ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ตราบฟ้าไร้ดาว [ดราม่าหนัก พระเอกจำนางเอกไม่ได้ เลยร้ายใส่]

ตราบฟ้าไร้ดาว [ดราม่าหนัก พระเอกจำนางเอกไม่ได้ เลยร้ายใส่]

วรินรำไพเฝ้ารอคอย 'พี่หิน' ชายผู้เป็นรักเดียวที่หายสาบสูญไปพร้อมกับความสุขในชีวิตของเธอ ทว่าเมื่อเขากลับมาในฐานะ 'ชลธิป' ผู้บริหารหนุ่มผู้เย็นชา เขากลับจำอดีตไม่ได้และมองว่าเธอคือศัตรูที่ต้องชดใช้ด้วยความเจ็บปวด ชลธิปจึงกลายเป็นยมบาลที่คอยทำร้ายหัวใจดวงเดิมอย่างไร้ความปรานี ท่ามกลางความสับสนและพันธะกับดลยา หญิงสาวแสนดีที่ครอบครองหัวใจเขาในปัจจุบัน เอ๋ยต้องทนทุกข์ทั้งเป็นในกองเพลิงแห่งความแค้นที่เขามอบให้ โดยที่เขาไม่รู้เลยว่ากำลังทำลายผู้หญิงที่เขารักที่สุด
ตอน
แชร์

ตอน 1

ตอน: ชีวิตที่คล้ายความฝัน

“เอ๋ยๆ อย่าไปเดินเล่นไกลนักนะลูก แม่เป็นห่วง”

“จ้ะแม่”

สาวน้อยวัยสิบสามปีเต็ม หันกลับไปหาแม่ที่กำลังแบกกะละมังปลาหมึกอยู่เต็ม เพื่อเอาออกไปตากตรงราวลวด แล้วส่งยิ้มให้ ก่อนจะก้าวเดินอย่างเชื่องช้า ไปตามชายหาดขาวสะอาดและเงียบสงบยิ่ง บรรยากาศยามเช้าของเกาะเล็กๆ หนึ่งในหลายๆ เกาะของจังหวัดกระบี่ช่างน่าอยู่ไม่น้อย

ร่างเล็กๆ สูงๆ ผอมๆ กับกางเกงยีนส์ขาสั้นสีเข้ม เสื้อยืดสีขาวมอๆ ก้มลงเก็บเปลือกหอยสีน้ำเงิน ขาว ชมพู ม่วง ใส่ในถุง พลาสติกอย่างเพลิดเพลิน สลับกับก้าวเดินไปเรื่อยๆ เรื่อยๆ เรื่อยๆ

กระทั่ง!

ไปถึงโขดหินใหญ่หลายก้อน ตั้งเกาะกลุ่มกันอยู่เป็นโพลง ในนั้นใครบางคนนอนคว่ำหน้าอยู่กับหินเล็กๆ สามสี่ก้อน เพราะความเป็นเด็ก และด้วยความที่ยังไม่เคยพานพบเรื่องน่าตื่นเต้นแบบนี้มาก่อน

“แม่! พ่อ!” สาวน้อยทิ้งถุงแล้ววิ่งกลับไปยังทิศทางเดิม อย่างไม่คิดชีวิต ปากก็ร้องเรียกไม่เรียกแม่สลับกับเรียกพ่อไป

“พี่ใหญ่!” และเรียกเพื่อนต่างวัยที่บ้านอยู่ติดกันเสียงหลง สองเท้าก็สาววิ่งอย่างเร่งรีบด้วยความหวาดกลัว กับสิ่งที่เพิ่งพบเห็นมา

“มีอะไรเอ๋ย! เป็นอะไรลูก! แล้ววิ่งหนีอะไรมา!” รำไพตกใจไม่น้อย ทิ้งราวปลาหมึกแล้วอ้าแขนรับร่างลูกที่แทบจะกระโจนเข้าหาทันที

“เอ๋ยเห็นคนตายจ้ะแม่!”

“อะไรนะ! เอ๋ยเห็นใคร! แล้วใครตาย!”

