
ลลิตจะปกป้องหม่าม้าเอง
ตอน 2
ใบไผ่ ไม่สิตอนนี้เขาชื่อ ลลิต ลูกชายของโอเมก้ากลิ่นน้ำผึ้งป่า ลออจันทร์ ในโลกใบนี้แบ่งเป็นเพศหลักชายหญิงและเพศรองซึ่งได้แก่ อัลฟ่า เบต้า โอเมก้า เพศรองจะตรวจพบเมื่อเด็กอายุเจ็ดขวบขึ้นไป
ลลิตเหม่อมองตุ๊กตาแขวนหมุนไปมาอย่างปลงตก นี่เขาทะลุมิติมาในเรื่อง วางแผนมัดใจนายอัลฟ่าเย็นชา นิยายบอยเลิฟชื่อดังที่น้องสาวของเขา ต้นหลิว ติดงอมแงมคอยพูดเรื่องของตัวละครในนิยายให้ฟังตอนกินข้าวบ่อย ๆ
รู้อย่างนี้ไม่น่าเสียบหูฟังหนีเลย
ทารกน้อยค่อย ๆ เรียบเรียงความทรงจำที่กระจัดกระจาย ลออจันทร์ แม่ของเขาในนิยายเรื่องนี้รับบทเป็นตัวประกอบที่แอบหลงรัก คุณคราม อัลฟ่าหนุ่มที่เพิ่งเปิดตัวคู่หมั้นสายฟ้าแลบจนเป็นที่ฮือฮาของคนทั้งประเทศ ทำให้ลออจันทร์รู้สึกผิดที่พลาดนอนกับคุณชายของบ้านจนต้องหอบท้องหนีมาเพื่อให้คนที่ตนแอบรักได้แต่งงานกับแฟนสาวอย่างราบรื่น
เรื่องราวผ่านไปจน ลลิต โอเมก้าน้อยได้เติบโตขึ้นจนอายุ 20 ปี เด็กน้อยที่ผ่านความลำบากมาตั้งแต่เด็ก รูปร่างจึงผอมซีด ใบหน้าปกคลุมด้วยทรงผมหน้าม้าทำให้ดูมืดมนขึ้นไปอีก หนุ่มน้อยขี้อายได้ตกหลุมรัก แทนไท เดือนมหาลัยสุดฮอต หากแต่คนขี้ขลาดอย่างเขาคงได้แต่แอบรักเขาข้างเดียวจึงคิดจะตัดใจไปอย่างเงียบ ๆ
แต่ไม่นานเขาก็ได้พบกับเพื่อนสนิท อัยวา โอเมก้าหนุ่มน้อยที่ไม่เคยรังเกียจตัวตนของลลิตเลยสักครั้ง จนกระทั่งวันหนึ่งอัยวาชวนเขาไปงานวันเกิดที่บ้านของตัวเองทำให้เขาค้นพบความลับที่ผู้เป็นแม่ปกปิดไว้ คุณพ่อของอัยวาคือคนเดียวกับคุณพ่อของเขา ตอนที่ลลิตยังเด็กเขาเคยสงสัยว่าพ่อของเขาหายไปไหนแต่ผู้เป็นแม่กลับปิดปากเงียบ ด้วยความอยากรู้ลลิตจึงแอบไปค้นตู้เก็บของจึงเจอกับภาพถ่ายใบหนึ่งที่เขียนข้างหลังภาพว่า
สุดหัวใจ
เด็กหนุ่มจดจำใบหน้าเคร่งขรึมของคนเป็นพ่อได้อย่างชัดเจน หลังกลับจากงานวันเกิดลลิตจึงได้คาดคั้นกับคนเป็นแม่ ลออจันทร์จึงได้แต่สารภาพทั้งน้ำตา
“ฮึก ทำไมแม่จะต้องหนีมาด้วย ถ้าไม่หนีมาเราคงไม่ต้องทนทุกข์แบบนี้หรอก” ลลิตร้องไห้เอ่ยความในใจกับผู้เป็นแม่ ชีวิตแม่เลี้ยงเดี่ยวอีกทั้งยังเป็นโอเมก้าต้องลำบากขนาดไหน หากว่าผู้เป็นพ่อรู้ความจริง คงไม่ต้องลำบากขนาดนี้
