ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ย้อนรักตำหนักชมดาว

ย้อนรักตำหนักชมดาว

ท่ามกลางกระแสธารของน้ำพุแห่งกาลเวลาที่ไหลรินอย่างไม่สิ้นสุด ชายหนุ่มยังคงเฝ้าคอยการกลับมาของหญิงผู้เป็นที่รักด้วยความหวังอันแรงกล้า นวนิยายรักแฟนตาซีที่หยิบยกเอาเกร็ดพงศาวดารจริงจากหน้าประวัติศาสตร์ราชวงศ์หมิงมาถ่ายทอดใหม่ เมื่อโชคชะตาขีดเขียนให้นางเอกหลงยุคกลับมาเผชิญกับเหตุการณ์ในอดีต เธอจะตัดสินใจอย่างไรระหว่างการยอมรับชะตากรรมที่ถูกบันทึกไว้ หรือจะรวบรวมความกล้าเพื่อลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงหน้าประวัติศาสตร์ให้ต่างไปจากเดิม
ตอน
แชร์

ตอน 2

“ เขาติดต่อมาทางอีเมลเมื่อสามวันก่อน ว่ามีที่ดินรกร้างแล้วมีสิ่งนี้”

ก้าวเดินไปที่แล็บท็อป หันจอมาทางพริมมี่ กระดาษน้ำตาลอ่อนที่มี ตัวหนังสือยึกยื้อในนั้น แต่ภาพถูกถ่ายมาแค่ส่วนเดียว

“เชื่อถือได้ไหมคะ อาจเป็นพวกต้มตุ๋น”

สมัยนี้เชื่อใครได้แต่ละคนร้ายๆทั้งนั้นร้ายแบบเปิดเผยแทบไม่มีให้เห็น หลอกลวงยักยอก และโกงแชร์ เตโชยิ้ม

“ผมให้คนตรวจสอบโปรไฟล์แล้วคนคนนี้ เป็นมหาเศรษฐีของจีนเขาให้เราเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ แล้วส่งทีมงานไปพบเขาที่ปักกิ่งได้ในทันทีที่ตอบตกลง”พริมมี่ยังไม่วางใจ

“แล้วจะเชื่อได้อย่างไรค่ะว่าเขาไม่หลอก ไม่เสียอะไรแต่อาจเสียเวลาแล้วไหนจะค่าตั๋วเครื่องบิน”

“เขาโอนเงินค่าใช้จ่ายในการเดินทางและค่าเตรียมการมาให้แล้ว พริมมี่คุณลองทายสิว่าเท่าไหร่”

“ทายไม่ถูกหรอกค่ะ คงไม่เกิน หลักหมื่น”

“สิบล้าน”

พริมมี่ ตลึงจังงัง ในขณะที่เตโชทำท่าภูมิใจนักหนา

“เขา รู้ได้อย่างไรว่าสมบัติที่จะขุดเจอ หรืออาจไม่เจอนั้น จะมีมูลค่าสูงถึงขนาดนั้น”

เตโชส่ายหน้า

“บางทีอาจมีคุณค่าทางใจเพราะเขาบอกว่าลายแทงที่ได้มาเขาเก็บมาตั้งแต่สมัยรุ่นทวด”

แล้วทำไมไม่ขุดตั้งแต่ตอนนั้น พริมมี่คิดในใจ

“เดินทางเมื่อไหร่ค่ะ”เตโชยิ้ม

"ทันทีที่พร้อม ผมไม่ได้เตรียมทีมงานอะไรให้คุณให้ สมศักดิ์ไปกับคุณเพื่อประสานงานแทนคุณที่เป็นหัวหน้าทีม ส่วนทีมขุดก็ชุดเดิม ที่คุ้นเคยกัน”

พริมมี่พยักหน้าลุยป่าลุยเขา ถ้ำ โกฏ วัด ขุมทรัพย์เมืองลับแล ขุดค้นปราสาทเก่าแถวๆ แนวชายแดนก็เคยมาแล้ว นี่ปักกิ่ง คงไม่ลำบากอะไรในเมื่อเป็นถึงเมืองหลวงของจีน ยิ้ม ทั้งสีหน้าและดวงตา……