รำไพตัวสั่นงันงกตามลูกด้วยความตกใจ แล้วมองไปยังทิศทางที่ลูกชี้นิ้วไป ก่อนจะหันซ้ายแลขวาหาสามี ที่น่าจะกำลังหอบแห หอบอวนออกไปปะชุนอยู่หลังบ้านเป็นแน่

“พี่สิน!” แล้วสองแม่ลูกก็วิ่งไปหลังบ้านด้วยความตกใจ

“อะไรนะ! ใครตาย! แล้วอยู่ตรงไหน! เอ๋ยพาพ่อไปดูซิ!” วสินเองก็ตกใจในคำบอกเล่าของลูกไม่น้อย เลยไม่รอช้า เมื่อเห็นทิศทางที่ลูกชี้ไป ก็ออกวิ่งทันที

“ลุง! รอผมด้วย!”

ธนากรหรือ ‘ใหญ่’ เด็กหนุ่มที่บ้านติดกันก็ร้องเรียก แล้ววิ่งตามไปไม่ห่างเพราะความห่วงและอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่

“ทางโน้นจ้ะแม่”

สาวน้อยวรินรำไพรั้งแขนแม่ให้วิ่งตามไปติดๆ ไม่นานภาพที่ทุกคนเห็นก็คือ หนุ่มน้อยในชุดกางเกงขาสั้นเสื้อกล้ามสีขาว หรืออาจจะเคยเป็นสีนี้มาก่อน แต่ตอนนี้ทั้งดำ ด่าง สกปรกไปหมด

วสินวิ่งเข้าไปอย่างไม่เกรงกลัวอะไร เพราะนี่คือหน้าที่ของหัวหน้าครอบครัวอย่างเขา ที่จะต้องออกหน้าเผชิญกับอะไรก็แล้วแต่ก่อนทุกคน

“ยังไม่ตาย!”

วสินหันไปบอกด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นไม่น้อย หลังเอาหูแนบฟังเสียงการเต้นของหัวใจหนุ่มนิรนามตรงหน้าอก นั่นทำให้ทุกคนค่อยมีสีหน้าดีขั้นมาหน่อย

“ไอ้ใหญ่! มาช่วยลุงแบกทีวะ เจ้าหนุ่มนี่ตัวใหญ่แล้วก็หนักจริง”

“ตามพ่อไปเร็วเข้าเอ๋ย”

รำไพคว้าแขนลูกสาว แล้วก้าวเดินตามหลังสามีไปอย่างเร่งด่วน “อ้าว! แล้วนี่ถุงเปลือกหอยของเอ๋ยใช่มั้ยลูก” แต่ก็เหลือบไปเห็นถุงของลูกก่อน

“จ้ะแม่”

ลูกสาวตอบด้วยสีหน้ายังคงตื่นตระหนกกับเหตุการณ์เมื่อครู่อยู่เลย ผู้แม่เลยรีบก้มลงไปคว้าถุงมาถือไว้ ก่อนจะรีบจูงลูกให้ก้าวเดินตามสามีกับใหญ่ ที่ช่วยกันหามร่างไร้สติตรงไปยังบ้านอย่างเร่งรีบ

หนุ่มนิรนามนอนอยู่บนฟูกผืนบางๆ กางเกงเลกับเสื้อกล้ามเก่าๆ ของสินถูกเอามาสวมให้แทนเสื้อผ้าชุดเดิม เขากำลังขยับเปลือกตาอย่างเชื่องช้า ตามด้วยขยับใบหน้าคมคายหล่อเหลา

แม้จะซีดแต่ก็ไม่อาจจะบดบังความเป็นคนหน้าตาดี จากสี่ชีวิตที่กำลังนั่งรอลุ้นอยู่รอบกายไม่ได้ ผิวพรรณก็ขาว แม้ตรงแขนจะเป็นสีแทนแต่ลำตัวขาว บ่งบอกได้ว่าเพิ่งผ่านการอาบแดดมาได้ไม่นาน

‘เฮือก!’

ร่างที่นอนอยู่สะดุ้งสุดชีวิตแล้วดีดตัวขึ้นนั่งทันที ทำเอาทุกคนตกใจตามไปด้วย แล้วต่างฝ่ายต่างก็จ้องมองกัน อย่างสงสัยใคร่อยากรู้ความเป็นไปเป็นมาของกันและกันอยู่บนแคร่ใต้ถุนบ้าน

“พวกคุณเป็นใคร แล้วผมมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงครับ” หนุ่มนิรนามเป็นฝ่ายเอ่ยก่อน

“แล้วพ่อหนุ่มล่ะ เป็นใคร มาจากไหน ทำยังไงถึงได้มานอนเกยอยู่ฝั่งได้” วสินเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นก่อน หลังจากหันไปมองหน้าคนอื่นๆ อยู่ครู่หนึ่ง

คนถูกถามนั่งอึ้ง คิดอะไรไม่ออก บอกอะไรไม่ถูก แม้จะใช้ความพยายามอยู่ครู่ใหญ่ แต่ยังไงก็คิดไม่ออก จนเกิดอาการปวดหัวจี๊ดๆ ขึ้นมา สองมือเลยต้องยกขึ้นกุมขมับอย่างสับสน

“ว่าไงล่ะพ่อหนุ่ม จะตอบพวกเราได้หรือยัง ว่าเป็นใคร มาจากไหน ถึงได้ลอยคอมาถึงเกาะนี้ เรือล่มจากพายุเมื่อคืนหรือเปล่า หรือว่าถูกใครทำร้ายแล้วแบกมาทิ้งที่นี่ แต่ตามเนื้อตัวก็ไม่มีบาดแผลอะไรนะ นอกจากรอยพกช้ำดำเขียวเท่านั้น แต่ตรงท้ายทอยมีรอยช้ำหนักอยู่เหมือนกันนะ แปลว่าต้องมีของแข็งกระแทกใส่แน่ๆ”

วสินเลยย้ำถามอีก เมื่อรอให้หนุ่มนิรนามตอบไม่ไหว “ผมจำไม่ได้ครับ จำอะไรไม่ได้เลย”

สี่ชีวิตหันไปมองหน้ากันเลิกลั่ก แล้วหันไปหาเป้าหมายเดิมอีก “หมายความว่ายังไงจ๊ะที่บอกว่าจำอะไรไม่ได้เลย พ่อหนุ่มชื่ออะไรจ๊ะ” รำไพเลยส่งเสียงนุ่มนวลพร้อมกับยิ้มบางๆ ไปหา

“ผมไม่รู้ครับ ผมมาอยู่นี่ได้ยังไง ผมเป็นใครมาจากไหน แล้วผมชื่ออะไร”

“...”

อีกครั้งที่สี่ชีวิตหันไปมองหน้ากันอย่างเป็นกังวลกว่าเมื่อครู่มาก โดยเฉพาะ วสินกับรำไพผู้เป็นเจ้าของบ้าน เพราะไม่รู้ว่าจะทำยังไงกับหนุ่มนิรนาม ที่แม้แต่ชื่อตัวเองก็จำไม่ได้

“โอ๊ย! ผมปวดหัวครับ ปวด! ปวด! ปวด!”

เขาส่งสีหน้าที่บ่งบอกว่ากำลังทุกข์ทรมาน กับการพยายามคิดว่าตัวเองเป็นใครมาจากไหนให้ทุกคนได้เห็น

“ใจเย็นๆ นะ ค่อยๆ คิด ตอนนี้พ่อหนุ่มอาจจะยังเหนื่อย ร่างกายบอบช้ำ หรือสมองถูกกระทบกระเทือน จากอะไรสักอย่างเลยยังจำไม่ได้ เอาเป็นว่ากินยาแก้ปวด แล้วนอนพักสักสองสามชั่วโมงก่อนดีกว่า ตื่นขึ้นมาแล้วอาจจะจำได้”

