ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ท่านอา อย่าร่ำสุรา

ท่านอา อย่าร่ำสุรา

เจียลี่เฝ้ามองท่านอาหวังผู้เอาแต่ดื่มสุราจนละเลยเรื่องสตรี เมื่อเขาเอ่ยปากให้เธอหาโสเภณีมาปรนนิบัติ เด็กสาวผู้พิการและต่ำต้อยกลับปฏิเสธด้วยความเจียมตัว ทว่าเขากลับไม่เคยดูแคลนเธอเหมือนคนอื่น ซ้ำยังข่มขวัญด้วยคำกระซิบว่าตนเองคืออสุรกายร้ายที่จ้องจะลิ้มลองกลิ่นกายสาวอันหอมกรุ่น ท่ามกลางความเมามายและแรงดึงดูดที่ยากจะต้านทาน หัวใจของเจียลี่เริ่มสั่นคลอนไปกับสัมผัสอันเร่าร้อนของชายที่เธอเทิดทูนเหนือใครในชีวิตนี้
ตอน
แชร์

ตอน 2

นัยน์ตาก้าวร้าวสยบนางให้ปิดปากนิ่งเงียบ ก้มหน้าคุดคู้ไม่กล้าโต้แย้ง เจียลี่จำได้ว่าวันก่อนเขารังแกนาง เขาเมาสุรา ขัดขานางจนล้มหน้าคะมำจับกบอยู่หน้าเรือน ข้อเท้าของนางปวดระบม เดินกะเผลกเป็นหญิงพิการ ท่านอาไล่ตะเพิดนางเป็นไล่สุนัข นางตกใจกลัวจนตัวสั่น ทว่ากลับใจสู้ขึ้นมาจึงไม่คิดหนีไปไหนไกล นางกลับมาทำหน้าที่ของนาง หลังจากการเดินทางไปช่วยเหลือครอบครัวขายผ้าที่ตลาด นางระลึกถึงบุญคุณของเขา หากเขาไม่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือนางเอาไว้ นางคงได้เป็นผีเฝ้าป่าไปนานแล้ว

“เจ้ามารับใช้อดีตท่านอาเขยอย่างข้าได้หลายวัน ก็น่าจะรู้ พักนี้ข้าอารมณ์แปรปรวน ถ้าเจ้าไม่อยากมา ไม่จำเป็นต้องมา”

“ข้ามาได้ ข้ายินดีรับใช้ท่านอา”

“แล้วเจ้าจะปรนนิบัติข้าไปถึงเมื่อไร? บุญคุณที่เจ้าว่าจึงจะทดแทนจนหมดสิ้น”

“เมื่อเห็นว่าท่านอาสบายใจ ไม่ร่ำสุราด้วยความทุกข์ ท่านได้บ่าวรับใช้ที่ดี ดูแลท่านได้ไม่บกพร่อง ข้าค่อยบอกลาท่าน ระหว่างนี้ข้าจะมา...”

เจียลี่ยืนกรานว่านางจะมาอย่างแน่นอน ด้วยรอยยิ้มที่น่ารันทดอดสู

‘คนขี้เมา’ ไม่กล้าเอ่ยไล่นางอีก เขาออกคำสั่งให้นางนอนบนฟูกในอีกห้องหนึ่ง ตะวันขึ้นเมื่อไรค่อยเดินทางไป ขืนนางเดินลุยป่ากลับบ้านของนางในยามนี้ เขาคงได้เดือดร้อนเพราะนางเป็นแน่แท้

--------------------------

ชายผู้เป็นเพียงอดีตเขยสกุลเยี่ย ปากเอ่ยว่าเจียลี่เป็นสาวเป็นแซ่ ควรระมัดระวังตนให้มากอย่างกุลสตรีพึงกระทำ กลับยอมให้นางค้างแรมในห้องรับรองแขก กระทั่งเขาสร่างเมาจากฤทธิ์ข้าวฟ่างแดงหมักในรุ่งเช้า แลเห็นนางรีบกลับบ้านไปช่วยขายผ้าในตลาดเช่นเดิม จึงส่งคนไปแจ้งข่าวแก่บิดามารดาของนางว่านางมาเหยียบเรือนท่านอาขี้เมาในยามวิกาล