สมศักดิ์ชายร่างเตี๊ยกระทัดรัด เดินสะพายกระเป๋าหนึ่ง เป้หนึ่งแล้วลากอีกสองตาม หลังพริมมี่ คนงานขุดค้นอีกเกือบสิบคน เดินตามไปยังรถตู้ที่นายจ้างส่งมารับถึงท่าอากาศยานนานาชาติปักกิ่ง ในเขตเซาหยางและบางส่วนของเขตซุ่นอี้ ห่างจากใจกลางกรุงปักกิ่ง32กิโลเมตร

“เรากำลังจะไปไหน”สมศักดิ์ส่งภาษาจีนกลางได้อย่างคล่องแคล่ว

“@$&*$”

พริมมี่กะพริบตาปริบๆๆ ไม่เข้าใจที่โซเฟอร์พูดแม้แต่คำเดียวแต่สมศักดิ์พยักหน้าหงึกหงัก

“กำลังจะกลับเข้าเมืองครับพี่พริม แป๊บเดียวเขาบอกไปถึงก็กินข้าวเที่ยงแล้วคุณซุนเยี่ยเต๋อ…จะมาพบพวกเราเองในที่พักที่เขาจัดให้”พริมมี่พยักหน้าขึ้นลง

“คุณเต หมายถึงคุณเตโชบอกว่าที่พักของพวกเราอยู่ในบริเวณที่จะให้ขุดนั่นล่ะ”

“ดีเลยไม่ต้องเดินทางให้ลำบาก”

“*&*) (@$*^^^”

“อ่อ เขาบอกว่าที่นั่นรกร้างแต่มีบ้านโบราณหลังใหญ่ ให้พักได้ครับ”

พริมมี่ยิ้ม ดีเลยบ้านโบราณไม่เสียเที่ยว คงมีอะไรตื่นตาตื่นใจบ้างล่ะน่า

นั่งรถพอเพลินๆ ยังไม่ทันเบื่อทิวทัศน์สองข้างทางก็น่ามอง รถตู้ใหม่เอี่ยมก็แล่นเข้าไปยังถนนที่ รกครึ้มรถสวนไม่ได้ตามความคิดของพริมมี่สองข้างทางเป็นรั้วต้นไม้ใหญ่

“@#$$%#@@#$%%$##@@”สมศักดิ์พยักหน้า

“เขาบอกว่าที่ดินตรงนี้กว้างเกือบสามพันไร่ ด้านนอกเป็นแหล่งธุรกิจและร้านค้าที่เปิดให้เช่าพื้นที่ โอบรอบไว้ข้างในนี่เป็นบ้านเก่ากับพื้นที่รกร้างเกือบ50ไร่ ที่บริเวณนี้มีเจ้าของเดียวคือคุณซุนเยี่ยเต๋อ”

พริมมี่กลืนน้ำลายลงคอยากเย็น รวยคอดๆ แล้วทำไมไม่จ้างคนที่มีฝีมือด้านการขุดค้นทำไมต้องจ้างทีมงานโนเนมแบบทีมของพริมมี่ หรืออาจเพราะว่าไม่อยากจะให้รัฐบาลรู้แน่ๆ

“@#$%^&*&^&*^!”

“คุณซุนแกเป็นนักการเมืองด้วย สืบทอดตำแหน่งทายาททางการเมือง”

เหมือนกับเข้ามานั่งในใจของพริมมี่ คนขับทำไมอ่านใจออกมาว่าพริมมี่คิดอะไรอยู่

สุดทางรถหักเลี้ยวเข้าไปในประตูเหล็กขาดใหญ่ประตูเหล็กที่เป็นเหล็กจริงๆ เหล็กแผ่นใหญ่เหมือนกับ ที่แห่งนี้เคยเป็นประตูด่านผ่านเข้าออกสมัยโบราณมีไว้ ป้องกันข้าศึกที่จะบุกเข้าไปด้านใน พริมมี่ตื่นตาตื่นใจที่สุดเมื่อประตูเปิดอ้าออกช้าๆ ด้านในเป็นทางเดินปูด้วยหินทอดยาวเข้าสู่ตัวบ้าน ที่มองเห็นเพียงซุ้มประตูที่เขียนเป็นภาษาจีนตวัดด้วยพู่กันลวดลายพลิ้วไหวงดงาม แต่อ่านไม่ออกว่า เขียนว่าอะไร เพราะพริมมี่ไม่เคยเรียนภาษาจีนมาก่อน

