ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ยั่วรักสามีฝรั่ง

ยั่วรักสามีฝรั่ง

คำทำนายจากซินแสที่เตือนว่า บัวบูชา จะประสบเคราะห์หนักถึงขั้นเลือดตกยางออกและต้องผ่าตัดเพราะชายต่างชาติรูปร่างสูงใหญ่ กลายเป็นสิ่งที่ตามหลอกหลอนเธอทุกครั้งที่ต้องเผชิญหน้ากับ เซดริค ยิ่งเธอพยายามหลีกหนีโชคชะตามากเท่าไหร่ สถานการณ์กลับบีบบังคับให้ทั้งคู่ต้องใช้ชีวิตใกล้ชิดกันตลอดวัน แม้เธอจะมีความฝังใจเกลียดชังชาวต่างชาติเพียงใด แต่สุดท้ายกลับมีเหตุให้ต้องงัดจริตมาโปรยเสน่ห์ยั่วเย้าหัวใจเขาอย่างเลี่ยงไม่ได้ ภารกิจรักที่มาพร้อมคำสาปครั้งนี้จะจบลงอย่างไร
ตอน
แชร์

ตอน 3

“มีคนสนใจตึกนั่นแล้วเหรอ” เสียงทุ้มเอ่ยถามเป็นภาษาไทยอย่างฉะฉานผ่านโทรศัพท์ นั่นเพราะเขาพึ่งให้ทนายส่วนตัวซึ่งเป็นคนไทยและยังเป็นญาติห่างๆ ติดประกาศขายตึกเก่าๆ ของมารดาไปไม่กี่ชั่วโมงก่อน แต่กลับมีคนสนใจที่จะซื้อเร็วเกินคาด

“ใช่ครับ คุณเซดริกสะดวกให้ผมนัดเธอมาคุยรายละเอียดตอนที่มาเมืองไทยเลยไหม”

“ได้สิ นัดวันมาได้เลย” เซดริก ไคลน์ เอ่ยรับ เขาคือเจ้าของตึกยุโปรหลังนั้น แต่เพราะตัวตึกทรุดโทรมและล้าสมัยในสายตาเขา เขาเลยไม่อยากเก็บอาคารเก่าๆ ไว้อีก จึงประกาศขายเพื่อนำเงินไปสร้างรีสอร์ตสวยๆ ติดชายหาดแทน

“ครับ” นิคมเอ่ยรับ แม้จะได้ชื่อว่าเป็นญาติกัน แต่เขากับครอบครัวเซดริกก็ไม่ได้สนิทสนมอะไรกันมากมายนัก ก่อนจะหวนนึกถึงใบหน้าหล่อเหลาของชายหนุ่มลูกครึ่งไทย – อิตาลี ที่ตนกำลังคุยสายอยู่ด้วย แถมยังมีดีกรีเป็นถึงนายแบบชื่อดัง เป็นลูกชายเพียงคนเดียวของจันทร์ฉาย ญาติห่างๆ ฝั่งมารดาของเขา

เมื่อไม่มีธุระอะไรอื่นต้องคุยต่อ ทั้งคู่จึงวางสายจากกัน เซดริคที่ตอนนี้อยู่ญี่ปุ่น กำลังนอนแช่ออนเซ็นอย่างสบายอกสบายใจ อาชีพนายแบบอย่างเขา แม้จะต้องเดินทางไปที่นั่นที่นี่บ่อยๆ เพื่อทำงาน แต่มันก็คุ้มที่จะเดินทาง เพราะแต่ละสถานที่นั้นพิเศษเฉพาะตัวจริงๆ

วิวตรงหน้าเซดริคตอนนี้คือภูเขาไฟฟูจิ ที่มองยังไงก็ไม่เคยเบื่อ เขาหลับตาผ่อนคลาย ปล่อยให้สมองคิดเรื่องนั้น เรื่องนี้ไปเรื่อยเปื่อย ก่อนจะที่ปากหยักจะผุดรอยยิ้มขึ้นมาจนเห็นลักยิ้มบนแก้มเมื่อนึกถึงเรื่องในวัยเด็ก

“ไอ้เด็กหัวทอง ไอ้เด็กหัวทอง” แม้สีผมบนศีรษะของคนถูกเรียกกว่า ‘เด็กหัวทอง’ จะออกสีน้ำตาลเหลือบบลอนด์นิดๆ แต่เด็กชายก็ยังคงถูกเรียกว่าแบบนั้น

