ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย สามี ข้าจะเลี้ยงดูท่านเอง

สามี ข้าจะเลี้ยงดูท่านเอง

หวังฉีหลิน ผู้เชี่ยวชาญการเกษตรวัย 25 ปี จบชีวิตลงพร้อมความฝันที่ยังไม่เป็นจริง แต่เธอกลับตื่นขึ้นในร่างหญิงชาวนาชื่อเดียวกันที่มีภาระหนักอึ้ง ทั้งสามีป่วยติดเตียงและลูกแฝดวัยซน ครอบครัวของเธอถูกบ้านหลักกดขี่และขับไสส่งหลังสามีบาดเจ็บ อีกทั้งร่างเดิมยังตายเพราะถูกทำร้ายขณะแย่งชิงโสมล้ำค่า ด้วยความรู้ด้านสมุนไพรและหินสีรุ้งลึกลับ เธอจึงต้องลุกขึ้นสู้เพื่อปกป้องครอบครัวใหม่และสร้างชีวิตที่เคยฝันไว้ในโลกใบนี้ให้สำเร็จ
ตอน
แชร์

ตอน 1

หวังฉีหลินสาวสวยอายุ 25 ปี ที่ใช้ชีวิตส่วนใหญ่ในการทำงาน เหตุเพราะเติบโตมาในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า เมื่ออายุครบ 18 ทุกคนต้องออกไปใช้ชีวิตเป็นของตัวเอง ไม่สามารถที่จะอาศัยอยู่ที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าได้

ฉีหลินทำงานทุกอย่างด้วยความขยันหมั่นเพียรและส่งเสียให้ตัวเองเรียนไปด้วย ฉีหลินเลือกเรียนเกี่ยวกับการเกษตร เพราะมีความฝันอยากจะทำสวนสมุนไพรและมีสวนสมุนไพรเป็นของตัวเอง

หลังจากเรียนจบและเข้าทำงานในตำแหน่งเจ้าหน้าที่การเกษตร ฉีหลินเก็บเงินได้จำนวนหนึ่ง เธอจึงนำไปซื้อที่ดินเล็ก ๆ เพียง 2 ไร่ ทำสวนสมุนไพรในฝันของตัวเอง

มีเพื่อน ๆ ที่ทำงานเคยถามฉีหลินว่าเธอเป็นคนจีนหรือ ทำไมถึงชื่อไม่เหมือนคนอื่นทั้ง ๆ ที่อยู่ในส่วนเหนือสุดของประเทศไทย ฉีหลินได้แต่ตอบว่าเธอเองก็ไม่รู้เช่นเดียวกัน

ในตอนที่เธอยังเป็นเด็กอยู่นั้นเธอได้ถามเจ้าหน้าที่ที่ดูแลสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่เธออาศัยอยู่ ได้คำตอบว่าตอนที่พบเธอมีป้ายติดอยู่ที่ข้อมือซึ่งก็คือชื่อของเธอในตอนนี้ คงจะเป็นอย่างเดียวที่ผู้เป็นพ่อและแม่ของเธอทิ้งเอาไว้ให้

ฉีหลินเองไม่เคยอยากตามหาพ่อแม่ของตัวเอง เธอเพียงแค่คิดว่าหากพ่อแม่ต้องการเธอคงไม่เอาเธอมาทิ้งเอาไว้ในสถานที่แห่งนี้ และหากว่าพวกเขาต้องการเธอจริง ๆ คงออกตามหาเธอนานแล้วคงไม่ปล่อยเธอเอาไว้อย่างนี้

การใช้ชีวิตคนเดียวไร้ซึ่งคนสนับสนุน กว่าเธอจะผ่านมันมาได้ก็ลำบากมาก แต่เธอยังโชคดี นอกจากจะได้งานที่ดี คนรอบข้างของเธอยังเป็นคนดีคอยช่วยเหลือสนับสนุน สวนสมุนไพรจากน้ำพักน้ำแรงของเธอนับว่าประสบความสำเร็จมากและทำกำไรให้เธอมากเช่นเดียวกัน

