ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ชายาอ๋องตัวร้าย

ชายาอ๋องตัวร้าย

ไม่ว่านี่จะเป็นเพียงความฝันตื่นหนึ่งหรือโอกาสในการย้อนเวลากลับมาเริ่มต้นใหม่ แต่สิ่งที่นางได้เรียนรู้อย่างถ่องแท้คือความทรมานจากการทุ่มเทความรักให้แก่คนที่ไม่เคยเห็นค่า การพยายามดิ้นรนเพื่อคว้าหัวใจของเขานั้นช่างเป็นเรื่องที่น่าเวทนาและไร้ความหมายเหลือเกิน เมื่อความรักข้างเดียวที่เคยมอบให้ถูกละเลยอย่างไม่ใยดี นางจึงตัดสินใจที่จะยุติความรู้สึกทุกอย่างลงเพียงเท่านี้ และจะไม่กลับไปเดินบนเส้นทางที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดซ้ำสองอีกต่อไป
ตอน
แชร์

ตอน 1

ตัวละครหลัก

*ฟางหนิงหลิน อายุ19หนาว บุตรสาวของฟางรั่วซานแม่ทัพผู้บัญชาการใหญ่รักษาเมืองหลวง

*เหยาลี่เซียน อายุ18หนาว องค์หญิงเกิดจากฮ่องเต้กับหลัวฮองเฮา(ฮองเฮาองค์ปัจจุบัน)

*เจียงเจียวซิน อายุ19หนาว บุตรสาวของเจียงจี้ต๋ารองแม่ทัพผู้บัญชาการรักษาเมืองหลวง

*เหยาซีฮัน อายุ24หนาว องค์ชายใหญ่เกิดจากฮ่องเต้กับหลัวฮองเฮา(ฮองเฮาองค์ปัจจุบัน) ตำแหน่งไท่จื่อหรือองค์รัชทายาท

*เหยาหวังเหว่ย อายุ23หนาว องค์ชายรองเกิดจากฮ่องเต้กับตงฮองเฮา(ฮองเฮาพระองค์ก่อน) ตำแหน่งชินอ๋อง

*เหยาซิงอี อายุ21หนาว องค์ชายสามเกิดจากฮ่องเต้กับตงฮองเฮา(ฮองเฮาพระองค์ก่อน) ตำแหน่งจวิ้นอ๋อง

*สวีจื้อซาน อายุ24หนาว บุตรชายของเสนาบดีสวี เสนาบดีสำนักตรวจราชการ ตำแหน่งองครักษ์

*เสิ่นหลิวหยาง อายุ23หนาว บุตรชายของแม่ทัพใหญ่เสิ่น ตำแหน่งแม่ทัพ

หน้ากระโจมหลังหนึ่งที่ตั้งอยู่หลังค่ายทหาร มีนายทหารสองคนยืนเฝ้าอยู่ด้านหน้า เพียงทหารผู้น้อยสองนายเห็นสตรีผู้หนึ่งเดินมา พวกเขาก็รีบก้มหน้าก้มตาทำความเคารพอย่างนอบน้อม

“พวกท่านถอยออกไปก่อนได้หรือไม่ ข้ามีเรื่องอยากจะพูดกับนางสักหน่อย” หญิงสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงและท่าทางที่อ่อนโยน

“พระชายา พระองค์ทรงเกรงใจพวกกระหม่อมมากไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ แค่เพียงพระองค์ตรัสสั่งมีหรือทหารต้อยต่ำอย่างพวกกระหม่อมจะกล้าไม่ทำตาม”

“เช่นนั้นข้าก็ขอบใจพวกท่านมาก”

“เชิญพระชายาตามสบาย พวกกระหม่อมจะถอยออกไปรออยู่ไม่ไกลมากนัก หากมีเรื่องอันใดพระองค์เรียกพวกกระหม่อมได้เลยพ่ะย่ะค่ะ”

เมื่อทหารทั้งสองนายพูดจบก็ถอยหลังเดินออกจากบริเวณนั้นไป สตรีสูงศักดิ์เดินเข้าไปด้านในกระโจม ขนาดของกระโจมหลังนี้ไม่ได้ใหญ่มากนัก ภายในมีสตรีผมเผ้ารุงรัง เสื้อผ้าขาดวิ่นเผยให้เห็นผิวขาวเป็นบางส่วน หน้าตามอมแมมเนื้อตัวดูสกปรก รูปร่างผอมโซไร้วี่แววว่าเคยเป็นคุณหนูตระกูลใหญ่ที่มีอำนาจ

