ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เกิดใหม่ในฐานะคุณหนูตระกูลพาน

เกิดใหม่ในฐานะคุณหนูตระกูลพาน

หลังสูญเสียมารดา หลี่อันหนิงในวัยห้าขวบต้องเผชิญโศกนาฏกรรมเมื่อน้องชายฝาแฝดถูกพรากไป ส่วนเธอต้องกระเสือกกระสนปกป้องน้องสาวท่ามกลางความเย็นชาของครอบครัวและบิดาแท้ๆ จนกระทั่งวาระสุดท้ายของชีวิตที่เต็มไปด้วยความคับแค้นใจ ทว่าสวรรค์กลับให้โอกาสเธอเกิดใหม่อีกครั้งในช่วงเวลาสำคัญ พร้อมพลังพิเศษที่เหนือล้ำกว่ามนุษย์ทั่วไป อันหนิงจึงเริ่มต้นแผนการทวงแค้นและแก้ไขโชคชะตาเพื่อปกป้องน้องทั้งสองไม่ให้ต้องพบจุดจบอันแสนเศร้าเหมือนในอดีตที่เธอเคยผ่านมา
ตอน
แชร์

ตอน 2

สามวันต่อมา

“พานเยว่หลานรับราชโองการ”

“ด้วยโองการแห่งฟ้า คุณหนูตระกูลพานผู้งดงาม เฉลียวฉลาดและเปี่ยมด้วยคุณธรรม บัดนี้ยังมิได้มีการหมั้นหมายกับตระกูลใด ฮ่องเต้เล็งเห็นว่าแม่ทัพพานเป็นผู้มีคุณต่อแผ่นดินต้าเหลียง จึงได้มอบพระราชทานมงคลสมรสให้แก่บุตรีอย่างพานเยว่หลานและคุณชาย โจวหานอี้ บุตรชายของเสนาบดีกรมพระคลัง ขอให้ทั้งสองจงมีแต่ความสุขความเจริญ”

พานเยว่หลานผู้ที่คุกเข่าอยู่ด้านหน้าขันทีจากวังหลวง บัดนี้ร่างกายชาวาบตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า นางไม่รู้เลยว่าพระราชโองการนี้มาได้อย่างไร

“คุณหนูพานโปรดรับพระราชโองการเถิด”

หญิงสาวถูกผู้เป็นมารดากระตุ้นจากด้านข้าง จึงได้ลุกขึ้นไปรับหนังสือพระราชโองการจากขันทีจาง

“ขอแสดงความยินดีกับคุณหนูพานด้วยขอรับ”

“ขอบคุณ...เจ้าค่ะ”

ขันทีจางผู้รับหน้าที่เดินทางมายังตระกูลพานเพื่อประกาศพระราชโองการ เมื่อได้เห็นใบหน้างามซีดขาวเพียงเท่านี้ก็มองออกแล้วว่านางมิได้พึงใจต่อพระราชโองการฉบับนี้

“เช่นนั้นข้าต้องขอตัวก่อน”

“ได้โปรดรอก่อน มิทราบว่าท่านขันทีช่วยบอกได้หรือไม่ ว่าผู้ใดเป็นผู้ขอพระราชโองการฉบับนี้เจ้าคะ”

ขันทีจางหันกลับไปมองร่างบางด้วยสีหน้าเวทนา นางเองก็เป็นหนึ่งในผู้ที่ถูกดึงเข้ามาข้องเกี่ยวกับเรื่องของอำนาจทางการเมืองโดยไม่รู้ตัว

“ความจริงเรื่องนี้ข้าไม่สามารถพูดออกไปได้ แต่เพราะว่าเห็นเจ้าไม่รู้เรื่องนี้ ข้าจะบอกก็แล้วกัน”

หลังจากที่ขันทีจางและคณะจากไป หญิงสาวก็วิ่งกลับไปยังเรือนของตนด้วยสีหน้าทุกข์ระทม ภายในหัวของนางยังคงได้ยินเสียงของขันทีจางดังก้อง

“เป็นฝีมือของเฉิงหรงกุ้ยเฟย พระนางไม่พอใจที่ฮองเฮาทาบทามเจ้าให้กับฝ่าบาท”

เพียงเพราะความต้องการฝักใฝ่ในอำนาจของตน ถึงกับทำลายชีวิตของสตรีผู้หนึ่ง พานเยว่หลานรู้สึกเกลียดชังคนตระกูลโจวนัก

