ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย สาวน้ำพริก

สาวน้ำพริก

ณ ลานประหาร วาระสุดท้ายของอาเรียเต็มไปด้วยความน่าสมเพช เรือนผมสีทองและนัยน์ตาสีมรกตที่เคยงดงามถูกทำลายจนยับเยินด้วยน้ำมืออันโหดเหี้ยมของเคน ความทรมานทวีความรุนแรงเมื่อเกลือถูกสาดลงบนบาดแผลจากลิ้นที่ถูกตัดขาด ทำให้เธอไร้หนทางที่จะเอ่ยปากสารภาพความผิดใดๆ หญิงสาวผู้สิ้นหวังทำได้เพียงหลับตายอมรับจุดจบที่กำลังคืบคลานเข้ามา ทว่าก่อนลมหายใจจะรวยริน สตรีผู้บริสุทธิ์ซึ่งเคยตกเป็นเหยื่อการกลั่นแกล้งของเธอได้ก้าวออกมา เพื่อมอบคำอำลาครั้งสุดท้ายให้แก่นางมารร้ายที่กำลังจะแตกดับ
ตอน
แชร์

ตอน 1

บทที่ 1

“จับหน้าหล่อนขึ้นมา”

ผมที่สยายยาวไปกับพื้นของอาเรียถูกจับขึ้นมาตามคำสั่งของเคน เส้นผมที่มีเลือดเหนียวติดอยู่กำลังลอยเคว้งขึ้นกลางอากาศตามแรงมือที่หยาบกระด้าง

ผมสีทองที่เคยเป็นเปล่งประกายงดงามตอนนี้กลับพันพัวกันจนไม่ต่างไปจากขนหมูแข็งๆ ที่เกลือกกลั้วอยู่ในโคลนตม

“เธอรู้ใช่ไหมว่าความผิดของเธอคืออะไร”

“…”

ถึงแม้เคนจะถามออกมา แต่อาเรียก็ไม่หลงเหลือเรี่ยวแรงพอที่จะตอบกลับไปด้วยซ้ำ และถึงแม้จะมีแรงมากพอลิ้นที่ถูกตัดออกไปแล้วก็ไม่สามารถทำให้เธอตอบกลับเขาไปได้อยู่ดี

ด้านบนของลิ้นบัดนี้กลับเต็มไปด้วยเกลือละเอียดสีขาว มันเจ็บปวดเกินจะต้านทานได้ เธอไม่เคยได้รับแม้กระทั่งโอกาสให้สำนึกผิดเสียด้วยซ้ำ

อาเรียพยายามจะปิดตาที่ปูดบวมและมีแต่รอยฟกช้ำลง ดวงตาที่กลมโตเป็นประกายสดใสราวกับมีสีเขียวขจีซึมซาบอยู่ในนั้น ครั้งหนึ่งเคยทำให้ใจของชายหนุ่มมากมายสั่นไหวแต่ตอนนี้กลับไม่ต่างจากดวงตาของปลาเน่าตัวหนึ่ง

เธอรู้จุดจบของตนเองดีตอนนี้จึงทำได้เพียงรอคอยเคียวของยมทูตอยู่เงียบๆ

“ท่านพี่ น้องมีบางอย่างอยากจะพูดกับพี่อาเรียเป็นครั้งสุดท้ายค่ะ”

คนใจบุญที่ถูกนางมารร้ายอย่างเธอรังแกสารพัดพาร่างบอบบางของเธอขึ้นมายืนอยู่ ณ แดนประหาร

เธอให้อภัยอาเรียที่โยนความผิดให้เธอกลายเป็นหัวขโมย และเธอเองก็ไม่ได้รับบาดเจ็บมากมายอะไรนักจากการที่อาเรียผลักเธอตรงบันไดในและมองดูเธอด้วยรอยยิ้ม รวมถึงเรื่องที่เธอถูกวางยาพิษในครั้งนี้ด้วย และทุกคนที่รวมตัวกันอยู่ในห้องรับแขกเองก็น่าคิดเช่นเดียวกัน

เคนส่ายหน้า

“ไม่ได้”

“น้องอยากพูดจริงๆ ค่ะ ได้โปรด…”