สตรีนางนั้นเมื่อเห็นสตรีสูงศักดิ์เดินเข้ามาก็รีบลุกขึ้นวิ่งมาหานางทันที แต่ยังไม่ทันจะถึงตัวสตรีสูงศักดิ์โซ่ที่ล่ามขาของนางก็ตึงนางไว้จนล้มลงไปนอนกับพื้น

สตรีสูงศักดิ์ถึงจะตกใจที่นางวิ่งเข้ามาหา แต่เมื่อเห็นนางล้มลงไปกองอยู่ที่พื้นก็ยกยิ้มขึ้นมาอย่างพอใจ สตรีสูงศักดิ์ก้าวเดินต่อเข้าไปหานาง และหยุดยืนอยู่ตรงหน้าของสตรีผอมโซ ก่อนจะใช้สายตาเหยียดหยามมองดูนางที่พยายามลุกขึ้นนั่ง

“เจียวซินช่วยข้าด้วย ข้าผิดไปแล้ว ข้าขอโทษ”

สตรีที่ถูกล่ามโซ่จับขาของสตรีสูงศักดิ์ไว้และร้องขออย่างน่าเวทนา แต่กลับไร้วี่แววว่าสตรีสูงศักดิ์ผู้นั้นจะเห็นใจในการกระทำของนาง มิหนำซ้ำนางยังสะบัดขาหนีและมองมายังหญิงสาวที่ถูกล่ามโซ่อย่างดูแคลน

แต่สตรีที่ถูกล่ามโซ่กลับคิดว่าตัวนางเองคงไร้มารยาท เพราะถึงอย่างไรตอนนี้นางและเจียงเจียวซินก็ฐานะแตกต่างกันมาก บวกกับสิ่งที่นางกระทำต่อเจียงเจียวซินก็คงทำให้เจียงเจียวซินโกรธเคืองอยู่ไม่น้อย

“ขออภัยเพคะ หม่อมฉันลืมตัวไปจึงได้แสดงท่าทางไร้มารยาทต่อพระองค์ หม่อมฉันขอร้องพระชายาองค์รัชทายาทช่วยหม่อมฉันด้วยเพคะ หม่อมฉันผิดไปแล้วหม่อมฉันขอโทษเพคะ พระองค์ยกโทษให้หม่อมฉันได้หรือไม่” นางลุกขึ้นนั่งพร้อมทั้งยกมือไหว้อ้อนวอนขอให้เจียงเจียวซินอภัยแก่นาง

“เจ้าทำอันใดผิดอย่างนั้นหรือ” เจียงเจียวซินพูดด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน

“หม่อมฉันผิดที่วางยากำหนัดพระองค์กับองค์รัชทายาท ทำให้พระองค์เสียใจ แต่ที่หม่อมฉันทำไปเพียงเพราะหม่อมฉันอยากให้ท่านอ๋องเลิกคิดคำนึงถึงพระองค์ก็เท่านั้น หม่อมฉันคิดว่าหากพระองค์แต่งงานออกเรือนไปแล้ว ท่านอ๋องจะหันมาสนใจหม่อมฉันบ้าง หม่อมฉันรู้ว่าหม่อมฉันทำผิดต่อพระองค์ หม่อมฉันจึงเลือกวางยาองค์รัชทายาทแทนที่จะเลือกวางยาท่านแม่ทัพ เพราะหม่อมฉันคิดว่าหากให้พระองค์เป็นชายาองค์รัชทายาทก็คงดีกว่าเป็นฮูหยินท่านแม่ทัพ และนี่เป็นอย่างเดียวที่ทำให้หม่อมฉันรู้สึกผิดต่อพระองค์น้อยลง” นางเอ่ยความในใจที่มีออกมา

“ฟางหนิงหลินนะฟางหนิงหลิน เจ้าคิดจริง ๆหรือว่าข้าเสียใจ ข้าต้องขอบใจเจ้าด้วยซ้ำที่ทำให้ข้าสมหวัง” เจียงเจียวซินหัวเราะเสียงดังพร้อมแสดงสีหน้าเยาะเย้ย

“พระองค์หมายความว่าอย่างไรเพคะ” ฟางหนิงหลินคิ้วขมวดติดกันเมื่อเห็นท่าทางของเจียงเจียวซิน