“หลีกไป” ภาพเด็กชายเซดริคอายุแปดขวบที่พึ่งบินมาเยี่ยมครอบครัวมารดาที่เมืองไทย และออกมาวิ่งเล่นตามประสาเด็กที่อยากรู้อยากเห็นกำลังถูกแก๊งหัวเกรียนเจ้าถิ่นรังแก พูดจาร้ายๆ ใส่จนทำตัวไม่ถูก หลบไปทางไหนก็ถูกขวางจนหลังพิงกำแพง

เกิดมาจนอายุเจ็ดขวบ เซดริคไม่เคยมีเรื่องทะเลาะกับใคร เขาไม่รู้วิธีการเอาตัวรอดจากการถูกรังแก นั่นยิ่งทำให้แก๊งเด็กหัวเกรียนที่มีสมาชิกสี่คนซึ่งรุมล้อมอยู่รอบๆ ตัวเซดริค สนุกสนานกับการได้แกล้งเด็กชายลูกครึ่ง นัยน์ตาสีเขียวเข้ม หน้าตาก็หล่อ หล่อจนชวนให้หมั่นไส้

“ไม่หลีก ไอ้เด็กดอย ไอ้ฝรั่งขี้นก” แม้จะฟังไม่เข้าใจ แต่จากแววตาและท่าทางที่แสดงออก เซดริครู้ว่าคงไม่ใช่คำชมเป็นแน่

“เราบอกให้พวกนายหลีกไป”

“ไม่หลีก มีอะไรมั้ย” เอ่ยจบเด็กชายคนที่ตัวโตสุดก็ผลักไหล่ของเซดริคเสียเต็มแรง นั่นทำให้เด็กชายลูกครึ่งหน้าหล่อล้มไปนั่งกองกับพื้น

“ไอ้ฝรั่งพูดไทยได้ด้วยแบบนี้ มันจะไปฟ้องแม่ๆ เราหรือเปล่า” เด็กชายคนหนึ่งเอ่ยถาม นั่นเพราะไม่คิดว่าเซดริคจะพูดและฟังภาษาไทยออก

“ถ้าเอ็งไปฟ้องแม่ๆ พวกข้า เอ็งโดนแบบนี้แน่” เอ่ยจบ เด็กชายตัวโตสุดและอาจเป็นหัวหน้าแก๊งหัวเกรียนก็ทำท่าจะต่อยเซดริค แต่ต้องหยุดเมื่อมีอะไรกระแทกเข้าที่แผ่นหลัง

“โอ๊ย! ใครว่ะ”

“เราเอง” คนที่เอ่ยตอบเสียงห้วนๆ คือเด็กหญิงตัวเล็กผิวออกจะคล้ำหน่อย มัดผมแกละ เธอสวมชุดกระโปรงสวยน่ารัก แต่กลับใส่กางเกงวอร์มขายาวไว้อีกตัว ท่าทางเอาเรื่องไม่น้อย

“ยัยดำตับเป็ด”

“พูดไม่เพราะ เดี๋ยวเราก็ปาหินใส่หัวแตกเลย” ขณะที่เอ่ยเด็กหญิงก็ทำท่าจะปาก้อนหินในมือใส่คนที่ชอบพูดประโยคนี้ใส่เธอประจำ

“คิดว่าพวกข้ากลัวเหรอ”

“ไม่กลัวใช่มั้ย นี่แน่ะๆ” เด็กหญิงคนดังกล่าวไม่ทำแค่ขู่ เพราะตอนนี้เธอเริ่มหยิบหินในตระกร้าหน้ารถจักรยานออกมาปาใส่แก๊งหัวเกรียนไม่ยั้งมือ ทำให้แก๊งหัวเกรียนกระเจิงไปคนละทิศคนละทาง นั่นเพราะพวกตนไม่อยากมีเรื่องกับหลานสาวเจ้าของหมู่บ้านนักหรอก เพราะมีเรื่องกันครั้งใดก็ต้องเป็นฝ่ายแพ้ตลอด

เมื่อแก๊งหัวเกรียนพากันปั่นจักรยานออกไปแล้ว เด็กหญิงจึงเข้าไปดูคนที่เอาแต่นั่งกอดเข่ากับพื้น เมื่อกี้มันจังหวะชุลมุน ดีไม่ดีเธออาจปาก้อนหินพลาดถูกเด็กชายเข้าให้