ถึงนางจะไปมาหาสู่ด้วยความหวังดี เกรงว่าท่านอาอาจได้รับอันตรายจากฟืนไฟ อาจเมามายสุราจนถึงแก่ชีวิตในที่พักอาศัยลำพัง นางก็เป็นบุตรสาวพ่อค้าขายผ้าที่มีชื่อเสียง มีหน้ามีตาในวงศ์ตระกูลขุนนาง คนในราชสำนักแห่กันมาซื้อผ้า สั่งอาภรณ์ซึ่งถักทอจากช่างฝีมือดีของสกุลเยี่ย

สกุลเยี่ยล้วนมีลูกหลานเป็นหญิงสาวหน้าตาสะสวย อาจทำให้ชื่อเสียงหวังเฟยมัวหมอง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อหนุ่มน้อยใหญ่ล้วนหาข้ออ้างมาพบพวกนาง แม้อาจทำได้เพียงชะโงกคอมองด้านหน้าร้านขายผ้า

ชาวบ้านในเมืองพูดกันปากต่อปากว่า ‘ลี่จิ่น’ บุตรสาวคนเล็กสกุลเยี่ย เมื่อครั้งยังเป็นสาวสะพรั่งอายุครบสิบห้าปี สามารถเข้าร่วมการคัดสรรสาวงามเพื่อเข้าวังไปเป็นนางสนมได้ ทว่านางแสนดื้อรั้นไม่ฟังผู้ใด นางไม่มีความมักใหญ่ใฝ่สูง รักสำราญและชอบทำอะไรตามใจตน ถึงแม้ว่านางจะไม่ได้สร้างปัญหาเหมือนพี่สาวอย่าง ‘จินเยว่’ ซึ่งอยู่มาวันหนึ่งก็ตั้งครรภ์กับชายยากจนไร้สกุล หลังคลอดบุตรและเลี้ยงดูบุตรสาวจนเติบใหญ่ ผู้อาวุโสในตระกูลเยี่ยจึงให้ทั้งสองมาช่วยเหลือกิจการขายผ้า อย่าได้ไปเรียกลี่จิ่นให้ต้องทำงานเหน็ดเหนื่อย นางจะช่วยหรือไม่ช่วย ให้แล้วแต่นาง

ทุกวันนี้ลี่จิ่นอายุยี่สิบเก้าปี ยังคงสวยสะพรั่งไม่ต่างจากหญิงสาวอายุยี่สิบปี หลายปีก่อนนางหันไปเอาใจเจ้าของโรงถลุงแร่โลหะอย่างหวังเฟย ก่อนจะทอดทิ้งเขาอย่างไม่ไยดี ไปสานต่อสัมพันธ์กับคุณชายสาม บุตรชายคนโปรดผู้ครองแคว้นเล็ก ๆ ทางภาคตะวันออก ได้ยินว่าอีกไม่นานจะได้ไปครองแคว้นสวี

หวังเฟยไม่ตกหลุมพรางสกุลเยี่ยอีกเป็นแน่แท้ เขากำลังครุ่นคิดเรื่องนี้ แม้กระทั่งจุดประสงค์ของเจียลี่ นางมาปรนนิบัติเขาเพื่อทดแทนบุญคุณจริงหรือไม่

“สตรี... ล้วนเป็นเช่นเดียวกันทั้งนั้น แสวงหาผู้มีอำนาจ เพื่อคุ้มกะลาหัวตน” ในน้ำเสียงเคียดแค้น หวังเฟยชิงชังลี่จิ่นเข้ากระดูกดำ เขาหันหลังกลับไปพูดกับสตรีร่างผอมบาง เพียงได้ยินเสียงฝีเท้าของนาง วางตะกร้าไม้ใส่อาหารหลายอย่าง กลิ่นหอมฟุ้งของอาหารนั้นเขาคุ้นชินเป็นอย่างดี

ตาคมจรดมองดอกไม้ที่เหี่ยวเฉาไปตามกาลเวลา นัยน์ตาลุกโชติช่วงด้วยเพลิงโทสะ

ลี่จิ่นเคยนำดอกเหมยกุ้ยฮวามาใส่แจกัน นางทำอาหารมาให้เขา สามถึงสี่วันครั้ง หลังจากที่เขาเลิกจากการคุมบ่าวรับใช้หน้าเตาเผาในโรงถลุงแร่โลหะ จะได้พบรอยยิ้มสวยหวานของนางเป็นประจำ

