ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย พยับหมอกปลายฝน

พยับหมอกปลายฝน

ความแค้นในอดีตทำให้เขาฝากรอยแผลไว้บนร่างกายและจิตใจของเธอ จนเธอต้องยอมจำนนด้วยความบอบช้ำ ทว่าโชคชะตาที่แสนโหดร้ายกลับนำพาทั้งคู่มาพบกันอีกครั้งในวันที่เธอพยายามเริ่มต้นชีวิตใหม่เพียงลำพังกับลูกน้อยในที่ห่างไกล การเผชิญหน้าครั้งนี้เต็มไปด้วยความเจ็บปวดเมื่อความลับสำคัญถูกเปิดเผยว่าเด็กคนนี้คือเลือดเนื้อเชื้อไขของชายที่จงเกลียดจงชังเธอสุดหัวใจ ท่ามกลางความสับสนระหว่างความรักที่ยังฝังรากและความแค้นที่ไม่อาจลบเลือน
ตอน
แชร์

ตอน 2

“ฝน!” หญิงสาวร่างเล็กผิวพรรณผุดผ่อง สวมเดรสผ้าลูกไม้สีชมพูหวานผุดลุกขึ้นยืนแล้วฉีกยิ้มกว้างพร้อมกับโบกมือเหยงๆ ทำให้คนที่เพิ่งผลักประตูเข้ามาด้านในอดยิ้มตอบไม่ได้ เจ้าหล่อนมีใบหน้าอ่อนเยาว์ ดูอายุน้อยกว่าความเป็นจริง ผมดำขลับถักเปียไว้ทางด้านหลังยิ่งทำให้หล่อนเหมือนเด็กสาววัยมหา’ ลัยมากกว่าสาววัยทำงาน

“นึกว่าจะไม่มาเสียแล้ว” อีกฝ่ายปรี่เข้ามาหา เอื้อมมือนุ่มๆ คว้าแขนของคนที่เพิ่งก้าวผ่านประตูมาลากไปที่โต๊ะกลางร้าน

โต๊ะตัวยาว บัดนี้มีชายหนุ่มหญิงสาวเกือบยี่สิบคนนั่งจับจองและพูดคุยกันอย่างออกรส ครั้นเห็นหล่อนก็พากันโบกไม้โบกมือ ส่งเสียงโห่ร้อง บ้างก็เอ่ยแซว

“คุณหนูฝนมาด้วยโว้ยวันนี้!”

คนพูดเป็นชายหนุ่มผิวคล้ำร่างใหญ่ ไว้หนวดเคราจนเขียวครึ้ม แต่ที่ทำให้ดูดีคือลักยิ้มบนแก้มซ้ายที่เรียกว่าเป็นเสน่ห์ที่ทำให้สาวน้อยมากหน้าหลายตามาติดพัน

“วันนี้ว่างหรือจ๊ะฝน”

คนถามคือคนที่นั่งอยู่ข้าง เป็นสาวร่างแบบบาง ผมสีน้ำตาลทองยาวประบ่าดัดเป็นลอนเล็กน้อย เจ้าหล่อนสวมเสื้อสายเดี่ยวคว้านคอลึกจนเกือบจะเห็นไปถึงไหนต่อไหน ดวงตาที่ทอดมองมาไม่เชิงเป็นมิตร หากก็ไม่นับว่าเป็นศัตรู

สายฝนเพียงยกยิ้มบางๆ ทำหูทวนลมไม่สนใจ หย่อนกายลงนั่งข้างหญิงสาวคนที่เดินออกไปต้อนรับหล่อนอย่างยินดี สองตากวาดมองซ้ายขวาราวกับหาอะไรบางอย่าง

“มาไม่ครบหรอก”

ราวกับรู้ใจ นลินพูดขึ้นทันทีที่เห็นอากัปกิริยาของหล่อน

“ไอ้เต้ ไอ้อิน ยายมน ยายแก้มติดธุระมาไม่ได้” คนฟังทำเพียงเลิกคิ้ว ไม่ได้สนใจอะไรนัก กระทั่งประโยคสุดท้าย “ส่วนลูกศร...ได้ยินว่าอาจจะไม่มา”

หล่อนหันขวับไปมองคนพูดอย่างสนใจ คิ้วเรียวโค้งสวยขมวดมุ่น แววตาเปี่ยมด้วยความสงสัย

“ทำไม...” คนถามมองสบตา เอียงคอมองผู้เป็นเพื่อนอย่างสงสัย

ใครๆ ก็รู้ คนอย่างสายฝน นาฏยรัตน์ ไม่ค่อยแสดงความรู้สึกออกมาอย่างชัดเจนเช่นนี้ ใบหน้าของหล่อนมักจะเรียบเฉย นานครั้งถึงจะมีรอยยิ้มประดับบนริมฝีปาก และยิ้มนั้นมักจะน้อยกว่าน้อย จนถ้าไม่สังเกตดีๆ ก็คงไม่เห็น

‘ยายฝนน่ะมันหยิ่งจะตาย อย่าไปคุยกับมันเลย’

‘ทำตัวเชิดๆ อย่างกะสวยตายละ!’

