
เพลิงรักร้ายจอมใจจอมมาร
ตอน 2
วิกานดาไม่ยอมแพ้ในเมื่อเธอไม่ได้เป็นคนก่อเรื่องและแม้จะหลงใหลได้ปลื้มกับเจ้าของร้านสุดหล่อแต่เรื่องนี้เธอไม่ผิด จะให้ไปกราบขอโทษได้อย่างไร แค่ขอโทษด้วยคำพูดก็น่าจะพอแล้วนี่ขนาดต้องกราบกรานเธอไม่เอาด้วยแน่ๆ ถึงจะเป็นแค่พนักงานต๊อกต๋อยแต่เธอก็มีศักดิ์ศรีเหมือนกัน
“นี่เธอ...”
“ไม่รู้ล่ะ ยังไงฉันก็ไม่ยอมทำแบบนั้นหรอก ถ้าหมดธุระของคุณแล้วฉันขอตัวนะคะ”
วิกานดาเลือดขึ้นหน้าเช่นกันจนลืมไปว่าตนเองเป็นแค่พนักงาน แต่เธอก็พูดออกไปแล้ว และก็คิดว่าหากเขาจะไล่เธอออกก็ยินดีจะลาออก แต่จะไม่ยอมเสียศักดิ์ศรีไปขอโทษสองแม่ลูกวายร้ายนั่นแน่นอน ร่างระหงหมุนตัวกลับจะเดินออกไป แต่แล้วก็ต้องร้องอย่างตกใจเมื่อข้อมือเล็กถูกคว้าไว้แล้วกระชากโดยแรงจนร่างระหงเซถลาเข้าไปกระแทกกับร่างสูงโปร่งของเขาอย่างจัง ซึ่งมันทำให้วิกานดารู้ว่าชายหนุ่มตรงหน้าเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อแข็งแรงไม่ได้โปร่งบางอย่างที่เห็นและมันทำให้อกสาวหวั่นไหวใจเต้นแรง
“อุ๊ย คุณ..” วิกานดาตกใจ
“คิดจะหนีกันดื้อๆ แบบนี้ไม่ได้หรอกนะวิกานดา” ชายหนุ่มก้มหน้าลงมาอย่างฉุนเฉียวดวงตาคมวาววับจนวิกานดาใจแกว่ง
“ฉันไม่ได้หนี แค่ฉันหมดธุระกับคุณแล้วและจะกลับบ้านเท่านั้นเอง..”
“นี่เธอ คนที่ควรจะพูดว่าหมดธุระแล้วมันต้องเป็นฉันไม่ใช่เธอ”
“ตะ แต่ วิว เอ่อ ฉันไม่มีอะไรจะพูดแล้ว และคุณก็ควรปล่อยฉันได้แล้วค่ะ”
หญิงสาวพยายามเบี่ยงกายออกจากวงแขนแกร่งเพราะเกรงว่าหน้าอกอวบของตนจะไปสัมผัสกับร่างกายของเขา แล้วที่สำคัญวิกานดากลัวว่าความใกล้ชิดจะทำให้ธีร์ได้ยินเสียงหัวใจเธอเต้น...
“ถ้าหมดธุระแล้วก็รีบออกไปจากห้องฉันเดี๋ยวนี้ วิกานดา..”
เสียงของเขาเข้มขุ่นแววตาเข้มมีเทาๆ เหลือบประกายสีฟ้าดูงามแปลกตานั้นดูกราดเกรี้ยวจนวิกานดาแทบหัวใจวาย เมื่อเขาปล่อยวงแขนออกจากเอวบางวิกานดาก็รีบถอยร่นไปทันที
ใจสาวสั่นไหวจนแทบควบคุมอาการสั่นสะท้านนั้นไม่อยู่ หญิงสาวรีบหันหลังเดินไปที่ประตูทันทีโดยไม่หันกลับมามองเจ้าของห้อง และลืมที่จะสนใจสิ่งที่เขาสั่งด้วย...
แน่นอนว่าเธอไม่มีวันก้มกราบพวกเศรษฐีใจผุพังพวกนั้นแน่นอน คนรวยที่มีแค่เงินตราแต่จิตใจต่ำตม คนอย่างวิกานดาจะไม่ยอมก้มหัวให้เด็ดขาด วิกานดาบอกตัวเองอย่างตั้งมั่นในความคิดของตน...