เธอจะไปจัดการกับนางตัวร้ายที่เคยใส่ร้ายและลอบสังหารเธอด้วยความเมตตาอย่างนั้นได้อย่างไรกัน แต่สุดท้ายก็ไม่มีใครสามารถปฏิเสธคำขอร้องทั้งน้ำตาของเธอได้เลย

ในที่สุดมิเอลที่สะอื้นจนไหล่สั่นราวดอกไม้ป่าแสนเปราะบางก็ได้รับคำอนุญาตจากเคนพร้อมอาการถอนหายใจน้อยๆ จากเคน มิเอลพาร่างอันบอบบางราวกับจะแตกร้าวได้ทุกเมื่อของตัวเองเข้าไปหาอาเรีย

“น้องเก็บคำคำนี้ไว้ตลอดเพื่อพี่เลยนะคะ พอคิดว่านี่จะเป็นครั้งสุดท้าย… เลยคิดว่าต้องพูดให้ได้เลยค่ะ…”

มิเอลใช้หลังมือปาดน้ำตาหยดใสออกไปจากขอบตาแล้วทรุดตัวคุกเข่าลงกับพื้น

บรรดาคนที่คอยฟังอยู่ถึงกับพุ่งตัวมาข้างหน้าด้วยความตกใจในทันที มิเอลยิ้มให้พวกเขาเพื่อบอกว่าเธอไม่เป็นไร ก่อนจะเลื่อนริมฝีปากเข้าไปใกล้ใบหูของอาเรีย

คล้ายจะส่งมอบสิ่งศักดิ์สิทธิ์บางอย่างที่จะช่วยชีวิตนางมารร้ายตนนี้เป็นครั้งสุดท้ายได้

แต่กลับกัน

“นางโง่ ที่ผ่านมาแกต้องตะเกียกตะกายอยู่ในวังวนการละครของเหล่าข้ารับใช้ของฉันตลอดเลยนี่… สนุกดีไหมล่ะ”

ตาของอาเรียเบิกโพลงจนแทบจะหลุดออกจากเบ้า เธอหันคอที่แข็งจนแทบขยับไม่ได้กลับมามองมิเอลที่ยังเผยยิ้มเมตตาปรานีมาให้ รอยยิ้มของผู้หญิงคนนั้นช่างงดงามและบอบบางบริสุทธิ์ราวกับดอกไม้

อาเรียที่ยังไม่เข้าใจถึงสิ่งที่เธอเพิ่งได้ยินไปเมื่อครู่นี้ได้แต่กะพริบตาถี่ๆ เพราะเธอไม่อาจถามความหมายของมันกลับไปได้เพราะลิ้นที่โดนตัดไปนั่นเอง

มิเอลผู้ใจดีและมีเมตตาต่อทุกคนอ่านสีหน้าของเธอออกจึงช่วยอธิบายอีกครั้งเพื่อให้เธอเข้าใจได้ง่ายขึ้น

“ก็พวกข้ารับใช้ที่เคยบอกให้แกทำนั่นทำนี่ ทำแต่เรื่องเลวๆ ทั้งหมดนั่นก็คือคนของฉัน เพื่อที่จะทำให้แกกลายเป็นหญิงเลวทรามจนต้องโดนไล่ออกไป เหมือนที่กำลังเป็นอยู่ตอนนี้อย่างไรล่ะ”

“…!”

“ที่ฉันบอกแกก็เพราะเห็นว่านี่เป็นครั้งสุดท้ายหรอกนะ ฉันอยากจะฆ่าแกกับแม่ต่ำๆ ของแกเสียตั้งแต่วันที่พวกแกปรากฏตัวออกมาแล้วล่ะ และถ้าเป็นไปได้แกก็ต้องตายอย่างทุกข์ทรมานที่สุดด้วย เพราะฉันไม่อยากจะเห็นแม้แต่หน้าของพวกแกสองแม่ลูกที่เป็นความอับอายขายขี้หน้าให้แก่วงศ์ตระกูลของเรา”

หึๆ มิเอลหลุดหัวเราะออกมาเพราะไม่อาจทนเก็บไว้ได้

สาวน้อยที่รอคอยวันนี้มาตลอดกล่าวว่าเธออยากแปลงเป็นน้ำตาของอาเรียแล้วเต้นรำมันเสียตรงนี้ทั้งยังยิ้มออกมาอย่างสดใส ความยินดีปรีดาของมิเอลที่ไม่มีใครได้เห็น สำหรับอาเรียแล้วมันกลับกลายเป็นคมมีดที่กรีดลึกลงมาในใจ

