
กรงรักในมือซาตาน
ตอน 2
...เสียงครวญของหญิงอื่นที่บ่งบอกว่ากำลังทำอะไร ดังเล็ดลอดเข้ามาในส่วนของการรับฟังชัดเจน ผนังกั้นที่เป็นบานกระจกหนาระหว่างห้องหับสวยหรู ที่ฟาตินเรียกว่ากรงขัง ผ้าม่านผืนหนาสีทองถูกเปิดออกอย่างตั้งใจ เธอเห็นสองร่างกายที่กำลังเริงรักกันอย่างเร่าร้อน การตอกย้ำดวงจิตที่น้อยนิดของเธอ ก็แค่นางบำเรอที่เขาใช้เศษเงินซื้อมาสนองตัณหาความใคร่ ไม่รู้แน่ว่าการซื้อตัวเธอมาแอบแฝงอะไร แต่ที่ค่อนข้างแน่ใจคือท่าน เชคฮ อานัส ผู้นี้บาดหมางกับชายที่เธอปันใจให้เพียงแรกเจอ
...ฟาตินยืนมองการกระทำที่แสนหฤหรรษ์ของคนทั้งสองด้วยแววตาเศร้า ดวงตาคละเคล้าด้วยหยาดน้ำตาสีใสที่เอ่อคลอ ดวงใจเหมือนถูกฝ่าเท้าเหยียบจมผืนพสุธา ใบหน้าของชายหนุ่มหันมองมาทางเธอ และยกยิ้มมุมปากดั่งเย้ยหยัน ไม่รู้ว่าเพราะอะไรกันถึงต้องทำให้เธอเห็น แม้หัวใจดวงน้อยของเธอจะยังไม่มีเขา แต่เขาก็ใช้ร่างกายเธอบำเรอตัวเอง ไม่คิดจะยำเกรงเธอเพียงสักนิด หัวจิตหัวใจของเขาทำด้วยอะไร ประดุจดั่งซาตานร้ายก็ไม่ปาน
"คนใจร้าย"
แม้จะเจ็บปวดต่อภาพที่เห็น ความเย็นชาจากสายตาที่มองมายังเธอ ยิ่งย้ำคุณค่าที่มีในตัวให้ต่ำลง เธอดั่งกับถูกปมเชือกหนามัดแน่นไม่รู้คลาย หัวใจแทบมลายแดดิ้นกับพื้นเย็น
ร่างกายงามหันหลังแนบพิงกับผนังกระจกที่เย็นฉ่ำจากเครื่องทำความเย็นที่มีในห้อง ดวงตากลมอาบล้นด้วยม่านน้ำตา แม้จะมองไม่เห็นต่อการกระทำที่หยาบช้า แต่ว่าภาพที่เคลื่อนไหวในหัวเธอนั้นยังตราติดในความทรงจำ ขนาดไม่ได้รักยังถูกกระทำ หยามเหยียดกันได้ถึงเพียงนี้ หากวันหนึ่งหรือวันใดหัวใจของฟาตินมีพื้นที่เพียงพอให้แก่เขา เธอจะปวดร้าวเพียงไหนกัน?
"จะย่ำยีกันไปถึงไหน.....แค่นี้ยังไม่สาแก่ใจท่านหรืออย่างไร ฟาตินคนนี้ไปทำอะไรให้หมางแก่ใจนักหรือ"
เธอพร่ำพูดด้วยน้ำเสียงสะอื้น กำปั้นเล็กทุบลงหัวเข่าที่ตั้งชัน ก้มหน้าฟุบกับเข่าร้องไห้ออกมาด้วยความเจ็บช้ำอยู่นาน ร้องไห้อยู่แบบนั้นจนน้ำตาแทบไม่มีให้รินไหล
"เลิกสำออยแล้วไปทำหน้าที่ของตัวเอง”
เสียงเหี้ยมเอ่ยขึ้น เมื่อเวลานานพอกับความสุขสม ที่กระทำกับหญิงอื่น ที่เขาชื่นมื่นก่อนจะเข้ามายังห้องของเธอ
"................." ฟาตินนิ่งเงียบแล้วทำเพียงเงยหน้ามองชายตัวสูงที่ยืนตรงหน้าเท่านั้น
"ไม่มีหูหรือไง เราสั่งทำไมไม่ทำตาม" อานัสพูดด้วยน้ำเสียงเข้มปะปนความไม่พอใจ เมื่อฟาตินนั้นเพิกเฉยต่อคำสั่ง
"..............." เธอยังคงนิ่งดังเดิมไม่ปริปากพูด แต่พยายามหยัดตัวให้ลุกยืน แม้จะฝืนแรงล้าแค่ไหนก็ตามที
ปึก อึก!! แผ่นหลังบางกระแทกกับผนังกระจกหนาจนเธอนั้นสะอึก เพราะความเจ็บจากแรงชายชาตรีที่ผลักดันเต็มจนแรง
"อย่าท้าทายเรา!!"
