
คนในความลับ
ตอน 2
“ในนี้อากาศน่าจะอบอ้าวน่ะค่ะ เอ่อ... ฟางขอตัวก่อนนะคะ สวัสดีค่ะรุ่นพี่ทุกคน ฟางดีใจที่ได้กลับมาเจอทุกคนนะคะ ไว้โอกาสหน้าเจอกันใหม่ค่ะ”
แล้วรุ่นพี่คนหนึ่งซึ่งไม่ใช่วชิรวัฒน์ก็ลุกขึ้นยืน และเดินมาหยุดตรงข้างๆ หล่อน
“น้องฟางพักอยู่แถวไหนหรือครับ”
“ฟาง... เหรอคะ”
“ใช่ครับ พักอยู่แถวไหน พี่จะอาสาไปส่งน้องฟางถึงที่พักเลยครับ”
ในขณะที่ฟาริดากำลังอึกอักหาทางปฎิเสธอยู่นั้น ก็มีรุ่นพี่ผู้หญิงคนหนึ่งแซวขึ้นมา
“มึงอย่าคิดอะไรไม่ดีกับน้องฟางเชียวนะ ไอ้หน้าหม้อ”
“อะไรกับวะ ไม่ได้คิดจะทำอะไรไม่ดีสักหน่อย แค่อยากจีบ”
ฟาริดาทำหน้าไม่ถูก ยิ้มขืนๆ ออกไป และขยับตัวออกห่างรุ่นพี่คนนั้น ซึ่งน่าจะเมากรึ่มๆ แล้ว
“ฟาง... พักอยู่บางแคน่ะค่ะ ค่อนข้างไกล ฟางขอตัวกลับก่อนนะคะ”
“โห พักบางแคเลยเหรอ ไกลนะเนี่ย”
ฟาริดาปั้นยิ้ม ก่อนจะเอ่ยลาทุกคนอีกครั้ง และรีบเดินออกไป
เมื่อออกมาจากร้านกึ่งผับที่เป็นสถานที่จัดงานเลี้ยงรุ่นแล้ว ฟาริดาก็เดินมาหยุดอยู่ที่ริมถนน และก็อดที่จะเหลียวหลังกลับไปมองในร้านอีกครั้งไม่ได้
“เราคงไม่ได้เจอกันอีกแล้วนะคะพี่โรม”
แม้จะรู้สึกอาลัยและอยากอยู่มองหน้าของ
วชิรวัฒน์ต่ออีกสักหน่อย แต่ก็รู้ดีว่าไม่ควรทำ เพราะคนที่ซ่อนความรู้สึกไม่เก่งอย่างหล่อน อาจจะเผลอตัวแสดงอะไรออกไป ทำให้ทุกคนจับสังเกตได้
“หวังว่าพี่โรมจะมางานเลี้ยงรุ่นในปีหน้าอีกนะคะ”
หญิงสาวยิ้มบางๆ สูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ก่อนจะตัดสินใจก้าวเท้าเดินไปตามถนนคอนกรีดที่ทอดยาวเชื่องช้า
เดินคิดอะไรเล่นๆ สักพัก ค่อยกลับห้องก็ได้นี่นา...
ในขณะที่ก้าวเท้าได้เพียงแค่สามก้าวเท่านั้น เสียงเข้มของใครบางคนก็ดังขึ้นที่ด้านหลัง
หล่อนหยุดเคลื่อนไหว ตัวแข็งทื่อ เพราะจำได้ดีว่าเสียงเข้มแบบนี้เป็นเสียงของใคร
คงไม่ใช่หรอกมั้ง...
ฟาริดาคิดคัดค้านอยู่ภายในใจ และก็กำลังจะหมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับเจ้าของเสียง แต่เจ้าของเสียงก็เดินผ่านร่างบาง และมาหยุดตรงหน้าของหล่อนเสียก่อน
ดวงตาที่โตมากๆ อยู่แล้วของหล่อนเบิกกว้าง กลีบปากแย้มเผยอด้วยความตกใจ เพราะผู้ชายตรงหน้าของหล่อนวชิรวัฒน์จริงๆ
นี่เขา...
