ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ทะลุมิติมาเป็นบุตรสาวหญิงหม้าย

ทะลุมิติมาเป็นบุตรสาวหญิงหม้าย

จือหลิน เด็กกำพร้าที่เติบโตในองค์กรลับฐานะหนูทดลองผู้มีเลือดพิเศษ เธอถูกหล่อหลอมให้เป็นนักวิทยาศาสตร์การแพทย์ไร้ความรู้สึก และได้รับชิปมิติอัจฉริยะฝังในสมองเพื่อจัดเก็บทรัพยากร ทว่าความผิดพลาดจากการคิดค้นยายื้อชีวิตกลับเปลี่ยนมนุษย์ให้กลายเป็นซอมบี้กระหายเลือดจนหายนะแพร่กระจายไปทั่วตึกวิจัย เพื่อชดใช้ความผิดเธอจึงตัดสินใจระเบิดตึกทิ้งพร้อมกับตัวเอง แต่โชคชะตากลับนำพาเธอลืมตาตื่นขึ้นอีกครั้งในร่างเด็กน้อยกลางป่าทึบ พร้อมความทรงจำใหม่ที่พรั่งพรูเข้ามา
ตอน
แชร์

ตอน 2

ลี่อินประคองจือหลินให้นอนลงก่อนที่นางจะช่วยห่มผ้าให้อย่างใส่ใจ แม้รู้ดีว่าบุตรสาวมีท่าทางที่ต่อต้านนางอย่างประหลาดแต่ก็คิดว่านางยังคงหวาดกลัวกับเรื่องที่เกิดขึ้น

วันต่อมาจือหลินนางก็ไม่ได้พักผ่อนอย่างที่ควรจะทำ เพราะนางรู้สึกว่าไม่ได้เป็นอันใดมาก และอีกอย่างร่างกายของมารดาก็ไม่อาจจะทำงานหนักได้เมื่อรู้มาจากความทรงจำเดิม

เมื่อคืนนี้ตอนที่จือหลินนางหลับไปยังฝันถึงจือหลินเจ้าของร่างเดิมอีกด้วย จือหลินร้องไห้อย่างน่าสงสารแล้วบอกให้นางช่วยดูแลมารดาแทนด้วย

จือหลินไม่รู้จะทำเช่นไรจะให้นางกลับเข้าร่างก็ไม่อาจจะทำได้ จึงได้รับปากจือหลินคนเดิมไปเพื่อให้นางวางใจ

อย่างน้อยชาตินี้ก็มีมารดากับเขาบ้างแล้ว เพียงแค่สตรีอ่อนแอคนหนึ่งนางคงไม่ลำบากมากนักที่ต้องคอยดูแล

แต่ร่างนี้ก็เป็นเพียงแค่เด็กน้อยวัยสิบหนาวนางจะไปทำอันใดได้มากก็ยังไม่รู้

จือหลินเดินไปที่ห้องครัวตามความทรงจำเดิม ก่อนที่จะเห็นลี่อินนางจุดไปอยู่

“ข้าทำเองเจ้าค่ะ” จือหลินเดินเข้าไปแย่งตะบันไฟและฟืนในมือของลี่อินมาก่อนที่จะทำทุกอย่างอย่างคล่องแคร่ว

ไม่ใช่ว่านางเก่งแต่อย่างใด ถ้าไม่มีความทรงจำเดิมของจือหลินคนก่อน การจุดไฟเช่นนี้นางก็คงทำไม่ได้เช่นกัน

เมื่อสำรวจดูว่ามีของใดที่จะนำมาทำอาหารได้บ้างก็พบเพียงหัวมันเล็กๆ ไม่กี่หัวเท่านั้น ข้าวสารก็แทบจะหมดลงแล้วด้วย

จือหลินได้แต่ถอนหายใจอย่างปลงตกก่อนจะลงมือล้างข้าวแล้วทำเป็นข้าวต้ม หัวมันนางก็ใช้เพียงสองลูกแล้วโยนเข้าไปในกองไฟเพื่อเผา

“หลินเออร์ เจ้าจะลุกขึ้นมาทำไม กลับไปนอนเสีย แม่ทำเองได้” ลี่อินจะเข้ามาช่วยจือหลินทำอาหาร

