
คุณพี่ของหนู
ตอน 2
บทที่ 2
“ข้าไม่แต่งกับมัน”
เป็นคำประกาศกร้าวที่ไอ้แผนลั่นเอาไว้หลังจากที่เกิดเรื่องใหญ่เมื่อสามเดือนก่อน ในเพลานั้น มะลิโวยวายเสียงดังลั่น พร้อมกับร่ำไห้โฮทันทีที่ได้ยินบิดากล่าวว่าจะยกหล่อนให้เป็นเมียไอ้แผน
คราแรกไอ้แผนก็ว่าจะไม่ปฏิเสธ แม้ว่าจะไม่ได้รักชอบสาวน้อยผู้นี้ แต่ก็ตระหนักว่าตนอายุอานามมากพอ ที่จะออกเรือนมีเมียกับเขาได้แล้ว อันที่จริงเขายื้อเวลาในการมีเมียมาหลายปีมากทีเดียว ด้วยเหตุผลว่าไม่ต้องการ มีชนักติดหลังให้เป็นห่วง
เพราะเหตุใดน่ะหรือ?
ก็เพราะเขาเป็นผู้นำหมู่บ้านที่รับช่วงต่อจากผู้เป็นลุงที่สิ้นไปแล้วน่ะสิ มีภาระหน้าที่ในการดูแลลูกบ้านมากมาย หากมีเมียขึ้นมาก็จะเป็นที่ยุ่งยากให้รำคาญใจ โดยเฉพาะการที่มีเมียอายุห่างกันเป็นสิบปีเช่นนี้ด้วย มิหนำซ้ำ เขายังไม่ได้เป็นผู้นำหมู่บ้านธรรมดาๆ ยังต้องคอยดูแลกองกำลังชายฉกรรจ์ไปต้านทานพวกกองโจรมักเข้าปล้นฆ่าคนในหมู่บ้านละแวกนี้ด้วย
ภาระมากมายเช่นนี้จะให้แต่งงานได้เยี่ยงไรกัน
กระนั้น ‘ทองอิน’ ครูเพลงดาบที่ไอ้แผนเคารพนับถือเช่นบิดาอีกคนก็หาได้สนใจไม่ ออกปากยกลูกสาวเพียง คนเดียวให้เขาขณะที่กำลังพูดคุยร่ำสุรากันอยู่ที่เรือนของท่านครู
หะแรกไอ้แผนหลงคิดว่าเพราะมึนเมา ทองอินถึงได้กล่าวออกมาเช่นนั้น แต่เมื่ออีกฝ่ายย้ำ
‘ข้าจะยกนังมะลิให้เอ็งจริงๆ ไอ้แผน รับมันเป็นเมียเถอะ ข้าจะได้สบายใจว่ามันมีคนที่ข้าไว้ใจดูแลจนกว่าชีวิตจะหาไม่ แล้วข้าจะได้นอนตายตาหลับ’
ไอ้แผนก็มั่นใจขึ้นมาทันใดว่าที่ทองอินพูดนั้นคือเรื่องจริง เขาได้แต่แบ่งรับแบ่งสู้ ไม่ตอบรับ แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ หากทว่าเมื่อทองอินนำเรื่องนี้ไปบอกกับบุตรสาว เท่านั้นล่ะ ก็เกิดเรื่องใหญ่ตามมาทันตาเห็น
‘ข้าไม่แต่งกับมัน! หากพ่อจะให้ข้าแต่งกับมัน ข้าจะตายให้ดู!’
‘นังมะลิ! เอ็งเรียกไอ้แผนว่ามันได้เช่นไร มันอายุห่างจากเอ็งตั้งโข เรียกมันว่าพี่ประเดี๋ยวนี้!’
‘ไม่! ข้าจะเรียกว่ามัน! พ่อนะพ่อ ไม่รักข้าแล้วหรือไร ถึงได้จะยกให้คนอื่นง่ายๆ น่ะ!’