“เราจะย้อนอดีตกันไหมสมศักดิ์ถ้าเข้าไปในนั้น”สมศักดิ์อมยิ้ม

“ถ้าย้อนไปอย่างผมนี่คงเป็นได้แค่ขันที พี่พริมฮ่าาา …ส่วนพี่ก็คงนางในหอซักล้าง”

ยิ้มขำกันทั้งสองคน รถแล่นเข้ามาจอดหน้าบ้านไม้ชั้นเดียว ในแบบบ้านเก่าของจีนโบราณ ที่เคยเห็นในซีรีย์จีน พริมมี่กับสมศักดิ์เงยหน้ามอง ป้ายไม้ขนาดใหญ่ที่มองเห็นไม่ชัดในตอนแรก

”ตำหนักชมดาว”

สมศักดิ์พึมพำเบาๆ พริมมี่ขนลุกซู่ ภาพวิ่งเข้ามาในหัวคือ การรัดนิ้วเสียงร้องโอดโอย ม้าแยกร่าง การประหารด้วยดาบคมกริบ หัวที่กระเด็นหลุดออกจากบ่า กลิ้งมาที่แทบเท้า พริมมี่ยกขาขึ้นด้วยความตกใจราวกับว่าภาพที่เห็นเกิดขึ้นจริงๆ

“พี่พริมเป็นอะไร” ยิ้มเจื่อนๆ

“แค่คิดอะไรเพลินๆ ”

สมศักดิ์มองหน้าที่แสดงออกถึงความเสียวสยองของพริมมี่

“เขาบอกว่าที่นี่เป็นห้องหอขององค์ชายสร้างขึ้นเพราะความรัก เหมือนทัชมาฮาลเป็นสัญลักษณ์ของความรักในพระมเหสี ไม่สิต้องใช้คำว่าชายา พี่พริมคิดไปถึงไหนกัน..ชื่อออกเพราะ…ตำหนักชมดาว…”