“ฉันคิดจะวางยาพิษแกเหมือนกับที่เคยทำกับแม่ของแก แต่ก็ยังหรอก มันไม่สนุกเลยใช่ไหมล่ะ เพราะแบบนั้นฉันเลยส่งยาพิษที่ฉันมีไปให้สาวใช้แล้วใส่มันไปในชาของฉัน อ้อ แน่นอนว่าฉันไม่ได้ดื่มมันเข้าไปหรอกนะ”

“อื้อ…! อ้าา…!!”

ร่างกายของอาเรียซวนเซอย่างแรงแล้วล้มลงกับพื้น เธอพยายามบิดตัวด้วยแรงทั้งหมดที่เหลืออยู่แต่ดูเหมือนจะเป็นได้เพียงการขยับตัวเล็กน้อยเท่านั้น

เส้นเลือดทุกเส้นในดวงตาพลันแตกกระเซ็นจนน้ำตาที่รินไหลออกมากลายเป็นสายเลือด มีเพียงเสียงกรีดร้องปานจะขาดใจออกมาจากปากที่ลิ้นด้านในถูกตัดจนขาดแล้วเท่านั้น

มิเอลหยัดตัวลุกขึ้นเมื่อได้พูดสิ่งที่ต้องการครบหมดแล้ว เธอกลับไปยังที่ของตนที่อยู่ไกลออกไปจากแดนประหารพลางปรับสีหน้าให้กลับมาดูเศร้าสร้อยอีกครั้ง

“ที่ผ่านมาช่างสนุกเหลือเกินค่ะ… ตอนนี้พอมาคิดว่าจะไม่มีพี่อาเรียแล้วใจก็เหมือนจะขาดลงให้ได้…”

แม่พระผู้อภัยให้นางมารร้ายฝังใบหน้าลงกับมืออันสูงส่งของตนพลางสะอื้นไห้จนไหล่สั่น แต่นั่นก็เพื่อที่จะซ่อนเร้นดวงหน้าปีติยินดีที่แทบจะเก็บไว้ไม่อยู่ก็เท่านั้น

ขออย่าให้คนดีๆ ต้องมาเจ็บปวดทุกข์ทรมานใจเพราะการตายของนางมารร้ายเลย อย่าได้รู้สึกผิด ทุกผู้ทุกคนที่รวมตัวกันในที่แห่งนี้ต่างเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยของมิเอลกันเสียทั้งนั้น

เคนยกมือสูงขึ้นมาเมื่อไม่มีใครเหลือเยื่อใยอาลัยอาวรณ์ต่ออาเรียอีกต่อไป

พร้อมกันนั้นเพชฌฆาตและดาบของเขาก็ถูกยกสูงขึ้นสู่ท้องฟ้า คมมีดที่ถูกลับมาให้สามารถตัดเฉือนไปถึงกระดูกได้ในคราวเดียวส่องสะท้อนกับแสงแดด

และแสงนั่นก็สาดเข้าตาของอาเรียอย่างจัง แสงที่ดูคล้ายนาฬิกาทรายคงเหลือรูปทรงของมันไว้ในสายตาที่เต็มไปด้วยโลหิตแดงฉานของอาเรียเป็นเวลานาน

อาเรียยื่นสองมือออกไปเพื่อจับเจ้าสิ่งนั้นราวกับมันเป็นเชือกเส้นสุดท้ายของเธอ แต่เพชฌฆาตกลับใช้เท้าเหยียบไหล่ของหญิงสาวที่กำลังดิ้นรนตะเกียกตะกายด้วยแรงที่เหลืออยู่น้อยนิดเหมือนปลาที่กระเด็นตกลงมาบนพื้น

จากนั้นไม่นานเคนก็ลดมือลง เป็นสัญญาณให้ผู้พิพากษาลงทัณฑ์นางมารร้ายผู้นี้ได้ ในวินาทีนั้นดาบของเพชฌฆาตก็ฟันลงมาจากสายลมลงสู่เบื้องล่าง คอและร่างกายบอบบางของหญิงสาวก็ถูกแยกออกจากกันในพริบตา หนึ่งชีวิตเป็นอันต้องดับสลายลงไปอย่างน่าเวทนา

“อ๊าก!”