ภายหลังได้รับพระราชโองการหญิงสาวก็เอาแต่ขังตนเองอยู่ภายในห้อง ไม่ยอมพบหน้าผู้ใด แม้แต่สองอาหลานมาที่นี่นางก็ยังบอกปัด เพราะละอายแก่ใจที่ต้องพบหน้าพวกเขา

“ท่านแม่ลูกไม่ต้องการแต่งงานกับคุณชายตระกูลโจวนั่น”

“แม่รู้แต่พวกเราไม่สามารถขัดพระราชโองการได้ ตัดใจจากเย่เหิงเสียเถิด ถือเสียว่าลูกทั้งสองคนไร้วาสนาต่อกัน”

มารดาของพานเยว่หลานเข้ามาเกลี้ยกล่อมให้บุตรสาวยอมแต่งงานกับโจวหานอี้แต่โดยดี เพราะวันนี้ทางนั้นได้ส่งของหมั้นมายังเรือนตระกูลพานพร้อมแม่สื่อเรียบร้อยแล้ว

“ข้า...ฮื่ออออ!! ท่านแม่ลูกไม่ได้รักเขา ฮื่อออ!! เหตุใดลูกต้องแต่งงานกับคนที่ลูกมิได้รัก”

หญิงสาวร่ำไห้ปานใจจะขาดเพราะรู้สึกทุกข์ระทมที่ต้องแต่งงานกับคนที่ตนมิได้รัก

อีกด้าน ชายหนุ่มตระกูลเย่ที่บัดนี้ถูกขังเอาไว้ในเรือนเพราะออกไปอาละวาดที่ตระกูลโจว จึงได้ถูกพี่ชายจับตัวกลับมา บัดนี้เขาเองก็ทุกข์ใจไม่ต่างกัน คนทั้งสองเติบโตและผูกพันรักใคร่กันมาตั้งแต่ยังเล็ก ทุกอย่างล้วนอยู่ภายใต้สายตาของผู้ใหญ่ทั้งสองตระกูล

พวกเขาต่างคิดว่าวันหน้าตระกูลทั้งสองจะได้เกี่ยวดองกัน แต่นึกไม่ถึงว่าวันหนึ่งทุกอย่างจะถูกทำลายด้วยพระราชโองการฉบับเดียว

“ปล่อยข้า!! ปล่อยข้าออกไป!!ข้าจะไปสังหารเจ้าคนแซ่โจวนั่น เขากล้าดีอย่างไรมาแย่งชิงหลานเอ๋อไปจากข้า”

เสียงตะโกนออกมาจากเรือนส่วนตัวของชายหนุ่ม เย่เหิงบัดนี้ช่างดูต่างจากบัณฑิตหนุ่มผู้มีอนาคตไกลยิ่งนัก เขาดื่มเหล้าเมาทุกวันตั้งแต่ได้ยินข่าวเรื่องพระราชโองการพระราชทานมงคลสมรสของพานเยว่หลาน

เด็กชายตัวน้อยผู้เป็นหลานเดินมายังหน้าเรือนของผู้เป็นอา เขามองไปยังประตูที่ถูกปิดสนิทพลางหันไปมองบิดาที่ยืนสีหน้าจนใจอยู่ด้านข้าง หลายวันมานี้เย่เสวียนจื่อทำตัวเป็นเด็กดีว่าง่ายกว่าทุกครั้ง เพราะเขาสัมผัสได้ว่าภายในจวนมีบัดนี้มีแต่บรรยากาศเศร้าหมองและยุ่งเหยิง

“ท่างพ่อ ท่างอาเสียจาย”

เย่เทียนหลางลูบหัวทุยของบุตรชาย จากนั้นจึงอุ้มเขาออกจากเรือนของน้องชายคนที่สามไป

รัชศกเจียวจิ้นปีที่สอง

เกี้ยวสีแดงหลังใหญ่ที่มีบุรุษร่างกำยำถึงแปดคนหามพร้อมกับก้าวเดินเป็นจังหวะ ขบวนเจ้าสาวผู้เพียบพร้อมและงดงามเป็นเอกถูกแห่ไปตามถนนเส้นหลังของจิ่งโจวเมืองหลวงของต้าเหลียงอย่างยิ่งใหญ่

ร่างบางในชุดเจ้าสาวสีแดงนั่งสงบนิ่งอยู่ภายใน เสียงเครื่องเป่าดังเป็นจังหวะสูงต่ำ เรียกความสนใจของชาวเมืองให้เข้ามารุมล้อมเพื่อรับกลิ่นอายความเป็นสิริมงคลนั้น ทว่าหญิงสาวที่นั่งอยู่ด้านในกลับมิได้รู้สึกถึงมันแม้เพียงนิด