“เป็นอะไรมั้ย”

“ไม่” เสียงห้วนๆ เอ่ยตอบ แม้ปากจะบอกว่าไม่ แต่น้ำเสียงก็เหมือนจะปนสะอื้นอยู่ นั่นทำให้เธอคว้าอะไรออกมาจากกระเป๋าชุดกระโปรงสวยๆ แล้วยื่นให้

“เอ้านี่ผ้าเช็ดหน้า”

“ไม่เอา” น้ำเสียงห้วนๆ ยังคงเอ่ยบอกเช่นเคย พร้อมกับปัดผ้าเช็ดหน้าจนหล่นไปจากมือของเด็กหญิง นั่นทำให้เธอเท้าสะเอวมองอย่างเอาเรื่อง

“ไม่เอาก็ตามใจนายสิ ไป” คำว่าไป ทำให้เซดริคเงยหน้าขึ้นมอง นั่นจึงเป็นครั้งแรกที่ได้เห็นใบหน้าของเด็กหญิง ที่อาจหาญเข้ามาช่วยเขาจากแก๊งหัวเกรียนเมื่อครู่ ตัวก็เล็กแค่นี้ แต่ทำไมใจถึงใหญ่ กล้าสู้กับสี่คนนั่นได้ ส่วนเขาที่ตัวโต กว่าเธอกลับใจปลาซิว

“ไปไหน”

“ขึ้นซ้อนท้าย เดี๋ยวจะพาไปส่งบ้าน”

“เธอรู้เหรอว่าบ้านเราอยู่ไหน” เซดริคเอ่ยถามอย่างงุนงง

“ไม่รู้ แต่นายก็บอกทางเราได้นิ ไปเร็วเข้า เดี๋ยวพวกนั้นย้อนกลับมาอีก” เด็กหญิงเร่งเร้า นั่นเพราะไม่อยากให้คู่กรณีหวนกลับมา

“ไปก็ไป” เอ่ยจบก็ลุกขึ้นไปนั่งซ้อนท้ายจักรยานสีชมพูหวาน ก่อนที่เด็กหญิงจะออกแรงปั่นจนแก้มป่อง ปั่นเลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวาตามคำบอกของคนซ้อน ไม่นานก็มาจอดยังบ้านหลังหนึ่งที่อยู่ห่างจากซอยบ้านของตัวเองพอสมควร

“ขอบใจนะ” เมื่อก้าวลงจากรถจักรยาน เสียงเล็กๆ ของเด็กชายก็เอ่ยบอก แววตาแสดงออกถึงความชื่นชมในตัวเด็กหญิงอยู่ไม่น้อย

“ไม่เป็นไร นี่บ้านนายเหรอ”

“เปล่า บ้านป้าเรา เธอชื่ออะไร”

“ไว้เจอกันครั้งหน้าเราจะบอก ไปก่อนนะ เย็นแล้ว เดี๋ยวแม่เราตามหา”

“อื้อ” เซดริคเอ่ยรับแค่นั้น แล้วยืนมองเด็กหญิงที่ตอนนี้กำลังปั่นจักรยานออกไปด้วยท่าทางคล่องแคล่ว ผิดกับเขาที่ปั่นเจ้าสองล้อนั่นยังไม่เป็น