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย โอกาสรักครั้งสุดท้าย
8.0
วีร์ดาจำใจก้าวเข้าสู่พิธีวิวาห์กับดนย์ด้วยพันธะทางธุรกิจเพียงอย่างเดียว ทว่าชีวิตคู่กลับเต็มไปด้วยรอยร้าวและความเจ็บปวด เมื่อเธอเชื่อว่าเขาคือต้นเหตุที่ทำให้พ่อต้องล้มป่วยหนัก จนถึงจุดที่เธอตัดสินใจขอแยกทางเพื่อยุติความทุกข์ใจนี้ ในวินาทีที่ความสัมพันธ์กำลังจะสิ้นสุด ดนย์เพิ่งจะตระหนักได้ถึงความรักที่มีต่อเธออย่างแท้จริง เขาจึงพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อขอโอกาสแก้ตัวเป็นครั้งสุดท้าย และหวังจะรั้งเธอไว้ในชีวิตอีกครั้งก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป
หน้าปกนวนิยาย น้ำเหนือที่รัก
9.1
...ผมรักเธอด้วยหัวใจ รักโดยไม่มีข้อแม้และรักที่สุดครับ... *** “แต่งงานกันไหมคะ” ในที่สุดน้ำเหนือก็โพล่งถามออกไป เธอคิดว่าโรเบอร์โตคงอยากขอเธอแต่งงานนานแล้ว แต่ไม่กล้าเพราะคิดว่าตัวเองไม่คู่ควรกับหญิงสาวที่มีผู้ชายมากหน้าหลายตามาแอบหลงรักเช่นเธอ เฮ้อ... ดังนั้นเพื่อไม่ให้พี่ร็อบแสนดีของเธอขึ้นคาน เธอจึงจำต้องเป็นฝ่ายยอมเอ่ยปากขอเขาแต่งงานก่อน สินสอดทองหมั้นไม่ต้อง เงินทองเป็นของนอกกาย เธอไม่อยากได้ เธอมีเยอะแล้ว... “ครับ” โรเบอร์โตรับคำตาโต ก่อนจะยิ้มกว้างอย่างเอ็นดู “นี่ครบเวลาที่คุณพ่อกำหนดหนึ่งปีแล้วค่ะ ไม่อย่างนั้น น้ำต้องแต่งงานกับผู้ชายที่พ่อหาให้ แต่จริงๆ แล้วน้ำมั่นใจในตัวพี่ร็อบนะคะ เลยตัดสินใจพูดออกไป น้ำรู้ดีว่าพี่ร็อบไม่กล้า ไม่ต้องอายหรอกนะคะ น้ำเลยเป็นฝ่ายพูดเสียเอง พี่ร็อบจะได้ไม่ต้องคิดหาคำพูดที่จะขอน้ำแต่งงาน พี่ร็อบเป็นผู้ชายที่ดีที่สุดในชีวิตของน้ำ นอกจากคุณพ่อ เราแต่งงานกันนะคะ” โรเบอร์โตพิงพยักเก้าอี้ที่นั่งอยู่ด้วยรอยยิ้ม เขาแทบหลุดขำกับน้ำเสียงซื่อๆ ของคนตรงหน้า แต่แววตาจริงใจนั้นทำให้เขาหัวใจเบ่งบานพองโตแทบคับอก “จะขอแต่งงานทั้งที ก็ต้องโรแมนติกหน่อยสิครับ” โรเบอร์โตพูดเสียงทุ้มชวนฝัน “คะ” น้ำเหนือมองอย่างไม่เข้าใจ ร่างสูงลุกจากเก้าอี้ คุกเข่าลงตรงหน้าหญิงสาว ก่อนที่ประโยคลึกซึ้งกินใจจะเปล่งออกมา “แต่งงานกับพี่นะครับน้ำ พี่ก็รักน้ำ เราคบกันเป็นเวลานานพอสมควรแล้ว พี่เองไม่อยากรออีกแล้วเหมือนกัน เราใจตรงกัน วันนี้พี่เองอยากขอน้ำแต่งงาน เลยนัดน้ำออกมาเจอกันที่นี่” โรเบอร์โตสารภาพ อ้อนขออย่างน่ารัก น้ำเหนือตาโต ลูกค้าที่รับประทานอาหารอยู่โต๊ะข้างๆ ถึงกับอมยิ้ม บางคนก็เชียร์ให้เธอตอบตกลง น้ำเหนือหัวใจพองโตคับอก รู้สึกมีคุณค่าเหลือเกินที่มีชายหนุ่มมาขอแต่งงาน รู้สึกอบอุ่นใจและดีใจที่เขาใจตรงกับเธอ รู้สึกมีความสุขอิ่มเอมในหัวใจ อุปสรรคข้างหน้าจะเป็นเช่นไร เธอไม่สน ขอแค่เขาเคียงข้างอยู่ใกล้ๆ เธอแบบนี้ก็เพียงพอแล้ว “ค่ะพี่ร็อบ น้ำจะแต่งงานกับพี่ร็อบค่ะ”
