ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ทะลุมิติไปเป็นสาวใช้ผู้มั่งคั่งในยุค 90

ทะลุมิติไปเป็นสาวใช้ผู้มั่งคั่งในยุค 90

จากสาวออฟฟิศที่ทำงานหนักจนตาย สู่ร่างของเนื้อนวล สาวใช้ที่ถูกขายมาปรนนิบัติสุรเชษฐ์ ชายหนุ่มผู้พิการในยุค 90 แม้เขาจะพยายามขับไล่และมองว่าเธอไร้ยางอายที่กล้าสัมผัสร่างกายเขาอย่างใกล้ชิด แต่เธอกลับไม่ย่อท้อต่อโชคชะตาที่แสนรันทด เนื้อนวลต้องเผชิญกับทิฐิและความปากร้ายของเจ้านายหนุ่มที่คอยตราหน้าว่าเธอเป็นเด็กใจแตก ท่ามกลางความขัดสนและภาระอันหนักอึ้ง เธอจะเอาชนะอคติและพลิกฟื้นชีวิตใหม่ในอดีตนี้ได้อย่างไร
ตอน
แชร์

ตอน 3

เจ็ดโมงเช้าของอีกวัน

            ปัง! ปัง! ปัง!

            เสียงทุบประตูอยู่หน้าห้องของดลยา ไม่ถึงเสี้ยววินาทีประตูก็ถูกเปิดเข้ามาอย่างถือวิสาสะ

            “นอนกินบ้านกินเมืองไม่รู้จักหน้าที่” เสียงหญิงวัยกลางคนแว่วเข้ามาในหูของดลยาที่ยังนอนหลับตาอยู่ เธอรู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งตัว

            ดลยาพยายามเปิดเปลือกตาอันหนักอึ้งขึ้นมาอย่างช้า ๆ แล้วคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อวานหลังจากกลับมาถึงบ้านหลังนี้เธออาบน้ำแต่งตัวเสร็จก้าวขาจะไปรับใช้ ‘คุณเชษฐ์’ ตามคำสั่งของคนที่ทุกคนในบ้านเรียกกันว่า ‘คุณนาย’ เธอก็…หน้ามืดและหมดสติไปอีก ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอเข้ามานอนในห้องนี้ได้อย่างไร

            “ลุกขึ้นมา! ขี้เกียจสันหลังยาว ไปเช็ดเนื้อเช็ดตัวและป้อนข้าวคุณเชษฐ์ได้แล้ว แกรู้ไหมเมื่อวานใครเป็นคนทำงานแทนแก” พวงแก้วเดินเข้าไปฉุดแขนให้ดลยาลุกขึ้นจนคนตัวเล็กรู้สึกร้าวไปทั้งแขนเหมือนมันจะหลุดออกจากบ่า

พวงแก้วสัมผัสได้ถึงไอร้อนที่แผ่ซ่านออกมาจากกายสาวใช้จนเธอต้องรีบปล่อยมือเพราะความร้อน

            “ใครหรือคะ” ดลยายังเอ่ยถามถึงคนที่รับอาสาทำหน้าที่แทนเธอ หรืออาจจะเป็นผู้หญิงตรงหน้าเธอนี้ที่เป็นคนทำงานแทนเธอทั้งหมด ดูจากที่ทุกคนพูดกับเธอเมื่อคืนนี้ดลยาสรุปได้ว่าเธอคงเป็นคนใช้ของบ้านหลังนี้

            “คุณศักดิ์” พวงแก้วตอบออกไป “นี่แกยังไม่หายป่วยอีกเหรอ” พวงแก้วมีท่าทีเปลี่ยนไปเมื่อรู้ว่าสาวใช้ยังมีไข้สูง เมื่อคืนนี้สุรศักดิ์กับภรรยาของเขาเอายาให้เธอกินแล้วพวงแก้วก็เข้าใจว่าตื่นขึ้นมาตอนเช้าเด็กคนนี้คงจะหายป่วยและสามารถกลับไปทำหน้าที่ของตนได้ แต่ไหนกลับไม่ใช่ เธอยังตัวร้อนจัดใบหน้าแดงเถือกลามไปตามลำคอและใบหู