“อาหญิงเจ้าเคยนำดอกไม้มาใส่แจกันโง่เง่านี่ เพื่อหลอกลวงข้า นางทำอาหารมาให้ข้าชิมมากมาย หวังว่าเจ้าคงไม่คิดจะทำเช่นเดียวกับนาง”

“นางไม่ได้ทำ!” เสียงตะคอกดัง ใบหน้าสดสวยแดงก่ำมองสีหน้าเรียบเฉยของท่านอา

ผิดไปจากกิริยาเรียบร้อยว่านอนสอนง่ายของเจียลี่ นางมิอาจปิดบังความจริงอีกต่อไป

“ข้าเป็นผู้ทำอาหารทั้งหมดนี้ ท่านอาหญิงแอบอ้างฝีมือข้า น้ำหน้าอย่างนางหรือจะทำอาหารเป็น”

เจียลี่ทำให้ชายร่างผอมยืนนิ่งงัน นางหยิบอาหารออกจากตะกร้าหลายชั้น วางไว้บนโต๊ะในห้องรับแขกกว้างขวาง นางรู้ว่าเขาจะกินอาหารที่นี่

“เต้าหู้ผัดผักใส่ไข่ น้ำแกงหวาน ไก่ตุ๋น หมั่นโถว ข้าทำ ไม่ใช่นาง นางไม่เคยทำอาหารให้ท่านกินแม้แต่อย่างเดียว” นางไม่ลืมวางไหเหล้าหมักชั้นดีไว้บนโต๊ะหลังสงบสติอารมณ์ลง เมื่อก่อนนี้นางเคยฝากสุรามาให้ท่านอา ทว่าจะให้คาดเดา นางว่าอาหญิงไม่ได้เอ่ยชื่อของนางแม้สักคำเดียวหรอก

“นี่สุราท่าน ดื่มเข้าไปเยอะ ๆ จะได้ลืมสตรีลวงโลกอย่างลี่จิ่นได้เสียที ท่านอามีตาแต่ไร้แววจริง ๆ”

