ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ซาตานตีตราแค้น

ซาตานตีตราแค้น

เมื่อ ‘เจ้าสาวตัวจริง’ คิดคดไม่รักษาสัญญาที่เคยให้กันไว้ ด้วยการส่ง ‘เจ้าสาวตัวปลอม’ มาเป็นตัวตายตัวแทน คนไม่โง่และไม่เคยยอมให้ใครลบคมง่ายๆ อย่าง ‘อัทธ์ อัฐเสนา’ จึงต้องดัดสันดานคนขี้โกงให้หลาบจำ ในเมื่อรังเกียจและเจ้าเล่ห์กันนักก็เอา ‘ความแค้น’ ไปแทน ‘หัวใจ’ แล้วกัน >>อัทธ์ อัฐเสนา<< ผู้ชายไทยวัย ๓๒ ชื่อไทยแท้ แต่สายเลือดของเขามีเลือดของแม่ชาวเวเนซุเอลาปนอยู่ครึ่งหนึ่ง เขาไม่เคยยอมเสียเปรียบใคร เมื่อรู้ว่าลูกน้องของพ่อคิดคดโกงแล้วเชิดเงินหนีไปอย่างลอยนวล เขาจึงไล่ล่าและจับทำสัญญาชดใช้หนี้พร้อมกับจ่ายดอกเบี้ย เพื่อแลกกับการไม่ลากเข้าคุก แต่ลูกสาวคนโกงกลับตอบแทนความใจดีของเขาด้วยการหลอกลวง >>มัดไหม<< เด็กสาววัย ๑๙ กำลังจะได้เข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัย แต่ผู้เป็นบิดากลับมาด่วนจากไป พร้อมกับทิ้งภาระอันแสนหนักอึ้งไว้ให้เด็กกำพร้าตัวเล็กๆ ต้องเผชิญ เมื่อหาทางออกให้ตัวเองไม่ได้ มัดไหมจำต้องใช้วิธี 'หลอกลวง' ผู้เป็นเจ้าหนี้และว่าที่เจ้าบ่าว ด้วยการส่งตัวพี่สาวคนสนิทไปทำหน้าที่แทน โดยไม่รู้เลยว่าผลของการกระทำครั้งนั้นจะทำให้ชีวิตของตัวเองตกที่นั่งลำบากยิ่งกว่าเดิม >>เสาวรส<< น้ำตาและเสียงสะอื้นอันบาดใจของ คนที่รักเหมือนน้องสาว ทำให้หล่อนต้องเสียสละตัวเองเพื่อตอบแทนบุญคุณของครอบครัวมัดไหม โดยการมารับบทบาทเจ้าสาวตัวปลอมของอัทธ์ แต่เขาไม่ได้เป็นปิศาจร้ายอย่างที่คิด เสน่ห์ของเขาสั่นคลอนหัวใจของหล่อน ยิ่งใกล้ก็ยิ่งหวั่นไหว แต่จะทำเช่นไร ในเมื่อรู้ตัวเองดีว่าไม่ใช่เจ้าสาวตัวจริงของเขา >>ธีระ<< เขาเติบโตมาภายใต้ร่มเงาของอัทธ์ อัทธ์เป็นทั้งพี่ชายและผู้มีพระคุณ แต่เขากลับรักคนที่ไม่ควรรักซึ่งอยู่ใกล้เกินเอื้อม สาวน้อยยกมือขึ้นกอดอกและทอดสายตาขึ้นมองท้องฟ้าในคืนเดือนแรมอย่างหนาวเหน็บเช่นเดียวกับคืนที่ได้รู้ว่าเสาวรสกับอัทธ์กำลังจะแต่งงานกัน