ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย รักนอกสมรส

รักนอกสมรส

แก้วรุ้งใฝ่ฝันถึงครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ แต่ชีวิตกลับพลิกผันเมื่อเธอตั้งท้องกับซีโร่ นักธุรกิจหนุ่มผู้แสนดีในสายตาใครต่อใคร ทว่าเบื้องหลังความสุภาพเขากลับซ่อนความลับเรื่องการจดทะเบียนสมรสโดยไร้รักเอาไว้ เมื่อเขารู้ว่าเธอกำลังอุ้มท้องลูกของเขาอยู่ เสือผู้หญิงที่ไม่เคยง้อใครจึงต้องยอมสยบเพื่อตามตื้อเธอ แม้แก้วรุ้งจะตราหน้าว่าเขาผิดศีลธรรมที่มีพันธะอยู่แล้ว แต่ซีโร่ก็ไม่ยอมแพ้และพร้อมจะทำทุกวิถีทางเพื่อพิสูจน์ว่าเธอคือคนเดียวที่มีสิทธิ์ในตัวเขาและลูกในครรภ์
ตอน
แชร์

ตอน 3

“ดาวขอติดรถไปด้วยได้มั้ยคะ”

“ครับ?”

“พอดีนัดคุณแม่แก้วไว้น่ะค่ะ ท่านชวนไปกินข้าวเย็นที่บ้าน”

นับดาวถามเหมือนเกรงๆ แต่เลิกสัมภาษณ์มาเกือบสองชั่วโมงล่ะ ถ้าจะนั่งรถไปเองป่านนี้ถึงแล้ว แต่นี่ถึงขั้นมาดักรอขึ้นรถหน้าบริษัทนี่ก็ไม่ต้องบอกแล้วว่าต้องการอะไร แต่เขาจะทำอะไรได้ล่ะ นอกจาก…

“เชิญครับ” ผมจำต้องปลดล็อกรถเพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้นประตูด้านข้างคนขับก็ถูกเปิดออกพร้อมกับร่างสูงเพรียวในชุดเสื้อเชิ้ตสีฟ้าและกระโปรงทรงสอบ

“ขอบคุณนะคะ ดาวคิดว่าคุณจะปฏิเสธซะแล้ว”

ผมไม่ตอบเพียงยิ้มรับ ก็อยากจะปฏิเสธอยู่หรอก แต่การหักหน้าสุภาพสตรีไม่ใช่วิสัยที่ดีของสุภาพบุรุษอย่างผม แม้จะฝืนใจแต่ก็เอาเถอะ ทำอะไรไม่ได้อยู่ล่ะ เรามันคนดี ท่องไว้ว่าเรามันคนดี

ระหว่างทางนับดาวก็พยายามชวนคุยแต่ผมก็เลี่ยงมาตลอดโดยการเปิดเพลงเสียงดังนิดหน่อย โชคดีที่เธอคงรู้ตัวอยู่บ้างว่าผมไม่อยากคุย จริงๆ นับดาวก็เป็นผู้หญิงที่สวย ดูดี แม้จะไม่ได้รวยแต่ก็ทำงานเก่ง ความสามารถอย่างเธอหาเลี้ยงตัวเองและครอบครัวได้สบาย แต่ไม่รู้สิ ผมไม่รู้สึกพิศวาสเธอเลยสักนิด ยิ่งเธอมีท่าทีสนใจผมมากเท่าไหร่ผมกลับจะยิ่งถอยหนี ก็เหมือนผู้หญิงคนอื่นๆ ที่เข้าหาผมนั่นแหละ ไม่ว่าจะด้วยหน้าตา ฐานะหรือนิสัย แต่คนพวกนี้ทำให้ผมเบื่อ อะไรที่ได้มาง่ายๆ มันจะน่าสนใจอะไรกันล่ะ จริงมั้ย

“ทำไมมาพร้อมกันได้ล่ะเนี่ย”

