
อุ้มรักหมอเถื่อน
ตอน 3
กว่าจะมาถึงบ้าน ภพธรแทบอยากแวะข้างทางตลอดการเดินทาง เขาอยากแวะคอนโด แต่ก็อยากพามานิดามาดูบ้านของตัวเองด้วย เพราะหล่อนต้องย้ายเข้ามาอยู่จนกว่าจะท้องและคลอด จะพาไปห้องพักสำหรับแพทย์ก็ไม่ได้ เพราะเวลานี้คงเป็นเวลาพักผ่อนของหมอหลายคน เขาจึงไม่อยากไปทำเสียงดังรบกวนคนอื่น แม้จะเป็นห้องเก็บเสียง แต่ว่าเสียงของเขาเวลามีอารมณ์มันไม่ได้เบา
พอมาถึงบ้านก็ดับเครื่องยนต์แล้วลงไปเปิดประตูรถให้คนที่นั่งอึนมาตลอดทางลงมาจากรถ แล้วกระชากฉุดสาวเจ้าลงมาอย่างใจร้อน แต่ยังไม่ทันได้เดินไป รถของพ่อของเขาก็แล่นเข้ามาจอดเทียบข้างๆ จนเขาต้องมองไปยังรถของพ่อ แล้วก็เห็นท่านเดินลงมาจากรถ
“จะรีบไปไหนของมึงไอ้ต่อ”
“พ่อ...ไหนว่าจะพาสาวๆ ไปภูเก็ตไงครับ” เขาถามพ่อของเขาพร้อมกับปล่อยมือเล็กของมานิดาที่ตัวเองจับอยู่
“ก็ว่าจะไปนั่นแหละ แต่พอดีน้องๆ หนูๆ ติดสอบวันนี้ เลยไม่ได้ไป ว่าแต่มึงพาใครมาด้วยไอ้ลูกชาย เด็กใหม่เหรอวะ” ชายที่ไม่ยอมแก่ตามวัยเดินมาเดินวนรอบสำรวจสาวน้อยหน้าสวยหวานอย่างละเอียดพร้อมมองสลับกับหน้าลูกชายที่มองมาด้วยสายตาบอกว่าคนนี้พ่อห้ามยุ่ง...ของผม
“ปกติไม่เคยเห็นพาอีหนูที่ไหนมาบ้าน คนนี้พิเศษเหรอวะไอ้ต่อ”
“พ่อ...พูดแบบนี้เด็กก็เสียหายพอดี นี่คนจะมาอุ้มท้องหลานของพ่อนะ”
“อ้อ...คนที่จะมาอุ้มบุญหลานพ่อเหรอ แล้วมึงพามาทำไมที่บ้าน ทำไมไม่อยู่ที่โรงพยาบาล” ถามลูกชายทั้งๆ ที่รู้อยู่แล้วว่าลูกชายคิดอะไร
“ก็ที่โรงพยาบาลเครื่องมือไม่ครบเท่าอยู่บ้าน”
“เดี๋ยวนะไอ้ต่อ ที่บ้านมีเครื่องมือแพทย์ด้วยเหรอวะ”
กลอกตาถามลูกชาย ก่อนจะหันมาส่งยิ้มเอ็นดูให้เด็กสาว ภวัตไม่ได้มีจิตพิศวาสคนที่ลูกพามา ยอมรับว่าเด็กนี่หน้าตาสวยและหุ่นสวย แต่ก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกอยากได้หรือตื่นเต้นเหมือนสาวๆ ในเลาจน์ที่ไปประจำ แต่กลับรู้สึกถูกชะตาเอ็นดูหนูน้อยคนนี้มากกว่า
“สวัสดีหนู ฉันเป็นพ่อของหมอต่อนะ”
“สวัสดีค่ะ หนูชื่อมานิดาค่ะ” มานิดายกมือไหว้คนที่เอ่ยทักตัวเองพร้อมกับก้มหน้ามองมือตัวเองที่ประสานกันอยู่หน้าท้อง