‘ยายฝนมันไม่เคยเห็นหัวพวกเราหรอก!’

ประโยคเหล่านั้น มักเป็นสิ่งที่ใครๆ ได้ยินจนคุ้นชิน หากผู้เป็นหัวข้อของการซุบซิบนินทามักจะทำเป็นไม่ใส่ใจ มีบ้างที่มองด้วยหางตาราวกับอาฆาตแค้น แต่ก็แค่นั้น...สายฝนไม่เคยทำร้าย ต่อว่าหรือด่าทอใครแม้สักคน ถึงใครๆ จะบอกว่าหล่อนนิสัยไม่ดี เห็นแก่ตัว เย่อหยิ่ง จองหอง หล่อนก็ยังคงเป็นหล่อน...เริดๆ เชิดๆ เย่อหยิ่ง และไม่สนคำพูดของใคร

ทว่าวันนี้ เมื่อพูดถึงลูกศร ความสนอกสนใจที่แสดงออกมาทางสีหน้าทำให้เพื่อนที่นับว่าสนิทกว่าใครอย่างนลินอดแปลกใจไม่ได้

“ฝนอยากเจอลูกศรหรือ”

คนถูกถามเม้มริมฝีปาก ก่อนส่ายหน้า

“เปล่า...เปล่าหรอก”

บทสนทนาสิ้นสุดลงเมื่อสายฝนเอื้อมมือไปหยิบแก้วน้ำที่ บริกรเพิ่งเทน้ำใส่ลงไปจนเต็มแก้วเมื่อครู่นี้ขึ้นมาจิบ แขนข้างหนึ่งกอดอกไว้ หลังเอนพิงพนัก ขาข้างหนึ่งยกขึ้นมาไขว่ห้าง ไหล่และคอตั้งตรง หน้าเชิด...มาดแบบนี้ เพื่อนบางคนเคยซุบซิบ

‘นางพญาหงส์!’

กับอีกบางคนอดไม่ได้ที่จะค่อนขอด

‘พวกคาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิด ไม่เคยเห็นหัวใคร!’

และก็มาดแบบนี้อีกเช่นกันที่ทำให้สายฝนมีเพื่อนน้อยมาก บางคนคบหาเพื่อผลประโยชน์ บางคนคบไปตามมารยาท...ที่จริงใจต่อหล่อนที่สุด เห็นจะมีแต่นลินเพียงคนเดียวเท่านั้น

แต่เจ้าตัวก็ชินเสียแล้ว หล่อนไม่โหยหาหรือเรียกร้องต้องการให้ใครมาคบหล่อน อยากคบก็คบ ไม่อยากคบก็ต่างคนต่างไปก็เท่านั้น

“เอ...ยายลูกศรมันจะไม่มาจริงๆ หรือเนี่ย”

เพื่อนคนหนึ่งพึมพำขึ้นมา ตามมาด้วยคำถามอีกสองสามประโยคจากบรรดาเพื่อนคนอื่นๆ

“ไม่ได้เห็นหน้ามันตั้งห้าปี ไม่รู้มันเป็นไงบ้าง”

“พวกแกมีใครเคยเจอมันบ้างวะ”

“หน้าตามันเปลี่ยนไปหรือเปล่าวะ...คงสวยขึ้น”

“เมื่อก่อนมันป๊อบจะตาย ฉันละอิจฉามันจริงๆ มีแต่คนหล่อๆ มาจีบมัน!”