“เจ้าคิดว่าข้ารักท่านอ๋องอย่างนั้นหรือ” เจียงเจียวซินยกยิ้มขึ้นก่อนจะเอ่ยต่อ

“เปล่าเลย ข้าเพียงแค่รู้ว่าเจ้าชอบท่านอ๋อง จึงคิดอยากแย่งเขามาเพื่อให้เจ้าเสียใจก็เท่านั้น ที่จริงตอนที่เจ้าแต่งกับท่านอ๋องข้าเองก็เจ็บใจอยู่บ้างที่เจ้าสมหวัง และไม่สามารถมีอำนาจมากกว่าเจ้าได้ ข้าต้องขอบใจเจ้ามากจริง ๆที่ทำให้ข้ามีอำนาจมากกว่าเจ้า และที่สำคัญไปกว่านั้นข้ายังสามารถทำให้เจ้าและครอบครัวตกต่ำได้อย่างเช่นวันนี้” เจียงเจียวซินพูดเสร็จก็หัวเราะออกมาเสียงดังอย่างสะใจ

ฟางหนิงหลินถึงกับใบหน้าถอดสีที่ได้รับรู้ความจริงจากปากเจียงเจียวซิน เพราะตั้งแต่เกิดเรื่องขึ้นในวันนั้นนางก็รู้สึกผิดต่อเจียงเจียวซินมาตลอด แต่ตอนนี้นางได้รู้แล้วว่าไม่ใช่อย่างที่นางคิดไว้เลย นางต่างหากที่เป็นคนตกหลุมพรางกลายเป็นหมากให้ผู้อื่น

เจียงเจียวซินเห็นสีหน้าของฟางหนิงหลินก็ถึงกับยิ้มยกขึ้น นางย่อตัวลงไปนั่งใกล้ ๆกับฟางหนิงหลินก่อนจะเอ่ยเสียงเบา ๆ เพื่อเล่าถึงเรื่องราวต่าง ๆที่นางได้ทำกับฟางหนิงหลินและคนรอบตัวของฟางหนิงหลินด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกถึงความสาแก่ใจ

ฟางหนิงหลินที่นั่งเหม่อลอยคิดไตร่ตรองความผิดที่นางได้กระทำลงไปด้วยความโง่เขลาและดื้อรั้น นางได้ยินเรื่องราวทั้งหมดน้ำตาก็ไหลอาบแก้มจนหยุดไม่ได้ ก่อนที่นางจะตาเบิกโตเมื่อได้รับรู้สาเหตุการตายของท่านพ่อท่านแม่ว่าหาได้กระทำความผิดไม่ เพียงแต่ถูกใส่ความทำให้ถึงกับตรอมใจตาย เพียงแค่ได้ยินแค่นั้นก็ทำให้สติของนางขาดสะบั้น นางกระชากปิ่นทองที่ปักผมของเจียงเจียวซินอยู่ออกมาโดนที่เจียงเจียวซินไม่ทันได้ตั้งตัว

เจียงเจียวซินกว่าจะตั้งสติได้ก็หลบปลายแหลมของปิ่นไม่พ้นเสียแล้ว นางได้แต่ส่งเสียงกรีดร้องออกมาอย่างตกใจ ปลายปิ่นทองที่แหลมคมปักเข้าที่ลำคอของนางและถูกกระชากออกอย่างรวดเร็ว เลือดสาดกระเซ็นออกมาตามปิ่นที่ถูกกระชากออก

เจียงเจียวซินรีบใช้มือปิดบาดแผลที่คอ ก่อนจะร้องส่งเสียงให้ทหารเวรข้างนอกเข้ามาช่วยพร้อมกับรีบลุกขึ้นอย่างลุกลี้ลุกลนเพื่อหนีฟางหนิงหลินแต่ไม่ทันเสียแล้ว ฟางหนิงหลินจับข้อเท้าของเจียงเจียวซินจนนางล้มลงก่อนจะลากตัวนางเข้ามาใกล้และขึ้นคร่อมร่างของเจียงเจียวซินไว้

ฟางหนิงหลินใช้ปิ่นกระหน่ำแทงอย่างไม่คิดชีวิตราวกับคนเสียสติ นางไม่สนใจว่าปิ่นนั้นจะทิ่มแทงโดนที่ใดบ้าง นางหวังเพียงแค่แทงให้คนที่อยู่ใต้ร่างได้ตายอย่างทรมานเป็นพอ เจียงเจียวซินทั้งปัดป้องและร้องเรียกทหาร แต่แรงของนางก็ไม่สามารถจะสู้ฟางหนิงหลินที่กำลังคลุ้มคลั่งได้เลย