ภายในใจยังคงคุกรุ่นด้วยแรงโทสะมิจางหาย ตั้งแต่ที่ได้รับพระราชโองการฉบับนั้น ตระกูลพานก็พยายามยื้อการแต่งงานออกไปถึงหนึ่งปี ทว่าก็มิสามารถทำเช่นนั้นได้ตลอดไป

หญิงสาวปาดน้ำตาตนเองออกจากใบหน้าที่ถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องประทินโฉมอย่างสวยงาม ดวงตาแดงก่ำของนางจ้องไปยังผ้าสีแดงผืนบางที่คลุมปิดเอาไว้

ในมือลูบหยกสลักของแทนใจที่ชายหนุ่มคนรักมอบให้ตน แม้กายของนางจักต้องเป็นของผู้อื่น ทว่าใจของพานเยว่หลานก็มิยินยอมมอบให้ผู้ใด

เมื่อช่วงเวลากราบไหว้ฟ้าดินของบ่าวสาว ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งก็เดินโซซัดโซเซเข้ามาภายในงาม เขาเขวี้ยงไหสุราลงไปบนพื้นด้วยความเจ็บปวดและโทสะที่อัดแน่น พลางชี้ไปยังเจ้าบ่าวในชุดสีแดงมงคลตรงหน้า

“เจ้าคนแซ่โจว เจ้าถือดีอย่างไรมาแย่งชิงคนรักของข้า เจ้าถือดีอย่างไรมาใช้นางเป็นเครื่องมือหาอำนาจของตระกูลเจ้า พวกบัดซบ พวกเจ้าคนตระกูลโจวมันมีแต่ตัวบัดซบทั้งนั้น”

ไม่มีใครคาดคิดว่าชายหนุ่มอนาคตไกลอย่างเย่เหิงจะกลายเป็นชายขี้เมาไร้สติเช่นนี้ เย่เทียนหลางที่ได้รับเทียบเชิญมาร่วมงานแต่งงาน เมื่อเห็นน้องชายที่ควรถูกขังอยู่ในเรือนออกมาอาละวาดที่นี่ เขาก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นฝีมือของผู้ใด

ต้องเป็นฝีมือของเจ้าเด็กแสบนั่นแน่นอน

“อาเหิงเจ้าเมาแล้วกลับเรือนไปเสีย”