ฉีหลินและเพื่อนที่ทำงานได้ไปเที่ยวที่พระราชวังโปตาลามาเมื่อสามเดือนที่แล้ว ไม่รู้ว่าเพราะชื่อเธอเหมือนคนจีนหรือไม่ ฉีหลินมีความชอบประเทศจีน อาหารจีน สมุนไพรจีน หรือแม้แต่วัฒนธรรมการกิน เธอเองก็ศึกษาค้นคว้าเอาไว้ประดับสมองบ้าง

วันนี้ฉีหลินไปทำงานดังเช่นทุกวัน และที่สวนสมุนไพรฉีหลินได้จ้างลุงกับป้าชาวบ้านสองคนช่วยดูแล หลังจากที่ฉีหลินไปแอบเก็บหินสีรุ้งกลับมาเธอชอบมันมาก และได้นำไปเจาะรูและนำมาร้อยทำเป็นสร้อยข้อมือเธอสวมติดข้อมือตลอดเวลาไม่เคยถอดเลยสักครั้งแม้กระทั่งตอนอาบน้ำ

“หลิน วันนี้จะเข้าสวนหรือเปล่า” นิดาเพื่อนร่วมงานของฉีหลินถามออกมา

“ไม่เข้านะนิดา เธอมีอะไรหรือเปล่าหรืออยากให้เราช่วยอะไรหรือเปล่า บอกมาได้เลยนะ”

“ไม่มีอะไรหรอก เราจะชวนเธอไปหาอะไรกินน่ะ เราไม่ได้กินข้าวด้วยกันนานแล้ว เราเห็นเธอยุ่ง ๆ ก็เลยไม่กล้าชวนน่ะ”

“อ๋อ ได้สิ ก็ดีเหมือนกันนะ เพื่อน ๆ คนอื่นไปด้วยหรือเปล่า ไปกันหลาย ๆ คนสนุกดี”

“มี รฐา กับพี่เหมียวน่ะ รวมเราสองคนด้วยก็ 4 คน คนอื่น ๆ เราชวนแล้วบอกว่านัดกับแฟนเอาไว้แล้วน่ะ”

“เหรอ น่าอิจฉาจังน๊า พวกมีแฟนเนี่ย ทำไมเราไม่เห็นมีใครมาจีบเลยล่ะ"

“ไม่มีหรือเธอไม่สนใจกันแน่ วัน ๆ มัวแต่เอาเวลาไปทำสวนหมด เงินเดือนเธอออกจะเยอะ ภาระต้องส่งเสียที่บ้านก็ไม่มี จะหาเงินไปทำไมนักหนา หาความสุขให้ตัวเองบ้างเถอะ”

“ทำสวนสมุนไพรไง นั่นก็เป็นความสุขของเราเหมือนกัน”

“โอ๊ย เราหมายถึงว่าให้เธอหาแฟน สร้างครอบครัวได้แล้ว ปากบ่นอยากมีแฟน อยากมีลูก แต่ไม่เคยมีเวลาชายตาแลใคร แล้วแบบนี้เธอจะสมหวังได้ยังไง”

“ก็เรายังไม่พร้อมนี่ อีกอย่างเรายังมีหลายอย่างที่อยากทำอยู่ด้วย อีกอย่างเธอก็รู้ไม่ใช่เหรอ เราไม่มีพ่อแม่ ไม่มีญาติ เราเติบโตมาในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า เธอคิดว่าจะมีคนชอบเราจริง ๆ เหรอ นิดา”

“เราว่าไม่เห็นจะเกี่ยวกันนะ ถ้าคนที่มาชอบเธอเป็นคนดี และรักเธอจริง ๆ จะเอาเรื่องแบบนี้มาตัดสินก็ไม่ถูกนะ คนเราเลือกเกิดได้หรือไงล่ะ สำหรับเราการที่มีแฟนที่ดี เป็นคนดี จิตใจดีก็พอแล้ว”

“นี่มันความคิดของผู้หญิงอย่างพวกเราไง แต่พวกผู้ชายจะมีคนคิดแบบนั้นหรือเปล่ายังไม่รู้ อาจจะมีแต่ก็คงน้อยและคงไม่เหลือถึงเราหรอก นิดาว่าป่ะ”

