
พลาดรักท่านประธาน
ตอน 2
“นายคิดดีแล้วเหรอเหมันต์ ถ้าจะเปลี่ยนคู่ก็ได้นะ ฉันโอเค” เด็กสาวได้แต่ยืนก้มหน้า ไม่กล้าแม้แต่จะหันไปมองหน้าเหมันต์ ถึงแม้ในใจลึกๆ จะหวังก็ตามที
“แล้วจะทำให้เรื่องมันยุ่งยากทำไม เธอกับฉันคู่กันน่ะดีแล้ว” เหมันต์ตอบกลับ พลางจ้องมองเด็กสาวตัวอ้วนแก้มยุ้ยที่ยืนอยู่ข้างๆ
“งั้นถ้าพร้อมเมื่อไหร่ก็บอกมาได้เลยนะ”
“งั้นเย็นนี้เลยไปเป็นไง”
“เย็นนี้เลยเหรอ?” ริสาเงยหน้ามองเด็กหนุ่มด้วยความประหลาดใจ เพราะไม่คิดว่าเขาจะนัดหมายเร็วขนาดนี้
“หรือว่าเธอไม่สะดวก?”
“ดะ…ได้สิ เย็นนี้ก็ได้”
“งั้นเย็นนี้เจอกันที่หลังอาคารเรียน”
“อืม ตกลงตามนี้ แล้วเจอกันนะ”
“กรี๊ดดดด นี่มันพรหมลิขิตชัดๆ เลยนะยะ ที่แกกับเหมันต์ได้คู่กัน” อิงฟ้าร้องแซวเพื่อนสาวหลังจากที่เดินกลับมายังโต๊ะของตัวเอง
“พะ…เพ้อเจ้อน่า” ริสาพูดแก้เขินก่อนจะเบือนหน้าหันหนีไปอีกทาง แล้วต้องพบกับสายตาคู่คมของเหมันต์ที่มองมาทางเธอพอดี
หัวใจดวงน้อยกลับมาเต้นแรงอีกครั้งเมื่อบังเอิญสบตากับเด็กหนุ่มแบบที่ไม่ทันได้ตั้งตัว
“ดูหน้าแกสิ แดงระเรื่อเหมือนลูกมะเขือเทศเลยอ่ะ ฉันรู้แกก็ดีใจใช่ม่ะ กรี๊ดออกมาเลยริสา กรี๊ดออกมาสิ”
“ฉันทำอะไรแบบนั้นไม่เป็นหรอก”
“อะไรของแกเนี่ย ไม่ตื่นเต้นหรือไงที่จะได้อยู่ใกล้พ่อเทพบุตรในฝัน”
“แกว่าเหมันต์จะรู้ไหมว่าฉัน เอ่อ…” ดวงตากลมโตสอดส่องมองทางซ้ายขวา ก่อนจะพูดมันออกไป
“รู้ว่าฉันคิดยังไงกับเขา”
“ไม่รู้ก็แปลกแล้วย่ะ คนในโรงเรียนเขาพูดกระแหนะกระแหนใส่แกเช้าเย็นขนาดนี้ ยังไงก็ต้องเข้าหูเหมันต์บ้างแหละ”
“แล้วฉันควรทำตัวยังไงดี?” เด็กสาวถอนหายใจออกมาอย่างคิดไม่ตก
“ก็ไม่ต้องทำไง ทำตัวให้เป็นปกติ อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด”
“…..”