“แม่ขอโทษ” ลออจันทร์ได้แต่ร้องไห้ เขาจะกล้าบอกได้ยังไงในเมื่อวันที่เขารวบรวมความกล้าที่จะบอกความจริงเป็นวันเดียวกับที่คุณครามประกาศงานหมั้น
“ฮือออออ” สองแม่ลูกกอดกันร่ำไห้ออกมา
ความเจ็บปวดของลลิตยังไม่จบแค่นั้น เมื่อเพื่อนสนิทของเขาชักชวนให้ไปเที่ยวสถานบันเทิงในคืนวันหยุด
“ลลิต ไปเถอะนะ วันนี้เราจะได้แนะนำให้รู้จักกับคู่หมั้นของเราด้วย” อัยวารบเร้าเพื่อนสนิทเสียงออดอ้อน ตั้งแต่ลลิตรู้ว่าคนตรงหน้าเป็นพี่น้องของตนยิ่งรู้สึกรักใคร่ยิ่งไปอีกจึงตอบตกลงอย่างง่ายดาย
“ลลิต นี่พี่แทน คู่หมั้นของเราเอง” อัยวาควงเดือนมหาลัยมาแนะนำลลิตที่นั่งหลบมุมอยู่ให้รู้จัก ลลิตรู้สึกชาไปทั่วร่างพูดอะไรไม่ออกอยู่เป็นนาน จนอัยวาเลิกคิ้วสงสัยท่าทางของคนตรงหน้า
“อ่ะ ลลิตครับ ยินดีที่ได้รู้จักครับ” เด็กหนุ่มแนะนำตัวเสียงแผ่วเบา ก่อนจะขอตัวกลับอย่างรวดเร็ว ไม่ทันสังเกตสายตาที่มองร่างลลิตจนลับสายตาไป
“พี่แทนมองอะไรครับ” เสียงที่เคยอ่อนหวานเริ่มไม่พอใจเมื่อเห็นคู่หมั้นหนุ่มมองตามเพื่อนสนิท
“เปล่า ไม่มีอะไร” ก่อนจะดึงแขนออกจากการกอบกุม แล้วเดินออกจากร้านไปไม่สนเสียงโวยวายด้านหลัง
เวลาผ่านไปจนลลิตเรียนปีสุดท้าย ลลิตที่สุขภาพดีมาตลอดได้หมดสติไป ลออจันทร์รีบพาไปโรงพยาบาลทันที คุณหมอเจ้าของคนไข้แจ้งข่าวร้ายว่าตอนนี้ลลิตเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายมีเวลาอีกไม่ถึงสามเดือน โอเมก้าหนุ่มร้องไห้ทั้งน้ำตา จึงตัดสินใจไปบ้านโยธินตระกูลเพื่อบอกให้คุณครามรับทราบถึงการมีอยู่ของลูกชาย หากแต่ถูกโรสรินผู้เป็นแม่ของอัยวาขัดขวางไว้
“คุณรินได้โปรด ให้ผมได้คุยกับคุณครามเถอะครับ ” ลออจันทร์คุกเข่าต่อหน้าโรสรินทั้งน้ำตา
“ไม่ใช่ว่าฉันไม่ยอมให้พบ แต่คุณครามตอนนี้อยู่ต่างประเทศ ฉันไม่รู้จะทำยังไง” แม้ในใจโรสรินจะเกลียดชังคนตรงหน้าแค่ไหน แต่ก็ต้องข่มใจไว้