คอของอาเรียที่ขาดสะบั้นลงกลิ้งไปตามพื้นพร้อมเสียงกรีดร้องของใครบางคน และภาพเลือนรางรูปนาฬิกาทรายที่ยังติดอยู่ในตาของเธอก็หมุนเคว้งไปตามกัน

ด้วยเหตุใดกัน อาเรียจึงไม่รู้สึกเจ็บปวด ทรมาน หรือแม้แต่ความเศร้าก็ไม่หลงเหลืออยู่ มิหนำซ้ำเธอยังตาฝาดเห็นเจ้าสิ่งนั้นหมุนไปมาหลายรอบและทรายในนาฬิกายังร่วงหล่นลงมาตลอดเหมือนไม่รู้ว่าทิศไหนคือทิศที่ถูกต้องอีกต่างหาก

‘ฉันอยากกลับไปอีกครั้ง กลับไป… ในวันที่ทุกอย่างยังแก้ไขได้อีกครั้ง… เหมือนนาฬิกาทรายอันนั้น’

ไม่นานแสงแวววาวก็เลือนหายไปจากสายตาของอาเรีย มีเพียงการหมุนของนาฬิกาทรายตลอดระยะเวลาหลายวินาทีกระทั่งสมองเธอตายจากไป

* * *

“…พี่! …พี่อาเรีย!”

เพล้ง-!

แก้วที่อาเรียถืออยู่ในมือร่วงตกลงพื้นจนแตกกระจายเป็นเศษเล็กเศษน้อย สาวใช้ที่คอยประจำอยู่ด้านหลังเธอรีบกุลีกุจอเข้ามาเก็บเศษแก้วเหล่านั้นจนสะอาดทันที

เมื่ออาเรียที่เพิ่งได้สติขณะกำลังเหม่อมองเหตุการณ์ตรงหน้าหันไปยังจุดที่เธอได้ยินเสียงเรียกชื่อ ณ อีกด้านของโต๊ะอาหารหินอ่อน เธอก็พบกับมิเอลที่กำลังหน้าเสียอย่างเป็นกังวล

ใบหน้าเคล้าน้ำตาราวกับจะหยดแหมะลงมาได้ทุกเมื่อหากเอามือไปแตะยังคงงดงามและบริสุทธิ์สดใสเหมือนกับ ‘ตอนนั้น’ ไม่มีผิด

‘…แล้วทำไมถึงได้ดูเด็กแบบนั้นกันล่ะ’

เธอจำได้ว่ามิเอลอายุ 23 ปี แต่ที่เธอเห็นอยู่ตรงหน้าตอนนี้กลับเป็นภาพของเด็กสาวที่ดูแล้วอย่างมากก็เกิน 10 ปีขึ้นมานิดหน่อยเท่านั้น

ข้างๆ เธอคือเคนที่กำลังมองมาที่อาเรียทั้งใบหน้าขมวดคิ้วมุ่นอย่างไม่ค่อยพอใจนัก เขาเองก็ดูเหมือนเด็กอายุประมาณ 16-17 ด้วยเช่นกัน

อาเรียได้แต่กะพริบตาปริบๆ เพราะไม่อาจหาทางมารับมือกับสถานการณ์ที่เธอไม่เข้าใจได้ แต่แล้วเธอก็ได้ยินน้ำเสียงเย็นชาดังมาจากด้านข้างของเธอเอง

“อาเรีย เป็นอะไรไป แม่เรียกตั้งหลายหนแต่ก็ไม่ตอบ”

“…ท่านแม่”

คนคนนั้นก็คือแม่ที่เคยจากไปด้วยอาการหัวใจวายเพราะดื่มยาพิษเข้าไป สาวงามที่มัดใจท่านขุนนางด้วยริมฝีปากแดงระเรื่อยิ่งกว่าดอกกุหลาบและเรือนร่างเย้ายวนของเธอ

