
ข้าอยู่บน ท่านอ๋องอยู่ล่าง
ตอน 2
วันรุ่งขึ้นในยามซื่อตามกำหนดเวลา เหล่าหญิงงามทั้งหลายก็แต่งกายงดงามมายืนรอเพื่อให้มู่หรงเคออวี่คัดเลือกแล้ว
ชุดที่ว่างดงามนี้ล้วนเป็นชุดสีขาวบอบบางแนบเนื้อ เผยให้เห็นสัดส่วนอย่างชัดเจน กระทั่งเผยให้เห็นเนินโยนีและปทุมถันสีชมพูของเหล่าสาวงามที่ดันเนื้อผ้าออกมา
ชุดเหล่านี้ล้วนเป็นจวนอ๋องที่จัดเตรียมเอาไว้ให้ และเป็นผู้ดูแลหญิงสามคนที่ช่วยพวกนางแต่งกายเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับพิธีคัดเลือกสาวงามเข้าจวน
สาวงามหลายคนถึงกับร้องไห้ออกมาด้วยอับอายจนอยากจะแทรกแผ่นดินหนี ทว่าพวกนางกลับถูกข่มขู่ว่าหากออกจากจวนกลางคันก็นับว่าผิดเงื่อนไขส่งสาวงาม แม้จะตายก็ไม่มีผู้ใดตำหนิจวนอ๋องได้
ด้วยความกลัวตายทุกคนจึงจำใจรอการคัดเลือกด้วยความรู้สึกอดสูที่ถูกหมิ่นเกียรติเพียงนี้ เนื่องจากสาวงามหลายคนหากจะว่ากันไปแล้วเมื่ออยู่ที่บ้านของตนเองก็นับได้ว่าเป็นคุณหนูที่อยู่ดีกินดีมาไม่น้อย
ส่วนตัวเซียวหนานนั้นก็ช่างเถิดเพราะนางรู้อยู่แล้วว่าจะต้องเจอสิ่งใด คนที่ฝึกฝนนางมาถึงจุดนี้ล้วนเป็นนางโลมชั้นสูง กระทั่งการร่วมสังวาสกับนางโลมเหล่านั้นนางก็เคยทำมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว
แน่นอนว่าระหว่างการฝึกฝนนั้น การมีอารมณ์ร่วมและการที่มีน้ำสวาทไหลนั้นสำคัญที่สุด ดังนั้นอาการเสียวซ่านจึงนับว่าเป็นเรื่องปกติ และเมื่อต้องปลดปล่อยในเวลานั้นการพึ่งพากันและกันอย่างดุเดือดระหว่างพี่เลี้ยงนางโลมกับบรรดาเหล่านกกระจอกผู้ฝึกฝนจึงมักจะเกิดขึ้นเป็นประจำอยู่เสมอ
ยังคงมีสตีบางส่วนที่มีสีหน้าเมินเฉยกับการสวมอาภรณ์เช่นนี้ นางแน่ใจว่าต้องได้รับการฝึกฝนมาอย่างดีเช่นกันเพื่อเอาตัวรอด
กระทั่งในที่สุดก็ได้เวลา เมื่อประตูถูกเปิดออกบุรุษผู้หนึ่งก็ก้าวเข้ามาภายในเรือน ทุกคนล้วนมองเขาด้วยอาการตกตะลึงด้วยบุรุษผู้นี้มีใบหน้าหล่อเหลา บุคลิกท่าทางสูงส่งแตกต่างจากผู้อื่นอย่างเห็นได้ชัด
แม้ว่าอากาศจะหนาวทว่าเขากลับสวมเพียงเสื้อคลุมตัวเดียว เปิดเผยรูปร่างแข็งแกร่งให้เห็นอย่างชัดเจน ช่วงหน้าท้องของเขาเผยให้เห็นกล้ามเนื้องดงาม คล้ายกลับบุรุษผู้ดูแลตนเองอยู่เสมอ
ทว่าเขากลับเข้ามาพร้อมกับกลิ่นสุราโชยออกจากร่าง และสายตาที่แพรวพราวราวกับคนเสเพลในยามมองสตรี
ผู้ดูแลจวนหญิงที่ดูเหมือนจะสูงวัยที่สุดและเป็นหัวหน้าผู้ดูแลเอ่ยว่า
“ท่านอ๋องเข้ามาแล้ว พวกเจ้ายังไม่ถวายความเคารพอีก บังอาจนักอยากถูกตัดหัวหรืออย่างไร!”