เสียงพูดคุยเซ็งแซ่ สายฝนไม่ได้สนใจแม้แต่น้อยนิด หล่อนสนใจแต่จิบเบียร์ที่เพิ่งสั่งบริกรเมื่อครู่นี้...จิบแล้วจิบเล่า ไม่สนใจจะเข้าร่วมวงสนทนา

“เออ! ว่าแต่มันเลิกกับพี่หมอกหรือยัง ใครรู้บ้าง”

มือที่ถือแก้วเบียร์รีบวางลงทันที ริมฝีปากเม้มเข้าหากันอย่างไม่รู้ตัว

“เคยเลิกกันตอนมันอยู่ปีสาม แต่ตอนนี้ฉันได้ยินว่ากลับมาคบกันแล้วนะ”

“แกไปรู้มาจากไหนวะ”

ก่อนที่ใครคนนั้นจะตอบ เสียงกระดิ่งประตูที่ดังกรุ๊งกริ๊งเรียกให้ทั้งหมดหันไปมอง จึงพบว่าผู้ที่กำลังเป็นหัวข้อสนทนาอยู่ในขณะนี้กำลังเปิดประตูและก้าวเข้ามาด้านในพร้อมกับรอยยิ้ม

บรรดาเพื่อนๆ ต่างร้องทักอย่างยินดี พลันอุทานอย่างพร้อมเพรียงเมื่อเห็นคนที่เดินตามหลังมา

ชายหนุ่มร่างสูงในชุดเสื้อยืดสีขาวล้วนสวมทับด้วยเสื้อเชิ้ตยีนแขนยาวที่พับไว้เหนือข้อศอกกับกางเกงยีนสีเข้ม รองเท้าที่เขาสวมเป็นรองเท้าผ้าใบเก่าๆ

แสงตะวันที่สาดส่องผ่านกระจกเข้ามา กระทบใบหน้าของชายผู้นั้นจนทำให้สายฝน มองเห็นใบหน้าของเขาเป็นเพียงเงารางเลือน

รางเลือน...ดั่งเช่นความทรงจำที่ถูกกักเก็บไว้ในก้นบึ้งของหัวใจ

ครั้งหนึ่ง ความทรงจำเหล่านั้นถูกปิดล็อกไว้อย่างแน่นหนา ทว่าวันนี้...เพียงพบกันแค่เสี้ยววินาที เปลือกที่ห่อหุ้มกลับ กะเทาะออกทีละน้อย ความทรงจำเมื่อวันวานค่อยๆ ผุดพร่าง

ความรู้สึกบางอย่างหลั่งไหลจนท่วมท้นหัวใจ

สายฝนแทบจะผุดลุก แต่เพราะควบคุมตัวเองเป็นอย่างดีมาตลอด ทำให้หล่อนยังนั่งอยู่บนเก้าอี้...มาดนางพญาโดดเด่นกว่าใครอื่น

เขาหันมามองหรือไม่ หล่อนไม่รู้ เพราะตาของหล่อนพร่ามัวจนแทบไม่เห็นอะไร

“พี่หมอก!”

เสียงของนลินที่เรียกชายผู้นั้นดังก้องอยู่ในหัวของหล่อน มันสะท้อนกลับไปกลับมาครั้งแล้วครั้งเล่า เสมือนฉุดดึงหล่อนกลับสู่ม่านหมอกความทรงจำเมื่อครั้งวันวาน...ในวันที่หล่อนพบกับผู้ชายคนนี้เป็นครั้งแรก

‘เดี๋ยวพ่อให้นายพันไปรับฝนนะลูก ยายรุ้งไม่สบาย พ่อต้องรีบพาไปหาหมอ’

ถ้อยคำของผู้เป็นพ่อทำให้หล่อนรับคำอย่างหงอยเหงา

พยายามแล้ว...หล่อนพยายามจะไม่อิจฉาน้อง ทว่าไม่อาจห้ามความรู้สึกลึกๆ ในใจได้

เป็นเช่นนี้ทุกครั้ง ไม่ว่าน้องสาวของหล่อนจะเจ็บ จะป่วย หรือมีปัญหาอะไรก็ตามแม้เป็นเรื่องเล็กน้อย พ่อของหล่อนมักจะเป็นห่วงจนเกินพอดี ตรงกันข้ามกับหล่อน ยามป่วยไข้ พ่อจะแวะมาดูอาการเพียงชั่วครู่

‘ตัวก็ไม่ร้อนมากนี่ กินแค่พาราคงหาย’

หรือหากหล่อนป่วยหนัก สิ่งที่พ่อบอกคือ

‘เดี๋ยวพ่อให้นายพันไปส่ง’

หล่อน...เข้มแข็งเสมอในสายตาพ่อ

ขณะที่น้องสาว...ช่างอ่อนแอ และไร้เดียงสาจนพ่อต้องตามดูแลไม่ให้คลาดสายตา

สายฝนพรูลมออกจากปาก พลางหย่อนโทรศัพท์มือถือลงในกระเป๋าเป้ ก่อนเอนตัวลงนอนราบไปกับผืนหญ้าใต้ต้นจามจุรีขนาดสามคนโอบ สองตามองเหนือศีรษะ จับจ้องร่มไม้ใบบังที่กำลังไหวเอนตามแรงลม ไกลออกไปด้านบน หมู่เมฆดำทะมึนกำลังรวมตัวกันอย่างช้าๆ เสียงฟ้าร้องดังครืนครั่นมาแต่ไกล ฝนคงจะตกเร็วๆ นี้ หากสายฝนยังไม่ยอมขยับเขยื้อน