คุณนายแก้วมณีหรือก็คือแม่ผมนั่นเองร้องถามเมื่อเห็นเราสองคนเดินเข้ามาในบ้านพร้อมกัน หน้าตานี่เบิกบานเชียวนะ ยิ่ง ‘ลูกสะใภ้’ เดินเข้าไปสวมกอดก็ยิ่งยิ้มแก้มแทบแตก เฮ้ออออ เพราะแม่ชอบเนี่ยแหละ ถึงได้หย่าไม่ได้สักที ปวดหัวจริงๆ

“พอดีดาวไปสัมภาษณ์งานที่บริษัท LOB มาน่ะค่ะ ขากลับก็เลยติดรถพี่ซีมาด้วย”

เวลาอยู่ต่อหน้าแม่ เธอมักจะเรียกผมอย่างสนิทสนมเสมอเพื่อเอาใจแม่ แต่ถ้าอยู่กันสองคนคงไม่กล้าเรียกแบบนี้ เธอก็ฉลาดพอจะรู้แหละว่าผมไม่ชอบ

“เหรอซี แล้วรับน้องมั้ย”

“ยังไม่ได้คิดเลยครับ คงต้องประชุมกันอีกที”

ผมพูดเสียงเรียบพลางก้มลงหอมแก้มผู้เป็นแม่บ้าง

“เข้มงวดจริง นี่เมียนะไม่ใช่ใครที่ไหน ดีซะอีกน้องจะได้ไปช่วยงานและดูแลลูกด้วย”

“มันก็ต้องเป็นไปตามกระบวนการสิครับ ผมไม่อยากโดนนินทาว่าให้อภิสิทธิ์ใครมากกว่า มันดูไม่แฟร์กับคนอื่นเลย”

“ลูกคนนี้นิ” ในขณะที่แม่กำลังจะเอะผมต่อ แต่ปู่ที่นั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่เงียบๆ เมื่อครู่ก็พูดแทรกขึ้นบ้าง

“เป็นแบบนี้แหละดีแล้ว ถ้าได้รับเลือกจะได้ภูมิใจว่ามาจากความสามารถจริงๆ ไม่ต้องกลัวโดนนินทาลับหลังด้วยว่าใช้เส้นสายเข้ามา ซีทำดีแล้วๆ”

“ครับปู่” ผมยิ้มกว้างเดินเข้าไปหอมแก้มชายสูงวัยที่สุดในบ้าน “มีแต่ปู่ที่เข้าใจผม”

“จ้ะๆ ไปเปลี่ยนชุดแล้วมากินข้าวกันได้แล้ว”

ถึงบอกให้เปลี่ยนชุดแต่จริงๆ ผมก็แค่ถอนสูทออกเท่านั้นแล้วก็มานั่งกินข้าวเงียบๆ ฟังแม่กับนับดาวสนทนากันอย่างสนุกปากจนอิ่มแล้วรวบช้อนส้อมมาไว้ตรงหน้าพลางกับดื่มน้ำ เมื่อเห็นทุกคนอิ่มหนำสำราญกันแล้วผมจึงตัดสินใจพูดเรื่องสำคัญ

“ผมจะหย่านะครับแม่”

ความเงียบโรยตัวลงมารอบทิศทาง แม่กับนับดาวที่คุยกันอยู่เมื่อครู่หันหน้ามามองผมนิ่งๆ ก่อนที่แม่จะเป็นคนพูดขึ้นมาก่อนคนแรก

“พูดอะไรออกมารู้ตัวมั้ย”

“รู้ครับ แต่นี่ก็ผ่านมาหนึ่งปีตามที่ตกลงกันแล้ว ผมแค่อยากได้อิสระของผมคืนก็เท่านั้น”

