ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ซาตานตีตราแค้น

ซาตานตีตราแค้น

ตอน
แชร์

ตอน 2

ไอหมอกสีขาวเหมือนควันหนาทึบปกคลุมทั่วอาณาบริเวณไร่มะขามหวาน บดบังแสงจากดวงอาทิตย์ที่กำลังโผล่พ้นจากขอบภูเขา แต่มันไม่ได้เป็นอุปสรรคขัดขวางรถคันหนึ่งที่กำลังแล่นตรงมายังบ้านสองชั้นซึ่งปลูกอยู่บนเนินหญ้าเตี้ยๆ แต่อย่างใด

ม่านหน้าต่างชั้นสองถูกรวบเมื่อได้ยินเสียงเครื่องยนต์แล่นเข้ามาจอด คนขับและคนที่นั่งมาด้วยล้วนแต่งกายด้วยชุดสูท ทั้งสองเปิดประตูลงมาและโค้งศีรษะให้กับเสาวรสที่ยืนรออยู่พร้อมกับกระเป๋าเสื้อผ้าสองใบ มัดไหมรู้ในทันทีว่าสองคนนั้นคือคนที่อัทธ์ส่งมา หากว่าไม่ได้เสาวรสช่วยหาทางออกให้ ป่านนี้คนที่ยืนอยู่ตรงนั้นคงเป็นหล่อนเอง

เสาวรสขยับไปยังตอนหลังของรถเมื่อคนขับเปิดประตูให้ โดยไม่ลืมที่จะเงยหน้าขึ้นมองไปยังหน้าต่างชั้นสองที่เป็นห้องนอนของมัดไหม พร้อมกับคลี่ยิ้มให้นิดๆ คล้ายกับจะบอกคนที่อยู่บนนั้นว่าไม่ต้องกังวลอะไรอีกแล้ว ทำเอามัดไหมน้ำตาคลอเบ้าด้วยความซาบซึ้งใจกับความเสียสละของคนที่ตัวเองรักเหมือนดั่งพี่สาว

หลังจากประตูรถปิดลง คนขับก็พารถแล่นออกไปไกลจากตัวบ้านมากขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดก็หายลับไปกับสายหมอก เหลือไว้เพียงความเงียบงันคล้ายกับว่ารถคันนั้นไม่เคยมาเยือนที่บ้านหลังนี้มาก่อน

เวลาผ่านไปกว่าสี่ชั่วโมงรถยนต์คันนั้นก็แล่นเข้ามาจอดยังหน้าคฤหาสน์หลังใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางเมืองกรุง เสาวรสก้าวลงจากรถโดยไม่ต้องสนใจต่อกระเป๋าของตัวเอง เพราะมีคนถือให้อยู่แล้ว หล่อนก้าวตามผู้ชายสองคนนั้นเข้าไปข้างใน แม้จะเตรียมใจมาแล้วแต่ก็ยังอดหวาดหวั่นไม่ได้เมื่อต้องเผชิญหน้ากับอัทธ์จริงๆ

“มาแล้วครับนาย”

เสียงที่ดังขึ้นทำให้ร่างสูงที่ยังอยู่ในชุดนอนสีฟ้าลายทางสวมทับด้วยเสื้อคลุมเนื้อดีผูกหลวมๆ ที่เอวหันมา ยกแก้วไวน์ที่อยู่ในมือขึ้นจิบ แล้วใช้สายตาที่คมกริบราวกับใบมีดโกนมองเสาวรสอย่างเพ่งพินิจ

“เธอชื่ออะไร”

คำถามแรกของเขาดังขึ้น เสาวรสพยายามควบคุมสติให้มั่นคง และไม่แสดงพิรุธใดๆ ออกมาให้อัทธ์ได้เห็น ทั้งๆ ที่ตอนนี้หล่อนตื่นเพริดไปหมด เพราะแม้ผู้ชายตรงหน้านั้นจะหล่อเหลามากเพียงใด แต่สิ่งที่ไม่ด้อยไปกว่ารูปร่างหน้าตาของเขาก็คือความดุดันร้ายกาจที่แผดรัศมีออกมาแรงจนหล่อนสะท้านไปหมด

“เสาวรสค่ะ”

“ลูกสาวนายมนูญใช่มั้ย”

“ค่ะ”

“ฉันนึกว่าเธอจะเด็กกว่านี้เสียอีก” เขาวิจารณ์เหมือนจับผิด

“เอ่อ...คือ” เสาวรสคิดหาคำอธิบายไม่ถูกยามที่ถูกจ้องด้วยตาคมดุเช่นนั้น

“แต่ก็ช่างเถอะ ยังไงเธอก็มาแล้ว ตอนแรกฉันนึกว่าเธอจะหนีไปเสียอีก”