ตอนเย็น…
ริสาก้มลงมองนาฬิกาข้อมือ พบว่าตอนนี้เลยเวลานัดมาเกือบชั่วโมงแล้ว แต่เหมันต์ก็ยังไม่มาหรือบางทีเขาอาจจะกลับบ้านไปแล้วก็ได้ แต่เธอก็เลือกที่จะนั่งรอ
ตึกตัก! ตึกตัก! เสียงฝีเท้าของใครบางคนดังขึ้นด้วยความรีบร้อน ก่อนจะมาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ ใบหน้าจิ้มลิ้มเงยหน้าขึ้นมองยังบุคคลที่มาใหม่ แล้วพบว่าเป็นเหมันต์ เด็กหนุ่มที่เธอกำลังนั่งรอ
“โทษทีที่มาช้า พอดีมีธุระต้องเคลียร์นิดหน่อย”
“ไม่เป็นไร ฉันก็เพิ่งมาเหมือนกัน” ริสาโกหกคำโตเพราะไม่อยากให้คนตรงหน้ารู้สึกไม่ดี
“ถ้าพร้อมแล้วก็เริ่มกันเลย”
ริสาถึงกลับทำอะไรไม่ถูกเมื่อเด็กหนุ่มหย่อนตัวนั่งลงข้างๆ เธอ นับว่าเป็นครั้งแรกของเขาและเธอที่ได้อยู่ใกล้ชิดกันมากขนาดนี้
กลิ่นน้ำหอมจางๆ ของเหมันต์ทำเอาความคิดของริสาเตลิดไปไกล ยิ่งได้มองใกล้ๆ มันยิ่งทำให้เธอชอบเขามากขึ้นไปอีก
“จะมองหน้าฉันอีกนานไหม?” ริสาถึงกลับสะดุ้งตื่นจากภวังค์เมื่อได้ยินเสียงของเหมันต์ ไม่รู้ว่านานแค่ไหนที่เธอเผลอจ้องหน้าเขาอยู่แบบนั้น
“สิ่งที่เธอควรมองคือหนังสือไม่ใช่หน้าฉัน”
เด็กสาวรีบละสายตาเมื่อได้ยินในสิ่งที่เขาบอก
“เดี๋ยวฉันมานะ ขะ…ขอตัวไปซื้อน้ำก่อน” เด็กสาวเอ่ย แล้วรีบหยัดตัวลุกเดินออกมาด้วยความเขิน ท่ามกลางสายตาของเหมันต์ที่มองตามออกมา
ผ่านไปราวๆ เกือบยี่สิบนาที เด็กสาวเดินกลับเข้ามาพร้อมกับอาหารเต็มไม้เต็มมือ มีทั้งน้ำหวาน ผลไม้ และขนมชนิดต่างๆ
“ฉันซื้อน้ำกับผลไม้มาฝากนายด้วยนะ”
“วางไว้ตรงนั้นแหละ”
“…..” เด็กสาววางสิ่งของลงบนโต๊ะ แล้วหยิบมันเข้าปากเคี้ยวด้วยความเอร็ดอร่อย
“ก็เพราะว่ากินเยอะแบบนี้ไง ถึงได้อ้วนเหมือนหมู” เหมันต์พูดขึ้นลอยๆ ทำเอาริสาถึงกลับหยุดชะงักไปชั่วขณะ
“ก็คนมันหิวนี่น่า”
“แล้วทำไมไม่กินผักกินผลไม้ กินแต่ขนมกับน้ำหวานไม่มีประโยชน์”
“ก็ของมีประโยชน์มันไม่อร่อย”
เด็กหนุ่มได้แต่ส่ายหัวด้วยความเอือมระอา เมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าไม่ได้สะทกสะท้านกับคำพูดของเขาแต่อย่างใด
“เหมันต์!” เด็กสาวร้องด้วยความตกใจเมื่อเหมันต์ถือวิสาสะแย่งผลไม้ออกจากมือเธอแล้วนำไปกินต่ออย่างไม่คิดรังเกียจ
“อะไร?”
“แต่ชิ้นนั้นฉันกัดแล้วนะ”
“ฉันรู้ แต่ไม่ถือ”
“…..” ริสาถึงกลับไปไม่เป็นเมื่อได้ยินในสิ่งที่เขาตอบกลับมา
“วันนี้พอแค่นี้ก่อนแล้วกัน เอาไว้ครั้งหน้าค่อยว่ากันใหม่”
“เอาแบบนั้นก็ได้”
“ตอนนี้เย็นมากแล้ว เดี๋ยวฉันไปส่งที่บ้านแล้วกัน”
“ไม่เป็นไร บ้านฉันอยู่ไกล นายไม่ต้องลำบากไปส่งหรอก” ริสาตอบพลางเก็บข้าวของใส่กระเป๋ากระพายใบใหญ่
“ทำไมเธอถึงชอบเข้าใจอะไรยากๆ ฉันบอกว่าจะไปส่งก็คือไปส่ง”
“เอางั้นก็ได้” เด็กสาวตอบรับอย่างไม่มีทางเลือกเมื่อได้เห็นสายตาเย็นชาที่เขามองมา
“…..”