“ท่านออกไปนั่งพักก่อนเถิดเจ้าค่ะ ข้าทำได้” จือหลินไม่ได้หันไปพูดกับลี่อิน ปากนางพูดแต่มือก็ยังทำงานไม่หยุด

“แต่ว่า” ลี่อินยังไม่ยอม

“เชื่อข้าเถิด หากท่านล้มป่วยอีกคนจะทำเช่นใด” จือหลินหันไปมองลี่อินอย่างเรียบเฉย

นางเห็นแววตาของบุตรสาวก็อดจ้องมองอย่างตกตะลึงไม่ได้ แววตาของจือหลินในยามนี้ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว

นางเหมือนคนที่ผ่านการใช้ชีวิตมาอย่างโชกโชน เรียบเฉย สงบนิ่ง จนลี่อินที่เผลอจ้องนางยังนึกหวาดกลัว

จือหลินก็เหมือนจะรู้ว่าลี่อินคิดเช่นไร แววตาของนางจึงอ่อนลงเล็กน้อย ก่อนจะช่วยประคองลี่อินออกไปรอที่ห้องโถง

จือหลินมองห้องครัวที่สกปรกยุ่งเหยิง ก่อนจะเริ่มเก็บล้างและปัดกวาดทั้งหมดระหว่างที่รออาหารเสร็จ แต่ร่างกายนี้อ่อนแอเกินไปนางทำเสร็จก็แทบจะสิ้นเรี่ยวแรงแล้ว

นั่งพักจนหายเหนื่อยก็ยกอาหารออกไปกินกับลี่อินที่ด้านนอก

“ท่านกินก่อนเถิดเจ้าค่ะ สงสัยเรื่องใดค่อยพูดคุยกัน” จือหลินเงยหน้าขึ้นมาพูดกับลี่อินเมื่อเห็นว่ามือนางยังไม่ยอมขยับตะเกียบ

เมื่อกินอาหารเสร็จเรียบร้อย จือหลินก็เก็บไปล้างให้เรียบร้อยเสียก่อน เพราะนางติดนิสัยมาจากโลกก่อนที่ทำอะไรต้องเป็นระเบียบไปเสียหมด

เพราะถูกฝึกมาเช่นนี้ด้วยกระมัง จึงทำให้เด็กในองค์กรแทบทุกคนมีวินัย ทุกสิ่งอย่างล้วนต้องทำด้วยตนเองไม่สามารถพึ่งพาผู้อื่นได้

“ท่านสงสัยสิ่งใด ก็ถามเถิดเจ้าค่ะ” จือหลินยกน้ำขึ้นดื่มอย่างช้าๆ

ลี่อินมองท่าทางของนางที่เหมือนกับคนถูกฝึกมารยาทมาอย่างประหลาดใจ

“เช่นนั้นท่านฟังข้าแล้วอย่าตกใจจนเสียสติเล่า” จือหลินเอ่ยเตือนนางเสียก่อน เพราะนอกจากนั่งมองนางแล้วก็ไม่กล้าถามเรื่องใด

จือหลินเล่าเรื่องที่นางตกจากเขาแล้วหมดสติไปจนวิญญาณไปโผล่อีกภพหนึ่งที่มีความเป็นอยู่ต่างจากที่แห่งนี้มาก

นางถูกฝึกให้ใช้ชีวิตด้วยตนเองและเรียนรู้สิ่งต่างๆ มามากมาย จือหลินไม่ใจร้ายถึงกับบอกเรื่องที่บุตรสาวที่แท้จริงของนางตายไปแล้ว แต่นางคือวิญญาณที่มาจากโลกอื่น

เพราะลี่อินที่ไม่เหลือผู้ใดในชีวิต และเป็นหญิงสาวที่บอบบางเช่นนี้ คงไม่อาจทำใจได้อย่างแน่นอน

ส่วนเรื่องของจินฮวาและอี้เฉินนางจะคืนสนองให้อย่างแน่นอนที่กล้าทำร้ายชีวิตของหญิงสาวดีๆ เช่นนี้

ลี่อินเมื่อฟังจบก็ปล่อยโฮออกมาเสียงดัง เมื่อรู้ว่านางเกือบจะเสียบุตรสาวที่เหลือเพียงคนเดียวไปแล้ว