“ตอนนี้นายกลับไปก่อนเถอะ เดี๋ยวฉันจะโทรบอกเรื่องนี้กับคุณครามเอง”คุณหญิงของบ้านกล่อมคนตรงหน้าให้กลับไปก่อน ลออจันทร์ที่ตั้งใจจะฝากฝังเรื่องราวก็ได้รับโทรศัพท์จากโรงพยาบาลเสียก่อน
“อะไรนะครับ ครับ เดี๋ยวผมจะรีบกลับไปเดี๋ยวนี้” พูดจบก็รีบวิ่งออกไปขึ้นรถแท็กซี่ที่อยู่ด้านนอกสวนทางกับรถคันหรูที่แล่นเข้ามา
“มีแขกมาเหรอ” ครามถอดเสื้อสูทเดินเข้ามาหานายหญิงของบ้านถามอย่างเสียงเรียบ
“แค่เพื่อนมาเยี่ยมน่ะค่ะ ไม่มีอะไรมาก” พูดพลางเอื้อมมือไปช่วยถอดเสื้อ แต่ครามกลับเบี่ยงตัวออกราวกับไม่อยากถูกสัมผัสของผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นภรรยา
“ไม่ต้อง คุณไปทำธุระของคุณเถอะ” เอ่ยจบก็เดินตรงไปห้องทำงาน ไม่สนว่าโรสรินจะทำหน้าไม่พอใจแค่ไหน
“ผ่านไปยี่สิบกว่าปี คุณก็ยังเย็นชาเหมือนเดิม”
ตึก ตึก ตึก เสียงวิ่งดังก้องไปทั่วทางเดินของโรงพยาบาลรัฐ โอเมก้าวัยกลางคนละล่ำละลักถามคุณหมอเสียงสั่น
“คุณหมอ ลูกของผมเป็นอะไรครับ”
“รีบเข้าไปเถอะครับ คนไข้ใกล้จะไม่ไหวแล้ว” คุณหมอเจ้าของไข้หลบตา ทนมองภาพตรงหน้าไม่ได้ ลออจันทร์รีบเปิดประตูเข้าไปถลาเข้าไปหาลูกชายที่นอนอยู่บนเตียง
“ลลิตลูก แม่มาแล้ว” ลออจันทร์กุมมือลูกชายไว้แน่น มองหน้าซีดเซียวของลลิตทั้งน้ำตา
“แม่ อย่าร้องไห้” ลลิตที่รู้ตัวว่าไหวแล้ว ยกมือปาดน้ำตาบนใบหน้าที่ยังดูสวยงามของคนเป็นแม่
“ฮึอ ฮืออ” ลออจันทร์ส่ายหัวไปมา ยอมรับความจริงที่ลูกต้องจากไปไม่ได้
“แม่ ลลิต...รัก...แม่นะ” มือที่ลูบไล้ใบหน้าทิ้งตัวอย่างอ่อนแรง ลออจันทร์กรีดร้องลั่นเมื่อลูกชายจากไป
“ลลิต อย่าทิ้งแม่ไป ม่ายยยย”
เมื่อเวลาผ่านไป ลออจันทร์ที่เสียสติก็นำตัวเข้าไปรักษาที่โรงพยาบาลจิตเวท ต่อมาถูกบุคคลปริศนารับไปดูแล ส่วนอัยวาเมื่อรู้ข่าวเพื่อนสนิทก็ได้แต่เสียใจโดยมีแทนไทที่นิสัยเย็นชายิ่งกว่าเดิมคอยเคียงข้าง
ตอนจบเฮงซวย ใครแต่งนิยายเรื่องนี้วะเนี่ย
ทารกน้อยแกว่งแขนขาไปมาอย่างกราดเกรี้ยว เมื่อจำเรื่องราวในนิยายทั้งหมดได้แล้ว เสียงอ้อแอ้ดังเป็นระยะเรียกรอยยิ้มจากลออจันทร์ที่รีดผ้าอยู่ให้หันไปมอง
ลูกใคร ทำไมร่าเริงแบบนี้
คุณอาจจะชอบ