มือหนาบีบปากของฟาติน แรงชายที่มากล้น ทำให้คนตัวเล็กนั้นน้ำตาไหลพรากเพราะเจ็บปวด เจ็บเพียงใดแต่ไม่ยอมปริปากอ้อนวอน เธอทำเพียงมองหน้าเขาที่กำลังทารุณร่างกายให้เจ็บช้ำด้วยแววตาที่ว่างเปล่า
"อึก ฮึก ท่าน มัน ฮึก ไร้ หัวใจ"
ฟาตินพยายามขยับปากพูด ดวงตาคมจ้องมองหน้าอานัสอย่างตัดพ้อ เมื่อหัวใจของเธอเริ่มท้อแท้และสิ้นหวัง ต้องก้มหน้ายอมรับชะตากรรมที่มีอย่างอดสู
"จำใส่หัวให้รู้ไว้...อย่าคิดท้าทายคนแบบเราหากยังอยากมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้!"
อานัสสะบัดมือให้หลุดจากปากของฟาตินอย่างแรง จนร่างบางนั้นเซถลาล้มพับกองกับพื้นแข็ง
"อึก ฮึก ฮึก”
ใบหน้าสวยกระแทกลงกับพื้นเต็มแรง หน้าผากนูนเกิดบาดแผลจนเจ็บปวด เธอค่อย ๆ เงยหน้าจ้องสบตาชายตัวสูงที่ยืนมองเธอด้วยแววตาแข็งกร้าว...ครู่สายตาคมดุที่มองเห็นบาดแผลตรงหน้าผากเกิดความห่วงใย เมื่อเลือดสีแดงสดไหลซึมออกมา แต่เขาก็ปรับสีหน้าให้เย็นชาดังเดิมอย่างไม่รู้สึกผิดต่อการกระทำที่รุนแรง
"เลิกมารยา!! แล้วไปทำหน้าที่บำเรอเราซะ"
"อ๊ะ! เจ็บ"
อานัสกระชากแขนของฟาตินให้ลุกยืนก่อนจะลากเธอมายังเตียงนอนนุ่มขนาดใหญ่ และทุ่มเธอลงกับพื้นเตียงจนร่างกายบางสวนเด้งตามแรงถ่วง แรงเหวี่ยงทำให้เธอนั้นจุกและเจ็บตามร่างกาย รอยช้ำมากมายจากการที่เขาทารุณยังคงทิ้งร่องรอยเจือจาง
แคว่ก แคว่ก
เสื้อผ้าผืนบางที่สวมใส่ถูกฉีกขาดอย่างไร้ความไยดี ผิวเนียนใสเกิดรอยแดงเพราะการเสียดสี เธอเจ็บปวดแต่ก็ไม่อาจพูดพร่ำออกมาได้ ปล่อยเพียงธารน้ำตาให้ไหลรินอย่างไม่อาจยับยั้ง หัวใจเหม่อลอยดั่งไร้จุดหมาย ปล่อยให้เขากระทำต่อร่างกายของเธอตามแต่ใจต้องการ เมื่ออย่างไรเสียก็ไม่อาจทัดทานความดิบเถื่อนและขัดขืนเขาได้ ข่มตาหลับยอมรับชะตากรรมนี้อย่างทำใจ...
คุณอาจจะชอบ





