
เปย์รัก(แฝดน้อง) 40 กะรัต
ตอน 3
เมยานีเห็นท่าจะไม่ดีจึงร้องเรียกขอความช่วยเหลือจากคนแถวนั้น แล้วผู้คนก็ต่างพากันวิ่งมาเพื่อจะช่วยเจ้าหล่อน แต่ยังไม่ทันได้เดินเข้าใกล้ก็ถูกสายตาคมของอติคมจ้องเอาเสียก่อน
“อย่ามายุ่งเรื่องของผัวเมีย ถ้าไม่อยากเจ็บตัวอย่าเสือกเว้ย!”
“ครับ นายหัวคม”
หนึ่งในคนที่วิ่งมาจะช่วยเจ้าหล่อนเอ่ย แล้วทุกคนก็ต่างแยกย้ายกันไป ทิ้งเหลือแต่เมยานีกับอติคม ตอนนี้เจ้าหล่อนมึนงงไปหมด ทำไมทุกคนถึงต้องเกรงกลัวไอ้โจรถ่อยคนนี้ด้วย ‘หรือว่ามันจะเป็นนายหัวจริงๆ ไม่น่าจะใช่ สถุลแบบนี้เหรอจะเป็นนายหัว ป่าเถื่อนชะมัด’ เจ้าหล่อนคิดในใจ
“ไม่ต้องงงเมียจ๋า...เดี๋ยวถึงรังรักของเราทูนหัวจะรู้ทุกอย่าง ตอนนี้กลับก่อนนะ”
อติคมมองออกว่าคนตัวเล็กกำลังมึนงงสับสน จึงฉวยโอกาสนี้พูดแล้วติดเครื่องรถขับออกไป โดยมีคนตัวเล็กนั่งอยู่ข้างหน้าตน
เมยานีนั่งตัวเกร็ง ด้วยกลัวว่าตัวเองจะตกรถ อยากดิ้นก็ไม่กล้าดิ้น เกิดมาเพิ่งเจอเรื่องแบบนี้กับตัวเอง มือเล็กคว้ามัดแขนแกร่งที่จับแฮนด์รถมอเตอร์ไซค์ไว้อย่างเหนียวแน่น
ชายหนุ่มยิ้มพร่า เขารับรู้ได้ว่าคนข้างหน้ากำลังกลัว เลยบิดคันเร่งเร่งเครื่องให้วิ่งเร็วกว่าเดิม
ว้ายยยยย
“ขับช้าๆ หน่อยไอ้บ้า...”
“เรียกพี่คมก่อนสิจ๊ะดุ๊กดิ๊ก แล้วเมื่อไหร่จะบอกชื่อพี่สักทีฮึ!” เอ่ยพลางยื่นหน้ามาพาดไหล่มน
“เอาหนวดเครานายออกไปจากต้นคอฉันนะ ฉันขยะแขยงจะแย่อยู่แล้ว” หดคอลงด้วยความจั๊กจี้
“ไม่เอาออกจะทำไม อีกไม่นานก็ถึงแล้ว จะซุกจะไซ้ให้ครางไม่ได้ศัพท์เลยเมียจ๋า...”
แล้วความเงียบก็มาครอบคลุม อติคมเลยขับรถไปร้องเพลงไปอย่างอารมณ์ดี ไม่รู้ว่าตัวเองใจร้อนไปรึเปล่าที่รุกสาวน้อยหนักแบบนี้ แต่ถ้าช้ากว่านี้แม่คนตัวเล็กก็หนีหายไปอีก ก็กว่าจะเจอนั้นยากเหลือเกิน ต้องไปนั่งเฝ้านั่งรอเป็นอาทิตย์กว่าจะเจอ ทุกอย่างมันมีเวลาของมัน และตอนนี้มันถึงเวลาแล้วที่เขาจะพาสาวน้อยวิวาห์จานด่วน
เจ้าหล่อนได้แต่นิ่งเงียบตัวเกร็ง ตอนนี้ในหัวของเธอคิดไม่ตก กลัวเหลือเกินว่าจะถูกผู้ชายหน้าโจรคนนี้ฆ่าเอา ถึงแม้ว่าลึกๆ ในใจจะบอกว่าเชื่อใจบุรุษคนนี้ได้ แต่จะเป็นไปได้เหรอ ในเมื่อเพิ่งเคยเจอกันสองครั้งเอง แถมหน้าตาก็ราวกับโจรป่าไม่มีผิด ‘ยัยมีนแกจะทำยังไงดี ถ้ามันข่มขืนแล้วฆ่าแกทิ้งเหมือนในข่าว ตายแน่ๆ ฮือๆ’ โอดครวญในใจ
“นายหัวพาใครมาด้วยครับ”
สมหวังเห็นรถนายหัวหนุ่มวิ่งเข้ามาจอดหน้าบ้านก็รีบวิ่งเข้ามาถามทันที แล้วก็ต้องตกใจ เมื่อผู้หญิงที่นายพามาเป็นผู้หญิงเมื่ออาทิตย์ก่อน
“นั่นคุณ...”
