ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เกิดใหม่... เป็นมาเฟียในกะลาแลนด์

เกิดใหม่... เป็นมาเฟียในกะลาแลนด์

อดีตยมทูตผู้ทรงพลังกลับชาติมาเกิดใหม่ในฐานะผู้นำแก๊งมาเฟียสุดระห่ำ พร้อมภารกิจสุดเพี้ยนในการแผ่ขยายอิทธิพลและทะเยอทะยานยึดครองดินแดนกะลาแลนด์โดยใช้กลยุทธ์สุดกาวที่ไม่มีใครคาดคิด ผลงานภาคต่อของ 'เมื่อผมตาย... แล้วกลายเป็นยมทูต' ที่นำเสนอเรื่องราวบทใหม่แบบจบในตัว ให้คุณได้สัมผัสความมันส์จากการปะทะและแผนการสุดล้ำในการสร้างอาณาจักรอาชญากรรมเหนือจินตนาการ แม้ไม่เคยอ่านภาคแรกมาก่อนก็สามารถสนุกไปกับการผจญภัยสุดระทึกและตลกขบขันนี้ได้อย่างเต็มอิ่ม
ตอน
แชร์

ตอน 2

เที่ยงคืนผ่านพ้นไป บ่งบอกเวลาวันใหม่ และชีวิตใหม่ของผมที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า แม้จะเป็นแค่การถ่ายเทวิญญาณสู่ร่างอื่น ไม่ใช่การถือกำเนิดใหม่ แต่มันก็ทำให้บรรดาเจ้าหน้าที่ทั้งหลายในยมโลกอดตื่นเต้นกันไม่ได้

"โชคดีนะคะหมอ"

"รีบกลับมานะคะ พวกเราคิดถึงแย่"

"อย่าลืมคิดถึงพวกเราบ้างนะคะ"

ภารกิจส่งตัวหัวหน้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ลงสู่ปรโลกครั้งนี้ ไม่ได้มีแค่ผม แต่ยังมีหัวหน้าหน่วยพยาบาลที่ถูกส่งตัวขึ้นไปปฏิบัติหน้าที่ด้วย หมอนั่นช่างสังเกต ละเอียดอ่อน เหมาะกับการช่วยเหลือดวงวิญญาณตกค้าง และปิดเคสการตายผิดปกติที่เชื่อมโยงกับการโกงความตายของตาลุงเห็นแก่ตัวคนนึง

"ขอบคุณทุกคนมากๆ ครับ ที่มาส่งผม" ผู้ชายสวมแว่น เจ้าของผมรองทรงบลอนด์ทองไฮไลท์ส้ม ในชุดสูทสีเทาอ่อน ยิ้มให้เจ้าหน้าที่ทุกคนตรงหน้า ซึ่ง 99.99% เป็นผู้หญิง

...ขณะที่ตรงหน้าผม

"ยูต้องกลับมานะ เข้าใจไหมไมเคิล ที่นู่นไม่มีอะไรให้ลั้นลาหรอก" หัวหน้านับเงินพูดประโยคเดิมซ้ำเป็นครั้งที่ร้อย ใช่... มีแค่เธอคนเดียวที่อยู่ตรงหน้าผมตอนนี้

"ไอก็ไปทำงานไง ไม่ได้ไปลั้นลา" ผมตอบด้วยประโยคเดิมเป็นครั้งที่ร้อย และไม่ได้รู้สึกอะไรกับการที่ไม่มีใครแห่แหนกันมาส่ง

...ผมชินแล้ว เพราะมันก็แค่เรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้นเป็นประจำ

"ใกล้ถึงเวลาแล้ว หัวหน้าเข็มทิศกับรองหัวหน้าไมเคิลพร้อมไหมคะ?" ผู้หญิงผมหางม้าชุดสูทน้ำเงิน เจ้าหน้าที่จากกองอำนวยการพูดขึ้นคล้ายเป็นการตัดบทหัวหน้านับเงินที่กำลังอ้าปากตั้งท่าจะพูดอะไรต่อ แม้เธอจะไม่ได้ตั้งใจ แต่ก็ดีแล้ว... ไม่อย่างนั้นผมคงต้องยืนหูทวนลมฟังคำบ่นต่อไปเรื่อยๆ