แม้แต่เธอเองก็ยังตำหนิอาเรียให้รักษามารยาทบนโต๊ะอาหารด้วยภาพที่ดูเด็กลงด้วยเช่นกัน แม่ที่ไม่เคยมีแม้แต่ความรักแห่งความเป็นแม่คนเลยสักนิดเดียวตั้งแต่มีลูก

ในตอนนั้นเองที่อาเรียได้รู้ว่าเธอกำลังอยู่ในห้องอาหาร ในจานของเธอมีเนื้อสีอมเลือดน้อยๆ ที่ถูกหั่นอย่างแรง ส่วนสลัดก็เหลือเพียงจานว่างเปล่าขณะที่สิ่งที่ควรจะอยู่ในจานกลับถูกโปรยไปจนทั่วโต๊ะ

‘ฉันไม่เคยเป็นแบบนี้เลยจนหลังจากที่ฉันได้ถูกทำให้อับอายในงานเลี้ยงครบรอบ 16 ปี…’

อาเรียก้มมองมือของตน

จึงได้เห็นมือของเด็กที่ยังเล็กและอ่อนนุ่ม ไม่มีแม้กระทั่งรอยแผลเป็นที่หลังมือจากตอนที่เธอขว้างขวดแก้วใส่มิเอลด้วยซ้ำ

นั่นคือพฤติกรรมเลวทรามอย่างแรกที่เธอทำกับมิเอลแต่มันก็เป็นการกระทำของเด็กอายุ 15 คนหนึ่ง

ขวดแก้วที่มีน้ำอยู่เต็มทั้งขวดหนักเกินไปสำหรับเด็กสาวผู้บอบบางในตอนนั้น จนสุดท้ายจุดหมายปลายทางของมันก็ไม่ใช่มิเอลแต่เป็นหลังเท้าของอาเรียเอง

อาเรียที่ได้แผลบนหลังมือและหลังเท้าจากเศษขวดแก้วที่แหลมคมกรีดร้องลั่นคฤหาสน์ไล่ทุกคนให้ออกไปจนหมด นั่นเป็นครั้งแรกที่เธอได้แผลเพราะตนเองจากการที่บรรดาสาวใช้ของเธอ ไม่สิ ของมิเอลมารายงานว่าตัวต้นเหตุของเรื่องทั้งหมดคือมิเอล

‘ตอนนั้นฉันไม่เคยรู้เลยด้วยซ้ำว่าพวกหล่อนเป็นลูกสมุนของมิเอล…’

สาวใช้ที่เป็นคนบอกลู่ทางที่จะทำร้ายมิเอลให้กับเธอนั้น สุดท้ายแล้วหล่อนก็ปล่อยมือเธอไปทั้งยังโบ้ยว่าทุกอย่างเป็นการกระทำของนางมารร้ายคนนี้และยังแจกแจงความผิดของอาเรียในอดีตเสียละเอียดยิบ

ลูกสาวผู้โง่เขลาของโสเภณีอย่างเธอในตอนนั้นเปิดเผยทุกสิ่งอย่างกับสาวใช้ที่กำลังนึกขำขันตนจนต้องมาประสบกับบั้นปลายอันน่าเวทนาในที่สุด

‘หรือว่า…’

อาเรียเบิกตาโตกับสิ่งที่ไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดขึ้นก่อนเงยหน้ามองไปรอบตัว ท่ามกลางผู้คนที่ดูเด็กและเยาว์วัยเหล่านั้น แม้แต่ตัวเธอเองก็เล็กและบอบบางลงกว่าเดิมเช่นกัน

ยิ่งไปกว่านั้น

‘ฉันยังมีชีวิต…!’

มันไม่ใช่ทั้งความฝันและภาพลวงตา ไม่อย่างนั้นขาที่ได้แผลจากเศษแก้วที่หลุดมือคงไม่เจ็บแบบนี้

เมื่อลดมือลงไปแตะดูที่ขาก็ยังสัมผัสได้ถึงความชื้นแม้จะเพียงเล็กน้อยก็ตาม เธอยืนยันมันด้วยตาตัวเองอีกครั้งและได้เห็นว่ามันคือเลือดสีแดงฉานจริงๆ เมื่อสาวใช้ที่ทำความสะอาดพื้นอยู่สังเกตเห็นเธอก็ก้มหัวลงหน้าตาซีดเผือด

“อาเรีย!”