ริสาเดินตามหลังคนตัวโตออกมาอย่างเงียบๆ เพราะกลัวว่าจะเผลอทำตัวให้เขารำคาญ
“เดี๋ยวก่อนเหมันต์!”
“อะไร?”
“รถของนายจอดอยู่ทางนู้นไม่ใช่เหรอ?” ริสาชี้นิ้วไปทางโรงจอดรถที่อยู่ด้านหลังอาคารเรียน แต่เหมันต์กับพาเธอเดินผ่านไป
“ใช่ แต่วันนี้ขี้เกียจขับรถ จะกลับรถเมล์”
“อ่อ…อืม” เด็กสาวพยักหน้ารับ ถึงแม้จะสงสัยในการกระทำของเหมันต์แต่ก็ไม่กล้าเอ่ยปากถามต่อ
คนทั้งสองนั่งรอรถเมล์ข้างๆ กันท่ามกลางสายตาของนักเรียนคนอื่นๆ ที่มองมาแล้วพากันซุบซิบนินทา
ริสาเอาแต่ก้มหน้าก้มตาเล่นโทรศัพท์ทำเหมือนว่าไม่สนใจ ทั้งๆ ที่คนพวกนั้นกำลังพูดถึงเธออยู่
“รถเมล์มานั่นแล้ว เดินนำไปสิ”
“…..” ริสาเดินนำหน้าเด็กหนุ่มขึ้นมาบนรถประจำทาง พร้อมวาดสายตามองหาที่ว่าง
“ข้างหลังมีที่ว่าง ไปนั่งกัน” เหมันต์จับมือริสา ก่อนจะพาเธอได้มานั่งยังเบาะหลัง
ใบหน้าจิ้มลิ้มแดงระเรื่อด้วยความเขิน หลังจากที่ถูกเหมันต์จับมือ มันเป็นเรื่องที่ไม่คาดคิดคาดฝันมาก่อนด้วยซ้ำ
“บ้านเธออยู่แถวไหน?”
“ซอย11/12” เด็กสาวสะดุ้งตื่นจากภวังค์ตอบกลับไป
“ฉันพอจะรู้จัก เคยแวะเข้าไปเก็บค่าเช่าห้องให้แม่อยู่บ่อยๆ”
“อย่าบอกนะว่าอพาร์ตเมนต์ใหญ่ๆ หลายร้อยห้องนั้นเป็นของบ้านนาย” ริสาถามด้วยความตื่นเต้น เพราะในซอยบ้านเธอมีหอพักอพาร์ตเมนต์ขนาดใหญ่แค่ที่เดียว
“ของบ้านฉันเอง”
“อู้หู้ว แบบนี้ก็รวยแย่เลยสิ”
“ไม่รวยหรอก พอมีพอกิน”
“ถ้านายพอมีพอกิน ฐานะบ้านฉันคงเป็นยาจก”
“ขนาดยาจกยังอ้วนขนาดนี้ ถ้าบ้านเธอมีกินจะอ้วนขนาดไหน” เหมันต์เอาแต่จ้องมองแก้มป่องของเด็กสาวอยู่แบบนั้น เขารู้สึกเอ็นดูอย่างบอกไม่ถูก
“เอาไว้เข้ามหาลัยแล้วค่อยลดน้ำหนักแล้วกัน” ริสาพูดอย่างท้อแท้ แค่คิดว่าจะลดน้ำหนักอดกินของอร่อยๆ ชีวิตของเธอก็เหมือนจะเหี่ยวเฉาขึ้นมาซะงั้น
“ไม่ต้องลดหรอก แบบนี้ก็น่ารักดีอยู่แล้ว”
“เมื่อกี้นายพูดว่าไงนะ เสียงรถมันดังฉันไม่ได้ยิน”
“ฉันก็พูดไปเรื่อยเปื่อย ช่างมันเถอะ”
คุณอาจจะชอบ





