ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย หวนกลับมาครานี้...ข้าจะไม่ขอเป็นสตรีที่ปากแข็งอีก

หวนกลับมาครานี้...ข้าจะไม่ขอเป็นสตรีที่ปากแข็งอีก

เพราะกำแพงแห่งความเข้าใจผิดที่ต่างคนต่างสร้างขึ้น นำไปสู่ท่าทีที่เย็นชาและการสูญเสียช่วงเวลาอันล้ำค่าในการใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน กว่าที่พวกเขาจะตระหนักได้ว่าอีกฝ่ายมีความหมายต่อหัวใจมากเพียงใด ทุกอย่างก็สายเกินแก้เมื่อความตายได้พรากคนสำคัญไปตลอดกาล ทิ้งไว้เพียงความเสียดายในอดีตที่ไม่อาจหวนคืนได้อีก เรื่องราวความรักที่เต็มไปด้วยความขมขื่นนี้จะถูกแก้ไขอย่างไร เมื่อโอกาสที่สองมาถึงเพื่อลบเลือนความปากแข็งที่เคยทำลายทุกอย่างลง
ตอน
แชร์

ตอน 3

เรื่องนี้จ้าวฟางเซียนนั้นรู้ดี ว่าพี่หญิงใหญ่ของนางนั้นไม่มีวันยินยอมที่จะออกเรือนไปกับตระกูลเซี่ยเป็นแน่ เช่นเดียวกับชีวิตก่อน ที่จ้าวฟางหรูชิงออกเรือนไปกับบัณฑิตทั่นฮวาของแคว้นเจิ้ง แล้วทิ้งหน้าที่ออกเรือนกับคุณชายใหญ่สกุลเซี่ยให้นางแทน

“แต่ก็เป็นตระกูลที่มีเกียรติ และน่าเคารพนับถือนะเจ้าคะ ตายในสนามรบย่อมมีเกียรติกว่าการตายโดยเปล่าประโยชน์” จ้าวฟางเซียนที่กินอาหารอยู่อย่างเพลิดเพลินก่อนหน้า แสดงความคิดเห็นของตนออกมา

จ้าวฟางหรูที่ได้ยินเช่นนั้นได้แต่นึกขบขันอยู่ภายในใจ น้องสาวของนางนั้นช่างมีความคิดที่ไร้เดียงสา และเป็นเด็กที่มองโลกในแง่ดียิ่งนัก หาได้คาดการณ์ถึงเรื่องราวในภายภาคหน้าไม่ ผู้ใดกันที่อยากจะมีสามีอายุสั้น นางคนหนึ่งล่ะที่ไม่ปรารถนา

“เจ้ายังเป็นเด็กอยู่ จะไปรู้เรื่องอันใด หากวันหน้าเจ้าต้องออกเรือน เจ้าจะเลือกบุรุษที่มีอายุขัยสั้นกว่าเจ้ามาเป็นคู่ครองเช่นนั้นรึ” จ้าวฟางหรูติเตือนน้องสาวออกมา

ทว่าครานี้จ้าวฟางเซียนกลับไม่เก็บเอาคำพูดของพี่สาวมาใส่ใจ เพราะนางเคยใช้ชีวิตเป็นฮูหยินแม่ทัพมาหนหนึ่งแล้ว ทว่าชีวิตก่อนนางนึกเสียดายและเสียใจ ที่ไม่ได้แสดงความรักที่มีต่อสามีออกไป ครั้นมีโอกาสย้อนเวลากลับมา นางก็อยากจะแก้ไขชีวิตคู่ของนางและเขาในอดีต แม้สุดท้ายแล้วเขาจะต้องจากไปก่อน นางอาจจะต้องพบเจอกับความเสียใจอีกหน แต่ทว่านางก็ไม่ต้องรู้สึกผิด และไม่ต้องรู้สึกว่ามีสิ่งใดให้เสียดายอีกแล้ว

“นางยังเด็กที่ใดกัน อีกไม่กี่วันนางก็จะเข้าพิธีปักปิ่นอยู่แล้ว แต่พี่หญิงใหญ่ไม่ต้องเป็นห่วงเซียนเอ๋อร์เลย เพราะเจ้านี่ในหัวมีแต่เรื่องบัญชีกับการค้า สามีของนางในภายภาคหน้าจะต้องมาจากตระกูลคหบดีเป็นแน่”

จ้าวฟางฉีแก้ต่างให้น้องสาว จ้าวฟางเซียนได้แต่ยิ้มแห้งออกมา เพราะสิ่งที่พี่ชายรองมั่นใจนักหนานั้น หาใช่สิ่งที่จะเกิดขึ้นในภายหน้าไม่