"พร้อมครับ" ผมกับหัวหน้าหน่วยพยาบาลตอบคำถามขึ้นพร้อมกัน เสมือนเป็นการปิดประตูตายไม่ให้หัวหน้าหน่วยยมทูตมีโอกาสพูดอะไรอีก

"เชิญทางนี้เลยค่ะ" เจ้าหน้าที่กองอำนวยการคนเดิมเดินนำผมกับเขามายังเสาสีแดงเพลิงสูงเสียดฟ้าสองต้น

...มันคือประตูนรกที่จะเพิ่มความสูงขึ้นเรื่อยๆ ตามสถิติการทำความชั่วของมนุษย์ในแต่ละปี

"เดี๋ยวครับ!!"

เสียงเรียกที่ดังขัดจังหวะขึ้นทำเอาเราสามคนชะงัก หันไปมองต้นเสียงที่พึ่งวาร์ปเข้ามา

"นึกว่าจะมาไม่ทันร่ำลาซะแล้วนะครับเนี่ย" ก้อนหินเดินฉีกยิ้มนำหน้าดาวเหนือเข้ามา ไม่รู้ว่าผมไปสนิทสนมกับหมอนั่นตอนไหน หรือบางทีคนที่ถูกกล่าวถึงในประโยคคำพูดเมื่อครู่ อาจเป็นหัวหน้าหน่วยพยาบาลก็ได้

"เชิญค่ะ ได้แค่ 1 นาทีนะคะ" เจ้าหน้าที่หญิงกองอำนวยการพูดพร้อมกับถอยหลังออกไปสามก้าว เพื่อให้ทั้งคู่เข้ามายืนแทนที่

"โชคดีนะครับหัวหน้าเข็มทิศ" ก้อนหินหันไปยิ้มให้หัวหน้าหน่วยพยาบาล ก็อย่างที่บอก... ผมชินแล้วกับเรื่องแบบนี้ "อย่าลืมของฝากนะครับ รองหัวหน้าไมเคิล" คราวนี้คำพูดทีเล่นทีจริงที่มีชื่อของผมอยู่ในประโยค ทำให้ผมชะงักไป

"นายจะบ้าหรือไง!?" เสียงเอ็ดของคนตัวเล็กด้านหลังก้อนหินดังขึ้น ก่อนที่คนคนนั้นจะหันมายิ้มเจื่อนๆ ให้ผม

"ขอโทษด้วยครับรุ่นพี่ไมเคิล" ดาวเหนือพูดพลางหันไปถลึงตาใส่คนอยากได้ของฝาก

"ไม่เป็นไร จะหาของฝากไว้ให้ก็แล้วกัน" ผมลองตอบแบบทีเล่นทีจริงดูบ้าง ทั้งที่มั่นใจว่าจะหาของฝากไว้ให้หมอนั่นพาลงนรกอเวจีได้มากพอสมควร

"ขอบคุณครับ แล้วผมจะรอ"

คำตอบกับรอยยิ้มมุมปากของก้อนหิน บอกให้ผมรู้ว่าหมอนั่นเข้าใจความหมายแฝงที่ผมต้องการสื่อ ต้องแบบนี้สิ... มันถึงจะสนุก

"เหลืออีก 20 วินาทีนะคะ" เสียงเตือนของเจ้าหน้าที่หญิงกองอำนวยการ เหมือนเป็นสัญญาณการแยกย้าย

"เอ่อ... ขอให้ทุกอย่างราบรื่นนะครับรุ่นพี่ไมเคิล หัวหน้าเข็มทิศ" ยมทูตดาวเหนือพูดขึ้นเป็นคนสุดท้าย ก่อนที่ช่วงเวลาเลิกราของงานเลี้ยงจะเริ่มต้น

