ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย สาวน้อยผู้นำพาครอบครัวสู่ความมั่งคั่ง เล่ม 3

สาวน้อยผู้นำพาครอบครัวสู่ความมั่งคั่ง เล่ม 3

จากอดีตผู้รอดชีวิตในยุคซอมบี้ล้างโลก ฉินหลิวซีได้โอกาสเกิดใหม่เป็นเด็กหญิงวัยห้าขวบในครอบครัวที่แสนยากจน แถมยังถูกญาติพี่น้องรุมกดขี่ข่มเหงอย่างไม่เป็นธรรม เมื่อโชคชะตาเล่นตลกเธอจึงขอประกาศกร้าวว่าจะไม่ยอมก้มหัวให้โชคชะตาอีกต่อไป ถึงเวลาที่เธอต้องลุกขึ้นมาใช้ความสามารถที่มีเพื่อพลิกฟื้นฐานะและนำพาทุกคนในครอบครัวก้าวข้ามความลำบากมุ่งสู่ความมั่งคั่งร่ำรวยอย่างที่ใครก็คาดไม่ถึงในโลกใบใหม่นี้
ตอน
แชร์

ตอน 3

ฉินหลิวซีมองฝ่ายตรงข้ามด้วยดวงตาแข็งกร้าว การต่อสู้เริ่มขึ้นอีกครั้งและครั้งนี้มันต่างออกไป เจตนาสังหารนางส่งออกมาชัดเจนจากดวงตาทั้งสองคู่ นางไม่ใช่คนในสำนัก ถึงจะถูกเลือกให้มาเป็นตัวแทนจากการเสนอชื่อแต่สังหารนางไปความผิดก็ไม่ร้ายแรงพอที่จะบาดหมางระหว่างสำนักได้

พยัคฆ์ทองคิดเช่นนั้นจึงได้กล้าลงมือ เมื่อใดที่นางพลิกกลับมาเป็นฝ่ายได้เปรียบจนพวกเขาล่าถอยไปได้ก็ได้พักหายใจหายคอ แต่เมื่อใดที่โดนรุกกลับมาจนนางเป็นฝ่ายถูกไล่ต้อนก็ทำเอาหืดขึ้นคอ

พยัคฆ์ทองมีคนหนึ่งที่ระดับฝึกตนสูงกว่านางเลยทำให้รับมือได้ยากยิ่ง จะพลิกกลับไปชนะเลยก็ทำไม่ได้

ทั้งสองฝ่ายยืดเยื้อกันจนหมดเวลา เสียงสัญญาณดังสนั่นลั่นผืนป่า พริบตานั้นหลี่เจิ้นหัวกับฉินหลิวซีพร้อมใจกันทำลายป้ายชื่อของตนเอง

"ทำไม!" นางตะโกนถามออกมาดังลั่นเมื่อป้ายชื่อยังคงสมบูรณ์ดี

มีอะไรผิดพลาดกันแน่!

หลี่เจิ้นหัวบาดเจ็บจากการต่อสู้ไม่น้อย แต่ก็ยังฝืนทนมาจนถึงตอนนี้เพียงเพื่อให้สามารถทำลายป้ายชื่อได้ตอนหมดเวลา แต่กลับไม่เป็นผล เมื่อไม่มีคำตอบมาปรากฏอยู่ตรงหน้านางจึงไม่มีทางเลือก เด็กหญิงเข้าไปประคองร่างของสหายแล้วพาเขาหนีออกมาจากตรงนั้น

ไม่รู้เป็นความผิดพลาดของตัวมิติทับซ้อนเอง หรือมีอะไรแทรกแซงทำให้มันทำงานบกพร่องขึ้นมา แต่ตอนนี้พวกเขาต้องคิดถึงชีวิตตนเองก่อน

ฉินหลิวซีใช้วิชาตัวเบาเหยียบอากาศ หลบซ่อนตัวไปตามพงไพรจนมาเจอเข้ากับถ้ำแห่งหนึ่ง นางใช้ความเร็วทั้งหมดเท่าที่ตนเองจะสามารถทำได้หนีออกมา เด็กหญิงไม่รอช้าที่จะเข้าไปโหลดในถ้ำนั้น นางรีบร้อนนำน้ำพุวิญญาณออกมาให้หลี่เจิ้นหัวดื่ม

ขวดโอสถต่าง ๆ ที่ปรุงเตรียมเอาไว้ถูกกวาดออกมากองบนหน้าตัก

"รีบกินเข้าไปเสีย"