“เออ! นายหญิงมึงไงไอ้หวัง ไปไหนก็ไปกูจะพาเมียไปดูห้องนอน”
ดับเครื่องรถแล้วลงมาช้อนอุ้มคนที่ตัวเองปรารถนามาแนบเคียงกาย แต่นั่นแหละมันไม่ได้ง่ายเมื่อเธอไม่ใช่ผู้หญิงง่ายๆ ที่จะฉุดขึ้นเตียงได้ง่ายๆ
“ฉันไม่ไปไหนกับแกทั้งนั้น ช่วยฉันด้วยนะคะคุณ”
เมยานีเอ่ยอ้อนวอนขอความช่วยเหลือกับชายอีกคน ตอนนี้เชื่อแล้วว่าผู้ชายตัวโตหน้าหนวดคนนี้เป็นนายหัวจริงๆ เพราะเมื่อกี้ผู้ชายคนนี้ก็เรียกเขาอย่างเคารพ แถมตลอดสองข้างทางที่เข้ามาบ้านมีสวนปาล์มเต็มไปหมด
“อะ!..เออ!....”
“ไสหัวไปไอ้หวัง แล้วมึงไปบอกคนงานในไร่ด้วยว่ากูจะพานายหญิงไปแนะนำตัว จำไว้อย่าเสือกเรื่องของกู”
สมหวังยังไม่ทันได้พูด นายหัวหนุ่มก็สั่งเสียงเย็นจนคนตัวเล็กในอ้อมกอดสะดุ้งตกใจ เพราะนี้เป็นครั้งแรกได้เห็นมุมเด็ดเดี่ยวของผู้ชายคนนี้
“ไปดูห้องเรากันดุ๊กดิ๊ก แล้วพี่จะจ่ายเงินให้ด้วย จัดไปเลยล้านหนึ่ง”
เอ่ยอย่างป๋า แล้วก้าวยาวๆ เข้าไปในตัวบ้าน การกระทำของอติคมทำให้แม่บ้านสาวใช้วิ่งมาดูกันใหญ่ แต่ก็ไม่มีใครกล้ามาขัดขวางทาง ถึงแม้ว่าผู้หญิงที่นายหัวอุ้มขึ้นไปบนห้องนั้นจะร้องขอความช่วยเหลือก็ตาม
เมื่อเข้ามาในห้องนอนโทนสีดำเทา ไม่ว่าของทุกอย่างในห้องของอติคมจะเน้นไปทางสีดำและสีเทา เพียงแค่นี้ก็รู้แล้วว่ามันเป็นห้องของผู้ชายสีดำเทา ดูจากการกระทำป่าเถื่อนที่อุกอาจฉุดกระชาอุ้มเธอมาบนห้อง ‘นี่มันบ้านป่าเมืองเถื่อนรึไงกัน ทำไมฉันต้องมาเจออะไรแบบนี้ด้วย’ เมยานีพึมพำในใจด้วยความน้อยใจในโชคชะตา
“โอ๊ย!” ต้องร้องออกมาด้วยความจุก เมื่อถูกโยนร่างทิ้งลงบนเตียง แม้เตียงจะนุ่มแต่มันก็จุกได้เมื่อถูกโยนลงมาแรงๆ
“เป็นไงห้องของเรา แล้วบอกชื่อได้รึยังครับ”
พูดพลางเดินไปดึงลิ้นชักข้างหัวเตียงออกมา มันเป็นสมุดเขียนเช็คนั่นเอง แล้วเขาก็ทำในสิ่งที่เมยานีคิดไว้อยู่แล้ว นั่นคือเขียนเช็คจำนวนหนึ่งล้านบาทแล้วฉีกให้เจ้าหล่อน
“หนึ่งล้านบาทแลกกับชื่อเสียงเรียงนาม และจ่ายชดเชยการจูบ การอุ้ม การกอด หวังว่าดุ๊กดิ๊กคงจะชอบนะ” เอ่ยอย่างเจ้าเล่ห์
“ฉัน....”