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เรื่องเล่าใต้เงาจันทรา
9.4
ภายใต้เงาจันทรา เรื่องราวที่ถ่ายทอดออกมาอาจนำมาซึ่งความรื่นรมย์หรือความโศกเศร้าอันลึกซึ้ง ทว่านั่นคือสิ่งตอบแทนที่คุณต้องมอบให้แก่ข้า ปริศนาแห่งการเสพสุขบนความทุกข์ระทมของผู้อื่นกลายเป็นหนทางเดียวที่อาจช่วยให้เราหลุดพ้นจากบ่วงกรรมของตนเองได้ ท่ามกลางบรรยากาศแฟนตาซีที่เต็มไปด้วยความลึกลับ การแลกเปลี่ยนความเจ็บปวดนี้จะช่วยเยียวยาหัวใจหรือจะยิ่งทำให้จมดิ่งสู่ความมืดมิดที่ไม่อาจคาดเดาได้กันแน่
หน้าปกนวนิยาย ข้าจะเกี้ยวท่านมาเป็นสามี
9.1
ในอดีตชาติที่ผ่านมา นางเคยทำผิดพลาดครั้งใหญ่เพราะความไร้เดียงสาที่มอบหัวใจให้บุรุษผิดคน จนพลั้งมือทำร้ายชายผู้ที่รักและภักดีต่อตัวนางอย่างสุดหัวใจ เมื่อโอกาสครั้งใหม่มาถึงพร้อมการย้อนเวลากลับมาอีกครั้ง นางจึงขอละทิ้งความรักที่มีต่อท่านอ๋องอย่างไม่ใยดี และตั้งมั่นว่าจะทำทุกวิถีทางเพื่อพิชิตใจรองแม่ทัพแสนดีผู้นี้ให้มาเป็นสามีของนางเพียงคนเดียวให้จงได้ เรื่องราวการแก้ตัวและภารกิจเกี้ยวรักจึงเริ่มต้นขึ้น
หน้าปกนวนิยาย นางบำเรอแม่ทัพปีศาจ
9.3
ท่ามกลางบรรยากาศเร่าร้อนในค่ำคืนที่เต็มไปด้วยเสียงครวญครางของหญิงสาวหลายคน สตรีหน้าใหม่ผู้ไร้เดียงสาจำต้องทนดูภาพแม่ทัพปีศาจร่วมอภิรมย์กับหญิงอื่นต่อหน้าต่อตา เสียงอันน่าหวาดหวั่นสร้างความสับสนจนนางทำตัวไม่ถูก ทว่าหากนางยังคงนิ่งเฉยและไม่แสดงฝีมือออกมาให้ประจักษ์ในตอนนี้ เกรงว่าพรุ่งนี้จะไม่มีที่ให้ซุกหัวนอนอีกต่อไป เมื่อความกดดันบีบคั้นถึงที่สุด นางจึงต้องงัดทุกกลเม็ดที่มีเพื่อปรนเปรอเขาและรักษาตำแหน่งของตนเอาไว้ให้ได้
หน้าปกนวนิยาย จอมเสเพลอย่างท่านอย่ามาเกี้ยวข้า!
8.1
เมื่อถูกคู่หมั้นทอดทิ้งอย่างไม่ใยดีพร้อมประกาศตัดสัมพันธ์กลางที่สาธารณะจนต้องอับอาย หญิงสาวจึงตัดสินใจหันหลังให้ความช้ำรัก ทว่าจู่ๆ อดีตคนรักผู้เสเพลกลับพยายามตามตื้อและวุ่นวายในชีวิตนางไม่เลิกรา แม้เขาจะใช้กลเม็ดเด็ดพรายเพียงใด แต่นางก็ตั้งมั่นว่าจะไม่ยอมใจอ่อนหรือหลงกลคนเจ้าชู้เช่นเขาอีกต่อไป เรื่องราวความรักปนความแค้นนี้เป็นภาคต่อที่อ่านแยกได้จากผลงานเรื่อง ช่วยข้าที สองสามีของข้าคือท่านอ๋องจอมโหด
หน้าปกนวนิยาย Please help me ช่วยฉันที ฉันไม่อยากอยู่ในโลกนิยาย
9.5
เมื่อลืมตาตื่นขึ้นในร่างของนาเซีย นางร้ายผู้มีจุดจบอันแสนสลดรออยู่ เธอจึงต้องดิ้นรนทุกวิถีทางเพื่อรักษาชีวิตให้รอดพ้นจากโชคชะตาเลวร้าย พร้อมกับพยายามค้นหาหนทางกลับสู่โลกเดิมที่จากมา ทว่าแผนการใช้ชีวิตอย่างสงบกลับไม่เป็นไปตามที่หวัง เมื่อผู้คนรอบข้างต่างพากันเข้ามาพัวพันและสร้างความวุ่นวายในชีวิตเธอไม่หยุดหย่อน ท่ามกลางบรรยากาศแฟนตาซีที่เต็มไปด้วยอุปสรรคและการตัดสินใจที่อาจเปลี่ยนชีวิตเธอไปตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย สามีข้าช่างน่าแกล้ง เล่ม 1
8.8
เมื่อสองอาหลานแห่งราชวงศ์จิ่งต้องมาพ่ายแพ้ให้กับเสน่ห์ของภรรยาตนเอง ชุนเสี่ยวป๋ายจึงตัดสินใจเดินหน้าเกี้ยวบัณฑิตหนุ่มรูปงามอย่างเหลียนไช่ด้วยตนเอง เพราะหากมัวแต่รอช้าคงไม่มีวันได้ครองคู่ จนเขาไม่อาจต้านทานความน่ารักของนางได้อีกต่อไป ขณะที่จักรพรรดิจิ่งซานหวงพยายามหาทางเลี่ยงการร่วมเตียงกับอู่ซุนต้าเอ่อร์ด้วยกลอุบายต่างๆ แต่นางกลับไม่ยอมแพ้และเผลอถีบเขาตกเตียงโดยไม่ตั้งใจ ท่ามกลางความวุ่นวายของความรักที่สุดท้ายเขาก็ยังหาทางจับนางกินจนได้ในที่สุด