“ช่างเรื่องผู้ชายก่อนเถอะ สร้อยข้อมือสวยมาก ซื้อจากร้านไหนเหรอหินสีรุ้งนี้สวยจริง ๆ”

“ป่าวซื้อมาหรอก เราเก็บมาจากพระราชวังโปตาลา ตอนที่ไปเที่ยวกันไง”

“ห๊ะ นี่เธอกล้าเก็บมาด้วยเหรอ โห ไม่กลัวโดนข้อหาลักทรัพย์ข้ามชาติเหรอ”

“โอ๊ย ไปกันใหญ่แล้ว แค่หินก้อนเดียวไหม จะมาลักทรัพย์ข้ามชาติอะไร ดูหนังหรืออ่านนิยายมากไปป่ะเนี่ย”

“จะไปรู้เหรอ เราก็คิดเอาไว้ก่อนไง ว่าแต่ว่าเย็นนี้ไปร้านไหนดี หลินอยากกินอะไรเป็นพิเศษป่ะ”

“ไม่มีนะ อะไรก็ได้ จะว่าไปอยากกินหม้อไฟเนอะ ”

“อากาศร้อนจะตาย ยังจะกินหม้อไฟ ไม่ไหวมั้ง เอาเป็นไปกินร้านประจำก็แล้วกัน หรือเธอว่าไง”

“เรายังไงก็ได้ ไปเลยหรือเปล่า เราขอเก็บของสักครู่ นี่ก็เลยเวลาเลิกงานมานานแล้ว มัวแต่คุยกันเพลินลืมดูเวลาเดี๋ยวออกไปช้า พี่เหมียวได้บ่นหูชาแน่”

ทั้งสองคนรีบเก็บของและออกไปหาอีกสองคนที่นัดกันเอาไว้ทันที ระหว่างทางที่เดินออกจากออฟฟิศ ฉีหลินหลบพนักงานคนอื่นที่เริ่มทยอยออกจากที่ทำงาน

ในตอนที่รอลิฟต์อยู่นั้นแม่บ้านที่เดินถือแจกันดอกไม้เดินมาชนเธอเข้าพอดี ทำให้ข้อมือด้านที่สวมสร้อยหินสีรุ้งอยู่โดนหนามกุหลาบข่วนเป็นแผลถลอกมีเลือดออกนิดหน่อย

เลือดที่ไหลไปโดนก้อนหินสีรุ้งทันใดนั้นเกิดแสงสว่างเพียงชั่วพริบตาที่ก้อนหินโดยที่ไม่มีใครเห็นและฉีหลินเองก็ไม่ทันได้รู้สึกตัวเพราะมัวจดจ่อคุยกับเพื่อนข้าง ๆ

“ลงมาได้กันสักทีนะยะ รอนานมากรากจะงอกแล้วเนี่ย”

“โห พี่เหมียวพี่ก็พูดเกินไปนะคะ เพิ่งจะเลิกงานเอง พี่อย่าบอกนะว่าพี่ลงมาก่อนเวลาน่ะ”

“จะบ้าเหรอ ใครจะกล้าลงมาก่อน ขืนทำแบบนั้นหัวหน้าได้ตัดเงินเดือนพอดี”

“อ้าว จะไปรู้เหรอ ก็เห็นพี่บอกว่ารอนานแล้ว อ่ะ ริดาก็นึกว่าพี่หนีออกมาก่อนน่ะสิ”

“อย่ามาใส่ร้ายกันนะ รีบ ๆ ไปกันเถอะ หิวแล้วเนี่ย อ้าวแล้วยัยรฐาไปไหน เมื่อกี้ยังอยู่ตรงนี้เลย”

“มาแล้ว ๆ พอดี ลืมมือถืออยู่ที่โต๊ะน่ะ ไปกันเถอะ ขอโทษที่ให้รอนะทุกคน”

“เชอะ ลืมมือถือหรือว่าลืมให้เบอร์กับพ่อหนุ่มที่เพิ่งเข้ามาทำงานใหม่กันแน่ อย่ามาแถเลย”

“ลืมมือถือจริงๆ พี่เหมียวนี่ก็พูดอะไรไม่รู้”