“ฮ่าาาา พี่คิดมากไปเองเราพักที่นี่ใช่ไหม”สมศักดิ์พยักหน้า

“ไปเถอะกินข้าวหิวแล้ว เดี๋ยวคุณซุนก็คงจะมา”1442 คำแก้ไข

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ไม่มีอีกแล้ว...สตรีที่เคยโง่งมผู้นั้น
9.7
เมื่อสวรรค์เมตตาให้โอกาสครั้งที่สอง นางผู้เคยถูกความรักบังตาจนพบจุดจบอันน่าเวทนาด้วยน้ำมือชายที่รักที่สุด จึงได้ย้อนเวลากลับมาเมื่อห้าปีก่อนอีกครั้ง ในชาตินี้สตรีที่เคยโง่งมได้ตายจากไปแล้ว เหลือเพียงหัวใจที่เต็มไปด้วยบทเรียนล้ำค่า นางสาบานกับตนเองว่าจะไม่ยอมเป็นหมากให้เขาหลอกใช้หรือก้าวเข้าสู่เส้นทางที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาและความเจ็บปวดซ้ำรอยเดิมอีกต่อไป แม้เขาจะพยายามลวงล่อเพียงใด นางจะขอลิขิตชีวิตใหม่ด้วยมือของตนเอง
หน้าปกนวนิยาย กลับมาครั้งนี้ข้าขอเพียงชีวิตที่สงบสุข
8.4
เหอหลันฮวา บุตรสาวคนโตของตระกูลเหอผู้เคยจบชีวิตลงอย่างน่าสลดในอดีตชาติเพียงเพราะความอิจฉาริษยาจากน้องสาวต่างมารดา ทว่าเมื่อโชคชะตาบันดาลให้เธอได้รับโอกาสหวนคืนกลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้ง เป้าหมายเดียวที่เธอปรารถนาหาใช่การเดินบนเส้นทางแห่งการล้างแค้นที่เต็มไปด้วยเลือดและความโกรธแค้น แต่กลับเป็นการได้ใช้ชีวิตที่เรียบง่ายและสงบสุขเคียงข้างสามีสุดที่รักของเธอไปตลอดกาล โดยไม่ต้องเข้าไปพัวพันกับความวุ่นวายหรือโศกนาฏกรรมซ้ำรอยเดิมอีกต่อไป
หน้าปกนวนิยาย เมื่อตัวประกอบทะลุมิติมาเป็นคุณแม่เลี้ยงเดียวยุค 80's
9.3
หลินเหยาซื่อประสบอุบัติเหตุในปี 2023 แต่กลับตื่นขึ้นมาในร่างหญิงสาวชื่อเดียวกันช่วงปี 1980 พร้อมบทบาทคุณแม่ลูกแฝดวัยสามขวบ เมื่อกั๋วคังเหรินผู้เป็นสามีที่เคยหายสาบสูญเดินทางกลับมา เขากลับพบว่าภรรยาจดจำเขาไม่ได้เลยแม้แต่น้อย ท่ามกลางความสับสนเหยาซื่อพยายามเอ่ยปากขอหย่าขาดจากเขาเพื่อคืนอิสระให้แก่กัน ทว่าชายหนุ่มกลับปฏิเสธอย่างหนักแน่นด้วยจุมพิตที่เผ็ดร้อนและคำประกาศกร้าวว่าเขาจะไม่มีวันยอมให้การแยกทางเกิดขึ้นระหว่างเราสองคนอย่างเด็ดขาด
หน้าปกนวนิยาย โอเมก้าผู้ถูกทอดทิ้ง  หายนะของจอมราชันอัลฟ่า
9.2
ตลอดสิบห้าปี ฉันคือคู่แท้และที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของอัลฟ่าดัสติน แต่ความภักดีนั้นพังทลายลงเมื่อฉันพบหลักฐานการคบชู้กับผู้ช่วยสาว ความเจ็บปวดจากการถูกหักหลังรุนแรงจนร่างกายปฏิเสธสายใยวิญญาณ เมื่อชู้รักส่งภาพการตั้งครรภ์มาเยาะเย้ย ฉันจึงตัดสินใจตัดขาดทุกอย่างโดยไม่เรียกร้องทรัพย์สินใดๆ การจากไปครั้งนี้ไม่ใช่การยอมแพ้ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของแผนการทำลายล้างโลกของเขาด้วยมือของฉันเอง
หน้าปกนวนิยาย คุณหมอสายรุก
8.6
เรื่องราวความรักสุดเร่าร้อนของสามคุณหมอหนุ่ม หมอเจนจบจอมรุกต้องรับมือกับพลอยใส พยาบาลสาวสุดมั่นที่ทำเป็นไม่สนใจแต่กลับซ่อนความปรารถนาอันรุนแรงเอาไว้ ด้านหมอติณณ์ สูตินรีแพทย์รุ่นใหญ่ต้องช่วยหนูนา พยาบาลสาวตัวเล็กที่บังเอิญโดนยาจนครางกระเส่าต่อหน้าเขา และหมอไมเคิล ผู้บริหารหนุ่มสุดหล่อที่ต้องจัดการกับพรพรรณ คนไข้สาวจอมโวยวายที่เรียกร้องอยากโดนฉีดยา จนเขาต้องจัดเข็มพิเศษให้ตามคำขอ งานนี้หมอหนุ่มทั้งสามจะรักษาเยียวยาหัวใจสาวๆ ด้วยวิธีสุดสยิวที่ลืมไม่ลง
หน้าปกนวนิยาย ท่านอาเจ้าขา...ข้าอยากเป็นภรรยาของท่าน
9.2
คำโปรย หลังจากบิดามารดาเสียชีวิต จูเมยได้ถูกท่านอาบุญธรรมรับเลี้ยง ท่านอาผู้เปี่ยมด้วยความอ่อนโยนและเมตตา ได้กลายเป็นเสาหลักเพียงหนึ่งในชีวิตนาง หัวใจที่อ่อนโยนของจูเมยเริ่มเต้นแรงเมื่ออยู่ใกล้ท่านอา แต่ท่านอาคิดอย่างไรกับนางกันแน่? หรือว่าความรักนี้เป็นเพียงความรู้สึกที่นางมีอยู่เพียงฝ่ายเดียว? เมื่อหัวใจต้องเผชิญกับความไม่แน่นอน จูเมยกลับรู้สึกเจ็บปวดกับความรู้สึกนี้ "ท่านอา...อย่าดีต่อข้ามากนักได้หรือไม่" นิยายเรื่องนี้เป็นนิยายรักจีนโบราณ มีดราม่าเล็กน้อยช่วงเริ่มต้น จบสุขนิยม ไม่มีนอกกายนอกใจ เป็นความรักฟิน ๆ ระหว่างท่านอาและหลานสาว(บุญธรรม)ตัวน้อยของตนเอง