“เขาร้ายกาจขนาดนั้นก็ยังจะรักเขานี่นะ ฉันว่าแกหลงแค่รูปเขารึเปล่ายายวิว”
แซมมี่ เพื่อนรักที่เคยเป็นชายหุ่นล่ำแต่ตอนนี้กลายเป็นสาวสวยแซ่บหุ่นอรชรใบหน้าสวยกว่าผู้หญิงบางคนเอ่ยขึ้นพร้อมทั้งทำตาประหลับปะเหลือกอย่างเอือมระอา เมื่อได้ฟังคำบอกเล่าเรื่องราวของชายหนุ่มที่วิกานดาหลงรัก
“ฉันไม่ได้หลง ฉันรักเขาจริงๆ รักมานานแล้ว ตั้งแต่แรกพบ..”
วิกานดาทำท่าฝันหวานแต่แล้วก็ทำหน้ามุ่ยเมื่อความจริงที่เจอนั้นเธอรู้ดีว่าตนกับธีร์นั้นต่างกันสุดขั้ว และไม่มีทางจะรักกันได้ ชีวิตจริงมันไม่ใช่นิยายน้ำเน่าที่เจ้าชายจะมาพบรักกับสาวชาวบ้านทำงานร้านอาหาร... วิกานดายังจำวันที่เขาเรียกไปพบและต่อว่าเรื่องที่เธอทำให้ลูกค้าไม่พอใจ แต่วิกานดาก็ไม่ได้ไปกราบขอโทษลูกค้าอย่างที่เอ่ยปากไว้ เธอไม่รู้ว่าทางร้านจัดการอย่างไรแต่สองแม่ลูกคู่นั้นก็ไม่มาที่ร้านอีกและเธอไม่ถูกเรียกไปต่อว่า
“แต่ก็นะ ฉันก็มีความสุขดีกับการแอบรักเขา ถึงเขาจะเจ้าชู้ นิสัยเสียปากไม่ดี ควงผู้หญิงไม่ซ้ำหน้าก็เหอะ..”
“โอ๊ยย.. ชะนีนี่ก็แปลก เขาไม่เคยเห็นตัวอยู่ในสายตายังจะละเมอเพ้อพกคิดเป็นเรื่องเป็นราว”
“ตอนนี้แกก็เป็นชะนี แถมแกยังหลงผู้ชายมากกว่าชะนีอย่างฉันอีกนังแซมซั่น”
“ว้าย นังนี่อย่ามาเรียกแซมมี่ว่าแซมซั่นนะยะ”
แซมมี่หรือชื่อเดิม คือ แซม หรือที่เพื่อนๆ มักเรียกว่าแซมซั่น เพราะเมื่อก่อนจะแปลงเพศแซมนั้นร่างสูงใหญ่ดูแข็งแรงล่ำสันเพราะเป็นลูกครึ่งแต่ไม่รู้ว่าครึ่งประเทศอะไร เพราะแม่ของแซมเคยทำงานในร้านอาหารแห่งหนึ่งแถวพัทยาก่อนจะกลับบ้านนอกโดยมีแซมติดท้องไปด้วย แต่แซมก็เติบโตมาท่ามกลางความรักของผู้เป็นแม่และยาย
แซมเป็นเด็กดีขยันและเรียนเก่งเป็นขวัญใจของเพื่อนๆ จนเมื่อแซมคิดจะเปลี่ยนแปลงตัวเองก็พยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองมีร่างกายอรชรอ้อนแอ้นและสวยงามอย่างหญิงสาวคนหนึ่ง วิกานดากับแซมมี่เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เรียน ม.ปลาย ก่อนจะย้ายมาเรียนในเมืองและมาเรียนที่กรุงเทพฯ ด้วยกัน พวกเธออยู่ด้วยกันมาตลอดเหมือนเงาของกันและกันเลยทีเดียว จนเมื่อวิกานดาทำงานด้วยเรียนด้วยและแซมก็เริ่มมีงานในวงการบันเทิง แซมเปลี่ยนชื่อเป็นแซมมี่และได้เป็นนางแบบอย่างที่เคยใฝ่ฝันไว้ และก็มีแววไปได้ดีจึงย้ายไปอยู่คอนโดซึ่งอยู่ในตัวเมืองเพื่อความสะดวกในการทำงานแต่ทั้งคู่ก็จะมาเจอกันเสมอๆ ยามที่ว่างจากงานหรือเมื่อต้องการกันและกันเหมือนในตอนนี้...
คุณอาจจะชอบ





