
คุณพ่อทวงรัก
ตอน 2
บทที่ 2 เขาเป็นลูกของฉันคนเดียว!
ครั้งหนึ่งตอนสมัยพามิลานไปสมัครเข้าเนิร์สเซอรี่เป็นครั้งแรก มิลานจะชอบมองเพื่อนเวลาที่มีพ่อมารับมาส่งเสมอ เพื่อนๆ พากันอวดว่าพ่อของตัวเองเจ๋งแค่ไหน บางคนก็คุยถึงของเล่นที่พ่อซื้อให้อย่างภูมิใจ แม้ว่ามิลานจะหัวเราะสนุกสนานไปกับทุกคน แต่รินนาก็รู้ว่าลูกชายกำลังเสียใจ เพราะเธอไม่เคยบอกเจ้าตัวน้อยว่าพ่อของเขาเป็นใคร... สิ่งที่รินนาทำได้คือกอดมิลานไว้แน่นๆ แล้วกระซิบบอกอย่างตรงไปตรงมาว่าพ่อของเขาไม่มีวันกลับมาอีกแล้ว
“ทำไมล่ะฮะ” มิลานมักจะถามกลับมาแบบนี้เสมอ เด็กตัวแค่นี้ยังเล็กเกินไปที่จะเข้าใจเรื่องซับซ้อนของผู้ใหญ่ รินนาเองก็ยังไม่พร้อมที่จะให้ลูกชายรู้ความจริง
“คุณพ่อของหนูอยู่ไกลมากจ๊ะ”
“ไกลแค่ไหนฮะ ไกลถึงภูเขาเลยรึเปล่า?” มิลานกะพริบตาปริบๆ แล้วลุกไปรื้อสมุดแผนที่มาเปิดดูด้วยความไร้เดียงสา รินนาจึงเจ็บปวดเหลือเกินเมื่อเห็นแววตาเปี่ยมความหวัง ลูกต้องการให้เธอช่วยตัดสิน “ไกลถึงทะเลทรายเลยใช่มั้ยฮะ”
“ไกลกว่านั้นอีกจ๊ะ...” รินนาเอ่ยแผ่วเบาและลูบแก้มเจ้าตัวน้อย ดวงใจของแม่... ผู้หญิงตัวคนเดียวอย่างรินนามีเพียงแค่มิลานเป็นทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต ใครๆ ก็อยากรู้ว่าพ่อของมิลานคือใคร ทำไมถึงปล่อยให้เธออุ้มท้องตามลำพังโดยไม่รับผิดชอบ บางคนก็ว่าเธอโง่ ปล่อยเนื้อปล่อยตัวให้ผู้ชายง่ายๆ แต่คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวไม่สนใจว่าใครจะพูดถึงเธออย่างไรหรอก ทว่าถ้าหากใครกล้าพูดจาทำร้ายจิตใจมิลานล่ะก็ รินนาไม่ปล่อยไว้แน่
“เราไปหาพ่อกันได้ไหมฮะ เพื่อนล้อผมว่าผมไม่มีพ่อ” มิลานสะอื้น น้ำตาไหลเงียบๆ คำล้อของเพื่อนๆ ไม่กี่คำแต่ทำให้เด็กชายคนนี้ปวดร้าวเหลือเกิน
“มิลานมีพ่อจ๊ะ” เธอยืนยันหนักแน่น ไม่ต้องการให้เด็กน้อยมีปมด้อยเด็ดขาด “พ่อของลูกแค่กลับมาตอนนี้ไม่ได้เท่านั้น”
“แล้วพ่อจะกลับมาตอนไหนฮะ ผมจะเตรียมหมอนให้พ่อนอนกับผม” ดวงตาของเจ้าลูกชายมีความหวัง จัดแจงลุกขึ้นจัดเตียง ยอมแบ่งหมอนกับผ้าห่มผืนโปรดให้พ่อ “แม่นอนฝั่งซ้าย พ่อนอนฝั่งขวาแล้วผมจะนอนตรงกลางฮะ”
“มิลานจ๊ะ” รินนาตัดสินใจเก็บงำความเศร้า กอดลูกชายไว้และพูดอย่างชัดถ้อยชัดคำ “พ่อของลูกเขาตายไปแล้ว”
“ตายแปลว่าอะไรฮะ” เด็กตัวเล็กแค่นี้ยังไม่เข้าใจความตาย รินนาจึงไม่อาจใจร้ายทำลายหัวใจแสนไร้เดียงสาได้ลงคอ
“หมายถึงคุณพ่อของลูกเขาไปอยู่กับเทวดาบนท้องฟ้าแล้วยังไงล่ะจ๊ะ”
มิลานรับฟัง แต่ก็ยังไม่เข้าใจ “ให้พ่อกลับมาอยู่ที่บ้านกับเราก็ได้นี่ฮะ ผมไม่โกรธที่พ่อไม่กลับบ้านตั้งนานหรอกฮะ ผมแค่อยากขี่คอพ่อเหมือนเพื่อนคนอื่นบ้าง”