ทั้งสี่คนมาถึงร้านอาหารที่มักจะมากันเป็นประจำ หลังจากสั่งอาหารแล้ว ทั้งสี่คนในตอนที่นั่งรออาหารก็มีการพูดคุยหยอกเย้ากันสนุกสนาน เมื่ออาหารที่สั่งมาครบแล้วก็ลงมือกินด้วยความหิวโหยทันที

“วันหยุดยาวที่จะถึงนี้ไปเที่ยวไหนกันหรือ” รฐา

“เราจะกลับบ้านน่ะ ไม่ได้กลับไปนานแล้ว” นิดา

“พี่ก็คงจะกลับบ้านเหมือนกัน ไม่ได้กลับไปนานแล้ว แล้วหลินล่ะ มีแพลนจะไปไหนรึเปล่า ถ้าไม่มีไปเที่ยวบ้านพี่ด้วยกันไหม”

“หลินว่าจะเข้าสวนน่ะค่ะ พอดีมีต้นกล้าสมุนไพรชนิดใหม่มาส่ง เลยต้องเข้าไปดูด้วยตัวเอง เอาไว้ครั้งหน้านะคะหลินไปแน่นอน ขอบคุณพี่เหมียวมากค่ะที่ชวน”

“พี่กลัวว่าเราจะเหงาน่ะ หยุดหลายวันเลย ถ้ามีธุระที่ต้องทำก็ไม่เป็นไรจ้ะ”

หลังจากที่แยกย้ายกันกลับบ้านเพื่อไปพักผ่อนแล้ว ฉีหลินกลับมาถึงห้องก็เริ่มเก็บกระเป๋าเพื่อที่จะไปนอนที่สวนสมุนไพรในวันรุ่งขึ้น และคืนนี้ฉีหลินฝันถึงสถานที่ห่างไกลไม่รู้แน่ชัดว่าที่ไหน

ในฝันเธอเห็นครอบครัวครอบครัวหนึ่งสองสามีภรรยาร้องไห้มีเด็กวัยรุ่นหญิงชายและยังมีเด็กเล็ก ๆ อีกสองคน ร้องไห้ด้วยความสิ้นหวัง ในฝันฉีหลินเห็นลูกชายของเขาตายไปหลังจากที่บาดเจ็บกลับมาและไม่ได้รับการรักษาที่ดี

จะเรียกว่าไม่ได้รับการรักษาก็ไม่ใช่ ต้องเรียกว่าไม่ยอมให้หมอมารักษาเพราะกลัวว่าจะต้องเสียเงินค่ารักษาเสียมากกว่า และลูกสะใภ้ของพวกเขาก็ต้องมาตายไปอีกคนเพราะถูกผลักให้ตกเขาจากญาติของสามี

ฉีหลินรู้สึกสงสารครอบครัวนี้มากโดยเฉพาะเด็กน้อยฝาแฝดทั้งสองคนที่เป็นลูกของผู้ชายและผู้หญิงที่ตายไป ในฝันฉีหลินได้รู้มาว่าครอบครัวนี้ผู้นำครอบครัวมีพี่ชายอยู่หนึ่งคนและถูกครอบครัวของพี่ชายเอาเปรียบกดขี่ข่มเหงสารพัด

ครอบครัวของพี่ชายจะเก็บเงินเอาไว้ทั้งหมดและคนที่ทำงานมากที่สุดกลับเป็นครอบครัวของน้องชายแต่ไม่เคยได้รับอะไรดี ๆ กลับมาเลย ไม่ว่าจะเป็นอาหารหรือเสื้อผ้า เงินที่ลูกชายคนโตได้จากการทำงานก็เก็บเอาไปจนหมดเพราะถือว่ายังไม่ได้แยกบ้านกัน

ฉีหลินยืนดูเหตุการณ์เหล่านี้ด้วยความโมโห หากเป็นเธออย่าหวังว่าจะมารังแกกันได้ง่าย ๆ ครอบครัวของพี่ชายก็มีแต่คนร้ายกาจ พี่ชายเองก็เห็นแก่ตัวไม่ยินยอมให้น้องชายแยกครอบครัวไปอยู่ด้วยตัวเอง