            “ยังค่ะ…ฉันหนาว” ดลยาพูดทั้งปากสั่นพั่บ ๆ นอนขดตัวอยู่ในผ้าห่มผืนบาง

            “เฮ้อ…ฉันละเบื่อจริง ๆ ซื้อตัวมายังไม่ถึงอาทิตย์ก็ป่วยเสียแล้ว แบบนี้ฉันไปจ้างคนใหม่ไม่ดีกว่าเหรอ” พวงแก้วบ่นอย่างอารมณ์เสีย ตั้งแต่เธอซื้อเนื้อนวลจากปู่กับย่าที่ท้ายหมู่บ้านเข้ามาเป็นคนรับใช้ส่วนตัวลูกชายที่เป็นผู้ป่วยติดเตียงเนื้อนวลก็ยังทำงานไม่ได้เต็มที่สักวัน บ้างปวดท้อง บ้างปวดศีรษะไม่เว้นแต่ละวัน มาวันนี้กลับเป็นไข้หนักไปเสียแล้ว จะคุ้มไหมกับเงินที่จ่ายไป 

            พวงแก้วทอดถอนหายใจเสียงดังเดินออกจากห้องเธอไปคล้ายกับไม่สนใจ

            ห้านาทีผ่านไป ดลยาที่นอนหนาวภายใต้ผ้าห่มผืนบางที่ทั้งสากทั้งหยาบก็ได้ยินเสียงคนเดินเข้ามา เหมือนจะเดินลงส้นเท้า หากบ้านหนังนี้ไม่เป็นปูนทั้งหลังมันก็คงเสียงดังมาก

            “ลุกขึ้นมากินข้าวกินยา” เสียงนั้นกระแทกกระทั้น ดลยาสัมผัสได้ถึงความไม่เป็นมิตร

            เธอลืมตาขึ้นใช้สองมือยันพื้นประคองร่างตัวเองลุกขึ้นอย่างลำบาก

            หญิงสาววัยยี่สิบสองปีกล่าวขึ้นอีกครั้งหลังจากวางชามน้ำเปล่าและมีผ้าผืนเล็กแช่อยู่ในนั้น “นี่ผ้ากับน้ำ กินข้าวกินยาเสร็จแล้วเช็ดเนื้อเช็ดตัวเอาเองก็แล้วกัน ฉันหามาให้แกหมดแล้ว ฉันต้องไปทำหน้าที่ดูแลนายง่อยแทนแก แกสำนึกบุญคุณของฉันบ้างไหม” น้ำขิงทั้งพูดทั้งทำปากบิดปากเบี้ยวเมื่อรู้ว่าต้องไปดูแลสุรเชษฐ์ เจ้านายหนุ่มที่เอาแต่ใจและอารมณ์ร้อนเป็นที่สุด ไม่รู้วันนี้เธอต้องเจอกับอะไรบ้าง แต่ก็ดีที่ไม่ต้องนอนค้างคืนที่นี่เหมือนเนื้อนวล ที่เจ้านายจะเรียกใช้ตอนไหนก็ได้

            พ้นร่างของสาวผิวเข้ม น้ำเสียงค่อนไปทางห้าวคล้ายผู้ชาย ดลยาหยิบช้อนขึ้นมาด้วยแรงอันน้อยนิดแล้วตักข้าวต้มเข้าปาก เพื่อความอยู่รอดเธอต้องกินแม้จะกินได้แค่น้ำข้าวต้มก็ยังดี ชาติที่แล้วก็ใช่ว่าจะไม่เคยลำบาก แต่เธอก็สู้จนฐานะของตัวเองพออยู่พอกินจนได้ ถึงแม้จะต้องทำงานหนักจนตัวตายก็ตามเถอะ ตอนนี้เธอยังจับต้นชนปลายไม่ถูกขอนอนเอาแรงอีกสักหน่อยเผื่อเธอจะคิดอะไรออก ตอนนี้เหมือนสมองไม่ทำงานเลยแม้แต่น้อย 

            เพียงขาข้างหนึ่งของน้ำขิงก้าวเข้าไปในห้องของชายหนุ่มที่นอนป่วยเป็นอัมพาตครึ่งซีกอยู่ก็ต้องถอยเบี่ยงตัวหลบหมอนที่ลอยลิ่วพุ่งมายังใบหน้าของเธอ

            “ว้าย!”