หน้าปกนวนิยาย พิสูจน์รักบอดี้การ์ดเย็นชา
9.2
อิงฟ้าต้องยอมรับองศาเข้ามาเป็นบอดี้การ์ดส่วนตัวตามคำสั่งของพ่อ แม้เธอจะเคยปฏิเสธการมีคนคุ้มกันมาตลอด แต่เพราะองศาไม่ใช่ผู้ชายจึงถือว่าตรงตามเงื่อนไขที่ตกลงกันไว้ บอดี้การ์ดสาวหน้านิ่งคนนี้จะต้องติดตามอิงฟ้าไปทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นที่โรงเรียนหรือตอนเรียนรู้ธุรกิจ ยกเว้นเพียงเวลาพักผ่อนส่วนตัวเท่านั้น ทว่าความเย็นชาและใบหน้าที่บูดบึ้งขององศาตั้งแต่วันแรกที่พบกัน กลับทำให้อิงฟ้ารู้สึกไม่สบอารมณ์และนึกหมั่นไส้ผู้ดูแลคนใหม่นี้เป็นอย่างมาก
หน้าปกนวนิยาย บ่วงมะลุลี
9.6
มะลุลี นักเขียนสาวผู้ไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรค เดินหน้าพิชิตใจ เอเลียต หนุ่มดุดันผู้แสนเย็นชา แม้จะถูกเขาขับไล่อย่างไร้เยื่อใย แต่เธอกลับยิ่งมุ่งมั่นที่จะปราบพยศกระทิงหนุ่มตัวนี้ให้สำเร็จ ทว่าในขณะที่ความรักกำลังก่อตัว เธอกลับเอาตัวเข้าเสี่ยงด้วยการร่วมมือกับทนายเพื่อสืบหาตัวตนที่แท้จริงของ ชาโดว์ เดวิล ฆาตกรต่อเนื่องสุดโหด หวังนำข้อมูลมาเขียนนิยายเล่มใหม่ จนกลายเป็นภัยร้ายที่หมายเอาชีวิต มะลุลีจะจัดการกับภารกิจรักและเอาตัวรอดจากเงื้อมมือปิศาจในเงามืดนี้ได้หรือไม่
หน้าปกนวนิยาย สิงห์เกมสวาท
8.4
ภายใต้กติกาความสัมพันธ์ที่อนุญาตเพียงการกอดแต่ไร้ซึ่งความรัก มนสิชาต้องเผชิญกับแรงดึงดูดที่ยากจะต้านทาน เมื่อกฤษฎิ์ชายหนุ่มผู้เต็มไปด้วยเสน่ห์อันตรายมองออกว่าเธอซ่อนความต้องการและความไร้เดียงสาเอาไว้ สายตาคมที่จ้องมองและการสัมผัสอย่างใกล้ชิดทำให้หัวใจของเธอสั่นคลอนจนลมหายใจติดขัด ท่ามกลางบรรยากาศที่ร้อนแรงขึ้นทุกขณะ เธอจะเลือกเดินหน้าทำลายกฎเหล็กที่ตั้งไว้ หรือจะยอมถอยห่างก่อนที่ความรู้สึกจะถลำลึกไปจนกู้คืนไม่ได้ในเกมเสน่หาครั้งนี้
หน้าปกนวนิยาย หลงสวาท boss คลั่งรัก ซีรีย์หลงสวาท
9.1
จากความสัมพันธ์เพียงชั่วคืนที่ควรจบลงกลับกลายเป็นความลุ่มหลงที่ไรอัน บอสหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลไม่อาจถอนตัว เขาเผลอทำลายกฎเหล็กของตนเองที่ว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับพนักงานและไม่สร้างสัมพันธ์สวาทในที่ทำงานเพียงเพราะพนักงานสาวเวอร์จิ้นคนนี้ ความเร่าร้อนและแรงดึงดูดทางกายที่เกินต้านทานทำให้เขาคลั่งไคล้ในตัวเธอจนกู่ไม่กลับ เรื่องราวความรักที่เต็มไปด้วยความปรารถนาและรสสัมผัสอันหนักหน่วงนี้คือจุดเริ่มต้นของซีรีย์หลงสวาทที่รวบรวมความสัมพันธ์สุดเร้าใจไว้ด้วยกัน