“ช่างเถิด!! พวกเจ้าอย่าเพิ่งถกเถียงกันถึงเรื่องนี้เลย ยามนี้ไม่มีผู้ใดที่รู้ว่า ท่านปู่ของพวกเจ้าเรียกท่านพ่อของพวกเจ้าไปพบด้วยเรื่องใด กินอิ่มแล้วก็แยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตนเสียเถิด”

หวงฟางหรงเอ่ยปรามลูกๆ ทั้งสาม จ้าวฟางหรูที่อิ่มก่อนแล้วจึงลุกขึ้นคำนับลามารดา จากนั้นจึงรีบเดินออกจากเรือนฟางเฟยไป วันนี้นางจะออกไปเที่ยวที่โรงน้ำชาอู๋เหลียง เพราะวันนี้เหล่าบัณฑิตมีแข่งขันต่อบทกวีกันที่นั่น มีหรือสตรีที่ชื่นชอบบทกวีเช่นนางจะพลาด ครั้นคุณหนูใหญ่จากไปแล้ว คุณชายรองจึงลุกขึ้นจากเก้าอี้บ้าง

“เซียนเอ๋อร์… วันนี้พี่จะออกไปเที่ยวชมตลาด เจ้าอยากไปกับพี่หรือไม่” จ้าวฟางเซียนพยักหน้าก่อนที่จะบอกพี่ชายรอง

“เจ้าค่ะ…เพราะถึงเช่นไร วันนี้ข้าก็ต้องเข้าไปตรวจสอบบัญชีที่ร้านจ้าวจางในตลาดอยู่แล้ว” จ้าวฟางฉีพยักหน้าก่อนที่สองพี่น้องจะคำนับลามารดา แล้วพากันออกจากเรือนฟางเฟยไปเช่นเดียวกัน

หวงฟางหรงมองตามบุตรสาวและบุตรชายที่เพิ่งจะเดินออกจากเรือนไปด้วยแววตาเป็นกังวล สำหรับฟางฉีนั้นนางไม่ห่วงอันใดเขามากนักเพราะเป็นบุรุษ แต่กับฟางหรูและฟางเซียนนั้นต่างออกไป นางกำลังกังวลว่าที่ท่านพ่อของสามีเรียกสามีเข้าไปพบ จะเกี่ยวกับบุตรีของนางทั้งสอง

ณ ห้องตำรา ภายในเรืองฟงเฟย

จ้าวหวังเหล่ยกำลังแสดงสีหน้าหนักใจออกมา ครั้นได้รับรู้ว่าเพราะเหตุใดบิดาถึงได้เรียกหาตน จดหมายตรงหน้า เขาอ่านซ้ำไปซ้ำมาอยู่หลายรอบ จับใจความถึงความต้องการของเจ้าของจดหมายได้เป็นอย่างดี ในจดหมายเขียนมาถึงท่านพ่อของเขา แม้ช่วงเริ่มต้นท่านผู้เฒ่าสกุลเซี่ยจะถามไถ่ถึงสุขภาพ และชีวิตความเป็นอยู่ของบิดาเขาตามปกติ แต่ทว่าพออ่านไปเรื่อยๆ จึงได้รู้ว่า จุดประสงค์ที่แท้จริงของการส่งจดหมายฉบับนี้มานั้น หาได้เพียงแค่อยากถามสารทุกข์สุกดิบของบิดาไม่ แต่เป็นการทวงถามถึงสัญญาที่บิดาเคยให้ไว้ในอดีตมากกว่า

การได้เกี่ยวดองกับตระกูลแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่ มันก็ดีและนับว่าเป็นเกียรติต่อวงศ์ตระกูลอยู่หรอก แต่ทว่าบุตรีคนใดกันเล่า ที่เขาจะสามารถยินยอมเสียสละให้ออกเรือนไปกับตระกูลแม่ทัพได้ จ้าวฟางหรูนั้นดื้อรั้น แม้จะเข้าสู่วัยออกเรือนแล้ว แต่ทว่านางกลับเลือกมาก และมีอคติกับพวกขุนนางฝ่ายบู๊ ส่วนจ้าวฟางเซียนนั้นถือว่ายังเยาว์วัยนัก เขายังอยากให้บุตรีอยู่ช่วยงานของตระกูลจ้าวไปอีกสักสองสามปี เพื่อสั่งสมประสบการณ์เสียก่อน

“เจ้ามีความคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่าเช่นไร” คำถามของบิดาทำให้จ้าวหวังเหล่ยมีสติกลับมา

