
Come Back โปรดกลับมารักกัน
ตอน 2
แต่งงาน คำนี้มันยอกแสลง! แม้จะเป็นเพียงการพูดเล่น
“กูไม่อยากแต่ง แต่ละคนที่แม่ติดต่อมาให้ ไม่หมวยเกี๊ยะ ก็คุณหนูจ๋า เรื่องเมียกูหาเองได้ ผู้หญิงของกูมันต้องตามใจกูเปล่าวะ?”
“ก็ถ้าลองตามใจมึง ก็คงได้แบบอีเด็กเมย์นั่น มึงรู้ไหมวันก่อนมันตามมากรีดกระเป๋าฟ้า ดีกูไปทัน ไม่งั้นมันลากน้องกูไปตบข้อหาสนิทสนมกับมึงเกินหน้าเกินตา”
คีรินเงียบไป ลืมตาขึ้นมองเพดาน กับเด็กเมย์นั่นมันเป็นความคะนอง เล่นปีนหน้าต่างหอพักชายล้วนขึ้นมา หวังจะเคลมเขาตอนเมาหลับ ถ้าเขาไม่ช่วยเอาหล่อนซ่อนจากอาจารย์ผู้คุมหอ
นอกจากจะโดนภาคทัณฑ์ ก็คงจะโดนสั่งพักการเรียน จบช้าเข้าไปอีก
ปีนี้เขาเรียนจบแล้วแม้จะอยากตามตื๊อเขาแค่ไหน แค่ไม่อ่านไลน์ ไม่โทรกลับ บล็อกเบอร์ไปก็จบ
เรือนผมสีดำสนิทเหมือนท้องฟ้ายามราตรี คีรินยกมือขึ้นขยี้เส้นผมตัวเองแรง ๆ
“ฟ้า เป็นไงบ้างล่ะ ตกใจไหม?”
“ตกใจเหรอ น้องกูมันพวกขวัญอ่อน แค่โดนกรีดกระเป๋าก็ร้องแล้ว ไอ้ที่จะเป็นเรื่อง คงจะมีแต่ทัพหน้าสามสาวพาวเวอร์พัฟเกิร์ลเถอะ”
รักษิตา (น้ำหวาน) จันทิรา (จินนี่) สุดธิดา (ทราย)
สามแสบแก๊งโลกแตก ไอ้ที่ช่วยดามก็รู้สึกขอบอกขอบใจ แต่ไอ้ที่จะชวนน้องเขาไปเป็นพยานเพื่อให้พวกนาง ๆ ทั้งหลายได้สลายความแค้น นวดศัตรูด้วยฝ่ามือนี่สิ ดามแทบจะกัดลิ้นตัวเองตาย ถ้าไปไม่ทันสงสัยน้องสาวคนเดียว คงได้โดนโยงเข้ากลุ่มไปด้วยเป็นแน่
“ไอ้คี มึงลืมบอกฟ้าหรือยัง เรื่องจะไปเรียนต่อ”
คีรินเงียบหนักกว่าเดิม นอนเบนสายตามองออกไปนอกหน้าต่าง พ่อของเขาคาดหวังในตัวเขามากเกินไป อันที่จริงแม้จะเป็นเด็กรักเที่ยว แต่ก็เพราะอยู่ในวัยคะนอง
แต่ถึงเที่ยวเตร่เกรดเฉลี่ยของคีรินไม่เคยตกไปจากระดับดีเด่น เขาไม่ได้อยากไปต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นที่ไหน ก็ไม่น่าอยู่เท่าที่เมืองไทย วัฒนธรรมความเป็นอยู่ ภาษา หรือแม้แต่รอยยิ้มของใครบางคน มันฝังใจ
ก๊อก ๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้น
ประตูถูกบิดลูกบิดแล้วผลักเข้ามา ใบหน้าเล็กน่ารักแย้มยิ้มโผล่หัว คีรินหลับตาลงแสร้งทำเป็นหลับ แต่ดามพงษ์ทราบดีว่าไม่มีใครอื่นที่กล้ารุกล้ำเข้ามาในห้องส่วนตัว หากไม่ใช่น้องสาวเพียงคนเดียว
“ผู้ชายเขาอยู่กันเต็มห้อง จะเข้ามาทำไม?”