หลี่เจิ้นหัวไม่มีเวลาแม้แต่จะตอบรับ เพราะถ้าหากเขาไม่ได้ดื่มยาด้วยตัวเองกลัวว่าสหายผู้นี้จะจับกรอกปากเสียให้ได้ ความเป็นห่วงของนางทำให้เขารู้สึกดีใจ แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่าอย่าพยายามเจ็บตัวถึงขั้นนี้บ่อยจะดีกว่า ไม่อย่างนั้นเขาคงโดนจับกรอกยาจนกระอักแน่

เมื่อแน่ใจว่าอาการของเขาดีขึ้นแล้ว เหลือก็แต่รอเวลาให้ยาออกฤทธิ์มากกว่านี้ฉินหลิวซีก็ทิ้งตัวลงนั่งเอกเขนกกับพื้นด้วยความเหนื่อยล้า

"เกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมพวกเราถึงกลับออกไปไม่ได้"

"ข้าก็ไม่แน่ใจ คงต้องรอให้อาจารย์หาสาเหตุจากข้างนอกแล้วช่วยออกไปเท่านั้น มิตินี้ข้าไม่อยากเสี่ยงทำอะไรเกินขอบเขต เพราะมันไม่ใช่สิ่งที่ข้าสร้าง จะไปจับต้องสุ่มสี่สุ่มห้าก็กลัวจะทำให้สถานการณ์เลวร้ายยิ่งกว่าเดิม"

"นั่นข้าก็เห็นด้วย แต่เรารออยู่เฉย ๆ อย่างเดียวไม่ได้หรอกนะ พวกพยัคฆ์ทองยังหมายหัวข้าอยู่"

นางกังวลว่าจะลากเขามาเกี่ยวข้องมากไปกว่านี้ แต่หลี่เจิ้นหัวไม่คิดเช่นนั้น เขาเต็มใจช่วยนางสู้

หลี่เจิ้นหัวระดับฝึกเซียนไม่ได้ด้อยกว่านางมากนัก แต่ประสบการณ์การต่อสู้จริงค่อนข้างน้อยทำให้ได้รับบาดเจ็บหลายจุด ฉินหลิวซีไม่ได้ตำหนิที่เขาฝืนตัวเองจนได้แผลมาขนาดนี้ อย่างไรพวกตนอายุแค่สิบสองย่างสิบสามปีเท่านั้น ส่วนฝั่งนั้นมีอายุสิบห้าไปถึงยี่สิบปีกันแล้ว

เอาไม้ซีกไปงัดไม้ซุงชัด ๆ

ฉินหลิวซีกางข่ายมนต์ไว้ที่ปากถ้ำ หากมีคนบุกรุกเข้ามาจะรู้สึกตัวได้ทันที ส่วนตอนนี้ขอให้นางได้พักสายตาสักครู่เถอะ วันนี้นางตื่นเช้ามากและก็ต่อสู้มาทั้งวันแล้ว ทำให้เหนื่อยล้าไปทั้งกายใจ หากนางไม่พักผ่อนตอนที่ยังพอมีโอกาสอาจจะหมดสติระหว่างต่อสู้ได้

เมื่อผู้เข้าแข่งขันไม่สามารถกลับออกมาได้ ด้านนอกสนามประลองก็โกลาหล

ขณะที่คนในไม่อาจเคลื่อนไหวตามใจได้มากมาย ด้านนอกของพื้นที่ทับซ้อนก็กำลังวุ่นวายและเคร่งเครียด อยู่ ๆ ก็เกิดปัญหาในการเชื่อมต่อกับผู้เข้าแข่งขัน อีกทั้งภาพฉายก็ตัดไปขณะที่ทั้งสองฝ่ายกำลังต่อสู้ ยังไม่รู้ผลแพ้ชนะทำให้ไม่รู้เป็นตาย

พอสถานการณ์เป็นแบบนี้ก็มีเสียงเล่าลือในหมู่ลูกศิษย์คนอื่น คาดว่าคนที่อยู่ข้างในอาจไม่มีชีวิตแล้วยิ่งทำให้เหล่าผู้อาวุโสรู้สึกสิ้นหวังหนักกว่าเดิม แต่พวกเขาก็ไม่สามารถล้มเลิกที่จะหาวิธีช่วยเหลือ จนกว่าจะสามารถพิสูจน์ได้ว่าคนข้างในไม่มีชีวิตอยู่แล้วจริง ๆ ฉะนั้นไม่ว่าอย่างไรก็ให้ถือเสียว่ายังรอดอยู่ไว้ก่อน