หล่อนพยายามปล่อยตัวปล่อยใจและสลัดทิ้งความเศร้าสร้อยออกไปจากหัวใจ ทว่ามันก็ไม่สำเร็จเลยแม้แต่เสี้ยววินาที หัวใจดวงน้อยวูบโหวง เจ็บในอกลึกๆ ขอบตาร้อนผ่าว และน้ำใสๆ ในนั้นก็กำลังจะกลั่นออกมา หากว่าไม่มีอ้อมแขนของใครคนหนึ่งสอดมาจากด้านหลังพร้อมๆ กับที่สัมผัสอุ่นๆ ที่กดลงบนซอกคอของหล่อน “อยู่นี่เองตามหาซะทั่วเลย” เสียงทุ้มคุ้นหูรำพึงขึ้นที่ข้างหูพร้อมด้วยสัมผัสหยอกเย้าคลอเคลียที่เริ่มจะหนักขึ้นๆ “ปล่อยค่ะคุณอัทธ์” “ไม่ปล่อย...ฉันคิดถึงเธอจะตายอยู่แล้ว รู้หรือเปล่ามัดไหม” “คุณไม่ควรทำแบบนี้นะคะ พรุ่งนี้คุณก็จะแต่งงานกับพี่รสแล้ว มัดไม่อยากให้พี่รสเสียใจ” “แล้วเธอล่ะ ไม่เสียใจสักนิดเลยเหรอที่ฉันกำลังจะแต่งงาน” “มัดยินดีต่างหากค่ะ คุณกับพี่รสเหมาะสมกันที่สุดแล้ว” มัดไหมพูดเสียงสั่นเครืออย่างหักห้ามความรู้สึกตัวเองไม่อยู่ ก่อนที่น้ำตาที่กลั้นเอาไว้จะไหลเป็นทางออกมาเป็นทาง “เธอเป็นอะไรหือ...” อัทธ์ถามด้วยเสียงงอนง้อ ห่วงหา ก่อนจะจับไหล่บางหมุนให้หล่อนหันมาเผชิญหน้า แม้จะมืดสลัวแต่เขาก็เห็นว่าหล่อนกำลังร้องไห้ นิ้วเรียวจึงเกลี่ยน้ำตาออกให้อย่างอ่อนโยน “มัดเปล่าค่ะ” “เปล่าอะไร เห็นอยู่ว่าร้องไห้ขี้แย” เสียงทุ้มเอ่ยกระเซ้า นั่นยิ่งทำให้น้ำตาของมัดไหมไหลออกมามากกว่าเดิม หล่อนไม่อยากให้เขาอ่อนโยน ไม่อยากให้เขาทำตัวสนิทสนม เพราะแค่นี้หล่อนก็ตัดใจยากมากอยู่แล้ว “ได้โปรดเถอะค่ะ อย่าทำแบบนี้กับมัด” “ฉันรู้ว่าเธอเสียใจ แต่จะเป็นไรไปมัดไหม ฉันก็แค่แต่งงานตามหน้าที่ ยังไงเธอก็ยังเป็นเมียฉันเหมือนเดิม” “มัดไม่ได้ต้องการอย่างนั้น” “แต่ฉันต้องการเธอมัดไหม ต้องการมาก...” น้ำเสียงนั้นฟังดูเว้าวอน ออดอ้อน เต็มไปด้วยความปรารถนา ก่อนที่เรียวปากหยักจะทาบทับลงมาปิดบนปากของหล่อน เขาบดจูบอย่างเร่าร้อน เรียกร้อง จนมัดไหมอดไม่ได้ที่จะจูบตอบเขา จุมพิตนั้นจึงเป็นจุมพิตที่เต็มไปด้วยอารมณ์โหยหา อาลัยอาวรณ์ และปรารถนากันและกันอย่างสุดซึ้ง
ตอน
แชร์