หากว่ายินยอมให้แยกออกไปนั่นย่อมหมายถึงที่ดินทำกินจะต้องโดนแบ่งออกไปด้วย และจะขาดแรงงานในการทำงานความเห็นแก่ตัวที่น่ารังเกียจนี้ฉีหลินได้เห็นผ่านความฝันยิ่งทำให้เธอโมโหและเผลอคิดไปว่าหากเป็นเธอแล้วล่ะก็เธอจะตอบแทนให้สาสมเลย

ฉีหลินไม่รู้เลยว่าสิ่งที่เธอเห็นในความฝันนั้นมันจะเกิดขึ้นกับเธอจริง ๆ ในอนาคตข้างหน้า หลังจากนั้นมาฉีหลินก็ไม่ได้ฝันอะไรอีก แต่เธอกับค้นพบความลับบางอย่างของหินสีรุ้งที่เธอสวมติดข้อมือเอาไว้ตลอดเวลาในเช้าวันหนึ่ง

เช้าวันรุ่งขึ้นฉีหลินเดินทางไปที่สวนสมุนไพรของเธอและได้ลงมือปลูกสมุนไพรด้วยตัวเอง จากนั้นจึงปล่อยหน้าที่ดูแลให้เป็นของคนงานที่มีเพียงสองคนและทั้งสองคนเป็นสามีภรรยาที่ไม่มีลูก ๆ มาดูแล ฉีหลินสงสารจึงจ้างทั้งสองคนให้มาช่วยทำสวนให้เธอ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ถ้าจะรัก ภพชาติก็แค่ปากซอย
8.0
หญิงสาวผู้จบชีวิตด้วยความแค้น กลับต้องข้ามภพมาอย่างไม่ตั้งใจจนพบกับชายผู้เฝ้ารอเธอมาเนิ่นนาน ท่ามกลางความสับสนในยุคสมัยที่ไม่คุ้นเคย เธอถูกเขาตั้งคำถามว่าเป็นปีศาจหรือไม่ ทว่าภายใต้ท่าทีเหล่านั้นกลับแฝงไปด้วยความปรารถนาอันแรงกล้าที่ยากจะหักห้ามใจ แม้คนหนึ่งอยากลืมแต่อีกคนกลับจำฝังใจ สายตาและสัมผัสที่รุกเร้าบีบให้ทั้งคู่ต้องเผชิญหน้ากับความรู้สึกที่ไม่อาจต้านทานได้อีกต่อไป ในการเดินทางข้ามกาลเวลาที่เต็มไปด้วยเสน่หาและบททดสอบของหัวใจครั้งนี้
หน้าปกนวนิยาย แยกบ้านกับแม่สามี ข้าปลูกบ้านสะสมเสบียง อาหารเต็มคลัง
7.3
หูซุยฉิงตื่นมาพบความจริงอันโหดร้ายเมื่อลูกทั้งห้าต้องอดอยาก และญาติสามีกำลังวางแผนขายลูกสาวของเธอ หญิงสาวเด็ดขาดที่จะไม่ยอมทนเป็นเบี้ยล่างอีกต่อไป เธอประกาศแยกบ้านเพื่อปกป้องลูก สวรรค์เข้าข้างเมื่อเธอค้นพบระบบร้านค้าลับที่ช่วยให้กักตุนเสบียงได้แบบไม่อั้น เธอแอบสร้างความมั่งคั่งเงียบๆ เมื่อภัยพิบัติน้ำท่วมใหญ่มาเยือนและกวาดล้างหมู่บ้าน ญาติจอมละโมบต้องเผชิญความอดอยากแสนสาหัส ทว่าครอบครัวของเธอกลับนั่งกินเนื้อและข้าวอย่างสุขสบายไร้กังวล ถือเป็นการแก้แค้นที่สาสม
หน้าปกนวนิยาย สามีข้าเป็นมากกว่าชายพิการ
7.9