“ซี” แม่เรียกเสียงเข้ม แต่ผมเพียงคลี่ยิ้มบางเผื่อว่ามันจะบรรเทาความไม่พอใจในใจแม่ได้บ้างไม่มากก็น้อย

“ช่วยจัดการให้ผมด้วยนะครับคุณนับดาว” ผมยื่นซองสีน้ำตาลที่มีเอกสารสำหรับการหย่าที่ผมเซ็นต์เอาไว้แล้ว นับดาวกำลังจะยื่นมือมารับดวงตาคู่นั้นสั่นระริกเหมือนจะร้องไห้

“ไม่!” แต่คนที่ฉวยซองนั้นไปกับเป็นแม่ “แม่ไม่ให้หย่า!”

แควก! แม่ฉีกซองนั้นจนเป็นชิ้นเล็กๆ ผมทำได้เพียงมองด้วยสายตานิ่งๆ คิดอยู่แล้วล่ะว่าต้องเป็นแบบนี้ บางทีนี่อาจจะเป็นอุบายที่ต้องการให้ผมแต่งงานกับคนที่แม่เลือกตั้งแต่แรกแล้วก็ได้ เป็นผมเองที่โง่หลงกลของแม่ในวันนั้น

ผมส่ายหัวเบาๆ ลุกขึ้นยืนแล้วเดินหนีออกมานอกบ้านเพราะรู้ว่าขืนอยู่ต่อคงไม่วายต้องทะเลาะกับแม่แน่ๆ ถึงแม้ท่านจะร้องเรียกไล่หลังมาแต่ผมก็ไม่สนใจ ขับรถออกจากบ้านทันที ป่วยการณ์ที่จะพูด…

ผับ A LAB

สถานบันเทิงชื่อดังย่านทองหล่อ หนึ่งในธุรกิจที่ทำกำไรให้ผมอย่างมหาศาลโดยไม่จำเป็นต้องเข้ามาดูแลก็ได้เพราะมีลูกน้องคนสนิทอย่างนิกกี้ประจำการอยู่ตลอด แต่ผมก็ยังคอยมาดูแลอยู่ทุกคืน คืนนี้ก็ไม่ต่างจากคืนไหนๆ ยังมีลูกค้ามาใช้บริการกันอย่างล้นหลามราวกับจ่ายเหล้าฟรี ผมเดินผ่านการ์ดหน้าผับที่ค้อมหัวทำความเคารพเข้ามาภายในผับฝ่าฝูงชนที่เต้นยั้วเยียะเป็นหนอนขึ้นมายังชั้นลอย โซนวีไอพีที่เปิดให้เฉพาะเพื่อนขึ้นมาดื่มเท่านั้น แล้วพวกมันก็นั่งกันหน้าสลอนอยู่ตรงชุดโซฟาเดี่ยวห้าตัวข้างระเบียง ผมก็เดินเข้าไปทิ้งตัวลงตรงโซฟาเดี่ยวหัวโต๊ะ

“วันนี้ไม่เช็กสต็อกเหรอ” ชิรันถามเสียงระรื่นให้ตายเถอะ ได้ยินประโยคนี้ทีไรก็อดหงุดหงิดไม่ได้ทถกที เคยมีประเด็นว่าผมเช็กสต๊อกบ่อยจนพวกแม่งคิดว่าผมแอบพาสาวๆ ไปกินเงียบๆ ที่นั่น บ้าบอมาก

“เออ ฝากผู้จัดการเช็กแล้ว” ผมตอบสุ้มเสียงหงุดหงิดพลางรับแก้วเหล้ามาจากบริกรที่คอยชงเหล้าแล้วกระดกขึ้นดื่มหมดแก้ว

ตึง! กระแทกแก้วลงบนโต๊ะอย่างไม่สบอารมณ์

“อ่า ไม่ได้เห็นมึงหงุดหงิดมานานแล้วนะ” ชิรันพูดขึ้นอย่างเกรงๆ ครามเองก็เหล่มองผมเช่นกันแต่เพราะไม่ใช่คนช่างพูดจึงไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา

“เรื่องหย่าเหรอ?” เจ้าบ่าวข้าวใหม่ปลามันพูดขึ้น ผมจึงเหลือบตาไปมองวินซ์ รู้อยู่แล้วล่ะว่าเรื่องนี้ต้องมาถึงหูพวกมันแน่ไม่ช้าก็เร็ว เพราะชิรันรู้โลกรู้ไงล่ะ แต่เวลามีปัญหาทุกคนก็มักจะวิ่งโล่ไปหามันนะ แปลกดี

“เออ แม่ไม่ให้หย่า แถมยังฉีกใบหย่าต่อหน้าต่อตากูด้วย”

“โหววว เล่นเบอร์ใหญ่เลยนะนั่น” ชิรันกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ หน้าตามันปูเลี่ยนๆ เหมือนสงสารปนสังเวชผม

“ถ้าเป็นแค่เรื่องของคนสองคนก็คงจะเคลียร์ง่ายกว่านี้ แต่นี้มีคนที่สามเข้ามาเกี่ยวด้วยกูว่ายาก”

“ว่าแต่มึงเถอะ ฟรังก์ไปไหน ทำไมไม่มาด้วย” ผมถามหาภรรยาหมาดๆ ของเพื่อนสนิทจนมันเผลอขมวดคิ้ว

“นี่ถามเนี่ย คิดถึงเมียกูเหรอ” ผมหยักยิ้มมุมปากเมื่อเห็นท่าทีไม่พอใจของคนหวงเมีย

“เออ คนเคยๆ” การเย้าแหย่วินซ์คือความสนุกที่สุดของผมเลยล่ะ วินซ์จ้องหน้าผมเขม็งแต่ก็ถอนหายใจออกมาอย่างปลง

“ฟรังก์ ไม่ค่อยสบาย”

“อ้าว เป็นไรอ่ะ”

“ไม่รู้ ท้องไส้ไม่ค่อยดีมั้ง”

“อ่า แต่มึงก็ยังออกมาหาพวกกูเนี่ยนะ”

“ฟรังก์กินยาหลับไปแล้ว กูถึงได้ออกมาเนี่ย”

“ก็ว่าอยู่”

“แล้วชิรันครับ กูว่าวันนี้มึงเงียบผิดปตินะ” วินซ์ถามเพื่อนที่ประหยัดคำพูดมากกว่าปกติ เล่นเอาวงเหล้ากร่อยไปเลย คนถูกถามจึงถอนหายใจเผลอสีหน้าอมทุกข์ที่ซ่อนอยู่ภายใต้รอยยิ้มออกมา

“พรุ่งนี้กูต้องไปดูตัวอ่ะดิ”

“ก็คิดว่าเครียดอะไร พูดอย่างกับไม่เคย”

“ก็เคย แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนกันเพราะผู้หญิงคนนั้นคือแก้วรุ้ง”

“ว่าไงนะ!?” วินซ์โพล่งขึ้นมาทันที ส่วนผมก็เผลอหันขวับไปมองเพื่อนโดยอัตโนมัติ

“เออ ฟังไม่ผิดหรอก แก้วรุ้งเพื่อนคุณฟรังก์นั่นแหละ”

“แล้วยังไง เจอคนรู้จักก็ดีจะได้คุยกันง่ายๆ” 

“ก็จริง แต่หลังจากที่โดนคุณฟรังก์ด่าไปวันนั้น กูก็ไม่กล้าสู้หน้าเขากับเพื่อนเขาเลยว่ะ”

“อ๋อ ที่ไปหาว่าแก้วรุ้งสำส่อนอ่ะนะ ก็สมควร” วินซ์สมน้ำหน้าเพื่อน

“รู้จักละอายใจก็ดีนะ” ครามที่เงียบมานานพูดขึ้นบ้าง

“เฮ้ย แต่กูไม่ได้คิดงั้นจริงๆ นะเว้ย แต่แม่ง…”