‘ไอ้แผนเป็นคนอื่นอย่างไร มันรู้จักกับข้า สนิทสนมกันดี เห็นเอ็งมาตั้งแต่เล็กแต่น้อยด้วย ไม่ได้เป็นอื่น!’
‘แต่มันเป็นอื่นสำหรับข้า! ได้ยินไหมว่ามันเป็นอื่นสำหรับข้า! พ่อจะยัดเยียดมันให้ข้าไม่ได้นะ!’
ไอ้แผนอยู่ร่วมเหตุการณ์นั้นพอดี ไม่เคยคิดเลยว่าหญิงสาววัยกำดัดผู้นี้จะปากคอเราะราย โมโหร้าย เถียงบิดา ไม่ตกฟาก ทั้งๆ ที่ปกติแล้วก็ดูเป็นคนนิ่งๆ ไม่หือไม่อือใดๆ รวมถึงไม่ค่อยพูดจากับเขาอีกด้วย
เรียกว่าถ้าไม่มีเหตุจำเป็น การจะได้ยินเสียงหล่อนเป็นเรื่องที่ยากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทรเสียอีก เลยกลายเป็นว่าทั้งที่สนิทกับทองอิน ทว่าเขากลับไม่รู้จักหล่อนเลยว่าเป็นคนเช่นไร มารู้เอาก็ตอนนี้ล่ะ
แต่เหนือสิ่งอื่นใด เขาไม่อยากให้บิดากับบุตรต้องมาทะเลาะกันเพราะตนหรอก ในเมื่อมะลิไม่อยากแต่ง เช่นนั้นเขาก็จะปฏิเสธ
‘พ่อครู ข้า...’
‘เอ็งไม่ต้องพูดไอ้แผน ข้ารู้ว่าเอ็งจะพูดเช่นไร’
เขาพูดต่อไม่ออก ใจหมายจะปฏิเสธแต่ผู้อาวุโสกว่าอ่านสายตาเขาออกเสียแล้ว มิหนำซ้ำการเอ่ยปากของเขายังจะไปจุดไฟโทสะของสองพ่อลูกให้โหมกระพืออีก
‘มึงไม่แต่งก็ไม่ต้องมาเรียกกูว่าพ่อ อีมะลิ!’
ทองอินขึ้นมึงขึ้นกูกับบุตรสาวหัวแก้วหัวแหวนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ความน้อยเนื้อต่ำใจผุดพรายในใจของหญิงสาวที่หลั่งน้ำตาอาบแก้ม
‘นี่พ่อเห็นมันดีกว่าข้างั้นหรือ?’
‘ก็เออสิวะ! หากไม่แต่งกับมัน มึงกับกูขาดกัน!’
ยื่นคำขาดไปอีกให้มะลิได้ปวดหนึบที่หน้าอกขึ้นมา พลันฝากสายตาขุ่นแค้นให้กับชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างบิดา
ไอ้แผนหมายจะบอกให้หล่อนสบายใจว่าเขาจะไม่ตอบรับหากหล่อนไม่ต้องการ กระนั้นก็ได้แค่คิดเมื่อหญิงสาวว่าออกมาเสียก่อน
‘ได้! แล้วพ่อก็ดูข้าตายไปต่อหน้าต่อตาเลยแล้วกัน!’
สุดที่ผู้ใดจะห้าม สิ้นเสียง หล่อนก็วิ่งพรวดลงจากเรือนไป ไม่สนเสียงเรียกของบิดาที่ก่นด่าไล่ตามหลัง
‘เออ! จะไปตายโหงตายห่าที่ไหนก็ไป กูหาคนดีๆ มาให้แล้วยังจะเรื่องมาก อีลูกทรพี!’
