนถูกราชาอสูรพรากไปและยังมีใจให้ศัตรู ด้วยความโกรธแค้นเขาจึงตัดสินใจฉุดคร่านรีทิพย์อัปสร ญาติผู้น้องของกษัตริย์อสุราเพื่อเป็นการแก้แค้นและเชยชมอัปสรสาวให้สาสมใจ ทว่าท่ามกลางเพลิงโทสะที่ลักพาตัวนางมาเป็นเครื่องมือประชดรัก ความใกล้ชิดกลับทำให้พญาครุฑหนุ่มตกหลุมรักเหยื่อตัวน้อยจนถอนตัวไม่ขึ้น กลายเป็นบ่วงรักที่ผูกพันเขากับนางอัปสรผู้นี้ไว้ตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย มายาทมิฬ
8.2
เมื่อกฎมณเทียรบาลขวางกั้นสตรีจากการครองบัลลังก์ ราชาวดีจึงต้องใช้อำนาจและเงินตราแลกศักดิ์ศรี บีบบังคับให้ทวิภาคชายที่เธอรักยอมเข้าพิธีวิวาห์เพื่อใช้เขาเป็นเครื่องมือโค่นอำนาจมืดของอา ทวิภาคที่หยิ่งทระนงกลับถูกบีบด้วยชีวิตคนสนิทจนไร้ทางเลือก เขาจึงตอบโต้เจ้าสาวที่แสนชังด้วยความเย็นชาประดุจซาตาน เปลี่ยนห้องหอให้เป็นสมรภูมิรบที่ขมขื่น ก่อนจะจากไปพร้อมทิ้งตำแหน่งเจ้าหญิงไร้บัลลังก์ให้เธอเผชิญชะตากรรมอย่างเดียวดายและเจ็บปวดที่สุด