เป็นไปตามคาด เพียงห้านาที เม็ดฝนก็เริ่มโปรยปราย

จากฟากฟ้า ร่วงหล่นลงสู่ผืนดิน ส่งเสียงเปาะแปะ

ยามโพล้เพล้เช่นนี้ นักเรียนส่วนใหญ่มักจะกลับบ้านไปแล้ว หากยังเหลือส่วนหนึ่ง...นักกีฬา นักดนตรี หรือไม่ก็เชียร์ลีดเดอร์ที่มักอยู่ซ้อมจนค่ำมืด

ใกล้ๆ กับที่หล่อนนอนอยู่ แว่วเสียงตะโกน เสียงพูดคุย แหบห้าวปนเปกับเสียงทุ้มนุ่มดังมาเป็นระยะๆ

หล่อนเหลือบมอง จึงเห็นเหล่านักฟุตบอลสิบกว่าคนกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้

เสียงหัวเราะดังขึ้นเป็นระลอกๆ เมื่อเข้ามาใกล้ หนึ่งในนั้นจึงตะโกนถาม แววตากรุ้มกริ่มจนทำให้หล่อนหน้าร้อน

‘ยังไม่กลับบ้านหรือน้อง ให้พี่ไปส่งไหม’

‘หรือถ้าอยากนั่งเล่นอยู่ พี่นั่งเป็นเพื่อนได้นะ’

‘น้องอยากไปเที่ยวไหมจ๊ะ พี่พาไปได้นะ’

มีเสียงโห่ฮิ้วสำทับสองสามครั้ง หากสายฝนยังคงทำเป็นไม่สนใจ สองตาจับจ้องมองคนกลุ่มนั้นแน่วนิ่ง

หล่อนควรจะทำเช่นไรดี...ไล่ตะเพิดไปงั้นหรือ

ไม่ดีแน่ หล่อนเป็นน้องใหม่ เพิ่งเข้ามาเรียน รีบสร้างศัตรูแบบนี้อาจไม่อยู่รอดปลอดภัยจนเรียนจบ

หรือจะลองตีสนิทกับพวกนี้ดู เผื่อวันหน้าหล่อนอาจจะมีเรื่องต้องขอความช่วยเหลือจากพวกเขา

ทว่าก่อนที่จะตัดสินใจทำอะไรลงไป ฟุตบอลลูกหนึ่งถูกโยนมาจากที่ไหนไม่ทราบได้ มันพุ่งเข้าใส่หนึ่งในสามผู้ชายที่เอ่ยแซว หล่อนเข้าเต็มรัก