"ทันทีที่คุณเข็มทิศกับคุณไมเคิลขึ้นไปยังโลกมนุษย์ พวกคุณจะถูกวาร์ปไปที่ร่างเป้าหมาย ให้ใช้พลังที่เหลืออยู่สร้างวงเวทย์ วิญญาณจะถูกผสานเข้าร่าง หลังจากนั้นก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะตื่นขึ้นมาในร่างใหม่เมื่อไหร่" เจ้าหน้าที่หญิงคนเดิมอธิบายแบบสรุปย่อแต่ได้ใจความครบถ้วน

...หัวหน้านับเงินก็เคยบอกให้ผมฝึกพูดแบบนี้เหมือนกัน แต่นั่นมันไม่ใช่สไตล์ของผม

"แล้ว... ตอนภารกิจสำเร็จล่ะครับ เราจะออกมาจากร่างยังไง?" หัวหน้าหน่วยพยาบาลถามขึ้น

"ทางเราจะประสานไปเองค่ะ จะทำการส่งดวงวิญญาณขึ้นแทรกซึมแล้วนะคะ กรุณาเตรียมพร้อม... สาม สอง หนึ่ง..."

สิ้นเสียงสัญญาณนับถอยหลัง ผมกับหัวหน้าเข็มทิศก็ถูกวาร์ปจากยมโลกขึ้นมายังโลกมนุษย์ ที่จริงมันก็ไม่ได้แตกต่างจากช่วงเวลาที่ผมวาร์ปขึ้นมารับเหล่าคนชั่วสักเท่าไหร่ เพียงแต่... การตัดสินใจทำในสิ่งที่อยู่นอกเหนือคำสั่งแบบสุดโต่ง มันก็ทำให้ผมอดรู้สึกตื่นเต้นไม่ได้

"นี่สินะ... ร่างใหม่ของผม" ผมยืนมองเจ้าของผิวเข้ม กับใบหน้ารูปสามเหลี่ยมเหมือนปิ๊กกีตาร์ ที่กำลังนอนหลับตาอยู่บนเตียงภายในห้องพักฟื้นโรงพยาบาลที่เต็มไปด้วยสายระโยงระยาง

...วิญญาณของหมอนี่หลุดออกจากร่างหลังเกิดอุบัติเหตุ และหลบหนีไปเหมือนหวาดกลัวบางสิ่งบางอย่างจนไม่กล้ากลับเข้าร่าง

"ขอบใจ... ที่ทิ้งร่างไว้ให้"

วงเวทย์จากพลังที่กองอำนวยการยมโลกเหลือทิ้งไว้ให้ ปรากฏขึ้นล้อมรอบวิญญาณของผมกับร่างเป้าหมาย ผมไม่ได้ถูกยึดพลังยมทูตคืน แต่มีการเพิ่มเงื่อนไขการใช้พลังที่ต้องรอการอนุมัติจากยมโลก

เปล่า... ผมไม่ได้เสียใจหรือรู้สึกอะไรทั้งนั้น เพราะมั่นใจว่าด้วยสมองกับสองมือนี้ เพียงพอจะใช้กำจัดพวกมันให้สูญพันธุ์ไปจากกะลาแลนด์!!

"คุณหมอคะ คนไข้ฟื้นแล้วค่ะ"

เสียงพูดของพยาบาลตรงข้างเตียงดังขึ้นทันทีที่ผมลืมตาตื่น ใช่... นั่นคือภาษาไทย เพราะที่นี่คือโรงพยาบาลใกล้รอยต่อของกะลาแลนด์กับกัมพูชา

"คุณตองเก้า... ได้ยินหมอไหมครับ?"