แม่ที่นั่งอยู่ข้างเธอเองก็สังเกตเห็นเช่นกัน

อาเรียมือสั่นระริก ริมฝีปากแห้งผาก สีเลือดฝาดบนใบหน้าพลันหายไป

สายตาแฝงความไม่สบอารมณ์ถูกส่งมาหาอาเรียที่เอาแต่ก้มมองมือตัวเองอยู่อย่างนั้น ตอนนี้ยายเด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้าควรจะแผดเสียงกรีดร้องดังลั่นออกมาแล้ว

ซึ่งนั่นเป็นอนาคตที่ไม่มีใครคาดคิด ไม่มีสัมผัสแห่งความสงสารหรือเห็นอกเห็นใจสำหรับอาเรียผู้สูญเสียศรัทธาอีกแล้ว

อาเรียทำเพียงหลับตาลงเฉยๆ เธอนิ่งคิดไปครู่หนึ่งว่าเธอควรเลือกข้อใดในบรรดาตัวเลือกมากมายที่เธอได้รับ ไม่นานเปลือกตาของเธอก็เปิดขึ้นราวกับเธอได้ตัดสินใจแล้ว สีหน้าของเธอเรียบเฉยไร้ความรู้สึก

“เจสซี่ ขอผ้าเช็ดให้ฉันหน่อย เหมือนขาฉันจะมีแผลวานเธอช่วยทำแผลให้ทีนะ ต้องขอโทษด้วยทุกคนด้วยนะคะ แต่ฉันคงต้องขอตัวก่อน”

อาเรียเลือกที่จะโต้กลับด้วยการนิ่งเฉยแทนที่จะหวีดร้อง ซึ่งผิดไปจากความคาดหมายของทุกคน

เธอรับผ้าเช็ดหน้ามาจากสาวใช้ของตน เช็ดมือ ขอโทษที่ก่อให้เกิดความวุ่นวายระหว่างมื้ออาหาร และลุกออกจากที่ไป

ทุกคนที่นั่งอยู่รอบโต๊ะอาหารต่างนั่งนิ่งเป็นน้ำแข็งพูดไม่ออกกับปฏิกิริยาที่คาดไม่ถึงของอาเรีย