“การที่ตระกูลคหบดีเช่นเรา ได้เกี่ยวดองกับตระกูลเซี่ยที่เป็นถึงตระกูลแม่ทัพ หาใช่เรื่องที่ไม่ดีไม่ขอรับท่านพ่อ แต่ข้าเกรงว่า…หรูเอ๋อร์กับเซียนเอ๋อร์จะไม่มีผู้ใดยินดี ที่จะออกเรือนไปกับหลานชายของท่านผู้เฒ่าสกุลเซี่ย พวกเราตอบแทนพวกเขาด้วยการมอบเงิน หยก หรือไม่ก็ผ้าไหมไปให้แทนมิได้หรือขอรับ”

จ้าวหวังเหล่ยคิดหนัก เขาตัดสินใจแสดงความเห็นของตนเองออกมา ทว่าน้ำเสียงที่บิดากล่าวออกมาทำให้จ้าวหวังเหล่ยกลืนไม่เข้าคายไม่ออก

“เจ้าเป็นบิดา…เจ้าจะลองโน้มน้าวพวกนางสักนิดไม่ได้เชียวหรือ หนี้ชีวิตก็ต้องตอบแทนด้วยชีวิต จะให้ตอบแทนด้วยทรัพย์สินเงินทองได้เยี่ยงไร หรือเจ้าอยากจะให้ข้าเอาชีวิตข้าไปให้พวกเขาแทนเช่นนั้นรึ เจ้าถึงจะพอใจ”

“ท่านพ่อ… ท่านกล่าวอันใดเช่นนั้นเล่าขอรับ เอาเถิด…ข้าจะลองไปคุยกับหรูเอ๋อร์ดูก่อน นางก็ถึงวัยออกเรือนมานานหลายปีแล้ว เห็นทีคงจะต้องให้นางออกเรือนไปเสียที”

จ้าวหยวนจงพยักหน้าอย่างพอใจ จ้าวหวังเหล่ยจึงขอตัวลา เป็นเพราะได้คำตอบที่น่าพอใจ ท่านผู้เฒ่าจ้าวจึงไม่ได้รั้งบุตรชายเอาไว้ จ้าวหวังเหล่ยเดินออกจากเรือนฟงเฟยไปด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง เพราะเขาไม่รู้ว่าจะพูดคุยกับจ้าวฟางหรูเช่นไรดี หากน้องชายของเขามีบุตรีสักคนก็คงจะดีไม่น้อย แต่ทว่าจ้าวหวังหย่งกลับมีแต่บุตรชาย ทำให้ภาระเช่นการแต่งงานตอบแทนบุญคุณนี้ ต้องตกเป็นของบุตรีของตนอย่างมิอาจเลี่ยง