‘พ่อครูว่ามันแรงเกินไปหรือไม่’
ไอ้แผนอดพูดขึ้นมาไม่ได้ แต่ก็ไม่ทำให้ครูเพลงดาบลดอารมณ์โมโหลงได้เลย อีกทั้งยังว่าทับ
‘ไม่แรงหรอกสำหรับมัน ช่างหัวมัน ประเดี๋ยวมันก็กลับมา’
แล้วก็แสร้งทำเป็นไม่สนใจทั้งๆ ที่ในใจห่วงบุตรสาวเป็นอย่างมาก ไอ้แผนอยู่กับเขามานาน ทำไมจะไม่รู้ว่าทองอินคิดอะไร แต่ด้วยทิฐิจึงทำให้ไม่ยอมขยับเขยื้อนตัวไปไหน ร้อนถึงไอ้แผนที่ต้องทำหน้าที่เป็นหูเป็นตาให้
‘เช่นนั้นพ่อครูนั่งพักให้อารมณ์เย็นลงก่อน ข้าจะไปตามมันกลับเรือนเอง’
ทองอินทำเพียงพยักหน้า ปล่อยให้ชายหนุ่มลงจากเรือนไปตามบุตรสาวให้ โดยไม่รู้เลยว่าหลังจากที่มะลิวิ่งลงจากเรือนไปนั้น หล่อนก็วิ่งไปที่ท้ายหมู่บ้านแล้วตั้งใจกระโดดแม่น้ำฆ่าตัวตายประชดผู้เป็นพ่อ
เคราะห์ดีที่ไอ้แผนตามไปถูกที่และทันเวลา หล่อนเลยถูกช่วยขึ้นมาได้ ทว่าก็อยู่ในสภาพหมดสติไปสามวัน สามคืน ไม่ตอบสนองสิ่งใดจนบิดาเป็นห่วงไปหมด
แต่หลังจากนั้น หล่อนก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับสีหน้าเหลอหลาซีดเซียว และคำถามแปลกประหลาด
‘ที่นี่...ที่ไหน’
ดูเหมือนหล่อนจะไม่รู้จักใครที่นี่เลย ต้องแนะนำกันใหม่หมดว่าใครเป็นใคร และใช้เวลาพักใหญ่ทีเดียวกว่าที่มะลิจะกลับมาลงร่องลงรอยอย่างเคย
ความจริง...จะบอกว่าลงร่องลงรอยก็ไม่เชิงนัก เพราะนอกจากที่หล่อนจะจำใครไม่ได้แล้ว ยังมีอาการ ผิดปกติไปอีก โดยเฉพาะสายตาที่ใช้มองเขา
ใช่...มองไอ้แผน
สายตานั้นเว้าวอนอ่อนหวาน บางคราก็ฉ่ำเยิ้มคล้ายกับหมาได้เห็นกระดูก จนไอ้แผนขนลุกเกรียวไปทั้งตัว
อะไรไม่ว่า หล่อนเพิ่มความขนลุกขนชันมากขึ้นไปอีกหลังจากลำดับเหตุการณ์ได้ว่าสาเหตุที่ตนไปกระโดดแม่น้ำฆ่าตัวตายเป็นเพราะอะไร
‘โอ๊ย! ใครจะไม่อยากแต่งกับคุณพี่แผน อยากแต่งจะตาย กระโดดน้ำฆ่าตัวตายอะไร ไม่มี้! นั่นมันอุบัติเหตุเจ้าค่ะ! ลื่นตกน้ำๆ!’
แล้วหลังจากนั้น มะลิก็เปลี่ยนไปราวกับหน้ามือหลังมือ โดยเฉพาะการเรียกไอ้แผนว่า ‘คุณพี่’ และแทน ตัวเองว่า...
“เอ็งแน่ใจแล้วนะที่พูดมาน่ะ”
ไม่ทันจะได้คิด เสียงของทองอินที่นั่งฟังคำของว่าที่ลูกเขยอยู่บนแคร่ตัวเดียวกับคนตรงหน้าก็โพล่งขึ้น
ไอ้แผนเหลือบมองใบหน้าหยาบกร้านบ่งบอกการผ่านโลกมาเป็นอย่างดีแล้วพยักหน้ารับ
“ขอรับ ข้าไม่แต่ง”
ไม่เอาแล้ว ไม่แต่ง ไม่ดองอะไรทั้งนั้น ขณะที่ทองอินฟังแล้วก็ถอนหายใจยาว
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ไอ้แผนมาบอกกับตนเรื่องนี้ เขามาพูดหลายรอบแล้ว ซึ่งทองอินก็เข้าใจในความหมายดี แต่ทว่า...