คราวนี้เป็นเสียงพูดของหมอที่ชะโงกหน้าเข้ามาเรียกผม และแม้จะไม่สบอารมณ์กับชื่อนี้สักเท่าไหร่ แต่ผมก็ทำได้แค่พยักหน้ารับ เพราะหน้ากากออกซิเจนที่ครอบปากกับจมูกอยู่

"คุณประสบอุบัติเหตุแต่รอดมาได้ เดี๋ยวหมอจะตรวจร่างกายคุณแบบละเอียดอีกครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีอะไรผิดปกติ ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายไม่ต้องห่วงนะครับ นายจ้างของคุณเป็นคนรับผิดชอบทั้งหมด"

สิ่งที่ได้ยินฟังดูเหมือนนายตองเก้าจะมีนายจ้างผู้เปี่ยมล้นด้วยเมตตากรุณาอย่างหาที่เปรียบมิได้ แต่มันจะเป็นอย่างนั้นแน่หรือเปล่า ในเมื่อนายจ้างคนที่ว่าคือตาแก่ซินแสอายุหลายร้อยปี ผู้ก่อตั้งเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่กำลังมองหาร่างใหม่ให้ตัวเองถ่ายโอนวิญญาณ

"คุณเข้าใจภาษาไทยใช่ไหมคะ?" พยาบาลคนเดิมตั้งคำถามกับผม ซึ่งเวลานี้อยู่ในร่างชายชาวกัมพูชาวัย 21 อดีตลูกจ้างแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่กำลังจะก้าวขึ้นไปเป็นผู้ก่อตั้งหลังพิธีกรรมสลับวิญญาณ

"ครับ" ผมออกเสียงอู้อี้ผ่านหน้ากากออกซิเจนเป็นภาษาไทย อาจดูเหมือนไม่แนบเนียนกับการที่ผมไม่ยอมสวมบทบาทคนกัมพูชา แต่นั่นก็เพราะไม่มีความจำเป็นต้องทำ ในเมื่อผมมาที่นี่เพื่อประกาศสงคราม

"อ๋อ พูดไทยได้ โอเคเลย จะได้สื่อสารกันเข้าใจ"

ท่าทางของหมอกับพยาบาลดูโล่งใจมากขึ้นกว่าตอนที่ผมฟื้นขึ้นมา ผมเองก็โล่งใจเหมือนกันที่การถือกำเนิดในร่างใหม่เป็นไปอย่างง่ายดาย โชคดีที่เจ้าของร่างนี้ไม่ได้นอนรักษาตัวนานจนต้องทำกายภาพบำบัด เหมือนอย่างร่างเป้าหมายของหัวหน้าหน่วยพยาบาล ไม่อย่างงั้นผมคงเสียสติก่อนจะได้ทำตามแผนแน่ๆ

"ทางโรงพยาบาลโทรแจ้งนายจ้างของคุณแล้วนะครับ ผลตรวจร่างกายออกมาปกติ อายุยังน้อยด้วย คงจะฟื้นตัวเร็ว อีกไม่กี่วันน่าจะออกจากโรงพยาบาลได้" หมอเจ้าของไข้คนเดิมสรุปผลหลังการตรวจร่างกายผ่านพ้นไป ไม่แปลกที่ทั้งหมดดำเนินการไปอย่างรวดเร็ว ส่วนการบริการประชาชนต่างด้าวก็น่าประทับใจพอๆ กับคำพูดที่ฟังดูรื่นหู เพราะนี่คือโรงพยาบาลเอกชน

แน่ล่ะ... ยังไงซะตาแก่ซินแสนั่นก็ต้องเลือกฝากร่างใหม่ของตัวเองไว้กับสิ่งที่ดีกว่าอยู่แล้ว ผมเองก็เหมือนกัน เพียงแต่สิ่งที่ดีกว่าในความคิดของผม มันจะต้องเป็นสิ่งที่ผมเลือกด้วยตัวเองเท่านั้น

"ผมจะออกจากโรงพยาบาลทันวันพุธหน้าไหมครับ ถ้าจำไม่ผิด... นายจ้างของผมน่าจะมีงานสำคัญที่มอบหมายให้ผมรับผิดชอบ" ผมใช้ข้อมูลที่ได้รับมาจากกองอำนวยการยมโลกก่อนหน้านี้ ตั้งคำถามกับหมอเจ้าของไข้