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย  นมัสการความรัก บรรณาการความเศร้า |บทกวีไร้ฉันทลักษณ์
8.8
ขอความเคารพจงมีแด่ความรักอันทรงพลังและยิ่งใหญ่เหนือสิ่งอื่นใด พลังแห่งความรู้สึกที่หยั่งรากลึกลงในจิตใจมนุษย์จนยากจะถอนตัว ทว่าภายใต้ความงดงามนั้นกลับแฝงไปด้วยความเจ็บปวดที่แสนสาหัส ความรักนี้เองที่เป็นบ่อเกิดแห่งความทุกข์ระทมและเป็นผู้ที่คอยเติมเต็มห้องหัวใจให้เปี่ยมล้นไปด้วยมวลความเศร้าโศกอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ นี่คือเรื่องราวบทกวีที่บอกเล่าถึงการคารวะต่อห้วงอารมณ์ที่ทำให้หัวใจต้องบอบช้ำจากความรักในโลกยุคใหม่
หน้าปกนวนิยาย หลังจากถูกแย่งงานแต่งงาน ฉันกลายเป็นน้องเขยคนเก่าของแฟน
9.2
ในวันสำคัญที่สุดของชีวิต ฉันถูกเพื่อนเก่าที่เคยรังแกแย่งงานแต่งงานไปต่อหน้าต่อตา ทว่าสามีที่ควรปกป้องกลับทิ้งฉันไปหาเธออย่างไม่ใยดี เมื่อฉันลุกขึ้นสู้เพื่อความยุติธรรม เขากลับข่มขู่และฟ้องร้องฉันจนกลายเป็นที่หัวเราะเยาะในสังคม เขาเย้ยหยันว่าฉันไม่มีวันชนะเพราะเขามีพี่เขยที่ทรงอิทธิพลคอยหนุนหลัง แต่ในวินาทีที่มืดแปดด้าน ชายผู้เป็นตำนานคนนั้นกลับโอบกอดฉันไว้พร้อมข้อเสนอที่คาดไม่ถึงว่าจะส่งพวกเขาทั้งคู่เข้าคุกเพื่อแลกกับหัวใจของฉัน
หน้าปกนวนิยาย รักนะยายจอมแก่น
9.2
เมื่อพี่ชายของเพื่อนสนิทเกิดตกหลุมรักเธอเข้าอย่างจังตั้งแต่แรกเห็น แต่ด้วยบุคลิกสุดแสบและนิสัยเฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใครของหญิงสาว ทำให้เขาไม่กล้าเผยความในใจออกมาตรงๆ ชายหนุ่มจึงต้องหาทางเข้าหาเธอผ่านแผนการตีสนิท โดยมีน้องสาวจอมวางแผนคอยเป็นกามเทพตัวป่วนให้ความช่วยเหลืออยู่เบื้องหลัง เรื่องราวความรักวุ่นๆ นี้จะลงเอยอย่างไร เขาจะสามารถพิชิตใจยัยจอมแก่นคนนี้มาเป็นแฟนได้สำเร็จหรือไม่ ต้องมาร่วมลุ้นและเอาใจช่วยไปพร้อมกัน
หน้าปกนวนิยาย ผู้หญิงของมาเฟีย My Girl
8.8
อนรรฆ มาเฟียกาสิโนผู้เย็นชาต้องเผชิญกับความหวั่นไหวเมื่อ อรินรดา เด็กสาวในปกครองเริ่มเติบโตเป็นสาวสะพรั่ง แม้สถานะพี่น้องบุญธรรมจะเป็นปราการกั้นขวางความรู้สึก แต่เมื่อความจริงเปิดเผยว่าทั้งคู่ไร้ซึ่งสายเลือดเดียวกัน ปณิธานที่เคยยึดมั่นจึงสั่นคลอน อรินรดาพยายามหักห้ามใจจากสัมผัสที่เร่าร้อนของเขา ทว่าร่างกายกลับโหยหาการควบคุมจากมาเฟียหนุ่มอย่างไม่อาจต้านทานได้ ท่ามกลางความสัมพันธ์ต้องห้ามที่แปรเปลี่ยนเป็นความรักอันตราตรึงใจในที่สุด
หน้าปกนวนิยาย Oops! สะดุดรัก...พ่อเลี้ยงขา
8.5
ชีวิตของเด็กสาววัย 14 จะเปลี่ยนไปอย่างไรเมื่อแม่ของเธอได้จากไป ทิ้งเธอไว้กับพ่อเลี้ยงที่จู่ๆ ก็ความจำเสื่อมได้เนี่ย!! เพราะความรักมันไม่เคยจำกัดอายุ... เราจะสามารถตกหลุมรักใครสักคนได้ไหมในเมื่อคนนั้นเหมือนกลายเป็นคนใหม่แม้จะอยู่ในร่างเดิม นิชานาถ เด็กสาววัย 14 จะทำอย่างไรในเมื่อเธอคิดว่าเธอกำลังตกหลุมรักพ่อเลี้ยงของตัวเองซึ่งตอนนี้ เขาความจำเสื่อมไปแล้ว!! เรื่องราวความรักที่เพิ่มดีกรีความ แซ่บบบ แบบไต่ระดับอารมณ์ มี NC จุกๆ
หน้าปกนวนิยาย กามเทพคุกคามรัก
8.3
ดีแลนจำใจเดินทางไปยังสกายล์ฮอลล์ คลับหรูของณรงค์เพื่อนเก่า เพื่อเจรจาธุรกิจพลังงานทางเลือกกับอดัม เทียร่า นักธุรกิจลูกครึ่งผู้รักความสำราญ แม้ดีแลนจะรำคาญบรรยากาศที่คละคลุ้งด้วยกลิ่นควันและสาวสวยที่คอยปรนนิบัติ แต่เขาก็เลี่ยงไม่ได้ อดัมที่มองว่าเพื่อนร่วมทุนจริงจังกับชีวิตเกินไปจึงจัดเตรียมผู้หญิงไว้คอยรับรองหวังให้เขาผ่อนคลาย ทว่าดีแลนที่เพิ่งเสียเวลาจากการหลงทางและไม่คุ้นชินกับการขับรถเอง กลับแสดงท่าทีเย็นชาและพยายามปลีกตัวออกห่างจากหญิงบริการเหล่านั้นอย่างชัดเจน