ออกอาการหวงน้องทางน้ำเสียง เธอพยายามแล้วที่จะห้ามใจไม่ให้เดินมาเคาะประตู แต่ไอ้ผนังห้องที่มันสร้างดีเกินไป หนาเสียจนฟังอะไรแทบไม่ได้ยิน
ดอกฟ้าเลยตัดสินใจหน้าด้านตากหน้าเข้ามาเคาะประตู ใบหน้าเล็กรูปหัวใจกับเรือนผมสีดำยาวสยายจนถึงสะโพก ยิ่งช่วยห่อหุ้มร่างเล็กบอบบางของเธอให้ดูเปราะบางชวนถนอมยิ่งขึ้น
“ก็มันอ่านหนังสือไม่เข้าใจ จะสอบแล้วด้วย คะแนนก็ไม่ค่อยดี”
ดอกฟ้าแสร้งทำหน้าเศร้า หากมีหูบนศีรษะคงเหมือนลูกหมาตัวเล็ก ๆ ที่กระดิกหู กระดิกหาง ทำหน้าตาน่าสงสาร
“เอ... วิชานี้ไม่เคยเห็นเราสอบตกนี่ แต่เอาเถอะเดี๋ยวพี่เขียนแปลนเสร็จก่อนนะ แล้วจะไปสอนให้”
ผู้เป็นน้องสาวยังคงเหลือบสายตาไปมองคนร่างสูงที่ยังนอนสงบคล้ายไม่ได้ยินสิ่งที่ตนพูดออกไป เขาเย็นชาใส่เธอจนชวนท้อใจ
“เดี๋ยวหนูไปให้พวกยายทรายช่วยติวให้ก็ได้ ไม่กวนพี่ดามหรอกจ้ะ” และยิ้มแห้ง
“เอาอย่างงั้นนะ ก็ดี พี่ก็กำลังเร่งงานเหมือนกัน เรียนจบแล้วแท้ ๆ ยังต้องมานั่งทำงานหาเงินส่งตัวเองเรียนต่อโทอีก ปวดหัวชะมัดเลย ไม่รู้คิดถูก หรือว่าคิดผิดที่เลือกเรียนต่อ” บ่นไปตามประสาคนพูดมาก
“พี่อยากจะเรียนเองนี่นา ใครก็ไม่ได้บังคับ ฟ้าบอกแล้วให้รีบแต่งงานหาพี่สะใภ้ไว ๆ พวกคุณอาเขาจะได้สบายใจเสียที”
“หา!” เสียงหลุดกลั้นขำออกมาจากผู้ชายร่างสูงที่นอนนิ่งอยู่ คีรินลืมตาขึ้นเบนมามองทางหญิงสาว ที่กำลังหน้ามุ่ยอยู่ตรงประตู เขายกขาสองข้างขึ้นสูงแล้วเด้งตัวขึ้น
คีรินแกล้งถีบเข้าที่หลังของดามไปที
“ไปสิ ไปห้องฟ้ากัน พี่จะสอนให้”
“ไอ้คี มึงไม่ต้องเลย เดี๋ยวกูสอนน้องกูเอง!” คีรินยกขาขึ้นเขี่ยเก้าอี้ที่ดามนั่งอยู่แล้วออกแรงยันแรง จนดามแทบหล่นจากเก้าอี้
“ไอ้เวร แกล้งกูอีกจนได้!”
“มึงนั่งทำงานอาจารย์วิสิทธิ์ให้เสร็จเหอะ ถ้ามึงทำเสร็จไอ้ที่อาจารย์รับปากจะช่วยมึงเรื่องเข้าบริษัทที่มึงอยากทำงานจะได้เรียบร้อยเร็วขึ้น จริงไหม”
เมื่อไม่มีพ่อแม่ แม้จะมีอาและอาเขยช่วยผลักดันดูแล แต่อาหญิงเป็นเพียงผู้หญิงอยู่กับบ้านทำขนมขาย จะไปช่วยสนับสนุนให้ดามได้พบเจอเส้นทางสายงานที่ตนถนัดคงเป็นไปไม่ได้ เมื่อต้องเรียนรู้การมีชีวิตอยู่เพื่อเอาตัวรอด ดามมองเห็นอนาคตที่ตนต้องไขว่คว้า เพราะไม่ใช่มีแค่ตนเอง แต่ยังมีน้องสาวอีกคนที่เขาต้องดูแล
คีรินเดินผ่านร่างเล็กบอบบางของฟ้า แต่ก่อนจะเดินผ่านดวงตาคมกริบกวาดลงมอง
“มาสิ เวลามีน้อย รีบมาติวกันให้มันจบ ๆ ไป”
แค่ได้ยินเสียงทุ้มต่ำเรียก ร่างทั้งร่างยังร้อนผ่าว รู้สึกได้เลยว่าแก้มทั้งสองข้างร้อนกว่าส่วนอื่น สองแขนกอดตำราแนบอกแน่น เหมือนจะกดให้มันจมลงไปฟังเสียงหัวใจที่กำลังเต้นอย่างกับกลองรัว
คีรินเข้ามาในห้องนอนของฟ้า บรรยากาศก็เป็นห้องนอนของเด็กผู้หญิง ทุกอย่างเป็นระเบียบสะอาดสะอ้าน ไม่เหมือนห้องของเพื่อนเวร รกเกะกะอย่างกับป่าทึบ เมื่อเช้าตอนเข้าไปยังต้องเอาเท้าเขี่ยกางเกงบอกเซอร์ที่ใส่แล้วทิ้งลงไปข้างเตียง
คุณอาจจะชอบ