สาวงามได้สติรีบวางมือที่บั้นเอว ยอบกายอย่างนอบน้อมแล้วก้มหน้าลง เสียงหัวเราะของมู่หรงเคออวี่ดังขึ้น
“ไม่ต้องมากพิธี ลี่หมัวมัวท่านอย่าข่มขวัญสาวงามของข้าเช่นนี้สิ ดูสิพวกนางหวาดกลัวจนตัวสั่นแล้ว”
“ขออภัยเพคะ ท่านอ๋อง”
“ช่างเถิด”
จากนั้นเขาก็เดินไปนั่งที่เก้าอี้ ท่าทางคล้ายยังไม่สร่างเมาดีนัก จึงนั่งเอนหลังอย่างสบายยกขาข้างหนึ่งขึ้นพาดพนักวางมือทั้งยกมือขึ้นกุมศีรษะ
ลี่หมัวมัวยกน้ำแกงอุ่นให้เขา เอ่ยเบา ๆ ว่า
“น้ำแกงสร่างเมาเพคะ”
สาวงามยืนรออย่างเป็นระเบียบ ไม่มีผู้ใดกล้าเงยหน้าขึ้นมองเขาอีกเซียวหนานเม้มปากคิดในใจว่า
คนผู้นี้ความจริงเขาปฏิบัติต่อบ่าวรับใช้ดีไม่น้อย ไม่ได้วางอำนาจเหมือนที่นางเคยคิดว่าเขาน่าจะเป็น
หลังดื่มน้ำแกงเสร็จ ลี่หมัวมัวจึงรินชาดอกมะลิให้เขาเพื่อดื่มล้างปาก กว่าอ๋องสี่จะมีอารมณ์คัดเลือกสาวงามเวลาก็ผ่านไปจนเกือบจะครึ่งชั่วยามแล้ว
สตรีทั้งสิบเอ็ดคนยังคงยืนอยู่เช่นนั้น แม้ในห้องนี้จะเป็นห้องอุ่นทว่าเมื่อยืนนาน ๆ โดยสวมอาภรณ์บอบบางเช่นนี้ก็รู้สึกหนาวขึ้นมาไม่น้อย
กระทั่งได้เวลามู่หรงเคออวี่จึงลุกขึ้น เขาเดินเข้ามาใกล้สาวงามมากยิ่งขึ้น และเพ่งมองสาวงามทีละคนด้วยสายตาร้อนแรง กระทั่งเขาเดินมาหยุดเบื้องหน้าเซียวหนาน นางกัดปากก่อนจะช้อนสายตาขึ้นมองเขาหยาดเยิ้ม
โอกาสของนางมีเพียงครั้งเดียว นางต้องเข้าจวนอ๋องให้ได้หาไม่แล้ว นางจะกลายเป็นนกกระจอกไร้ประโยชน์ และถูกเบื้องบนสังหารทอดทิ้งโดยไม่ลังเล
บัดนี้ร่างกายของนางมีพิษหนอนไชไหลเวียนอยู่ นางต้องได้รับยาทุกหนึ่งเดือนเพื่อไม่ให้พิษนี้เล่นงานนางจนตาย
มู่หรงเคออวี่หยุดอยู่ตรงหน้านางด้วยความสนใจ ในที่นี่สาวงามทุกคนล้วนมีความงามที่ใกล้เคียงกัน เรียกว่าสุดยอดสาวงามรวมตัวกันอยู่ที่นี่แล้ว ทว่าสาวงามที่มีดวงตาร้อนแรงนั้นมีอยู่เพียงสองสามคนเท่านั้น
รวมทั้งนางผู้นี้ด้วย
และในเวลานั้นลี่หมัวมัวก็เอ่ยว่า
“ปลดเสื้อของพวกเจ้าออก”
เสียงฮือฮาดังขึ้นโดยไม่ยินยอม เวลานี้พวกนางสวมใส่เสื้อผ้าบางจนเห็นปลายปทุมถันชัดเจนยังไม่พออีกหรือ ทว่าเซียวหนานกลับทำตามคำสั่งโดยไม่ลังเล และนอกจากนางแล้วก็ยังมีสตรีอีกสองคนที่ทำตามเช่นกัน