ตอน 2

ไอหมอกสีขาวเหมือนควันหนาทึบปกคลุมทั่วอาณาบริเวณไร่มะขามหวาน บดบังแสงจากดวงอาทิตย์ที่กำลังโผล่พ้นจากขอบภูเขา แต่มันไม่ได้เป็นอุปสรรคขัดขวางรถคันหนึ่งที่กำลังแล่นตรงมายังบ้านสองชั้นซึ่งปลูกอยู่บนเนินหญ้าเตี้ยๆ แต่อย่างใด

ม่านหน้าต่างชั้นสองถูกรวบเมื่อได้ยินเสียงเครื่องยนต์แล่นเข้ามาจอด คนขับและคนที่นั่งมาด้วยล้วนแต่งกายด้วยชุดสูท ทั้งสองเปิดประตูลงมาและโค้งศีรษะให้กับเสาวรสที่ยืนรออยู่พร้อมกับกระเป๋าเสื้อผ้าสองใบ มัดไหมรู้ในทันทีว่าสองคนนั้นคือคนที่อัทธ์ส่งมา หากว่าไม่ได้เสาวรสช่วยหาทางออกให้ ป่านนี้คนที่ยืนอยู่ตรงนั้นคงเป็นหล่อนเอง

เสาวรสขยับไปยังตอนหลังของรถเมื่อคนขับเปิดประตูให้ โดยไม่ลืมที่จะเงยหน้าขึ้นมองไปยังหน้าต่างชั้นสองที่เป็นห้องนอนของมัดไหม พร้อมกับคลี่ยิ้มให้นิดๆ คล้ายกับจะบอกคนที่อยู่บนนั้นว่าไม่ต้องกังวลอะไรอีกแล้ว ทำเอามัดไหมน้ำตาคลอเบ้าด้วยความซาบซึ้งใจกับความเสียสละของคนที่ตัวเองรักเหมือนดั่งพี่สาว

หลังจากประตูรถปิดลง คนขับก็พารถแล่นออกไปไกลจากตัวบ้านมากขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดก็หายลับไปกับสายหมอก เหลือไว้เพียงความเงียบงันคล้ายกับว่ารถคันนั้นไม่เคยมาเยือนที่บ้านหลังนี้มาก่อน

เวลาผ่านไปกว่าสี่ชั่วโมงรถยนต์คันนั้นก็แล่นเข้ามาจอดยังหน้าคฤหาสน์หลังใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางเมืองกรุง เสาวรสก้าวลงจากรถโดยไม่ต้องสนใจต่อกระเป๋าของตัวเอง เพราะมีคนถือให้อยู่แล้ว หล่อนก้าวตามผู้ชายสองคนนั้นเข้าไปข้างใน แม้จะเตรียมใจมาแล้วแต่ก็ยังอดหวาดหวั่นไม่ได้เมื่อต้องเผชิญหน้ากับอัทธ์จริงๆ

“มาแล้วครับนาย”

เสียงที่ดังขึ้นทำให้ร่างสูงที่ยังอยู่ในชุดนอนสีฟ้าลายทางสวมทับด้วยเสื้อคลุมเนื้อดีผูกหลวมๆ ที่เอวหันมา ยกแก้วไวน์ที่อยู่ในมือขึ้นจิบ แล้วใช้สายตาที่คมกริบราวกับใบมีดโกนมองเสาวรสอย่างเพ่งพินิจ

“เธอชื่ออะไร”

คำถามแรกของเขาดังขึ้น เสาวรสพยายามควบคุมสติให้มั่นคง และไม่แสดงพิรุธใดๆ ออกมาให้อัทธ์ได้เห็น ทั้งๆ ที่ตอนนี้หล่อนตื่นเพริดไปหมด เพราะแม้ผู้ชายตรงหน้านั้นจะหล่อเหลามากเพียงใด แต่สิ่งที่ไม่ด้อยไปกว่ารูปร่างหน้าตาของเขาก็คือความดุดันร้ายกาจที่แผดรัศมีออกมาแรงจนหล่อนสะท้านไปหมด

“เสาวรสค่ะ”

“ลูกสาวนายมนูญใช่มั้ย”

“ค่ะ”

“ฉันนึกว่าเธอจะเด็กกว่านี้เสียอีก” เขาวิจารณ์เหมือนจับผิด

“เอ่อ...คือ” เสาวรสคิดหาคำอธิบายไม่ถูกยามที่ถูกจ้องด้วยตาคมดุเช่นนั้น

“แต่ก็ช่างเถอะ ยังไงเธอก็มาแล้ว ตอนแรกฉันนึกว่าเธอจะหนีไปเสียอีก”

“รสไม่หนีหรอกค่ะ ยังไงรสก็ต้องรักษาสัญญาของพ่อ เพื่อไร่ เพื่อคนงานของรส”

“ดี๊...ฉันชอบคนมีสัจจะ แต่เกลียดการโกหกที่สุดเหมือนกัน เพราะฉะนั้นขอให้เธอรู้ไว้นะเสาวรส ในฐานะที่เธอจะมาเป็นเมียฉัน อย่าทำในสิ่งที่ฉันไม่ชอบ ถ้าไม่อยากเดือดร้อน”

“ค่ะ รสจะจำไว้” เสาวรสได้แต่รับคำเสียงแผ่ว เพราะหล่อนกำลังทำในสิ่งที่เขาเกลียดที่สุดอยู่นั่นเอง

“เธอดูว่าง่ายดีนี่เสาวรส ฉันชอบคนแบบนี้ละ ฉันจะให้เวลาเธอปรับตัวให้เข้ากับฉันและคนที่บ้านหลังนี้ก่อน หลังจากนั้นฉันถึงจะจัดงานแต่งงาน เธอโอเคหรือเปล่า”

“ค่ะ”

“ถ้าอย่างนั้นก็ตามฉันมา ฉันจะพาไปรู้จักกับคนในบ้าน”