ใช่... วันสำคัญที่ว่านั่น ก็คือ วันจัดพิธีกรรมสลับวิญญาณของตาแก่ซินแส ซึ่งต่อให้ผมไม่ฟื้นขึ้นมาในร่างนี้ ร่างของนายตองเก้าก็จะต้องถูกนำออกจากโรงพยาบาลไปเข้าพิธีอยู่ดี

"ทางนายจ้างของคุณแจ้งไว้เหมือนกันครับ คิดว่าน่าจะทันนะครับ เหลืออีกตั้งอาทิตย์ เพียงแต่อย่าพึ่งไปหักโหมใช้งานร่างกายหนักๆ ก็พอครับ เดี๋ยวจะกลายเป็นว่าต้องกลับมานอนโรงพยาบาลอีก"

คำตอบของผู้ชายเสื้อกาวน์ตรงหน้า ทำให้ผมอดยิ้มออกมาไม่ได้

"ขอบคุณครับ"

หัวใจที่ไม่ใช่ของผมเต้นรัวเป็นเสียงกลอง อีก 1 อาทิตย์ พลังยมทูตของผมจะกลับคืนมาอีกครั้ง สำหรับใช้รับมือพิธีกรรมดำมืดของตาแก่นั่น ไม่แน่ว่าวันนั้นวิญญาณของผมอาจถูกดึงกลับไปยังยมโลก แต่ผมจะไม่ยอมให้มันเป็นแบบนั้นเด็ดขาด

...เพราะผมจะทำทุกวิถีทางให้ได้ใช้ชีวิตบนโลกมนุษย์แสนบัดซบใบนี้ต่อ!!