นางดึงตัวของจือหลินมากอดไว้แน่นอย่างหวงแหน จือหลินที่ไม่ได้ตั้งตัวก็ตกตะลึงจนพูดไม่ออก

นางปล่อยให้ลี่อินกอดนางไว้เช่นนั้น เมื่อรับรู้ถึงความรู้สึกของอ้อมกอดของมารดา ภายในอกของนางก็สะท้านอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

“นับจากนี้ท่านมีข้าอยู่ไม่ว่าเรื่องอันใดข้าจะจัดการให้ท่านเอง” จือลูบหลังปลอบนางเบาๆ

“แม่ แม่ ไม่ดีเอง เป็นแม่ที่ผิดต่อเจ้า” ลี่อินสะอื้นไห้จนพูดไม่เป็นคำ

“หากเรื่องนี้จะมีผู้ใดผิด ก็เป็นสองแม่ลูกนั้นมากกว่า” จือหลินเผยแววตาสังหารออกมาอย่างมีโทสะ

นางไม่รู้ว่าเป็นความรู้สึกของนางที่สงสาร จือหลินกับลี่อินหรือความโกรธแค้นของเจ้าของร่างเดิมกันแน่

กว่าลี่อินจะสงบสติได้จือหลินก็ต้องปลอบเสียนาน ก่อนที่นางจะพาลี่อินที่เหนื่อยจากการร้องไห้เข้าไปพักผ่อนในห้อง

จือหลินจึงได้มีเวลามาสำรวจเรือนที่นางต้องอาศัยอยู่อย่างละเอียด อาจจะเป็นเพราะลี่อินนางไม่อาจทำงานหนักได้และจือหลินคนเดิมยังเป็นเพียงเด็กน้อย

เรือนทั้งหลังจึงทำความสะอาดได้ไม่ดีนัก แม้ตัวเรือนจะได้รับการซ่อมแซมแล้วแต่ก็ยังมีบางส่วนที่ทรุดโทรมรอการพังทลายลงมาหากต้องเจอเข้ากับพายุ

เครื่องเรือนก็มีไม่มาก จึงจัดการได้ไม่ยากนัก ด้านนอกเรือนก็มีหญ้าขึ้นสูงในบางแห่งหากถูกถากออกก็นับว่ายังไม่พื้นที่เหลืออีกมาก คงเพียงพอให้ปลูกผักไว้กินกันสองคนแม่ลูกได้

ห้องน้ำเป็นสิ่งที่นางรับไม่ได้ที่สุด นอกจากจะต้องไปหาบน้ำที่ลำธารด้านหลังมาไว้เพื่ออาบแล้ว ส้วมที่ใช้ก็เป็นแบบขุดหลุม หากเต็มก็ต้องตักขึ้นมาทิ้ง จือหลินกัดฟันแน่นแล้วสบถออกมาอย่างหัวเสีย