“ถ้าใจมึงบริสุทธิ์ก็ไม่เห็นต้องกลัวอะไรเลย” ผมพูดขึ้นบ้าง

“แต่กูก็อึดอัดอยู่ดี ผู้หญิงแก๊งนั้นธรรมดาซะที่ไหนล่ะ”

“ก็จริง แต่แก้วรุ้งไม่ทำอะไรมึงหรอก ยัยนั่นแข็งแค่เปลือก แต่ถ้าเป็นขวัญเอยนี่ไม่แน่”

“แต่กูไม่อยากไปดูตัว ไม่ว่ากับใครก็ไม่อยากกก” ชิรันโวยเสียงยานผิดกับผมที่เงียบไปพลางยกเหล้าขึ้นจิบ

“มึงยังดีที่ได้ดูตัว กูนี่โดนมัดมือชกเลย เฮอะๆ”

“น่าสงสารจริงๆ พวกอาภัพรัก” วินซ์พูดยิ้มๆ ใช่ซิ มันได้แต่งงานกับคนที่มันรักและรักมันนิ เพิ่งมารู้สึกตอนนี้เองว่าเป็นมันก็ดีนะ มีอิสรเสรี ไม่ต้องคอยตามใจใครหรือเห็นหัวใคร ดีจริงๆ