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ธิดาแค้นต้องเอาคืน
9.2
ตระกูลซูถูกกวาดล้างจนสิ้นซากในคืนเดียว ซูเฉิงอิ้งต้องทนทุกข์จากการถูกน้องสาวทรยศและชายคนรักหลอกใช้จนถูกตราหน้าว่าเป็นคนขายชาติก่อนจะถูกประหารอย่างอนาถ เมื่อได้รับโอกาสกลับมาเกิดใหม่พร้อมความแค้น นางจึงถือดาบกลับมาเพื่อทวงคืนความยุติธรรม เริ่มจากการกำจัดน้องสาวชั่วและคนรักหน้าเนื้อใจเสือ พร้อมสยบคำนินทาที่บิดเบือนความจริงทั้งหมด ทว่าในเส้นทางแห่งการล้างแค้นนี้ ตงฟางไป๋เยว่กลับก้าวเข้ามาป่วนหัวใจจนนางแทบจะวางดาบไม่ลง
หน้าปกนวนิยาย ใยรักเพลิงเสน่หา
8.6
ราชาวดีพยายามหนีห่างจากชายหนุ่มผู้เย็นชาที่เธอตราหน้าว่าเป็นคนเฮงซวย แต่เขากลับทวงถามความรับผิดชอบอย่างหน้าไม่อายจนเธอต้องรีบปิดปากเขาด้วยความอับอาย ท่ามกลางความขัดแย้งนี้ กำแพงน้ำแข็งที่เขาสร้างขึ้นกลับพังทลายลงอย่างไม่น่าเชื่อเมื่ออยู่ต่อหน้าเธอ เขารู้สึกเหมือนได้กลับไปเป็นเด็กที่ไร้เดียงสาอีกครั้ง จนลืมเลือนตัวตนเบื้องหลังที่เต็มไปด้วยการเข่นฆ่าและคราบเลือดภายใต้รอยยิ้มอันอบอุ่นของพี่ชายที่คอยบงการชีวิตเขาอยู่เสมอ
หน้าปกนวนิยาย เทพเจ้าแห่งอสูร: พิชิตทุกพิภพด้วยหมื่นภูตผี
8.9
เมื่อสุดยอดทหารรับจ้างจากศตวรรษที่ 26 กลับชาติมาเกิดเป็นลูกเลี้ยงไร้ค่าในตระกูลดัง นางจึงลุกขึ้นสู้เพื่อทวงคืนความยิ่งใหญ่ด้วยพลังทุกธาตุและศาสตร์ลัทธิภูตผีที่สร้างขึ้นเอง จนก้าวข้ามอัจฉริยะทั้งห้าภพในฐานะราชาผีผู้สั่งการวิญญาณนับหมื่น ทว่าท่ามกลางการแก้แค้นและการสยบศัตรู นางกลับต้องรับมือกับจักรพรรดิหนุ่มลึกลับที่ตามตื้อไม่เลิก แม้เย่วเฉิงเฟิงจะมองว่าบุรุษคือตัวถ่วง แต่ความสัมพันธ์อันยุ่งเหยิงนี้กลับท้าทายหัวใจของนางในเส้นทางสู่การเป็นเทพเจ้าแห่งอสูร
หน้าปกนวนิยาย อุบายรักแม่ทัพหน้านิ่ง
8.9
เมื่อองค์หญิงผู้สูงศักดิ์ตกหลุมรักแม่ทัพหนุ่มผู้เย็นชา นางจึงตัดสินใจละทิ้งฐานันดรและปลอมตัวเป็นทหารเพื่อแฝงตัวเข้าไปอยู่ในกองทัพ หวังเพียงจะได้ใกล้ชิดชายในดวงใจ ทว่าแผนการครั้งนี้กลับเผชิญอุปสรรคใหญ่หลวง เมื่อแม่ทัพหนุ่มปักใจเชื่อสนิทว่านางคือบุรุษเพศที่เป็นผู้ใต้บังคับบัญชา ท่ามกลางสมรภูมิและการผจญภัยที่เต็มไปด้วยอันตราย นางจะสามารถเปิดเผยตัวตนและคว้าหัวใจของเขามาครองได้อย่างไรในสถานการณ์ที่ผิดฝาผิดตัวเช่นนี้
หน้าปกนวนิยาย เกิดใหม่คราวนี้ฮูหยินแสนดีเช่นข้า
8.7
ลู่เหยาต้องจบชีวิตอย่างน่าเวทนาหลังถูกสามีทอดทิ้งนานถึงสามปี ทิ้งให้บุตรชายต้องเผชิญโชคชะตาเพียงลำพัง ทว่าสวรรค์ให้โอกาสนางเกิดใหม่ในร่างอนุของสกุลจางคนเดิม แม้ฐานะจะเปลี่ยนไป แต่นางยอมหวนคืนสู่ขุมนรกนี้เพื่อปกป้องลูกรักและชำระแค้นทุกคนที่เคยทำลายชีวิตนางในชาติก่อน จากฮูหยินแสนดีที่เคยถูกเหยียดหยาม สู่การเป็นอนุสายสตรองที่พร้อมฟาดฟันและเอาคืนอย่างสาสม บทสรุปของความแค้นและสายใยแม่ลูกครั้งนี้จะจบลงอย่างไร
หน้าปกนวนิยาย สามีพรีเมียม
8.9
เซาะทราย ดีไซเนอร์สาวผู้ทะเยอทะยานตัดสินใจเปิดแบรนด์ชุดชั้นใน Sai เพื่อสร้างความร่ำรวยให้ตัวเอง จนกระทั่งเธอได้พบกับ ชาร์ค อิโญน่า สายลับหนุ่มที่ยอมแฝงตัวเป็นพนักงานจัดส่งสุดฮอต เซาะทรายใช้เสน่ห์อันเหลือร้ายของเขาเป็นสินค้าพรีเมียมเพื่อดึงดูดลูกค้าและขยายยอดขายให้เติบโตอย่างรวดเร็ว ในขณะที่ชาร์คเองก็เต็มใจทำภารกิจนี้เพื่อเข้าถึงเป้าหมายสำคัญ โดยอาศัยความใกล้ชิดและความพึงพอใจของลูกค้าเป็นเครื่องมือสู่ความสำเร็จที่เขาต้องการ