“รสไม่หนีหรอกค่ะ ยังไงรสก็ต้องรักษาสัญญาของพ่อ เพื่อไร่ เพื่อคนงานของรส”

“ดี๊...ฉันชอบคนมีสัจจะ แต่เกลียดการโกหกที่สุดเหมือนกัน เพราะฉะนั้นขอให้เธอรู้ไว้นะเสาวรส ในฐานะที่เธอจะมาเป็นเมียฉัน อย่าทำในสิ่งที่ฉันไม่ชอบ ถ้าไม่อยากเดือดร้อน”

“ค่ะ รสจะจำไว้” เสาวรสได้แต่รับคำเสียงแผ่ว เพราะหล่อนกำลังทำในสิ่งที่เขาเกลียดที่สุดอยู่นั่นเอง

“เธอดูว่าง่ายดีนี่เสาวรส ฉันชอบคนแบบนี้ละ ฉันจะให้เวลาเธอปรับตัวให้เข้ากับฉันและคนที่บ้านหลังนี้ก่อน หลังจากนั้นฉันถึงจะจัดงานแต่งงาน เธอโอเคหรือเปล่า”

“ค่ะ”

“ถ้าอย่างนั้นก็ตามฉันมา ฉันจะพาไปรู้จักกับคนในบ้าน”

อัทธ์ก้าวนำไปยังประตูอีกด้านซึ่งเชื่อมไปยังห้องโถงใหญ่ของบ้าน มีคนนั่งรออยู่ในนั้นกว่าสิบคนทั้งหญิงและชาย ส่วนใหญ่แต่งตัวด้วยชุดแบบเดียวกัน มีเพียงคนเดียวที่นั่งอยู่บนโซฟาที่ดูแตกต่างไปจากคนอื่น ทุกคนหันมามองอัทธ์และเสาวรส เมื่อทั้งสองก้าวเข้ามาในห้อง

เขานั่งลงก่อนบนโซฟาหนานุ่มตัวยาวที่วางอยู่ตรงกลาง พาดแขนไปตามพนักแบบสบายๆ ในมาดเจ้าของบ้าน และบอกให้เสาวรสนั่งลงที่โซฟาตัวที่อยู่ใกล้ๆ ตรงข้ามกับที่ผู้ชายอีกคนนั่งอยู่

“มากันทุกคนแล้วใช่มั้ยธี” อัทธ์หันไปถามผู้ชายที่ดูเหมือนจะเป็นคนสำคัญอีกคนของบ้าน แต่คงจะน้อยกว่าเขา เพราะผู้ชายคนนั้นดูเกรงใจอัทธ์เป็นพิเศษ

“ครับพี่อัทธ์”

“งั้นก็ดีแล้ว ที่ฉันเรียกทุกคนมาวันนี้ก็เพื่อแนะนำให้รู้จักกับว่าที่เจ้าสาวของฉัน นี่คือเสาวรส” เขาปรายตาไปทางเสาวรส และหญิงสาวก็ยกมือขึ้นไหว้ผู้ชายที่อัทธ์เรียกว่า ‘ธี’ ก่อนจะหันไปยิ้มกับคนอื่นๆ ที่นั่งพับเพียบอยู่กับพื้น

“สวัสดีค่ะทุกคน”

“นี่ธีระน้องชายของฉัน ส่วนที่เหลือเป็นคนที่ทำงานอยู่ที่นี่ทั้งหมด เธออยากได้อะไรก็บอกแม่พิศ แม่พิศเป็นคนเก่าคนแก่และเป็นคนดูแลความเรียบร้อยของบ้าน”

“ค่ะ” เสาวรสรับคำสั้นๆ พร้อมกับยิ้มให้แม่พิศอย่างฝากเนื้อฝากตัว

“ธี เดี๋ยวนายช่วยพาเสาวรสขึ้นไปที่ห้องนะ แล้วก็บอกเวลาอาหารเสียให้เรียบร้อย” อัทธ์หันไปออกคำสั่งกับคนที่ตัวเองบอกว่าเป็นน้องชาย ซึ่งเสาวรสฟังดูไม่เหมือนพี่กับน้องสักเท่าไหร่

“ครับพี่อัทธ์” ธีระรับคำและหันไปทางหญิงสาวที่เป็นสมาชิกใหม่ของบ้าน “เชิญครับคุณเสาวรส”