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เล่ห์ลวงบ่วงพันธนาการ
8.0
เมื่อนิโคลัสเอ่ยปากขอจูบด้วยน้ำเสียงอ้อนวอน พุดแก้วจึงยอมมอบสัมผัสแสนหวานให้ด้วยความประหม่า ทว่าอ้อมกอดที่รัดแน่นกลับแสดงถึงความต้องการที่มากกว่านั้น แม้เธอจะพยายามเว้นระยะห่างเพราะรู้ทันว่าเขาคงไม่หยุดเพียงแค่นี้แน่ พร้อมเตือนสติฝ่ายชายว่าเขากำลังบาดเจ็บจนขาหักอยู่ แต่นักธุรกิจหนุ่มเจ้าเล่ห์กลับไม่ยอมแพ้ เขาโต้ตอบอย่างมีเลศนัยว่าถึงแม้ขาจะขยับไม่ได้ แต่ร่างกายส่วนอื่นของเขายังคงแข็งแรงและพร้อมจะเดินหน้าต่ออย่างเต็มที่
หน้าปกนวนิยาย ให้รักมัดใจ
7.9
มาลีรินทร์ทายาทสาวผู้มั่งคั่งตัดสินใจใช้เสน่ห์และพรหมจรรย์เป็นเดิมพันเพื่อหาที่พึ่งใหม่หลังถูกตัดออกจากกองมรดก เป้าหมายของเธอคือแอนดี้ อดิรัตน์ มหาเศรษฐีเจ้าของสโมสรฟุตบอลระดับโลกผู้แสนเย็นชา แม้เธอจะพยายามผูกมัดเขาด้วยความสัมพันธ์ลึกซึ้งเพื่อความอยู่รอด แต่รินกลับพบว่าชายที่เพียบพร้อมคนนี้แท้จริงแล้วร้ายกาจยิ่งกว่าซาตาน และเขากลายเป็นพันธนาการที่เธอมิอาจหลบหนีได้พ้นในเกมรักที่เดิมพันด้วยชีวิตครั้งนี้
หน้าปกนวนิยาย รักแท้ในคืนหลอกลวง
8.7
ซ่งหยุนหยุนต้องเผชิญกับความอัปยศในวันวิวาห์ เมื่อเจ้าบ่าวของเธอไม่ยอมปรากฏตัวออกมาเลยแม้แต่น้อย ด้วยความโกรธแค้นและต้องการประชดประชันโชคชะตา เธอจึงตัดสินใจมอบความสาวให้กับชายแปลกหน้าคนหนึ่งในคืนเข้าหอแทน ทว่าการตัดสินใจเพียงชั่ววูบนั้นกลับเปลี่ยนชีวิตเธอไปตลอดกาล เมื่อชายหนุ่มลึกลับคนดังกล่าวไม่ยอมปล่อยเธอไปง่ายๆ และเริ่มติดตามความเคลื่อนไหวของเธออย่างใกล้ชิดนับตั้งแต่วินาทีนั้นเป็นต้นไป
หน้าปกนวนิยาย หลังจากการแต่งงานแบบแฟลช นายกูก็ถูกเปิดโปงอีกครั้ง
9.5
จี่ชิงหลินตัดสินใจแต่งงานสายฟ้าแลบกับชายแปลกหน้าเพื่อทำตามความปรารถนาของครอบครัว โดยทั้งคู่ตกลงจะแยกทางกันในหนึ่งปี ทว่าสถานการณ์บังคับให้พวกเขาต้องย้ายมาอยู่ร่วมชายคาเดียวกัน จนความสัมพันธ์เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความใกล้ชิดอย่างไม่คาดคิด ต่อมาเธอได้ค้นพบความจริงที่น่าตกใจว่าสามีธรรมดาของเธอนั้นแท้จริงคือผู้นำตระกูลกู้ผู้ทรงอิทธิพล เรื่องราววุ่นวายยิ่งขึ้นเมื่อมีเด็กปริศนาปรากฏตัวพร้อมเรียกเธอว่าแม่ ท่ามกลางความลับและฐานะที่ถูกเปิดเผย ทั้งสองจะลงเอยด้วยความสุขได้หรือไม่
หน้าปกนวนิยาย You're My Breakfast มื้อเช้าอันแสนอบอุ่น
8.3
ท่ามกลางแสงสีของเซี่ยงไฮ้ ฟู่ ชิงชวน ซีอีโอหนุ่มผู้เย็นชาแห่งเฉิงหยวนกรุ๊ปได้ปิดตายหัวใจจากความรักหลังถูกคนรักเก่าทรยศ ทว่าโชคชะตากลับนำพาให้เขาได้พบกับ ฟาง ซีอัน หญิงสาวผู้มุ่งมั่นที่เพิ่งเดินทางกลับจากต่างประเทศเพื่อเผชิญหน้ากับมรสุมหนี้สินพนันมหาศาลของลุง เธอตัดสินใจเข้าทำงานในบริษัทของเขาเพื่อกอบกู้สถานการณ์ครอบครัว การพบกันโดยบังเอิญครั้งนี้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่ค่อยๆ ทลายกำแพงน้ำแข็งในใจ และเปลี่ยนความโดดเดี่ยวให้กลายเป็นความอบอุ่นที่พวกเขาโหยหา
หน้าปกนวนิยาย สามีในมุมมืด
9.2
หลังหายหน้าไปสามปี หนานจืออินกลับมาพร้อมลูกชายเพื่อรับมรดกและเข้าพิธีวิวาห์กับโปรแกรมเมอร์หนุ่ม ทว่าชีวิตคู่กลับเต็มไปด้วยพิรุธ เมื่อสามีมักอ้างเรื่องเวลาทำงานที่ไม่แน่นอนและบอกว่าของหรูที่ซื้อให้เป็นเพียงของเลียนแบบราคาถูก จนกระทั่งเธอพบความจริงกลางห้างสรรพสินค้าว่าเขาคือนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพล กู้จิ่งเฉินอ้อนวอนขอโทษพร้อมเปิดเผยความลับสุดช็อกว่าพวกเขามีลูกด้วยกันถึงสองคน ซึ่งสร้างความมึนงงให้เธออย่างมากว่าเรื่องราวทั้งหมดเกิดขึ้นได้อย่างไร