เพียงนางปลดเสื้อออก ก็เผยให้เห็นปทุมถันอวบขาวผ่องขนาดใหญ่ห้อยลงมาเบื้องหน้า ส่งผลให้มู่หรงเคออวี่มองนางด้วยสายตาร้อนแรงราวกับไฟที่กำลังแผดเผา จากนั้นเขาก็เดินมาหยุดหน้าสตรีอีกสองคนที่ถูกใจเขา
มู่หรงเคออวี่หันไปมองลี่หมัวมัว จากนั้นก็พยักหน้าลี่หมัวมัวจึงเอ่ยกับผู้ดูแลหญิงทั้งสอง
“เพียงสามคนเท่านั้นที่ถูกใจท่านอ๋อง นอกนั้นส่งกลับไปเสีย”
หนึ่งในสามนั้นย่อมมีเซียวหนานอยู่ด้วย บัดนี้สตรีทั้งสามกำลังช้อนเต้านมของตนเองขึ้นมาตามคำสั่งของลี่หมัวมัว
“คลึงหัวนมของพวกเจ้าให้ท่านอ๋องดู”
เซียวหนานใช้หัวแม่มือคลึงวนหัวนมของตนเองเบา ๆ เพียงพริบตานางก็บังเกิดอาการเสียวซ่านขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ ลี่หมัวมัวเอ่ยว่า
“ท่านอ๋อง นางผู้นี้ความรู้สึกไวที่สุดเจ้าค่ะ ท่านอ๋องชอบสตรีหน้าอกใหญ่ราวภูเขาหัวนมมีสีชมพูอมแดงสวย คงจะถูกใจนางที่สุดใช่หรือไม่เพคะ”
มู่หรงเคออวี่หัวเราะพึงพอใจ
“ลี่หมัวมัวเข้าใจข้าที่สุดแล้ว”
จากนั้นลี่หมัวมัวก็เอ่ยต่อ
“นางผู้นี้ด้วยเพคะ มีเพียงสองคนเท่านั้นที่ความรู้สึกไวเพียงนี้”
“เช่นนั้นก็เลือกนางทั้งสอง”
สตรีอีกนางหนึ่งถูกพาออกไปแล้ว เซียวหนานไม่รู้ว่าสตรีพวกนั้นจะมีชะตากรรมอย่างไรต่อไป เพราะสาวงามที่ไม่ถูกท่านอ๋องคัดเลือกจะถูกส่งต่อไปยังเรือนของขุนนางชั้นต่ำรองลงไป กระทั่งท้ายที่สุดเมื่อไม่ผ่านการคัดเลือกจริง ๆ จะถูกนำไปอยู่ในโรงปลดปล่อยของเหล่าทหาร
การคัดเลือกยังไม่สิ้นสุด ทว่านางเห็นบางสิ่งบางอย่างที่อยู่กึ่งกลางร่างกายของมู่หรงเคออวี่ดันเนื้อผ้าออกมา เห็นได้ชัดว่าเขาสวมกางเกงผืนบางเพียงชั้นเดียว ขนาดของเขาที่ดันเนื้อผ้าออกมานั้นทำให้เซียวหนานถึงกับตกตะลึง นับว่าใหญ่กว่าแท่งหยกและของที่นางเคยเห็นจากชายอื่นมามากนัก
“บอกชื่อของพวกเจ้ามา”
เซียวหนานเอ่ยก่อน
“ทูลท่านอ๋องข้าน้อยมีนามว่าเซียวหนาน ปีนี้อายุสิบเจ็ดปีแล้ว บิดามารดาตายจากไปตั้งแต่ยังเด็ก จึงถูกเลี้ยงดูโดยราชสำนักเพื่อมาเป็นสาวงามโดยเฉพาะ”