"ตาแก่เจ้าสำนัก ตกลงเกิดอะไรขึ้นกันแน่" ซุนเป่ยฉีหัวเสียแทบอาละวาด ถ้าไม่มีฉินซือหยวนอยู่ข้าง ๆ เขาคงชักกระบี่ออกมาแทงเจ้าจะหายหน้าโง่นี่ไปแล้ว

"ท่านพี่ ฮึก! ท่านพี่ข้าล่ะขอรับ!" ฉินซือหยวนน้ำหูน้ำตาไหลนองเต็มหน้า สะอื้นเสียงดังจนแทบพูดไม่รู้เรื่อง

ทุกคนต่างร้อนใจจนไม่เป็นอันทำอะไร

"ข้าก็หาวิธีอยู่น่า ช่วยเงียบก่อนได้ไหม คิดว่าร้อนใจคนเดียวอย่างนั้นหรือ"

"เพ่ย! เจ้าคนหน้าไม่อายนี่ แล้วคิดว่าเจ้าร้อนใจคนเดียวหรืออย่างไร"

"เอาล่ะ ๆ พวกท่านทั้งสองใจเย็นก่อน ผู้อาวุโสซุนอย่าได้โมโหเลย เรื่องเช่นนี้ไม่มีใครตั้งใจให้เกิด มาพักตรงนี้ก่อน คนอื่น ๆ กำลังเร่งมือแก้ไขเรื่องนี้ ลูกศิษย์ของเขาก็อยู่ในนั้น ทุกท่านอย่าทะเลาะกันเลย"

ผู้อาวุโสท่านหนึ่งเข้ามาห้ามปรามก่อนผู้ใหญ่สองคนนี้จะทะเลาะกันจนเลยเถิด

ระหว่างที่ข้างนอกกำลังวุ่นวาย ข้างในมิติทับซ้อนกลับเป็นไปด้วยความสงบ หลังจากที่กางข่ายมนต์ผ่านยันต์อาคม นางก็ให้หลี่เจิ้นหัวพักอยู่ในถ้ำ ส่วนตัวเองออกมาเก็บสมุนไพรข้างนอก ทิ้งหงส์แดงเพลิงไว้ให้อยู่กับเขาเผื่อว่ามีเหตุฉุกเฉินอะไร

นางสัมผัสไม่ได้ถึงตัวตนของคนอื่นใกล้ ๆ นี้ คิดว่าพวกพยัคฆ์ทองคงตามมาไม่เจอ

ฉินหลิวซีได้สมุนไพรกลับไปหลายร้อยชนิด บางส่วนแบ่งเก็บใส่ถุงสมุนไพร เจอสมุนไพรระดับสูงอยู่บ้างก็แบ่งเก็บเอาไว้ จากที่เคยมีอยู่เต็มถุงตอนนี้ก็ยิ่งแน่นเข้าไปอีก เมื่อเห็นว่าเก็บได้มากพอแล้วก็เดินกลับไปที่ถ้ำ

เด็กหญิงถึงกับผงะเมื่อเดินเข้ามาแล้วพบว่าหงส์แดงเพลิงตัวน้อยของนางที่เคยมีขนสีขาวปลอดทั้งตัว ตอนนี้ขนของมันสมชื่อหงส์แดงเพลิงแล้วจริง ๆ

ยิ่งไปกว่านั้นระหว่างที่มันกางปีกปกป้องหลี่เจิ้นหัว ด้านหลังของมันยังมีมังกรทองตัวหนึ่งใช้ลำตัวม้วนขดปกป้องทั้งสองเอาไว้

"ได้อย่างไรกัน..."

เจอสัตว์ในตำนานตัวหนึ่งว่ายากแล้ว แต่นี่อยู่ตรงหน้านางถึงสองตัว บางทีชีวิตที่สองของนางก็มีอะไรให้ตกใจจนหน้าเหวอบ่อยเกินไป เรื่องที่คนอื่นคิดว่าชั่วชีวิตนี้จะได้พบสักครั้งอย่างน้ำก็ปาฏิหาริย์นางกลับเจอบ่อยเสียยิ่งกว่าการพบปะหน้าอาจารย์ของตน

เรื่องที่ควรตกใจจนตาถลนนางได้แต่ยืนอึ้ง ไม่รู้จะตกใจเรื่องไหนก่อนดีและตกใจจนเหนื่อยแล้วนั่นเอง