อัทธ์ก้าวนำไปยังประตูอีกด้านซึ่งเชื่อมไปยังห้องโถงใหญ่ของบ้าน มีคนนั่งรออยู่ในนั้นกว่าสิบคนทั้งหญิงและชาย ส่วนใหญ่แต่งตัวด้วยชุดแบบเดียวกัน มีเพียงคนเดียวที่นั่งอยู่บนโซฟาที่ดูแตกต่างไปจากคนอื่น ทุกคนหันมามองอัทธ์และเสาวรส เมื่อทั้งสองก้าวเข้ามาในห้อง

เขานั่งลงก่อนบนโซฟาหนานุ่มตัวยาวที่วางอยู่ตรงกลาง พาดแขนไปตามพนักแบบสบายๆ ในมาดเจ้าของบ้าน และบอกให้เสาวรสนั่งลงที่โซฟาตัวที่อยู่ใกล้ๆ ตรงข้ามกับที่ผู้ชายอีกคนนั่งอยู่

“มากันทุกคนแล้วใช่มั้ยธี” อัทธ์หันไปถามผู้ชายที่ดูเหมือนจะเป็นคนสำคัญอีกคนของบ้าน แต่คงจะน้อยกว่าเขา เพราะผู้ชายคนนั้นดูเกรงใจอัทธ์เป็นพิเศษ

“ครับพี่อัทธ์”

“งั้นก็ดีแล้ว ที่ฉันเรียกทุกคนมาวันนี้ก็เพื่อแนะนำให้รู้จักกับว่าที่เจ้าสาวของฉัน นี่คือเสาวรส” เขาปรายตาไปทางเสาวรส และหญิงสาวก็ยกมือขึ้นไหว้ผู้ชายที่อัทธ์เรียกว่า ‘ธี’ ก่อนจะหันไปยิ้มกับคนอื่นๆ ที่นั่งพับเพียบอยู่กับพื้น

“สวัสดีค่ะทุกคน”

“นี่ธีระน้องชายของฉัน ส่วนที่เหลือเป็นคนที่ทำงานอยู่ที่นี่ทั้งหมด เธออยากได้อะไรก็บอกแม่พิศ แม่พิศเป็นคนเก่าคนแก่และเป็นคนดูแลความเรียบร้อยของบ้าน”

“ค่ะ” เสาวรสรับคำสั้นๆ พร้อมกับยิ้มให้แม่พิศอย่างฝากเนื้อฝากตัว

“ธี เดี๋ยวนายช่วยพาเสาวรสขึ้นไปที่ห้องนะ แล้วก็บอกเวลาอาหารเสียให้เรียบร้อย” อัทธ์หันไปออกคำสั่งกับคนที่ตัวเองบอกว่าเป็นน้องชาย ซึ่งเสาวรสฟังดูไม่เหมือนพี่กับน้องสักเท่าไหร่

“ครับพี่อัทธ์” ธีระรับคำและหันไปทางหญิงสาวที่เป็นสมาชิกใหม่ของบ้าน “เชิญครับคุณเสาวรส”

ธีระลุกขึ้นและผายมือให้เสาวรสเดินตาม โดยมีคนที่ไปรับหล่อนมาจากไร่เป็นคนหิ้วกระเป๋าตามหลังขึ้นไปยังชั้นสอง

ประตูห้องห้องหนึ่งถูกผลักเข้าไป คนที่หิ้วกระเป๋าเอามันไปวางไว้ แล้วทิ้งให้สองหนุ่มสาวอยู่กันตามลำพังในห้องกว้างชวนสบายนั้น

“ห้องนี้เป็นห้องของคุณเสาวรสนะครับ พออยู่ได้มั้ยครับ” ธีระเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลและฟังดูเป็นกันเอง ขณะที่เสาวรสกำลังกวาดตามองสำรวจไปรอบๆ ห้อง

“ได้ค่ะ”

“ดูคุณเสาวรสตื่นๆ นะครับ” คราวนี้ธีระไม่แค่พูดแต่ยังยิ้มให้อย่างอบอุ่นด้วย

“ก็นิดหน่อยค่ะ พอดีรสไม่ค่อยได้ไปไหน นอกจากไร่กับมหาวิทยาลัย” เสาวรสกล้าคุยมากขึ้น อาจเป็นเพราะธีระไม่เหมือนพี่ชายของเขา แม้อัทธ์จะไม่ได้ทำอะไรมากแต่ก็สามารถทำให้หล่อนเกร็งไปหมดเวลาอยู่ต่อหน้าเขา ขณะที่ธีระดูผ่อนคลายและเข้าถึงได้ง่ายกว่า