ทหารที่อยู่ด้านนอกเมื่อได้ยินเสียงกรีดร้องก็รีบวิ่งกลับมายังกระโจมทันที เมื่อเขาเปิดกระโจมเข้ามาก็ถึงกับหน้าซีดเผือดเมื่อเห็นพระชายานอนอยู่ใต้ร่างของฟางหนิงหลิน เนื้อตัวของทั้งคู่เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือด ถึงจะแยกไม่ออกว่าเลือดนี้เป็นของใคร แต่การที่พระชายาถูกทำร้ายขณะที่พวกเขาทำหน้าที่อยู่นั้น พวกเขาก็คงรักษาชีวิตไว้ไม่ได้เป็นแน่ ทหารนายหนึ่งรีบตวาดเสียงดังเพื่อให้ฟางหนิงหลินหยุด

แต่กลับไม่เป็นเช่นนั้นเมื่อฟางหนิงหลินหันมาเห็นทหารทั้งสอง ถึงจะทำให้นางหยุดชะงักไปช่วงหนึ่ง แต่ทำให้นางคิดได้ว่าหากครั้งนี้ฆ่าเจียงเจียวซินไม่ได้นางคงไม่มีโอกาสลงมืออีกแล้ว นางจึงใช้ปิ่นแทงลงบนอกของเจียงเจียวซินและใช้แรงทั้งหมดกดย้ำลงไป จนในที่สุดเจียงเจียวซินก็นอนตาเหลือกแน่นิ่งไป

ทหารทั้งสองกระชากฟางหนิงหลินออกจากร่างเจียงเจียวซินทันทีที่ถึงตัวนาง นางตั้งสติได้และรับรู้ชะตาที่จะเกิดขึ้นกับตนเอง เมื่อเห็นมีดสั้นที่อยู่ข้างเอวของนายทหาร นางจึงลุกขึ้นไปกระชากมีดสั้นนั้นมา ถึงทหารผู้นั้นจะตั้งสติได้อย่างรวดเร็วแต่ก็ไม่ทันที่จะแย่งมีดนั้นมาได้เพราะบัดนี้นางได้ปักมีดสั้นเล่มนั้นลงบนอกของนางเสียแล้ว

นางล้มลงนอนบนพื้นเลือดค่อย ๆซึมออกมาจนไหลกองนองพื้น ภาพสุดท้ายก่อนนางจะหมดลมหายใจ กลับได้เห็นบุรุษที่นางรักวิ่งเข้ามาในกระโจมด้วยสีหน้าตกตะลึง

“ข้าขอโทษ ความผิดข้าเองหากมีโอกาสอีกครั้ง ข้าจะไม่ขอเป็นชายาของท่านอีก” นางเอ่ยด้วยเสียงแผ่วเบาก่อนจะสิ้นใจไปในที่สุด