เขามาอยู่ตรงนี้ได้ยังไง
มาอยู่ตรงหน้าของหล่อนได้ยังไงกัน
แม้แต่ความฝัน หล่อนยังไม่เคยคิดว่าจะได้เผชิญหน้ากับผู้ชายคนนี้ในระยะที่ใกล้ๆ ชิดแบบนี้มาก่อนเลย
ด้วยความตกใจ ทำให้หล่อนก้าวเท้าถอยหลังเพื่อรักษาระยะห่าง ในขณะที่ผู้ชายที่ตัวสูงกว่าหล่อนมากก้าวตามเข้ามาหา
“พะ... พี่โรม...”
ใบหน้าที่เทพเจ้าปั้นแต่งให้มาอย่างประณีตเปื้อนรอยยิ้มจางๆ ดวงตารียาวที่ทั้งดุดันและหวานฉ่ำในเวลาเดียวกันจับจ้องมาที่หล่อน
สายตาแบบนี้...
สายตาแบบนี้ของวชิรวัฒน์มันสามารถฆ่าให้ผู้หญิงคนหนึ่งตายเพราะความลุ่มหลงได้เลยนะ
และหล่อนก็กำลังเป็นผู้หญิงคนนั้น คนที่กำลังจะตายเพราะความหล่อชนิดวัวตายควายล้มของเขาอยู่แล้ว
“จะกลับแล้วจริงๆ หรือครับ”
ทำไม... เขาถามหล่อนแบบนี้ล่ะ
“เอ่อ... ค่ะ...”
“เดินคุยกันหน่อยไหมครับ”
ไม่รู้หล่อนควรจะตกใจรอยยิ้มบนหน้าของเขา หรือว่าคำชวนของเขาก่อนดี
นี่เขาจะรู้ไหม เขากำลังจะทำให้หล่อนขาดใจตายอยู่แล้วนะ
“ฟาง... คิดว่ามัน... ดึกแล้วน่ะค่ะ...”
ดังนั้นปลีกตัวดีกว่า ก่อนที่จะเป็นลมเป็นแล้งให้อับอายต่อหน้าต่อตาผู้ชายที่แอบรัก
“แน่ใจหรือว่าไม่อยากไปไหนต่อกับพี่”
“คะ?”
หล่อนตื่นตกใจกับคำถามตรงไปตรงมาของ
วชิรวัฒน์เหลือเกิน
เขากำลังหมายความว่ายังไงกันนะ หรือว่าเขาสงสัยอะไร นี่หล่อนเผลอแสดงอาการอะไรออกไปให้เขาเห็นอย่างนั้นเหรอ
ในขณะที่ฟาริดากำลังสับสน ตกใจ และอลหม่านอยู่นั้น วชิรวัฒน์ก็เฉลยออกมา
“พี่เห็นเธอนั่งมองพี่ตลอดเวลาเลย ตอนที่เราอยู่ในงานเลี้ยงน่ะ”
ฟาริดาถึงกับหน้าตาซีดเผือด ก่อนจะถูกสีแดงๆ กลืนกินทั้งสองแก้ม
“ปะ เปล่า... นะคะ...”
“เธอแอบชอบพี่ใช่ไหม”
“พี่โรม!”
แล้วเขาก็ก้าวเข้ามาหา เดินเข้ามาหยุดชิดร่างสั่นเทิ้มของหล่อนเลยทีเดียว
ฟาริดาจะถอยหลังหนี แต่มือใหญ่ของคนตรงหน้าก็รวบเอวคอดเอาไว้เสียก่อน
“อ๊ะ...”
ใบหน้าหล่อจัดโน้มต่ำลงมาหา ลงมาหาใกล้มากๆ จนกลิ่นลมหายใจสะอาดสะอ้านของวชิรวัฒน์ฟุ้งเข้ามาในโพรงจมูก
หล่อนจะตายอยู่แล้วเนี่ย...
“มีโรงแรมใกล้ๆ อยู่แถวนี้ด้วยนะ”
นี่เขา...
เขาพูดถึงโรงแรมทำไมเนี่ย?
“ไปนอนด้วยกันเถอะ”
คุณอาจจะชอบ