“ไม่พอใช่ไหม ได้เดี๋ยวให้อีกหนึ่งล้าน แต่ต้องยอมให้ทำมากกว่าจูบนะเมียจ๋า...” เห็นสีหน้าท่าทางอึกอักของหญิงสาวแล้วอดกังวลไม่ได้
“นายเห็นฉันเป็นสิ่งของที่ซื้อได้ด้วยเงินเหรอถึงทำแบบนี้ บอกอยากได้ฉันเป็นเมียแต่ใช้เงินซื้อมายังกับของราคาถูกเนี่ยนะ ฉันเก็บไว้ก็ได้เงิน แต่มีข้อแม้เราต้องศึกษาดูใจกันไปก่อน ฉันไม่แน่ใจว่าผู้ชายบ้านป่าเมืองเถื่อนอย่างนายจะอยากได้ฉันเป็นเมียจริงๆ” พูดพร้อมกับดึงเช็คหนึ่งล้านบาทยัดใส่กระเป๋ากางเกงยีนขาสั้นของตน
“หนึ่งอาทิตย์ดุ๊กดิ๊ก หนึ่งอาทิตย์เท่านั้นกับความอดทนของฉัน ถ้านานกว่านั้นเห็นทีจะไม่ได้” เอ่ยเสียงเข้ม แววตาดุดันจนทำให้เมยานีรู้สึกหวั่นในใจลึกๆ กลัวว่าตัวเองจะคิดผิดที่มาเล่นกับไฟกับหนุ่มใหญ่
“บอกชื่อได้แล้ว เช็คก็เอาไปแล้ว”
“ฉันชื่อเมยานี ขื่อเล่นมีน” ตอบเพียงสั้นๆ
“อายุล่ะเท่าไหร่ บอกด้วย”
ให้เดาตอนนี้ดูจากรูปร่างหน้าตาแม่สาวน้อยดุ๊กดิ๊กคงอายุ 18 ปีแน่ๆ หรือไม่ก็น้อยกว่านั้น ที่ถามเพราะไม่อยากมีปัญหาหรือถูกจับด้วยข้อหาพรากผู้เยาว์
“24 ปีค่ะ” ตอบสั้นๆ เหมือนเคย
“เป็นอะไรไป พูดยาวๆ กว่านี้ไม่ได้เหรอน้องมีน ไม่ดีกว่าเรียกดุ๊กดิ๊กเหมาะกว่า แก้มกลมๆ ป่องๆ นิ่มๆ นี้เป็นของพี่นะจ๊ะ แล้วก็อย่าคิดหนี แล้วพักที่ไหนทำงานอะไรบอกมาด้วยพี่จะจัดการขนข้าวของมาไว้ให้ ส่วนงานลาออกซะพี่เลี้ยงได้เมียคนเดียวเอง และเมียจ๋าต้องนอนกับพี่คืนนี้ ไม่ต้องห่วงแค่นอนกอดเฉยๆ ไม่ทำอะไรเกินนั้นถ้าไม่สมยอม” เอ่ยอย่างเจ้าเล่ห์
ไลน์! ไลน์! ไลน์!
เสียงไลน์ในกระเป๋ากางเกงของเมยานีดังถี่ๆ ติดกัน เจ้าหล่อนไม่สนใจคนตัวโต มือเล็กหยิบล้วงโทรศัพท์เครื่องหรูทันสมัยจากกระเป๋ากางเกงขาสั้นตนออกมาดู
อติคมเห็นดังนั้นก็เดินเข้ามายื่นหน้าส่องดู เมื่อเห็นคนตัวเล็กจ้องจอโทรศัพท์แล้วยิ้มตาม อยากรู้ว่ามันคืออะไรเลยแย่งมาดู
“เอามานะไอ้หนวด” ต่อว่าอีกฝ่ายทันทีเมื่อถูกแย่งเอาโทรศัพท์ไป
ไลน์!