"นี่มันเกิดอะไรขึ้นตอนที่ข้าไม่อยู่" นางกล่าวถามสัตว์อสูรในครอบครองของตน

หงส์แดงเพลิงสื่อจิตกับผู้เป็นนาย มันบอกว่ามังกรทองตัวนั้นเป็นสัตว์อสูรในพันธะของหลี่เจิ้นหัว พอรู้สึกถึงอันตรายก็ปรากฏตัวออกมา ทั้งคู่เกือบโจมตีใส่กันเพราะเข้าใจผิดคิดว่าสัตว์อสูรของนางเป็นศัตรู

ฉินหลิวซีหันไปมองเจ้ามังกรตัวนั้นก็พบว่ามันไม่ได้เข้ามาจู่โจม แค่มองมนุษย์อีกคนหนึ่งนอกจากเจ้านายตัวเองนิ่ง ๆ

หลี่เจิ้นหัวสลบไปเพราะพิษบาดแผล ฉินหลิวซีคิดจะเข้าไปดูอาการเขา แต่พึ่งก้าวขาออกไปจากจุดเดิมได้ข้างเดียวทั้งหมดก็ถูกดึงออกมาจากมิติทับซ้อน

เด็กหญิงรู้สึกเหมือนศีรษะถูกกระชากอย่างแรงก่อนจะลามไปทั้งตัว ฉินหลิวซีคาดว่าข้อผิดพลาดกำลังได้รับการซ่อมแซม ตัวนางกำลังจะหลุดออกไปข้างนอก เด็กหญิงไม่รอช้ารีบซ่อนตัวสัตว์อสูรของนางไว้ในมิติ พริบตาต่อมานางก็ออกมาอยู่ที่ลานประลอง

นางนั่งหายใจหอบด้วยความตกใจ

เกือบไม่ทันการเสียแล้ว

โล่งใจอยู่ได้ไม่นานนางก็หน้าซีดเมื่อนึกขึ้นได้ว่านอกจากสัตว์ในตำนานของนาง ยังมีอีกตัวตนหนึ่งที่ควรระวัง แต่นางไม่ใช่เจ้านายของมันจะบังคับให้ซ่อนก็ทำไม่ได้

เสียงฮือฮาดังขึ้นเมื่อมังกรทองปรากฏกายอยู่ตรงนั้นไม่ได้ไปไหน มันยังคอยม้วนขดปกป้องเด็กชาย เมื่อฝุ่นควันจากความวุ่นวายจางหายไป ผู้อาวุโสทั้งหลายก็กรูกันเข้ามาดู

เสียงโวยวายดังมาจากหลายทิศทาง ตอนนี้เองฉินหลิวซีจึงพึ่งเห็นว่าอีกด้านหนึ่งที่มีคนมุงกันอยู่นั้นคือพวกพยัคฆ์ทองที่นอนเลือดท่วม ไม่รู้ว่าไปเจอตัวอะไรมาจนเป็นเช่นนั้น

หลังจากที่พวกฉินหลิวซีหายไปจากตรงหน้า คนของพยัคฆ์ทองก็ไล่ล่าไม่ได้หยุดหย่อน ควานหาตัวพวกเขาไปทั่วมิติทับซ้อนจนพลัดเข้าไปในรังอสูร ถูกเล่นงานบาดเจ็บปางตาย แต่ก็ถูกดึงออกมาทันท่วงทีจนยื้อชีวิตไว้ได้

ผู้อาวุโสจากสำนักพยัคฆ์ทองยืนนิ่งอยู่ตรงหน้าลูกศิษย์

"รู้หรือไม่ว่าพวกเจ้าทำความผิดใด"

"ท่านอาจารย์ ก่อนจะกล่าวโทษได้โปรดรักษาพวกเขาก่อน" ศิษย์อีกกลุ่มจากสำนักเดียวกันที่สนิทสนมเข้ามายืนล้อม คุกเข่าลงตรงหน้าผู้อาวุโสเจ้าสำนักหวังให้ท่านเมตตา

"รักษาน่ะข้ารักษาแน่ แต่อย่าได้หวังเลยว่าจะพ้นโทษไปได้ เรื่องครั้งนี้ร้ายแรงนัก เจตนาสังหารระหว่างการแข่งขันชัดเจน ทำขายหน้าคนทั้งยุทธภพ ข้าคงใจดีกับเจ้าเกินไปกระมัง"