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย สองพี่น้องหลังเขาวั้งซานกู่
9.5
ลู่ฉางกัง ทายาทผู้มั่งคั่งที่เคยใช้ชีวิตอย่างเย่อหยิ่งจนสูญเสียสิ่งสำคัญ ได้รับโอกาสครั้งที่สองเมื่อกล่องไม้โบราณนำพาเขาย้อนสู่อดีตในร่างเด็กชายวัยสิบขวบ ณ มิติคู่ขนานแห่งนี้ เขาได้พบกับบุคคลในความทรงจำที่มิอาจลืมเลือน การเดินทางเพื่อแก้ไขความผิดพลาดและปกป้องครอบครัวจึงเริ่มต้นขึ้น แม้เนื้อแท้เขาจะไม่ใช่คนดีเพียบพร้อมและเต็มไปด้วยกิเลส แต่บททดสอบแห่งการเอาตัวรอดจะค่อยๆ ขัดเกลาคุณชายเจ้าอารมณ์ให้รู้จักความหมายของชีวิตและการนำพาคนรักไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองอีกครั้ง
หน้าปกนวนิยาย สามี ข้าจะเลี้ยงดูท่านเอง
8.2
หวังฉีหลิน ผู้เชี่ยวชาญการเกษตรวัย 25 ปี จบชีวิตลงพร้อมความฝันที่ยังไม่เป็นจริง แต่เธอกลับตื่นขึ้นในร่างหญิงชาวนาชื่อเดียวกันที่มีภาระหนักอึ้ง ทั้งสามีป่วยติดเตียงและลูกแฝดวัยซน ครอบครัวของเธอถูกบ้านหลักกดขี่และขับไสส่งหลังสามีบาดเจ็บ อีกทั้งร่างเดิมยังตายเพราะถูกทำร้ายขณะแย่งชิงโสมล้ำค่า ด้วยความรู้ด้านสมุนไพรและหินสีรุ้งลึกลับ เธอจึงต้องลุกขึ้นสู้เพื่อปกป้องครอบครัวใหม่และสร้างชีวิตที่เคยฝันไว้ในโลกใบนี้ให้สำเร็จ
หน้าปกนวนิยาย เจาะเวลามาหาอะไรวะเนี่ย
7.9
หลังเผชิญความตายที่แสนอนาถ ชายหนุ่มกลับต้องตื่นขึ้นมาพบกับโชคชะตาที่ย่ำแย่ยิ่งกว่าเดิมในร่างขององค์ชายขี้เมาผู้มีสภาพไม่ต่างจากกองขยะ ทั้งเนื้อตัวเหม็นโฉ่และผมเผ้ารุงรังจนดูไม่ได้ ท่ามกลางสายตาดูแคลน เขากลายเป็นความหวังสุดท้ายของไทเฮาที่ปรารถนาจะดัดนิสัยและเปลี่ยนโฉมองค์ชายเสเพลคนนี้ให้กลายเป็นผู้เป็นคนขึ้นมาอีกครั้ง เขาจะเอาตัวรอดจากความคาดหวังและสถานะสุดรันทดในโลกใหม่นี้ได้อย่างไร
หน้าปกนวนิยาย ชายาอสรพิษ
9.1
หลี่หลิงเฟิ่ง ยอดอัจฉริยะจากองค์กรฝึกสายลับลับของจีนต้องจบชีวิตลงอย่างปริศนาขณะทำภารกิจสุดท้าย ทว่าวิญญาณของเธอกลับข้ามมิติมาสวมร่างคุณหนูห้าบุตรสาวอนุภรรยาผู้ต่ำต้อยในจวนเจ้าเมือง ท่ามกลางสายตาดูแคลนจากผู้คนที่ตราหน้าว่าเธอเป็นเพียง 'ตัวไร้ค่า' แห่งยุคสมัย เมื่อได้รับโอกาสให้เริ่มต้นใหม่อีกครั้งในดินแดนที่ไม่คุ้นเคย อดีตสายลับมือหนึ่งจึงตัดสินใจทิ้งความอ่อนแอไว้เบื้องหลัง เพื่อพิสูจน์ให้โลกเห็นว่าคนอย่างเธอจะไม่ยอมถูกกดขี่หรือเป็นขยะให้ใครรังแกได้อีกต่อไป
หน้าปกนวนิยาย ซาเปีย ภาคเสียงกระซิบจากสายน้ำ
9.4
ตารัคคือดินแดนแห่งผู้พิทักษ์ปฐวีธาตุที่กำลังเร่งตามหาอัญมณีสาบสูญเพื่อเติมเต็มเจตนารมณ์ของเทพบิดร ทว่านีรุณกลับเริ่มคลางแคลงใจว่าภารกิจนี้คือสิ่งที่พระองค์ต้องการจริงหรือไม่ ในขณะที่เธอกำลังค้นหาคำตอบท่ามกลางความสงสัย อลัน ชายหนุ่มแปลกหน้าผู้มีผมสีเงินและดวงตาสีฟ้าก็ได้ปรากฏตัวขึ้นพร้อมความลับบางอย่าง การเดินทางเพื่อพิสูจน์ศรัทธาและไขปริศนาที่ถูกซ่อนไว้ในดินแดนแห่งนี้จึงเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางการผจญภัยที่เดิมพันด้วยความจริงอันสูงสุด
หน้าปกนวนิยาย หวามรักในรอยทราย
7.8
น้ำตาลตัดสินใจเดินทางกลับสู่อารันดาตามเสียงเรียกร้องของหัวใจ เพื่อพบกับชี้คฟีรอสชายหนุ่มผู้มั่นคงในรักต่อเธอ ทว่าค่ำคืนแรกกลับเกิดเหตุไม่คาดฝัน เมื่อเธอถูกลักพาตัวจากห้องนอนไปตื่นขึ้นในกระโจมกลางทะเลทราย พร้อมกับร่างโชกเลือดของชี้คหนุ่มที่นอนหมดสติอยู่เคียงข้าง ท่ามกลางอุปสรรคและหญิงสาวมากมายที่จ้องจะแย่งชิงเขา น้ำตาลต้องพิสูจน์ว่าความรักและความเชื่อใจของเธอจะแข็งแกร่งพอที่จะฟันฝ่ากระแสลมร้อนและอันตรายในดินแดนแห่งนี้ไปได้หรือไม่