…………………………………………………

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ❥마법 l MAKE ME XXX l รักไสยไสย
9.4
ชีวิตของฉันต้องพลิกผันจากความผิดพลาดเพียงครั้งเดียว เมื่อตั้งใจจะใช้เสน่ห์น้ำมันพรายแต่กลับสาดใส่ผิดคน จากหนุ่มเนิร์ดผู้แสนสุภาพกลับกลายเป็นชายหนุ่มคลั่งรักสายโหดที่พร้อมจะนองเลือดได้ทุกเมื่อ แม้ฉันจะพยายามหาทางหนีหรือยกข้ออ้างสารพัดเพื่อไล่เขาไป แต่เขากลับใช้ปลายมีดคมกริบจ่อหน้าฉันพร้อมยื่นคำขาดสุดระทึกว่า หากไม่ยอมตกลงเป็นแฟนกับเขา ก็เตรียมตัวลาโลกนี้ไปได้เลย งานนี้ฉันไม่มีทางเลือกนอกจากต้องยอมจำนนด้วยความกลัวตาย
หน้าปกนวนิยาย โฉมงามของอ๋องอสูร
8.9
หลังจบชีวิตด้วยโรคร้าย วิญญาณของเธอกลับตื่นขึ้นในร่างองค์หญิงผู้ต้องกลายเป็นพระชายาของชินอ๋องโหย่วเฉาบุรุษผู้ถูกขนานนามว่านักรบปีศาจแห่งต้าถัง แม้เขาจะขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยมและมีอนาคอนดายักษ์เป็นอาวุธคู่กายที่น่าเกรงขาม ทั้งยังเคยปิดตายเรื่องความรักไปแล้ว ทว่าความดื้อเงียบที่ซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทีอ่อนแอของพระชายาคนใหม่กลับสั่นคลอนหัวใจท่านอ๋องผู้เอาแต่ใจให้ปั่นป่วนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในนิยายรักแฟนตาซีสุดฟินเรื่องนี้
หน้าปกนวนิยาย หลงรักผู้ชายร้ายๆ
9.4
รอยร้าวระหว่างสองตระกูลนำมาซึ่งเกมล้างแค้นที่ไม่มีใครยอมใคร แต่อลินกลับต้องตกที่นั่งลำบากเมื่อกลายเป็นคนกลางระหว่างพ่อบังเกิดเกล้ากับชายหนุ่มผู้ขึ้นชื่อว่าเป็นสามี สถานการณ์บีบคั้นถึงขีดสุดเมื่อบิดาของเธอวางแผนกำจัดเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเองเพื่อทำลายล้างศัตรูให้สิ้นซาก ท่ามกลางศึกสายเลือดและแรงพยาบาทที่โหมกระหน่ำ อลินจะเลือกนิ่งเฉยยอมจำนนต่อโชคตระกูล หรือจะลุกขึ้นสู้เพื่อปกป้องลูกน้อยจากน้ำมือของพ่อตนเอง
หน้าปกนวนิยาย โซ่เสน่หานายหัว
9.5
เมื่อนายหัวไกร บุญโชคช่วย ลอยด์ ถูกกล่าวหาว่าเป็นเจ้าพ่อค้ามนุษย์รายใหญ่ ปณาลีนักข่าวสาวผู้ยึดมั่นในอุดมการณ์จึงยอมปลอมตัวเป็นคนงานคัดปลาเพื่อกระชากหน้ากากเขา แม้อิทธิพลและเงินตราจะมหาศาลเพียงใดเธอก็ไม่หวั่น แต่การสืบหาความจริงกลับไม่ง่าย เมื่อเธอถูกเขารุกรานด้วยพันธนาการอันเร่าร้อน นายหัวหนุ่มใช้กำลังข่มขู่และสบประมาทด้วยข้อเสนอซื้อพรหมจรรย์อย่างโหดร้าย ท่ามกลางอันตรายและการคุกคามทางอารมณ์ที่บีบคั้น เธอจะเอาตัวรอดจากกรงขังเสน่หาและเปิดโปงความชั่วร้ายของเขาได้หรือไม่
หน้าปกนวนิยาย เมื่อผมรวยด้วยระบบปลูกผัก
7.9
มังกรได้รับโอกาสครั้งที่สองในการเริ่มต้นชีวิตใหม่ หลังถูกคนรักเก่าลงมือสังหารอย่างโหดเหี้ยมจนเสียชีวิต การหวนคืนสู่อดีตในครั้งนี้เขาไม่ได้กลับมาเพียงตัวเปล่า แต่มาพร้อมกับระบบปลูกผักสุดมหัศจรรย์ที่จะเปลี่ยนโชคชะตาของเขาไปตลอดกาล จากความแค้นในชาติก่อนสู่เส้นทางการสร้างเนื้อสร้างตัวด้วยพลังพิเศษ มังกรต้องใช้ระบบนี้เพื่อก้าวขึ้นเป็นผู้ที่มั่งคั่งและแข็งแกร่งที่สุด พร้อมเผชิญหน้ากับอุปสรรคในโลกปัจจุบันที่เต็มไปด้วยการต่อสู้และโอกาส
หน้าปกนวนิยาย ลูกเขยจอมราชันย์กลับมาแล้ว
9.5
เมื่อสิบห้าปีก่อน เสี่ยวซวนลี่สังหารพ่อแม่ของเสี่ยวเทียนเพื่อชิงมรดกและรับเขามาเลี้ยงอย่างจอมปลอม จนกระทั่งเสี่ยวเทียนเติบโตและก่อตั้งบริษัทระดับโลก เขากลับถูกลุงแท้ๆ ใส่ร้ายคดีฉาวจนสูญเสียทุกอย่างและต้องหนีไปต่างประเทศ ห้าปีต่อมาเสี่ยวเทียนกลับมาในฐานะผู้นำองค์กรติดอาวุธที่ทรงอิทธิพลที่สุด พร้อมทรัพย์สินมหาศาลและอำนาจที่แม้แต่นายกเทศมนตรียังต้องก้มหัวให้ ถึงเวลาที่เขาจะกระชากหน้ากากคนชั่วและทำให้ศัตรูที่เคยดูถูกต้องคุกเข่าวิงวอนขอชีวิต