นางมิได้โกหกบิดามารดาของนางเป็นผู้ใดไม่เคยได้รู้ เพราะนางถูกเลี้ยงดูมาโดยองค์กรลับนี้มาตั้งแต่ยังเด็ก ส่วนหน้าที่ของเหล่านกกระจอกเช่นนางก็คือการเป็นสาวงามหาข่าวของคน
ส่วนอีกนางหนึ่งเอ่ยต่อ
“ข้าน้อยมีนามว่าจือจือเพคะ ปีนี้อายุสิบเจ็ดปีเช่นกัน มารดาขายข้าน้อยมาตั้งแต่ยังเด็ก เพราะมองว่าหน้าตาพอใช้ได้ให้แก่ราชสำนัก ถูกฝึกฝนมาเพื่อเป็นสาวงามรับใช้”
หลังแนะนำตัวเองเสร็จ ลี่หมัวมัวก็เอ่ยว่า
“พวกเจ้าสองคนนับว่าเป็นสาวงามที่มีรูปร่างเพียบพร้อม ท่านอ๋องพึงพอใจมากบัดนี้เหลือขั้นตอนสุดท้ายแล้ว เด็ก ๆ นำเก้าอี้และฉากกั้นมา”
พวกนางสองคนถูกแยกให้ออกห่างจากกัน จากนั้นฉากกั้นก็ถูกเลื่อนมากางกั้นระหว่างคนทั้งสอง มู่หรงเคออวี่เลือกที่จะสำรวจเซียวหนานก่อน
ลี่หมัวมัวยืนอยู่ตรงกลางระหว่างฉากกั้น นางจึงสามารถมองเห็นสตรีที่ผ่านการคัดเลือกได้ทั้งสองคน
“กฎข้อห้ามก็คือ พวกเจ้าห้ามแตะต้องพระวรกายของท่านอ๋องแม้แต่ปลายนิ้ว มีเพียงท่านอ๋องที่สามารถสัมผัสพวกเจ้าได้ หากทำผิดกฎคือตายสถานเดียว”
“เจ้าค่ะ”
สตรีทั้งสองรับคำหนักแน่น จากนั้นลี่หมัวมัวก็สั่งให้พวกนางนั่งลงที่เก้าอี้ ลี่หมัวมัวหันมาสั่งเซียวหนานเป็นคนแรก
“เซียวหนานถลกกระโปรงของเจ้าขึ้นมาไว้ที่เอวแล้วแยกขาออก ยกขาพาดกับเก้าอี้เอาไว้ เพื่อให้ท่านอ๋องตรวจสอบ”
เซียวหนานทำตามอย่างว่าง่าย ถึงจะถูกฝึกมาไม่น้อยแต่ทว่านางก็ใบหน้าของนางก็ยังแดงซ่าน นี่คือครั้งแรกที่นางเปิดเผยตัวตนของตนเองให้บุรุษผู้หนึ่งเห็น
มู่หรงเคออวี่เดินเข้ามาใกล้นาง สายตาของเขาย่อมจับจ้องที่เนินเนื้อและร่างกายขาวผ่องงดงามของเซียวหนาน
ในเวลานี้เซียวหนานได้ยินเสียงหายใจของมู่หรงเคออวี่แรงขึ้น อีกทั้งเขายังแลบลิ้นออกมาเลียริมฝีปาก สายตาเริ่มจากการสำรวจกลีบพูของเซียวหนานไม่วางตา
เพียงเห็นท่าทางและสายตาของเขาเช่นนั้น เซียวหนานก็บังเกิดอาการอยากยั่วเย้าขึ้นมา มือเรียวของนางขยับลงมาด้านล่างจากนั้นก็ใช้สองมือแยกพูกลีบเนินสวาทที่อวบอูมออกจากกันเผยให้เห็นร่องรักและเม็ดเสียวสีแดงสดของนางได้อย่างชัดเจน
“งามมากเม็ดของเจ้าช่างงามมาก เจ้าทำเอาข้าตกตะลึงแล้ว”
คุณอาจจะชอบ