“ผมนึกว่ากลัวพี่อัทธ์เสียอีก”

“นั่นก็ด้วยค่ะ คุณอัทธ์ออกจะน่ากลัว”

“แต่ผู้หญิงส่วนใหญ่ไม่กลัวพี่อัทธ์นะครับ มีแต่คนอยากอยู่ใกล้ พออยู่ไปนานๆ คุณเสาวรสก็จะรู้เองละครับว่าพี่อัทธ์ไม่ใช่คนน่ากลัวอะไร ออกจะมีเสน่ห์ด้วยซ้ำ”

“รสก็หวังว่ารสจะรู้สึกแบบนั้นค่ะ” เสาวรสพูดกลางๆ อย่างคนที่ไม่ด่วนตัดสินใครหรืออะไรจากคำพูดคนอื่น หากว่าหล่อนต้องเป็นภรรยาของอัทธ์อย่างฝืนพรหมลิขิตไม่ได้จริงๆ หล่อนก็จะเรียนรู้ที่จะรู้สึกดีๆ กับเขา

“ถ้าอย่างนั้นผมไม่กวนแล้วนะครับ คุณเสาวรสจะได้พักผ่อน”

“เรียกรสว่ารสเฉยๆ ก็พอค่ะ อย่าเรียกชื่อเต็มอย่างนั้นเลย รสไม่ค่อยชิน”

“ก็ได้ครับคุณรส อ้อ...เวลาอาหารของที่นี่ ตอนเช้า 7.30 น. ตอนเย็น 18.30 น. นะครับ ส่วนตอนเที่ยงไม่ได้ระบุเวลาอะไร เพราะส่วนใหญ่พี่อัทธ์กับผมจะหาทานแถวๆ บริษัท ถ้าหากคุณรสอยากทานของว่างก็บอกแม่พิศได้ครับ”

“ขอบคุณคุณธีระมากนะคะ”

“เรียกผมว่าธีเฉยๆ ก็ได้ครับ” ธีระบอกอย่างเป็นกันเองเช่นเดิม

“ค่ะคุณธี ขอบคุณอีกครั้งค่ะ”

ธีระก้าวออกจากห้องเพื่อให้ว่าที่ภรรยาเจ้าของบ้านได้มีเวลาส่วนตัว เสาวรสเดินไปพิงหลังกับประตูพร้อมกับมองสำรวจไปรอบๆ พลางคิดถึงคนที่เพิ่งออกไปและพี่ชายของเขาอย่างน้อยที่นี่ก็มีอะไรหลายซึ่งตรงข้ามกับที่คิดไว้มาก