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “96JCU” บน moboreader เพื่ออ่านหนังสือฉับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
96JCU
คัดลอก
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ยอดดวงใจซื่อจื่อ
8.4
ฉางเจียอีเคยลั่นวาจาว่าจะไม่ขอข้องแวะกับบุรุษปากร้ายที่ชอบนินทาผู้นั้นอีกชั่วชีวิต แต่ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลกจนนางต้องผิดคำพูดเสียเอง เมื่อมีความจำเป็นต้องเข้าไปพัวพันกับเขาเพื่อช่วยเหลือพี่ใหญ่ให้พ้นจากความทุกข์ที่แสนสาหัส เดิมทีนางเพียงปรารถนาจะใช้ชีวิตอย่างสุขสบายในบ้านของตนเองไปจนตาย แต่การปรากฏตัวของเขากลับทำให้ทุกอย่างผิดแผนไปหมด เรื่องราววุ่นวายเหล่านี้ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดไว้เลยแม้แต่น้อย ท่ามกลางความสัมพันธ์ที่แสนจะขัดใจนาง
หน้าปกนวนิยาย ชาติภพนี้ขอไม่เป็นเมียจำยอม
7.9
หลังปลิดชีพตนเองเพื่อหนีจากความทุกข์ทรมาน หญิงสาวกลับตื่นขึ้นมาในห้องนอนเดิมอีกครั้งพร้อมความทรงจำจากชาติก่อน เธอได้พบกับศรัณย์พร สามีผู้เย็นชาในวัยยี่สิบเจ็ดปีอีกครั้ง สายตาที่เขามองมามีเพียงความเกลียดชังเพราะถูกบังคับให้แต่งงานกับคนที่ไม่ได้รัก แม้เขาจะหล่อเหลาและเปี่ยมไปด้วยความทะเยอทะยาน แต่คำพูดร้ายกาจกลับกรีดแทงใจเธอไม่ต่างจากเดิม ในชาตินี้เธอจึงตัดสินใจว่าจะไม่ยอมจมปลักอยู่กับความเจ็บปวดและสถานะภรรยาที่เขาไม่ต้องการอีกต่อไป
หน้าปกนวนิยาย ข้ามีสามีคือสมุหนายกใหญ่
9.5
สายลับสาวข้ามมิติมาสวมร่างกู้เจียว สตรีชนบทอัปลักษณ์สติฟั่นเฟือนที่เคยบังคับเซียวลิ่วหลัง ชายหนุ่มรูปงามให้แต่งงานด้วยจนเขาเกลียดชังนางเข้ากระดูกดำ ทว่าความฝันบอกเหตุกลับเผยความลับว่าสามีผู้เย็นชาคนนี้จะกลายเป็นขุนนางใหญ่ที่กุมอำนาจสูงสุดในราชสำนัก เพื่อความอยู่รอดและอนาคตที่มั่นคง กู้เจียวคนใหม่จึงสลัดคราบเดิมทิ้ง นางใช้ไหวพริบปกป้องเขาจากภยันตรายและศัตรูรอบด้าน มุ่งมั่นขจัดทุกขวากหนามเพื่อผลักดันและปูทางให้เซียวลิ่วหลังก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของอำนาจตามลิขิตสวรรค์อย่างสมบูรณ์แบบ
หน้าปกนวนิยาย ทะลุมิติมาเป็นบุตรสาวหญิงหม้าย
8.4
จือหลิน เด็กกำพร้าที่เติบโตในองค์กรลับฐานะหนูทดลองผู้มีเลือดพิเศษ เธอถูกหล่อหลอมให้เป็นนักวิทยาศาสตร์การแพทย์ไร้ความรู้สึก และได้รับชิปมิติอัจฉริยะฝังในสมองเพื่อจัดเก็บทรัพยากร ทว่าความผิดพลาดจากการคิดค้นยายื้อชีวิตกลับเปลี่ยนมนุษย์ให้กลายเป็นซอมบี้กระหายเลือดจนหายนะแพร่กระจายไปทั่วตึกวิจัย เพื่อชดใช้ความผิดเธอจึงตัดสินใจระเบิดตึกทิ้งพร้อมกับตัวเอง แต่โชคชะตากลับนำพาเธอลืมตาตื่นขึ้นอีกครั้งในร่างเด็กน้อยกลางป่าทึบ พร้อมความทรงจำใหม่ที่พรั่งพรูเข้ามา
หน้าปกนวนิยาย สวนฟาร์มมหัศจรรย์ยุค80
8.8
เซี่ยถิงถิง ปัญญาชนสาวสวยผู้ย้อนเวลากลับมาในวันที่ถูกแฟนหนุ่มบอกเลิกอย่างไม่ใยดี เพราะเขาต้องการเกาะฐานะลูกสาวนายทหารเพื่อความก้าวหน้า และดูแคลนชาติกำเนิดลูกชาวนาของเธอ แม้จะเสียใจที่มองคนผิดแต่ถิงถิงก็ไม่ยอมแพ้ เธอตัดสินใจลาออกเพื่อกลับไปพลิกฟื้นภูเขาแห้งแล้งในบ้านเกิดให้เป็นฟาร์มที่มั่งคั่ง เพื่อพิสูจน์ว่าอาชีพเกษตรกรนั้นทรงเกียรติและร่ำรวยได้ไม่แพ้ใคร พร้อมบทเรียนครั้งใหม่ที่เธอจะไม่ยอมตายอย่างน่าอนาถเพียงเพราะความประมาทเหมือนในอดีตที่ผ่านมา
หน้าปกนวนิยาย จากอดีตสู่ชีวิตใหม่ที่อบอุ่น
8.2
รุ่งระลึกถึงอดีตอันขมขื่นที่ชัชชัย คนรักของเธอเคยสละชีวิตเธอเพื่อปกป้องพัชรา น้องสาวบุญธรรม แม้แต่ลูกชายแท้ๆ ยังหันหลังให้เธอในวาระสุดท้าย เมื่อได้รับโอกาสกลับมาในวันจดทะเบียนสมรส ท่ามกลางเสียงตะคอกของชายที่ห่วงใยแต่หญิงอื่น รุ่งจึงตัดสินใจยุติความสัมพันธ์ที่ไร้ค่านี้ด้วยการเซ็นชื่อพัชราลงในเอกสารแทนตนเอง เพื่อปล่อยให้คนทรยศทั้งสองได้ครองคู่กันตามปรารถนาและเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ปราศจากความโง่เขลาในอดีต