            “ออกไป!” สุรเชษฐ์กล่าวน้ำเสียงดุดันออกมา จนน้ำขิงต้องหยุดอยู่ตรงหน้าห้อง ดวงตาส่อแวววิตกกังวล

            “คุณนายให้ขิงมาเช็ดตัวและป้อนข้าวให้คุณเชษฐ์ค่ะ” น้ำขิงบอกคนที่ยังนอนอยู่ด้วยความหวาดหวั่น

            “ไม่ต้อง ฉันไม่หิว แล้วนวลมันหายไปไหน” สุรเชษฐ์ถามไปอย่างนั้น เวลานี้ถึงแม้เป็นเนื้อนวลเขาก็ไม่อยากเจอหน้าใครทั้งนั้น เมื่อวานเขาได้ยินว่าที่เนื้อนวลแอบไปเข็นน้ำก็เพื่อเลี่ยงการดูแลเขา เขาจึงไม่อยากเห็นหน้าใครทั้งนั้น 

            ทำไม? คนอย่างเขามันน่ารังเกียจนักหรือไง ทั้งเมียและคนรอบข้างถึงไม่มีใครอยากมาอยู่ใกล้เขาสักคน ดี! ในเมื่อไม่มีใครอยากอยู่ด้วยก็ไม่ต้องมาอยู่

            “แต่คุณเชษฐ์ต้องกินข้าวกินยานะคะ”

            “ฉันบอกว่าฉันไม่หิว หูหนวกหรือไง” สิ้นคำสุรเชษฐ์ก็หยิบแก้วน้ำปาออกมาจากห้องอีก

            เพล้ง!

            “ว้าย!” น้ำขิงกรีดร้องและรีบปิดประตูลง เป็นแบบนี้เธอคงไม่กล้าเข้าไปดูแลเขาอย่างแน่นอน ไม่แปลกใจว่าทำไมเขาถึงเปลี่ยนคนใช้ส่วนตัวเป็นว่าเล่น ถ้านับเนื้อนวลสาวรับใช้โชคร้ายคนแรกของเขาก็คงเป็นคนที่ยี่สิบแล้วที่พวงแก้วรับเข้ามาภายในเวลาสองปีนับจากที่เขาเริ่มป่วย “ไม่กินก็อย่ากิน ดี กูจะได้ไม่ต้องไปคอยรองรับอารมณ์คนบ้า” พูดจบน้ำขิงก็เดินสะบัดตูดไปทำงานอย่างอื่นต่อ แน่นอนว่าเป็นคนใช้บ้านนี้เธอไม่มีทางอู้ได้เป็นอันขาด เว้นเสียแต่เนื้อนวลจะหายป่วยแล้วให้เธอกับแม่หลอกใช้อย่างสบายใจ