ธีระลุกขึ้นและผายมือให้เสาวรสเดินตาม โดยมีคนที่ไปรับหล่อนมาจากไร่เป็นคนหิ้วกระเป๋าตามหลังขึ้นไปยังชั้นสอง

ประตูห้องห้องหนึ่งถูกผลักเข้าไป คนที่หิ้วกระเป๋าเอามันไปวางไว้ แล้วทิ้งให้สองหนุ่มสาวอยู่กันตามลำพังในห้องกว้างชวนสบายนั้น

“ห้องนี้เป็นห้องของคุณเสาวรสนะครับ พออยู่ได้มั้ยครับ” ธีระเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลและฟังดูเป็นกันเอง ขณะที่เสาวรสกำลังกวาดตามองสำรวจไปรอบๆ ห้อง

“ได้ค่ะ”

“ดูคุณเสาวรสตื่นๆ นะครับ” คราวนี้ธีระไม่แค่พูดแต่ยังยิ้มให้อย่างอบอุ่นด้วย

“ก็นิดหน่อยค่ะ พอดีรสไม่ค่อยได้ไปไหน นอกจากไร่กับมหาวิทยาลัย” เสาวรสกล้าคุยมากขึ้น อาจเป็นเพราะธีระไม่เหมือนพี่ชายของเขา แม้อัทธ์จะไม่ได้ทำอะไรมากแต่ก็สามารถทำให้หล่อนเกร็งไปหมดเวลาอยู่ต่อหน้าเขา ขณะที่ธีระดูผ่อนคลายและเข้าถึงได้ง่ายกว่า

“ผมนึกว่ากลัวพี่อัทธ์เสียอีก”

“นั่นก็ด้วยค่ะ คุณอัทธ์ออกจะน่ากลัว”

“แต่ผู้หญิงส่วนใหญ่ไม่กลัวพี่อัทธ์นะครับ มีแต่คนอยากอยู่ใกล้ พออยู่ไปนานๆ คุณเสาวรสก็จะรู้เองละครับว่าพี่อัทธ์ไม่ใช่คนน่ากลัวอะไร ออกจะมีเสน่ห์ด้วยซ้ำ”

“รสก็หวังว่ารสจะรู้สึกแบบนั้นค่ะ” เสาวรสพูดกลางๆ อย่างคนที่ไม่ด่วนตัดสินใครหรืออะไรจากคำพูดคนอื่น หากว่าหล่อนต้องเป็นภรรยาของอัทธ์อย่างฝืนพรหมลิขิตไม่ได้จริงๆ หล่อนก็จะเรียนรู้ที่จะรู้สึกดีๆ กับเขา

“ถ้าอย่างนั้นผมไม่กวนแล้วนะครับ คุณเสาวรสจะได้พักผ่อน”

“เรียกรสว่ารสเฉยๆ ก็พอค่ะ อย่าเรียกชื่อเต็มอย่างนั้นเลย รสไม่ค่อยชิน”

“ก็ได้ครับคุณรส อ้อ...เวลาอาหารของที่นี่ ตอนเช้า 7.30 น. ตอนเย็น 18.30 น. นะครับ ส่วนตอนเที่ยงไม่ได้ระบุเวลาอะไร เพราะส่วนใหญ่พี่อัทธ์กับผมจะหาทานแถวๆ บริษัท ถ้าหากคุณรสอยากทานของว่างก็บอกแม่พิศได้ครับ”

“ขอบคุณคุณธีระมากนะคะ”

“เรียกผมว่าธีเฉยๆ ก็ได้ครับ” ธีระบอกอย่างเป็นกันเองเช่นเดิม

“ค่ะคุณธี ขอบคุณอีกครั้งค่ะ”

ธีระก้าวออกจากห้องเพื่อให้ว่าที่ภรรยาเจ้าของบ้านได้มีเวลาส่วนตัว เสาวรสเดินไปพิงหลังกับประตูพร้อมกับมองสำรวจไปรอบๆ พลางคิดถึงคนที่เพิ่งออกไปและพี่ชายของเขาอย่างน้อยที่นี่ก็มีอะไรหลายซึ่งตรงข้ามกับที่คิดไว้มาก