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย หลังหย่า อดีตภรรยา นายอาจเอื้อมไม่ถึง
9.1
ห้าปีก่อนซางหว่านยอมสละชีวิตปกป้องเผยจี๋จนเธอไม่สามารถตั้งครรภ์ได้อีกตลอดไป แม้เขาจะเคยลั่นวาจาว่าไม่ต้องการมีทายาท แต่สุดท้ายเขากลับเปลี่ยนใจและเลือกใช้ซูเซวี่ยนักศึกษาสาวที่มีใบหน้าคล้ายคลึงกับซางหว่านมาเป็นแม่อุ้มบุญเพื่อผลิตทายาทให้ตนเอง โดยที่เผยจี๋ไม่เคยเฉลียวใจเลยว่าข้อเสนอที่แสนเห็นแก่ตัวในครั้งนี้ จะกลายเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้ซางหว่านตัดสินใจเดินออกไปจากชีวิตของเขาอย่างถาวรและไม่หวนกลับมาหาเขาอีกเลย
หน้าปกนวนิยาย แค้นแสนรัก
9.4
เมื่อความรักของเธอไม่มีพื้นที่ให้ความแค้น แต่หัวใจของเขากลับเต็มไปด้วยไฟพยาบาทที่ต้องชำระ เพราะความเข้าใจผิดครั้งใหญ่ทำให้เขาตราหน้าว่าเธอคือผู้หญิงลวงโลกที่หลอกใช้ความจริงใจของเขาอย่างเลือดเย็น แม้เธอจะเทิดทูนเขาเป็นรักแท้เพียงหนึ่งเดียวและยอมอดทนต่อความเกลียดชังเพียงใด เขากลับมองเห็นเธอเป็นเพียงเครื่องมือระบายความโกรธแค้นเท่านั้น ท่ามกลางความเจ็บปวดจากการถูกเหยียดหยาม เธอจะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจในเกมรักที่เดิมพันด้วยหยดน้ำตาได้หรือไม่
หน้าปกนวนิยาย พลาดรักร้ายนายวิศวะ
8.1
อรัณ วิศวกรหนุ่มสุดร้ายกาจตราหน้าพี่สาวของมิริณว่าเป็นเพียงผู้หญิงขายตัว ความดูถูกเหยียดหยามนี้นำไปสู่การปะทะอารมณ์อย่างรุนแรง เมื่อมิริณพยายามปกป้องศักดิ์ศรีของครอบครัว กลับยิ่งกระตุ้นโทสะของอรัณให้ทวีคูณ เขาตัดสินใจใช้กำลังและความป่าเถื่อนเข้าคุกคามเธอเพื่อระบายความแค้น โดยไม่สนว่าสิ่งที่ทำจะสร้างรอยแผลลึกเพียงใด ท่ามกลางความขัดแย้งที่ไร้ความอ่อนโยน มิริณต้องเผชิญกับด้านมืดของชายที่เธอเคยรู้จักในเกมรักที่เต็มไปด้วยแรงกระแทกกระทั้นและคำดูหมิ่น
หน้าปกนวนิยาย HOOD X MANIA จีบเเบบผู้ชายฮาร์ดคอ
8.3
เมื่อหัวใจของฉลาม หนุ่มอาชีวะจอมโหดผู้เป็นหัวโจกสุดแกร่ง ดันไปตกหลุมรักเธอเข้าอย่างจัง งานนี้ความรักฉบับดิบเถื่อนจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ ในเมื่อคนอย่างเขาถ้าลองได้ปักใจชอบใครแล้ว ก็พร้อมจะเดินหน้าลุยจีบในแบบฉบับผู้ชายสายฮาร์ดคอที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครกล้าเลียนแบบ เตรียมพบกับเรื่องราวความรักท่ามกลางสมรภูมิลูกผู้ชายที่เต็มไปด้วยความดุเดือดและจริงใจ เมื่อฉลามต้องงัดทุกกลเม็ดมาพิชิตใจเธอให้สำเร็จในฐานะลูกผู้ชายตัวจริง
หน้าปกนวนิยาย ภรรยาหวานใจคือบอสตัวจริง ได้รับความรักเอาใจสุด ๆ!
9.4
เฉียวเว่ยยี่ หญิงสาวผู้ถูกตราหน้าว่าเป็นต้นเหตุความล่มสลายของตระกูลหลี่จนต้องลี้ภัยไปต่างแดน ได้หวนคืนสู่เมืองจิงอีกครั้ง ทว่าการกลับมาครั้งนี้เธอกลับถูกหลี่เย่ถิงประชิดตัวเพื่อทวงถามสัญญาในอดีต แม้เธอจะพยายามรักษาระยะห่างและประกาศว่าความสัมพันธ์จบลงแล้ว แต่ฝ่ายชายกลับแสดงความเป็นเจ้าของอย่างเปิดเผยด้วยการส่งคำเตือนถึงผู้มีอำนาจทั่วเมืองว่าเธอคือคุณนายรองของเขา ท่ามกลางความตกตะลึงของผู้คนที่รอซ้ำเติมว่าทั้งคู่แอบไปจดทะเบียนสมรสกันตั้งแต่ตอนไหน
หน้าปกนวนิยาย เทพบุตรหวนคืนรัก
8.4
เมื่อแผนการอันเห็นแก่ตัวของพ่อที่หวังจะผูกมัดเขาด้วยการแต่งงานทำให้เขาเลือกแก้แค้นอย่างแสนสาหัส ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลกเมื่อผู้หญิงที่เขาเคยจงเกลียดจงชังและทำลายจนย่อยยับ กลับกลายเป็นเพียงคนเดียวที่หัวใจเขาถวิลหาอย่างที่สุด ในวันที่ความจริงปรากฏ เขาจึงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อพิชิตใจยอดดวงใจและลูกน้อยกลับคืนมาสู่อ้อมกอดอีกครั้ง แม้ว่าสิ่งที่เขาเคยทำไว้จะยากเกินกว่าจะได้รับการอภัยจากนางฟ้าผู้แสนดีคนนี้ก็ตาม