“ถ้าพ่อยังอยู่ พ่อจะต้องทำอย่างนั้นแน่นอนจ๊ะ พ่อรักมิลานมากเลยนะ ตอนที่ลูกเกิดมาใหม่ๆ ร้องโยเยทั้งคืน พ่ออุ้มมิลานนั่งเก้าอี้โยกปลอบใจทั้งคืนเลยล่ะ” มิลานยิ้มกว้างพลางเช็ดน้ำตาให้แม่ กลายเป็นฝ่ายกระซิบปลอบว่าเดี๋ยวพ่อก็กลับ คงเป็นเพราะเด็กมักจะจัดการความเศร้าได้ดีกว่าผู้ใหญ่ ดูได้จากตอนที่รินนากำลังจะจนปัญญาอธิบายอยู่นั้นเอง มิลานก็หาคำตอบให้ตัวเองได้
“อ๋อ... ผมรู้แล้ว พ่อไปทำงานอยู่ใช่มั้ยฮะ พ่อของเพื่อนผมคนนึงก็ต้องนั่งเครื่องบินไปทำงาน กลับมาแค่ปีละสองเดือนเอง”
“เอ่อ... จ๊ะ พ่อไปทำงาน”
บทสนทนาหลังนิทานก่อนนอนต้องจบลงแบบนี้เสมอ มิลานเกี่ยวก้อยสัญญาว่าจะเป็นเด็กดี ยอมกินผักให้หมดจาน เทวดาจะได้ปล่อยพ่อจะกลับมาเร็วๆ รินนาได้แต่ยิ้มทั้งน้ำตาและเฝ้ามองความหวังแสนบริสุทธิ์ของมิลานอยู่ข้างๆ กลัวเหลือกลัวว่าความรู้สึกเปราะบางนี้จะพังทลายลง
“แม่สัญญานะฮะว่าพ่อจะกลับมา”
“แล้วแม่จะบอกพ่อให้จ๊ะ แม่รักลูกนะ”
“ผมก็รักแม่ฮะ” รินนาหอมแก้มลูกชาย กระชับผ้าห่มแล้วปิดประตูห้องนอนอย่างเบามือ เธอทำได้แต่เดินวนไปเวียนมาหลังจากมิลานหลับไปแล้วเพราะไม่รู้จะทำอย่างไรกับความเจ็บปวดนี้ดี คนเป็นแม่ทำได้แค่ประคับประคองและปกป้องลูกชายไว้ ตั้งใจว่าจะค่อยๆ อธิบายความจริงว่าพ่อของเขาตายไปแล้ว แต่ทุกวันเด็กน้อยจะคอยยืนชะเง้อคอมองออกไปนอกรั้วโรงเรียน เผื่อว่าจะมีใครเดินเข้ามาหยุดยืนตรงหน้าแล้วบอกเขาว่า ‘พ่อกลับมาแล้ว’
และเมื่อวานนี้เขาก็กลับมาแล้วจริงๆ
ผู้ชายคนนั้นชื่อเลออง เวอร์ริเซีย เขาบอกว่าต้องการมิลานคืน...
ตระกูลเวอร์ริเซียเป็นตระกูลชั้นนำในอิตาลี มั่งคั่ง ร่ำรวยและทรงอิทธิพลในเงามืด ทำธุรกิจค้าขายอาวุธที่ปลดประจำการจากกองทัพแล้ว โดยหลักการฟังดูเรียบง่ายแต่ในความเป็นจริงคือธุรกิจสีเทานี้ จะทำให้อาวุธที่ยังใช้การได้ดีจำนวนมากรั่วไหลอย่างถูกกฎหมายผ่านทางเพนตากอนหรือกระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องบิน อาวุธสงคราม ยุทโธปกรณ์ตลอดจนชิ้นส่วนขีปนาวุธ คิดเป็นเม็ดเงินมูลค่านับพันล้านเหรียญต่อเดือน และบุคคลผู้ซึ่งกุมอำนาจสูงสุดในวงการค้าอาวุธนี้ก็คือชายหนุ่มวัยสามสิบห้า... เลออง เวอร์ริเซีย
แล้วเธอล่ะ? ...
นางสาวรินนา พรหมมินทร์ มีรถเต่าหนึ่งคัน บ้านเล็กๆ หนึ่งหลัง ปลาทองหนึ่งฝูงในตู้กระจกและก็เงินในบัญชีนิดหน่อย แล้วเธอจะเอาอะไรไปสู้คะคานกับบุคคลผู้เปี่ยมล้นอำนาจคนนั้น รินนากำหมัดแน่นระหว่างเปิดอ่านเอกสารที่เขายื่นให้... ไม่สิ ต้องเรียกว่าเขายัดเยียดใส่ในมือ เธอโกรธจนพูดอะไรไม่ออก ทำได้ดีที่สุดก็เพียงคว้าตัวมิลานมาจากเขาแล้วหนีกลับบ้านเตลิดเปิดเปิง แม้จะล๊อกกุญแจประตูกี่ชั้นแต่รินนารู้ดีว่าไม่มีวันหนีตระกูลเวอร์ริเซียพ้น
คุณอาจจะชอบ



![หน้าปกนวนิยาย ไฟซ่อนเชื้อ [คู่กัด พ่อแง่แม่งอน]](https://v.melolo.com/b1265344voduse1318177724/ffd693215001834806830389145/SDqCdDVHjZ8A.webp!15491.webp)