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย อธิษฐานรัก
9.8
ท่ามกลางความเงียบเหงาในโลกยุคปัจจุบัน หญิงสาวคนหนึ่งได้ตั้งจิตอธิษฐานต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ด้วยความหวังอันเต็มเปี่ยม เธอวิงวอนขอให้โชคชะตานำพาให้ได้พบกับรักแท้ที่เฝ้าคอยมานาน พร้อมทั้งปรารถนาจะได้พบเจอเนื้อคู่ที่ดีเพื่อเข้ามาเติมเต็มชีวิตที่ขาดหายไป การเริ่มต้นของคำอธิษฐานที่แสนเรียบง่ายนี้กำลังจะนำพาเธอไปสู่เส้นทางแห่งความรักที่หัวใจโหยหาในแบบที่เธอไม่เคยคาดคิดมาก่อนในชีวิตสาวโสดของเธอเอง
หน้าปกนวนิยาย โอกาสรักครั้งสุดท้าย
8.0
วีร์ดาจำใจก้าวเข้าสู่พิธีวิวาห์กับดนย์ด้วยพันธะทางธุรกิจเพียงอย่างเดียว ทว่าชีวิตคู่กลับเต็มไปด้วยรอยร้าวและความเจ็บปวด เมื่อเธอเชื่อว่าเขาคือต้นเหตุที่ทำให้พ่อต้องล้มป่วยหนัก จนถึงจุดที่เธอตัดสินใจขอแยกทางเพื่อยุติความทุกข์ใจนี้ ในวินาทีที่ความสัมพันธ์กำลังจะสิ้นสุด ดนย์เพิ่งจะตระหนักได้ถึงความรักที่มีต่อเธออย่างแท้จริง เขาจึงพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อขอโอกาสแก้ตัวเป็นครั้งสุดท้าย และหวังจะรั้งเธอไว้ในชีวิตอีกครั้งก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป
หน้าปกนวนิยาย รวมเรื่องสั้นแนวนอกใจสามี
8.3
คอลเลกชันรวมเรื่องสั้นแนวโรมานซ์สมัยใหม่ที่เจาะลึกเรื่องราวความสัมพันธ์อันซับซ้อนและผิดศีลธรรม พบกับเหตุการณ์หลากหลายรูปแบบ ทั้งการนอกใจสามี ความลับของความสัมพันธ์แบบ Friends with Benefits หรือความเร่าร้อนในรูปแบบ 3P และ 4P ที่ถูกเก็บซ่อนไว้เป็นความลับสุดยอด โดยแต่ละเรื่องราวจะถ่ายทอดผ่านตัวละครที่ต่างกันไป พร้อมบทสรุปที่จบลงอย่างกระชับภายในหนึ่งถึงสองตอนเท่านั้น เหมาะสำหรับผู้อ่านที่ต้องการสัมผัสความตื่นเต้นในมุมมืดของความรัก
หน้าปกนวนิยาย ดาวสีคราม
9.4
ครามจมอยู่กับความเศร้าหลังสูญเสียภรรยาจนกระทั่งเขาได้พบกับดาวเหนือ หญิงสาวที่มีใบหน้าเหมือนคนรักเก่าอย่างน่าประหลาด เขาจึงเริ่มแผนการเข้าหาและครอบครองเธอทันทีโดยใช้คำหวานลวงหลอกให้เธอเชื่อใจ แต่ในความเป็นจริงแล้วทุกการกระทำและอ้อมกอดที่เขามอบให้เป็นเพียงการมองเธอเป็นเงาตัวแทนของเมียที่จากไปเท่านั้น ดาวเหนือต้องติดอยู่ในความสัมพันธ์ที่แสนเจ็บปวดโดยหารู้ไม่ว่าชายที่เธอรักไม่เคยรักในตัวตนที่แท้จริงของเธอเลยแม้แต่นิดเดียว
หน้าปกนวนิยาย วางแผนลับจับเพื่อนพี่ชาย
8.1
เมื่อความรักที่ควรจะลงตัวกลับถูกปฏิเสธอย่างไม่ใยดีจากเพื่อนสนิทของพี่ชาย ทั้งที่ความรู้สึกในใจของทั้งคู่ตรงกันอย่างชัดเจน แต่เขากลับเลือกที่จะผลักไสเธอออกไปอย่างไร้ความปรานี ทิ้งให้เธอจมอยู่กับความสงสัยและความเจ็บปวดว่าเหตุผลใดกันแน่ที่ทำให้ความสัมพันธ์ครั้งนี้ดำเนินต่อไปไม่ได้ เธอจึงต้องเริ่มต้นค้นหาความลับที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังคำปฏิเสธนั้น เพื่อทลายกำแพงที่กั้นกลางระหว่างหัวใจสองดวงให้หมดสิ้นไปในที่สุด