"ท่านเจ้าสำนักโปรดเมตตา"

"พูดเป็นอยู่คำเดียวหรือ คนเช่นนี้ก็ยังห่วงใยอีก ข้าคงสั่งสอนศิษย์ผิดไปจริง ๆ " เจ้าสำนักพยัคฆ์ทองหันมาโค้งขออภัยแก่เจ้าสำนักอื่น ๆ ทั้งสาม

"ท่านเจ้าสำนักเว่ย เรื่องคราวนี้ข้าจะพาพวกเขามาขออภัยกับท่านและศิษย์ผู้นั้นด้วยตัวเองในภายหลัง เวลานี้ให้ข้าได้รับผิดชอบลงโทษสั่งสอนพวกเขาเถิด"

เจ้าสำนักเว่ยพยักหน้าให้เป็นไปตามนั้น หลังจากท่านเจ้าสำนักเข้าไปดูอาการของหลี่เจิ้นหัวมังกรทองที่พิทักษ์กายเขาก็หายไป ซุนเป่ยฉีวิ่งเข้ามาดูอาการลูกศิษย์ของตัวเองพร้อมกับน้องชายของนาง

"ท่านพี่!" ฉินซือหยวนร้องไห้น้ำตาท่วมหน้า โผเข้ากอดนางแน่นไม่ยอมปล่อย

"พี่ปลอดภัยดี" นางเอ่ยบอกน้องชาย ตบแผ่นหลังเขาเบา ๆ เป็นการปลอบใจ

"ปลอดภัยแน่หรือ ถลอกปอกเปิกไปทั้งตัวขนาดนี้" ซุนเป่ยฉีจับลูกศิษย์หมุนซ้ายหมุนขวาให้ดูว่าตัวนางมีแต่รอยแผล ฉินหลิวซีได้แต่ยิ้มแหยแก้ตัวไม่ออก

เมื่อสถานการณ์คลี่คลายแล้ว เจ้าสำนักเซียนกระบี่ก็ให้กรรมการเป็นผู้ตรวจนับคะแนน ส่วนคนอื่น ๆ ก็แยกย้ายไปพักผ่อน โดยเฉพาะผู้ร่วมประลองที่ได้รับบาดเจ็บ การนับคะแนนจัดขึ้นที่ลานกว้าง ใครอยากร่วมเป็นพยานก็สามารถอยู่ดูด้วยได้

ทางด้านฉินหลิวซีไม่สนใจผลคะแนนตอนนี้แม้แต่นิดเดียว นางเหนื่อยจนแทบจะสลบอยู่แล้ว นางได้น้องชายประคองช่วยพามาส่งถึงซุ้มปฐมพยาบาลทำให้ได้ยินการนับคะแนนอยู่ไกล ๆ มีอาจารย์คอยทำแผลให้

เพราะความผิดปกติบางอย่างของมิติซ้อนวันนี้ และการกระทำนอกกฎเกณฑ์ของพวกพยัคฆ์ทอง ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บเกินคาด การแข่งขันวันที่สามจึงถูกยกเลิก