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ทะลุมิติไปเป็นแม่ม่ายเลี้ยงครอบครัวสามียุค70
9.2
แป้งร่ำ หญิงโสดวัยสี่สิบปีที่ทุ่มเทเวลาทั้งชีวิตให้กับการทำงาน จนกระทั่งความเหงาทำให้เธอตัดสินใจลาออกจากบริษัทเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลกส่งเธอข้ามมิติไปอยู่ในร่างแม่ม่ายที่ต้องแบกรับภาระดูแลครอบครัวสามีในยุค 70 พร้อมกับต้องเผชิญหน้ากับระบบปริศนาสุดกวนประสาทที่เข้ามาป่วนชีวิตของเธออย่างไม่คาดฝัน การผจญภัยครั้งใหม่ในต่างโลกที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายและอุปสรรคจึงได้เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่วินาทีนั้นเป็นต้นไป
หน้าปกนวนิยาย ปลูกรักฮูหยินแม่ทัพปีศาจ
8.8
เมื่อชีวิตเดิมไร้ความหมาย เก้าเทียนรุ่ยจึงตัดสินใจเดิมพันกับโชคชะตาเพื่อตามหารักแท้จนได้พบกับเสวียนลิ่วหลาง แม่ทัพผู้แข็งแกร่งแต่กลับอ่อนโยนเมื่ออยู่ต่อหน้าเขา แม้ความสัมพันธ์จะเริ่มต้นจากความไม่แน่ใจ แต่ความผูกพันที่ผ่านพ้นอุปสรรคมาด้วยกันก็ค่อยๆ ถักทอเป็นความรู้สึกที่ลึกซึ้ง ท่ามกลางความเขินอายและการเรียนรู้นิสัยใจคอ เสวียนลิ่วหลางตัดสินใจประกาศความเป็นเจ้าของอย่างหนักแน่น เพราะเมื่อพบคนที่ใช่ดั่งตะเกียบที่ต้องอยู่คู่กัน เขาก็พร้อมจะทำทุกทางเพื่อรักษารักนี้ไว้ตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย ข้านี่แหละ แม่ปีศาจ
7.8
เมื่อความรักและความภักดีถูกทำลายลงด้วยการทรยศหักหลังอย่างแสนสาหัสจากคนสนิทที่สุดทั้งสองคน หญิงสาวผู้ถูกหลอกลวงจนถึงวินาทีสุดท้ายของชีวิตจึงได้อธิษฐานจิตก่อนสิ้นลมหายใจเพื่อวอนขอโอกาสในการเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง เธอปรารถนาที่จะได้รับชีวิตที่สดใสและดีกว่าเดิมเพื่อก้าวพ้นจากโศกนาฏกรรมในอดีตที่เคยเผชิญมา การกลับมาครั้งนี้จึงเป็นความหวังที่จะเปลี่ยนโชคชะตาอันมืดมนให้กลายเป็นอนาคตที่เธอเป็นผู้กำหนดเอง
หน้าปกนวนิยาย เรือนนารีสกุล
8.5
ท่ามกลางป่าสนและขิมะอันหนาวเหน็บแห่งเสี่ยวเป้ย เรือนนารีที่เคยงดงามกลับปิดตายเป็นความลับนับสิบปีหลังการตายปริศนาของเจ้าของเรือน ทว่าภายในนั้น เจียวเจี๋ย พี่สาวผู้สืบทอดตระกูลเจียว ยังคงซ่อนตัวสมาชิกที่เหลือรอดรวมถึง เจียวลู่ น้องสาวคนเล็กให้พ้นจากสายตาภายนอก แม้กาลเวลาจะผ่านไปแต่เพลิงแค้นจากการถูกลอบสังหารล้างตระกูลเมื่อสิบปีก่อนยังไม่มอดดับ สองพี่น้องที่รอดตายอย่างปาฏิหาริย์ในวันนั้น กำลังรอคอยเวลาทวงคืนความยุติธรรมให้แก่สายเลือดที่ถูกพรากไปอย่างไม่เป็นธรรม
หน้าปกนวนิยาย ช่วยข้าทีสองสามีของข้าคือท่านอ๋องจอมโหด
8.9
ชีวิตอันแสนสุขของหนานอิงพังทลายลงเมื่อนางถูกโจรโฉดล่วงละเมิดจนยับเยิน ทั้งยังต้องสูญเสียมารดาและสาวใช้คนสนิทไปเพราะความริษยาของฮูหยินใหญ่ ท่ามกลางความแค้นนางได้รับการช่วยเหลือจากหานเซียวและลู่หนิงหวัง สองอ๋องผู้โหดเหี้ยมที่เปลี่ยนนางให้กลายเป็นนางบำเรอและมือสังหารยอดฝีมือ ทว่าความจริงที่แสนเจ็บปวดกลับปรากฏขึ้น เมื่อศัตรูที่ย่ำยีนางในคืนนั้นกลับกลายเป็นอ๋องทั้งสองที่นางรับใช้ หนานอิงจึงต้องเลือกระหว่างความรักที่ก่อตัวขึ้นหรือการสังหารชายโฉดเพื่อล้างแค้นให้สาสม
หน้าปกนวนิยาย ตำนานรักองค์ชายจอมโจร
8.7
หวังฉิงชวน นักศึกษาสาวที่กำลังเขียนบทละครประวัติศาสตร์ยุคจ้านกว๋อเพื่อจบการศึกษา กลับต้องเผชิญโชคชะตาเล่นตลกเมื่อเธอเสียชีวิตกะทันหันแล้วฟื้นขึ้นในร่างของหยางเฉียนเฉียน ธิดาเจ้าเมืองอูเจี๋ยนในอดีต การย้อนเวลานี้ทำให้เธอได้พบความจริงที่ถูกบิดเบือนและได้พบกับเยี่ยคัง จอมโจรผู้ลึกลับซึ่งแท้จริงคือองค์ชายห้าแห่งแคว้นหมิ่นเย่ว ท่ามกลางความขัดแย้งและอุปสรรค ทั้งสองได้ร่วมกันสานต่อวาสนาและความรักอันมั่นคงที่ผูกพันข้ามภพชาติเพื่อครองคู่กันตลอดกาล