เสียงไลน์ดังและเด้งข้อความขึ้นมาอีกครั้ง แล้วอติคมไม่รอช้าจะปล่อยให้ความสงสัยตัวเองอยู่ได้นาน จึงเสียมารยาทเปิดอ่านมันก่อนเจ้าของเครื่อง
“อะไร? มันคืออะไรดุ๊กดิ๊ก รูปหัวใจนี่” ใช่คนส่งรูปหัวใจมาให้เมยานี ถามด้วยความกรุ่นโกรธ น้ำเสียงไม่พอใจ ยื่นโทรศัพท์มาจ่อหน้าคนตัวเล็ก
“เรื่องส่วนตัวฉัน เอาคืนมานะ” กำลังจะแย่งกลับ แต่อีกฝ่ายชักกลับไปก่อน
“แต่ดุ๊กดิ๊กกำลังจะเป็นเมียพี่ ดุ๊กดิ๊กต้องบอกว่ามันคืออะไร” ผู้ชายล้าสมัย ไม่ทันโลกเทคโนโลยีถามอย่างสงสัย ยิ่งเสียงไลน์ดังเข้ามาเรื่อยๆ ก็ยิ่งไม่พอใจ
“ไลน์ ไม่รู้จักไลน์รึไง ฉันคุยกับเพื่อนที่ทำงานไม่ได้รึไง แล้วนายยุ่งอะไรด้วยไอ้เครา ไอ้ถ่อย ไอ้...โอ้ย! ฉันจะด่านายยังไงดีเนี่ย...” ไม่รู้จะเลือกคำไหนดีมาต่อว่าชายหนุ่มถึงจะสมใจตัวเอง
“ไลน์? มันเป็นยังไง ทำไมพี่ไม่รู้จัก แล้วโทรศัพท์นี่มันเล่นยังไง ใช้ยังไง มันเหมือนซัมซุงฮีโร่ของพี่ไหม” พูดพลางล้วงซัมซุงฮีโร่ออกจากกระเป๋ากางเกงยีนขาดๆ ของตนออกมายื่นส่งให้เจ้าหล่อนดู
จากอารมณ์เกรี้ยวโกรธ ก็เป็นหลุดยิ้มขำ คนอะไรไม่รู้จักไลน์ แล้วไม่รู้จักไอโฟน คือไปอยู่หลังเขา หรือว่าเขาแก่เกินจะรับรู้เรื่องเทคโนโลยี เป็นถึงนายหัวแต่ล้าสมัยแบบนี้มันมีด้วยเหรอ สมแล้วเป็นคนเถื่อน
“นี่คุณไปอยู่ไหนมา ไม่เคยออกไปเจอโลกภายนอกเลยรึไงคุณเครา สมัยนี้โทรศัพท์เขาเล่นเฟซบุ๊ค ไลน์ ทวิต และอีกหลายๆ อย่าง แถมถ่ายรูปได้ด้วย แต่ซัมซุงฮีโร่ของคุณมันทำได้แค่โทรเข้าโทรออก คงอยู่แต่กับสวนจนไม่รู้ว่าโลกภายนอกเขาไปถึงไหนแล้ว รึว่าแก่เกินเรียนแล้วก็ไม่รู้” พูดไปยิ้มไป ก็ดูเอาเถอะใบหน้ารกไปด้วยหนวดเครานั้นทำหน้าเอ๋อ คิดภาพไม่ออก หรือไม่เข้าใจก็ไม่รู้
“ยัง พี่ไม่เข้าใจเลยดุ๊กดิ๊ก” พูดพลางขยับมาทรุดกายนั่งข้างคนอธิบาย เอาคางเกยไหล่มนอย่างถือวิสาสะ จ้องมองใบหน้างามอย่างอ้อนวอนใคร่รู้
“แล้วเฟซบุ๊ค ไลน์ ทวิต พวกนี้พี่จำเป็นต้องเล่นไหม พี่อยากเล่นเหมือนดุ๊กดิ๊ก พรุ่งนี้เราไปซื้อไอโฟนกันและสอนพี่เล่นด้วยนะเมียจ๋า...”
เมยานีผลักคนเกยที่ไหล่ตัวเองออกอย่างรังเกียจ ก็ดูเอาเถอะ เนื้อตัวสกปรกแบบนี้ใครอยากอยู่ใกล้ แล้วอะไรก็ไม่รู้ ทำไมต้องมาตกปากรับคำทำอะไรบ้าๆ แบบนี้ แต่เงินตั้งล้านมันก็น่าลอง แต่อย่าหวังว่าจะได้ฉึกๆ หล่อนเลย
“ฉันชื่อมีน กรุณาเรียกด้วยค่ะ ไม่ใช่ดุ๊กดิ๊ก”
“ดุ๊กดิ๊กน่ารักดีออก แล้วเหมาะกว่ามีนด้วย ไม่รู้แหละ พี่คมจะเรียกดุ๊กดิ๊กใครจะทำไม ตอนนี้เหนียวตัวจัง อยากมีคนขัดหลังให้บ้าง ไปอาบน้ำกัน ส่วนโทรศัพท์ของดุ๊กดิ๊กพี่เก็บไว้ก่อนนะ เพราะพี่ยังโกรธที่เพื่อนผู้หญิงส่งรูปหัวใจมาให้ เป็นผู้หญิงต้องชอบผู้ชาย ไม่ใช่ชอบผู้หญิงด้วยกัน และอย่าส่งหัวใจให้ใครพร่ำเพรื่อด้วย”
อติคมเอ่ยอย่างเผด็จการ ก็ในเมื่อตอนนี้เจ้าหล่อนตกอยู่ในอำนาจความดูแลของเขาแล้ว ก็เธอเล่นรับเงินไปแล้ว เรื่องอะไรจะยอมเสียฟรีๆ ต้องรีบกอบโกยเนื้อขาวๆ ผิวนุ่มๆ เข้าปากให้ฉ่ำอุรา
คุณอาจจะชอบ