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ถ้าจะรัก ภพชาติก็แค่ปากซอย
8.0
หญิงสาวผู้จบชีวิตด้วยความแค้น กลับต้องข้ามภพมาอย่างไม่ตั้งใจจนพบกับชายผู้เฝ้ารอเธอมาเนิ่นนาน ท่ามกลางความสับสนในยุคสมัยที่ไม่คุ้นเคย เธอถูกเขาตั้งคำถามว่าเป็นปีศาจหรือไม่ ทว่าภายใต้ท่าทีเหล่านั้นกลับแฝงไปด้วยความปรารถนาอันแรงกล้าที่ยากจะหักห้ามใจ แม้คนหนึ่งอยากลืมแต่อีกคนกลับจำฝังใจ สายตาและสัมผัสที่รุกเร้าบีบให้ทั้งคู่ต้องเผชิญหน้ากับความรู้สึกที่ไม่อาจต้านทานได้อีกต่อไป ในการเดินทางข้ามกาลเวลาที่เต็มไปด้วยเสน่หาและบททดสอบของหัวใจครั้งนี้
หน้าปกนวนิยาย เนเฟอร์ติตี รักนี้ชั่วนิรันดร์
8.2
เมมนอน องครักษ์ผู้ซื่อสัตย์ของฟาโรห์รามเสสจำต้องเปลี่ยนความรักที่มีต่อเจ้าหญิงเนเฟอร์ติตีให้กลายเป็นความแค้น หลังเขาถูกลอบสังหารระหว่างปฏิบัติภารกิจจนสูญเสียเหล่าทหารคนสนิท เขาปักใจเชื่อว่าเจ้าหญิงที่ตนรักสุดหัวใจมีส่วนรู้เห็นในแผนลวงครั้งนี้ แม้เนเฟอร์ติตีจะพยายามยืนยันความบริสุทธิ์ท่ามกลางหยาดน้ำตา แต่ความภักดีที่เคยมีกลับพังทลายลง เมมนอนจึงประกาศตัดขาดความสัมพันธ์ที่เคยหวานชื่นให้สิ้นสุดลงดั่งสายน้ำไนล์ที่ไม่ไหลย้อนกลับ
หน้าปกนวนิยาย เกิดใหม่อีกครากลายเป็นผู้ช่วยตัวน้อยของมารดาที่บิดาไม่รัก
9.2
เมื่อนักเขียนสาวข้ามภพมาเกิดใหม่ในร่างลูกน้อย ภารกิจหลักของเธอคือการเป็นผู้ช่วยคนสำคัญเพื่อพามารดาหนีจากโชคชะตาอันโหดร้าย เมิ่งสืออีผู้เป็นแม่ถูกย่าและอนุของสามีรังแกปางตาย แม้หานชางเหยียนผู้เป็นสามีจะกลับจากสงคราม แต่นางกลับได้รับเพียงความเจ็บช้ำน้ำใจแทนการปกป้องที่คาดหวัง เมื่อความอดทนสิ้นสุดลง สองแม่ลูกจึงต้องร่วมมือกันหาทางหลบหนีจากบิดาไร้หัวใจ เพื่อมุ่งหน้าสู่ชีวิตใหม่ที่สงบสุขและงดงามท่ามกลางทุ่งลาเวนเดอร์ตามที่ตั้งใจไว้
หน้าปกนวนิยาย ข้าอยู่บน ท่านอ๋องอยู่ล่าง
7.8
เซียวหนานคือนกกระจอกสืบข่าวระดับล่างในองค์กรลับผู้ไร้หัวนอนปลายเท้า นางถูกฝึกฝนอย่างหนักในศาสตร์การปรนนิบัติและศิลปะแห่งกามารมณ์เพื่อแทรกซึมเข้าหาเหล่าขุนนาง แม้วรยุทธ์จะต่ำต้อยแต่นางกลับเชี่ยวชาญการใช้เรือนร่างเป็นอาวุธล่อลวงบุรุษ แม้จะเคยฝึกฝนกับของเทียมและชายปริศนามาบ้าง แต่นางยังต้องรักษาพรหมจรรย์ไว้เพื่อมอบให้แก่เหยื่อสูงศักดิ์รายแรกตามคำสั่งของนายใหญ่ ท่ามกลางวังวนแห่งการชิงไหวชิงพริบที่ต้องใช้ทั้งร่างกายและหัวใจเข้าแลกเพื่อความอยู่รอด
หน้าปกนวนิยาย ต้องมนต์บุปผา
9.1
หลิวซือซือ หญิงสาวผู้งดงามและใสซื่อที่เติบโตมาจากการประคบประหงมของครอบครัวผู้มั่งคั่ง เธอตัดสินใจก้าวเข้าสู่เส้นทางนักแสดงตามความฝันแม้พ่อแม่จะไม่เห็นชอบ จนกระทั่งได้รับขลุ่ยโบราณที่พ่อหามาให้เพื่อใช้ประกอบการแสดงซีรีส์ย้อนยุค ตั้งแต่นั้นมาเธอก็เริ่มฝันถึงแม่ทัพหนุ่มท่ามกลางสนามรบซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยในฝันเธอได้ช่วยเหลือเขาไว้หลายครั้ง สิ่งที่น่าพิศวงคือความฝันเหล่านั้นเริ่มซ้อนทับกับความจริงอย่างประหลาด เขาเป็นใคร และขลุ่ยเล่มนี้มีความลับใดซ่อนอยู่กันแน่
หน้าปกนวนิยาย ใต้พัลลภ
8.0
เมื่อวิญญาณต้องตื่นขึ้นในร่างของคนแปลกหน้า ความวุ่นวายจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ทว่าสิ่งที่เลวร้ายยิ่งกว่าการสวมรอยเป็นผู้อื่น คือการที่เจ้าของร่างเดิมยังคงวนเวียนไม่ไปไหน พร้อมกับพยายามทวงคืนสังขารของตนเองอยู่ตลอดเวลา ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยปริศนาและการเผชิญหน้ากับดวงวิญญาณที่ตามอาฆาต เขาจะต้องหาทางเอาตัวรอดจากสถานการณ์บีบคั้นนี้ไปให้ได้ในโลกที่เต็มไปด้วยความลึกลับและอันตราย