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “96HFF” บน moboreader เพื่ออ่านหนังสือฉับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
96HFF
คัดลอก
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย จากการทรยศริมผา สู่รักนิรันดร์
8.1
รดาถูกภาคินสามีที่รักกันมาห้าปีผลักตกหน้าผาหวังฆ่าปิดปากเพื่อไปเสวยสุขกับชู้รักอย่างชลิตา ท่ามกลางพายุฝนและความเจ็บปวดเจียนตาย เธอได้ยินแผนร้ายที่เขาเตรียมจัดฉากให้การตายของเธอเป็นเพียงอุบัติเหตุจากความประมาท ความแค้นจึงปะทุขึ้นในใจแทนที่ความสิ้นหวัง ในนาทีที่ลมหายใจโรยริน จูเลียน ธีรเดชวงศ์ มหาเศรษฐีหนุ่มซึ่งเป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งของภาคินได้ปรากฏตัวขึ้น เขาคือความหวังเดียวที่จะช่วยให้เธอรอดชีวิตกลับไปทวงคืนความยุติธรรมและทำลายทุกอย่างที่ภาคินรักให้ย่อยยับ
หน้าปกนวนิยาย CEO ซ่อนรัก
8.2
หลังถูกคนรักและเพื่อนสนิททรยศอย่างเจ็บแสบ พิจิกาตัดสินใจดื่มประชดชีวิตจนเผลอไปมีความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนกับชายแปลกหน้า แต่เรื่องราวกลับซับซ้อนขึ้นเมื่อเธอพบว่าชายคนนั้นคือเจ้านายใหม่ในที่ทำงานที่เธอใฝ่ฝันอยากเข้าทำมาโดยตลอด เธอต้องเลือกระหว่างความก้าวหน้าในอาชีพที่รักหรือการหลบหนีจากอดีตที่น่าอับอายครั้งนี้ ท่ามกลางความตึงเครียดในที่ทำงานและความลับที่ซ่อนไว้ เธอจะกล้าเผชิญหน้ากับเขาต่อหรือเลือกที่จะเดินจากไป
หน้าปกนวนิยาย ความลับที่ไม่เป็นความลับ
9.4
บาดแผลจากการถูกคนรักและเพื่อนสนิทสวมเขา ทำให้ฉีโย่วเลือกดับความเจ็บช้ำในสถานบันเทิง เธอปล่อยตัวไปกับความเมามายจนเผลอมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับชายแปลกหน้า หญิงสาวหวังให้มันเป็นแค่เรื่องชั่วข้ามคืนจึงแอบหนีมา ทว่าสวรรค์กลับเล่นตลกร้าย เมื่อความจริงเปิดเผยว่าผู้ชายในคืนนั้นคือเหยาซี เจ้านายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลของเธอเอง จากที่โหยหาความสงบเพื่อเยียวยาจิตใจ ความผิดพลาดครั้งนี้กลับดึงเธอสู่วังวนความวุ่นวาย เมื่อเจ้านายสุดอันตรายก้าวเข้ามาปั่นป่วนชีวิตจนไม่อาจสลัดหลุด
หน้าปกนวนิยาย ฉันหนีไม่พ้นแล้ว
9.7
《ฉันหนีไม่พ้นแล้ว》ถ่ายทอดเรื่องราวของมู่ซินยวี่ หญิงสาวที่ชีวิตถูกผูกไว้กับการหมั้นหมายและผลประโยชน์ของตระกูล ในคืนงานหมั้นที่ควรจะเป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตใหม่ เธอกลับถูกความผิดพลาดและฤทธิ์แอลกอฮอล์ผลักเข้าสู่เหตุการณ์ที่ไม่อาจย้อนกลับได้ เธอเข้าใจผิดและเข้าไปใกล้ชายคนหนึ่งด้วยความรู้สึกสับสน ก่อนที่ทุกอย่างจะกลายเป็นคืนที่เปลี่ยนชะตาชีวิตของเธอไปตลอดกาล เมื่อเธอตื่นขึ้นมา ความจริงที่น่าตกใจปรากฏขึ้น ชายที่อยู่ข้างเธอไม่ใช่คู่หมั้นของเธอ แต่คือเสิ่นเจียสวี่ ลูกพี่ลูกน้องของเขา ผู้มีอำนาจและความเย็นชาในแบบที่ยากจะเข้าถึง เขาไม่เพียงเป็นพยานของเหตุการณ์เมื่อคืน แต่ยังใช้ความลับนี้เป็นเงื่อนไขในการควบคุมชีวิตของเธอ พร้อมข้อเสนอที่บีบให้เธอไม่มีทางเลือก ในขณะที่คู่หมั้นของเธอ เสิ่นเจียหวิน ยังคงแสดงความดูถูกและหักหลังต่อหน้าเธออย่างไม่เกรงใจ ความสัมพันธ์ที่เธอเคยเชื่อมั่นกลับพังทลายลงทีละชั้น เขาเลือกคนอื่น เลือกผลประโยชน์ และผลักเธอให้กลายเป็นเพียงตัวตลกในสายตาของสังคมชั้นสูง ในขณะเดียวกัน เสิ่นเจียสวี่กลับยื่นมือเข้ามาในชีวิตของเธอในฐานะทั้งผู้ควบคุมและผู้ปกป้องในเวลาเดียวกัน ภายใต้แรงกดดันจากครอบครัว บริษัทที่แม่ทิ้งไว้ และพ่อที่กำลังป่วยหนัก ทำให้มู่ซินยวี่ต้องจำยอมต่อข้อตกลงอันโหดร้าย เธอกลายเป็นส่วนหนึ่งของโลกของเสิ่นเจียสวี่ ชายผู้มีอำนาจเหนือทุกอย่าง ทั้งในสนามธุรกิจและในพื้นที่ส่วนตัวของเธอ ไม่ว่าจะเป็นบนเครื่องบินที่ระดับหมื่นฟุต หรือในชีวิตประจำวัน เขาเข้ามาใกล้เธอมากขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมเส้นแบ่งระหว่างการบีบบังคับและความผูกพันที่เริ่มเลือนราง เมื่อเธอเห็นคู่หมั้นหักหลังอย่างชัดเจน และครอบครัวของเขาดูหมิ่นเธออย่างไม่ไยดี ในที่สุดเธอก็ตัดสินใจหันหลังให้ทุกสิ่งที่เคยยึดถือ เธอเลือกเดินออกจากการหมั้น และเริ่มต้นเส้นทางใหม่ด้วยข้อตกลงกับเสิ่นเจียสวี่ เพื่อแลกกับการฟื้นฟูบริษัทและการปกป้องครอบครัวของเธอ แต่สิ่งที่รอเธออยู่ไม่ใช่เพียงการช่วยเหลือธรรมดา หากเป็นความสัมพันธ์ที่ลึกลงไปกว่านั้น เมื่อชายผู้ทรงอำนาจประกาศชัดว่าเธอจะต้องเป็นของเขาเพียงคนเดียว ชีวิตของมู่ซินยวี่จึงเปลี่ยนจากการหนีปัญหา ไปสู่โลกใหม่ที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูด อำนาจ การควบคุม และความสัมพันธ์ที่ยากจะตัดขาด และนี่คือจุดเริ่มต้นของเส้นทางชีวิตที่เธอไม่อาจหนีได้อีกต่อไป。
หน้าปกนวนิยาย ขอบคุณนะ คุณหวาง
6.8
ชีวิตการทำงานวันแรกของหวางหลิงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความวุ่นวาย เมื่อซ่างกวนรุ่ยซินก้าวเข้ามาพลิกผันชะตาชีวิตเธอ เหตุการณ์ไม่คาดฝันหลังงานเลี้ยงทำให้ทั้งสองข้ามเส้นความสัมพันธ์ ก่อเกิดเป็นความผูกพันที่มัดพวกเขาไว้ด้วยกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สายใยนี้เต็มไปด้วยความคลุมเครือ หวางหลิงต้องเผชิญกับความจริงที่ว่าสามีจอมลึกลับคนนี้ซุกซ่อนความลับมากมายเอาไว้ เธอจึงต้องเตรียมพร้อมรับมือกับทุกเล่ห์เหลี่ยมและสถานการณ์ที่เขากำลังจะดึงเธอเข้าไปพัวพัน นี่คือการชิงไหวชิงพริบที่เดิมพันด้วยอนาคตทั้งหมดของเธอ
หน้าปกนวนิยาย อสูรสองหัวใจ
9.1
นันท์นภัสต้องทนทุกข์ทรมานท่ามกลางความเย็นชาของอูโก้ มาเฟียหนุ่มที่มองว่าเธอเป็นเพียงของเล่นไร้ค่าและสัตว์เลี้ยงส่วนตัวที่เขาครอบครองไว้เพื่อสนองตัณหาเท่านั้น สร้อยคอที่เขามอบให้กลายเป็นพันธนาการที่แสดงความเป็นเจ้าของอย่างเบ็ดเสร็จ เมื่อเธอถูกลงโทษอย่างป่าเถื่อนเพียงเพราะชายอื่นสัมผัสตัว อูโก้ตอกย้ำด้วยคำพูดเชือดเฉือนว่าเธอไม่มีสิทธิ์ตกเป็นของใครนอกจากเขา พร้อมมอบบทลงโทษอันเร่าร้อนและแสนเจ็บปวดที่จะจารึกชื่อของเขาไว้ในใจเธออย่างไม่มีวันลืมเลือน