มันหอมหลงเข้าไปอยู่ในร่างใหม่ขณะเก็บเห็ดบนภูเขา แต่โชคชะตากลับเล่นตลกเมื่อเธอต้องช่วยชายหนุ่มปริศนาหนีเสือจนตกเขาไปด้วยกัน เมื่อฟื้นขึ้นมาเธอพบว่าเขาบาดเจ็บหนักทั้งขาหัก ตาบอด และจำอะไรไม่ได้เลย ทว่าเหตุการณ์นี้ทำให้ทั้งคู่ต้องแต่งงานกันตามประเพณีเพราะผิดผีป่าผีเรือน หากไม่ตบแต่งจะเกิดอาเพศต่อหมู่บ้าน ท่ามกลางความวุ่นวายในโลกแฟนตาซีและกลิ่นอายอีสาน เธอจะเอาตัวรอดในฐานะภรรยาของชายพิการผู้ลึกลับคนนี้ได้อย่างไร
หน้าปกนวนิยาย เจาะเวลามาหาอะไรวะเนี่ย
7.9
หลังเผชิญความตายที่แสนอนาถ ชายหนุ่มกลับต้องตื่นขึ้นมาพบกับโชคชะตาที่ย่ำแย่ยิ่งกว่าเดิมในร่างขององค์ชายขี้เมาผู้มีสภาพไม่ต่างจากกองขยะ ทั้งเนื้อตัวเหม็นโฉ่และผมเผ้ารุงรังจนดูไม่ได้ ท่ามกลางสายตาดูแคลน เขากลายเป็นความหวังสุดท้ายของไทเฮาที่ปรารถนาจะดัดนิสัยและเปลี่ยนโฉมองค์ชายเสเพลคนนี้ให้กลายเป็นผู้เป็นคนขึ้นมาอีกครั้ง เขาจะเอาตัวรอดจากความคาดหวังและสถานะสุดรันทดในโลกใหม่นี้ได้อย่างไร
หน้าปกนวนิยาย ชายาอสรพิษ
9.1
หลี่หลิงเฟิ่ง ยอดอัจฉริยะจากองค์กรฝึกสายลับลับของจีนต้องจบชีวิตลงอย่างปริศนาขณะทำภารกิจสุดท้าย ทว่าวิญญาณของเธอกลับข้ามมิติมาสวมร่างคุณหนูห้าบุตรสาวอนุภรรยาผู้ต่ำต้อยในจวนเจ้าเมือง ท่ามกลางสายตาดูแคลนจากผู้คนที่ตราหน้าว่าเธอเป็นเพียง 'ตัวไร้ค่า' แห่งยุคสมัย เมื่อได้รับโอกาสให้เริ่มต้นใหม่อีกครั้งในดินแดนที่ไม่คุ้นเคย อดีตสายลับมือหนึ่งจึงตัดสินใจทิ้งความอ่อนแอไว้เบื้องหลัง เพื่อพิสูจน์ให้โลกเห็นว่าคนอย่างเธอจะไม่ยอมถูกกดขี่หรือเป็นขยะให้ใครรังแกได้อีกต่อไป
หน้าปกนวนิยาย กลายเป็นแม่เลี้ยงเลวที่มีลูกเลี้ยงสี่คน
6.8
หลังถูกวางยาจนสิ้นใจ ฉือเยว่นักฆ่ามือฉกาจได้ตื่นขึ้นมาในร่างแม่เลี้ยงใจร้ายที่มีลูกติดถึงสี่คน ตอนแรกเธอคิดจะหนีจากความวุ่นวาย ทว่าความกตัญญูของเด็กๆ ที่ช่วยทำงานบ้านและหาอาหารมาให้ กลับทำให้หัวใจที่เย็นชาของเธอหลอมละลาย เธอจึงตัดสินใจทิ้งอดีตและหันมาเป็นชาวบ้านธรรมดา โดยงัดเอาทักษะต่อสู้มาใช้ล่าสัตว์และงมไข่มุกเพื่อสร้างฐานะให้มั่นคง แต่ขณะที่ครอบครัวกำลังมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น บุรุษปริศนากลับปรากฏตัวขึ้นมาอย่างกะทันหัน นำพาความวุ่นวายครั้งใหม่มาสู่ชีวิตที่เธอเพิ่งสร้างขึ้น