“แต่มะลิมันอยากแต่งกับเอ็งนะ”
นี่แหละปัญหา ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมจู่ๆ มะลิก็ลุกขึ้นมาพูดว่า...
‘หนูอยากแต่งเป็นเมียคุณพี่แผนเจ้าค่ะ’
ทั้งๆ ที่ก่อนหน้าดีดดิ้นจะเป็นจะตายให้ได้เมื่อรู้ว่าตนถูกยกให้ชายหนุ่มผู้นี้
“แต่ข้าไม่อยากแต่งกับมันจริงๆ พ่อครู ขอเถอะ อย่าตอแยข้าด้วยเรื่องนี้เลย”
ไอ้แผนพรูลมหายใจ ตอบไปตามสัตย์จริงในใจ เขาไม่ได้รำคาญที่ทองอินมักพูดเรื่องนี้กับตนอยู่บ่อยครั้ง แต่ลำบากใจมากกว่า และก็เชื่อว่าทองอินลำบากใจมากเช่นกันด้วยบุตรสาวเอาแต่พร่ำเพ้อถึงเขาไม่เลิกรา
รอดตายมาได้ก็หัวเพี้ยนจิตผิดปกติไปหมด สงสัยหัวคงจะกระแทกกับโขดหินเข้ากระมัง ถึงได้เปลี่ยนไปเพียงนี้
และมันก็ทำให้ทองอินต้องครุ่นคิด “หรือเอ็งจะรังเกียจเพราะมันเพี้ยนไปจากแต่ก่อนกันวะ”
หญิงวิปลาส ไม่มีผู้ใดอยากได้เป็นเมียหรอก แม้แต่ไอ้แผนเอง
“หาใช่เพราะเหตุผลนั้นดอกพ่อครู”
“เอ้า หาใช่เหตุผลนั้น แล้วเอ็งตัดเยื่อใยเพื่อกระไร”
“ก็ข้า...”
ไม่อยากถูกนางรวบหัวรวบหางกินกลางตลอดตัวน่ะสิ!
ไอ้เรื่องเพี้ยนไปไม่เท่าไร แต่ถูกสายตาของหล่อนแทะโลมทั้งวี่ทั้งวัน มันทำให้ชายหนุ่มอย่างเขากระดากอยู่ ไม่น้อย ทั้งกระดากใจและกระดากอาย
แต่ไม่ทันจะได้พูด เสียงหวานของใครบางคนก็ดังแว่วมาให้ได้ยินแล้ว
“คุณพี่แผน!”
หาใช่ใครที่ไหน เสียงของมะลิที่แสล๋นหน้ามาพร้อมกับขันน้ำในมือนั่นล่ะ
มาแล้ว!
ไอ้แผนคิดในใจ ขมวดคิ้วยู่ ขณะที่มะลิตรงมานั่งข้างๆ แล้วยื่นขันน้ำให้
“คุณพี่มาเหนื่อยๆ ดื่มน้ำดื่มท่าก่อนสิเจ้าคะ หนูเอามาให้”
‘หนู’...เป็นการเรียกแทนตัวเองของมะลิในตอนนี้ ซึ่งมันแปลกหูเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะกับเขา
หนูอะไร ไม่ได้น่าเอ็นดูสักนิด!
ทว่าจะตัดไมตรีเลยก็เกรงใจสายตาพ่อครูที่มองมา ได้แต่รับขันน้ำมาแล้วว่าพึมพำ
“ขอบใจ”
คุณอาจจะชอบ