นางเคยลำบากถึงขั้นนี้เสียเมื่อไหร่ แต่ให้ฝึกหนักจนต้องลากสังขารกลับที่พัก ที่อยู่ที่กินก็ล้วนแต่ดีที่สุด ข้าวของเครื่องใช้ทุกอย่างก็อำนวยความสะดวกดีกว่าด้านนอกเสียด้วยซ้ำ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ทาสรักหัวใจทมิฬ
8.6
พันโทอัคคีลาออกจากกองทัพเพื่อแฝงตัวทำงานกับชีคกาเบรียนแห่งสาธารณรัฐชาร์มา โดยมีเป้าหมายคือการตามหาน้องสาวที่หายสาบสูญไปในวัง ทว่าเขากลับต้องตกกระไดพลอยโจนเข้าพิธีวิวาห์กับชีคคาบิชาเราะห์เพื่อกู้ศักดิ์ศรีให้ราชวงศ์ ท่ามกลางภารกิจสืบหาความจริงที่นำไปสู่เบาะแสว่าน้องสาวถูกกลุ่มโจรแบ่งแยกดินแดนลักพาตัวไป ทิ้งไว้เพียงหลานสาวตัวน้อยในความดูแลของชีค จากความขัดแย้งในตอนแรกเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความรักที่แสนหวานซึ้งท่ามกลางไฟสงครามและอุปสรรคอันตราย
หน้าปกนวนิยาย เมื่อผมตาย... แล้วกลายเป็นยมทูต
8.2
อดีตหนุ่มออฟฟิศในกรุงเทพฯ ผู้เคยใช้ชีวิตธรรมดาได้หวนคืนสู่เมืองไทยอีกครั้งในฐานะยมทูตมือใหม่ แต่การทำงานวันแรกกลับไม่ง่าย เมื่อดาวเหนือต้องเผชิญกับเหตุระเบิดเพลิงครั้งใหญ่ที่สั่นประสาทจนเขาเผลอวิ่งหนีตายสุดชีวิตราวกับลืมไปว่าตนเองสิ้นอายุขัยไปแล้ว ท่ามกลางความวุ่นวาย เขาถูกรุ่นพี่ตะโกนสั่งให้ตั้งสติและเร่งนำวิญญาณเหยื่อไปส่งมอบแก่เจ้าหน้าที่สูทแดงตามหน้าที่ของผู้นำทางวิญญาณในโลกหลังความตายที่เต็มไปด้วยอันตรายและภารกิจสุดระทึก
หน้าปกนวนิยาย ระบบห้ามฆ่าตัวตายบังคับให้เป็นอาจารย์ของตัวร้าย
9.5
หลังสูญเสียน้องสาวเพียงคนเดียว ฟางเซียนพยายามจบชีวิตตัวเองหลายสิบครั้งทว่าล้มเหลวทุกครา จนกระทั่งระบบห้ามฆ่าตัวตายปรากฏตัวขึ้นพร้อมบังคับผูกมัดวิญญาณเธอไว้ โดยสั่งห้ามตายจนกว่าจะครบหนึ่งหมื่นปีเนื่องจากสวรรค์เต็ม เธอถูกส่งไปยังโลกยุทธภพเพื่อทำภารกิจขัดเกลาตัวร้ายสูงสุดในฐานะอาจารย์ แม้จะถูกล่อลวงด้วยเงินทองหรือพลังอมตะเพื่อให้เป็นจอมมาร เธอกลับโหยหาเพียงความตายและพยายามทุกวิถีทางเพื่อหนีจากระบบเฮงซวยที่คอยขัดขวางการจากไปของเธอในโลกใบใหม่นี้
หน้าปกนวนิยาย รักร้าย...ท่านอ๋องสายโหด
9.3
โชคชะตาเล่นตลกกับอู๋หงถิง นางขอทานใบ้ที่ตื่นขึ้นมาในชุดมงคลสีแดงแทนที่พี่สาวฝาแฝดผู้หายตัวไป หลังก่อเหตุลอบสังหารหวาเซียงอ๋องในคืนวิวาห์จนเกือบสิ้นชีพ เมื่อความแค้นของท่านอ๋องผู้โหดเหี้ยมปะทุขึ้น นางจึงต้องตกอยู่ในฐานะชายาทาสผู้รองรับอารมณ์แทนพี่สาวที่พลัดพราก ท่ามกลางความขัดแย้งและการเอาชีวิตรอดในวังวนแห่งอำนาจที่เต็มไปด้วยอันตราย อดีตหญิงไร้ค่าจะรับมือกับโทสะของอ๋องสายโหดได้อย่างไรในวันที่ชีวิตพลิกผันไปตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย กุมภ์กุลยา
7.9
เมื่อความผิดพลาดจากการสั่งลูกน้องไปลักพาตัวหญิงสาวเพื่อแก้แค้น กลับทำให้กุมภ์ ธีรดล นายหัวหนุ่มผู้ดุดันได้พบกับกุลยาแทน ความวุ่นวายบนเกาะส่วนตัวเริ่มต้นขึ้นเมื่อคนเถื่อนต้องมารับมือกับหญิงสาวที่เขาเผลอทำให้หวั่นไหว แม้จะเริ่มต้นด้วยความโกรธแค้นและการกลั่นแกล้งจนเธอต้องเสียน้ำตา แต่ความใกล้ชิดและความน่าเอ็นดูของเธอกลับค่อยๆ ทลายกำแพงหัวใจของนายหัวหนุ่ม จนความแค้นแปรเปลี่ยนเป็นความเสน่หาที่ยากจะถอนตัวในท่ามกลางความขัดแย้งที่แสนเร่าร้อน