ฉินหลิวซีฟังผลสรุปการแข่งวันนี้ไปได้ไม่ถึงครึ่งก็หลับไปกลางคันด้วยความอ่อนเพลีย

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “96HVL” บน moboreader เพื่ออ่านหนังสือฉับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
96HVL
คัดลอก
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย พลาดรักยากูซ่า
9.0
เมื่อความเมตตาที่เคยมอบให้กลับกลายเป็นบ่วงพันธนาการที่แสนอันตราย หญิงสาวธรรมดาคนหนึ่งจำต้องเผชิญกับมรสุมชีวิตที่ไม่อาจคาดเดาได้ หลังจากที่เธอตัดสินใจยื่นมือเข้าช่วยเหลือชายหนุ่มผู้เป็นถึงนายน้อยผู้ทรงอิทธิพลแห่งตระกูลยากูซ่าชื่อดัง การก้าวเข้าสู่โลกมืดที่มีทั้งอำนาจและการนองเลือดในครั้งนี้ ทำให้เธอต้องพบกับบททดสอบของหัวใจท่ามกลางความขัดแย้งที่ดุเดือดและเสี่ยงตายในทุกฝีก้าวของชีวิตที่เปลี่ยนไปตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย ใยรักเพลิงเสน่หา
8.6
ราชาวดีพยายามหนีห่างจากชายหนุ่มผู้เย็นชาที่เธอตราหน้าว่าเป็นคนเฮงซวย แต่เขากลับทวงถามความรับผิดชอบอย่างหน้าไม่อายจนเธอต้องรีบปิดปากเขาด้วยความอับอาย ท่ามกลางความขัดแย้งนี้ กำแพงน้ำแข็งที่เขาสร้างขึ้นกลับพังทลายลงอย่างไม่น่าเชื่อเมื่ออยู่ต่อหน้าเธอ เขารู้สึกเหมือนได้กลับไปเป็นเด็กที่ไร้เดียงสาอีกครั้ง จนลืมเลือนตัวตนเบื้องหลังที่เต็มไปด้วยการเข่นฆ่าและคราบเลือดภายใต้รอยยิ้มอันอบอุ่นของพี่ชายที่คอยบงการชีวิตเขาอยู่เสมอ
หน้าปกนวนิยาย การเรียกคืนที่ร้ายแรง
9.1
ความตายกะทันหันไม่ได้เป็นจุดจบของสุดยอดมือสังหาร ทว่ากลับเป็นจุดเริ่มต้นใหม่เมื่อดวงวิญญาณถูกดึงข้ามมิติมายังอีกโลกหนึ่ง จอมเวทผู้โฉดชั่วหวังใช้ร่างเด็กน้อยที่เขาสิงสู่อยู่เป็นเครื่องมือทดลองสุดอันตราย แต่ผู้ที่ถูกเรียกมาไม่ใช่เหยื่อที่ยอมจำนน ด้วยสัญชาตญาณและประสบการณ์ลอบสังหารที่หล่อหลอมมาทั้งชีวิต เขาจึงซ้อนแผนปลิดชีพจอมเวทผู้นั้นอย่างเลือดเย็น เมื่ออุปสรรคแรกถูกกวาดล้าง อดีตนักฆ่าจึงตัดสินใจครอบครองทั้งสถานที่และขุมกำลังของศัตรู เพื่อใช้เป็นรากฐานในการสร้างอาณาจักรแห่งความมืดของตนเองในดินแดนที่ไม่คุ้นเคย ท่ามกลางการชิงไหวชิงพริบและการนองเลือดที่รอคอยอยู่เบื้องหน้า
หน้าปกนวนิยาย สมบัติแห่งขุนเขา
9.2
เนี่ยหลิงสิ้นใจลงอย่างปริศนาและตื่นขึ้นมาอีกครั้งในดินแดนแห่งผู้ฝึกตนโดยไม่ทราบสาเหตุ เขาเริ่มต้นชีวิตใหม่ท่ามกลางโลกแห่งพลังลมปราณพร้อมกับพรลึกลับสองประการที่ได้รับมาแบบไม่ทันตั้งตัว นอกเหนือจากความสามารถใหม่ เขายังมีธนูคู่ใจพร้อมลูกศรครบชุดและแหวนมิติสำหรับเก็บสิ่งของติดตัวไปด้วย แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังหาคำตอบไม่ได้ว่าเรื่องราวทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร แต่เขาก็จำใจต้องก้าวต่อไปในเส้นทางที่ไม่คุ้นเคยนี้ด้วยความหวังว่าโชคชะตาครั้งใหม่จะนำพาชีวิตไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้นกว่าเดิม
หน้าปกนวนิยาย ชายพิการผู้นั้นที่ใครไม่เห็นค่านางจะเป็นภรรยาของเขาเอง
9.7
หลังจบศึกสงคราม ไป่จวิ้นทหารชั้นผู้น้อยจำต้องกลับบ้านมาพร้อมร่างกายที่พิการเดินเหินไม่สะดวก แม้จะมีเงินรางวัลติดตัวแต่เขากลับถูกปฏิเสธจากหญิงสาวมากมาย จนกระทั่งจางอวี๋จิงบุตรสาวชาวนาผู้ยากไร้ยอมตกลงแต่งงานด้วย ในตอนแรกเขาเคลือบแคลงใจว่านางแต่งงานเพราะหวังเงินทอง แต่ความทุ่มเทและหัวใจที่อ่อนโยนของนางกลับค่อยๆ ทลายกำแพงในใจของเขาลง จนก่อเกิดเป็นความผูกพันลึกซึ้งที่นางปฏิญาณว่าจะขอเป็นแขนขาและดูแลสามีผู้แสนดีคนนี้ไปจนชั่วชีวิต