“พ่อจะไปไหนก็ไปเถอะ เดี๋ยวผมต้องพามานิดาไปทำลูก จะเอาไหมหลานน่ะ” ภพธรเดินมาคว้าข้อมือเล็กมากุมไว้
“มึงจะรีบไปไหน หลานน่ะ พ่อก็อยากได้ แต่มึงดูรีบแปลกๆ นะไอ้ต่อ”
“โธ่...พ่อ จะชวนคุยอีกนานไหม เครื่องมือลูกจะระเบิดแล้วนะ แค่ขับรถมาเนี่ยก็นานมากแล้ว รถก็ติด”
“แล้วทำไมไม่พาไปห้องพักหมอที่โรงพยาบาลหรือคอนโดมึงวะไอ้ลูกเวร”
“ก็...เถอะน่า...ไปแล้ว พูดกับพ่อแล้วเสียเวลา” พูดจบภพธรก็ฉุดดึงคนที่ยืนงงๆ ข้างๆ เข้าไปในบ้านทันที มานิดายังคงไม่เข้าใจว่าสองพ่อลูกพูดคุยอะไรกัน แม้จะพยายามบิดข้อมือออกจากมือใหญ่ แต่ก็ไม่เป็นผล เขากำมือเธอแน่นเหลือเกิน
“เหมือนจะไม่ได้แค่หลาน แต่จะมีลูกสะใภ้วะงานนี้ ไอ้ต่อมึงรีบแปลกๆ แถมพามาบ้าน อุวะ! เตรียมรับขวัญลูกสะใภ้และหลานทีเดียวเลยกู” แล้วคนที่แก่แต่อายุก็เดินยิ้มเข้าไปในบ้านตามลูกชายที่เห็นแต่หลังไวๆ ขึ้นไปยังชั้นสองของบ้าน
พอขึ้นมายังชั้นสอง ภพธรก็พาคนตัวเล็กที่ฉุดกระชากบังคับขึ้นมาให้ตามตัวเองเข้าไปในห้องนอนส่วนตัวทันที พอเข้ามาในห้องเขาก็ไม่รอช้าที่จะรุกเร้าหญิงสาว จนเธอต้องรีบถอยหนีไปในห้องเมื่ออยู่ๆ คนที่พาขึ้นมาก็ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีขาวของเขาออกพร้อมกับพับแขนเสื้อขึ้น เธอมองออกว่าตอนนี้มันจะเกิดอะไรขึ้น
“มะ...หมอต่อจะทำอะไรคะ ไหนบอกว่าเครื่องมือแพทย์ที่นี่มี”
“ก็นี่ไง เครื่องมือแพทย์ของฉัน” เขาพูดแล้วชี้มาที่เป้ากางเกงของตัวเอง
“ฮะ! ว่าไงนะคะ หมอต่อบ้าไปรึเปล่า มานิดาจะมาอุ้มบุญ ต้องทำ...”
“ไม่บ้าหรอก ตอนแรกก็คิดว่าจะใช้วิธีทางวิทยาศาสตร์ แต่คิดไปคิดมาทำวิธีธรรมชาติดีกว่าติดลูกไวดีว่าไหม” เขาพูดพร้อมกับเดินต้อนหญิงสาว
“มะ...ไม่นะคะ หมอต่อ...มานิดาไม่ได้ต้องการแบบนี้ มานิดามาอุ้มท้องลูกของหมอก็จริง แต่ไม่ได้จะยอมให้หมอทำแบบนี้ด้วย”
“ชูว์...พูดแบบนี้ก็ไม่ถูกนะ ตอนเซ็นสัญญาไม่อ่านให้ดีเอง” เขายกมือปิดปากเล็กแล้วก็ผลักเธอล้มลงบนเตียงเมื่อตอนนี้เธอถอยไปชนขอบเตียง
ว้าย!
เมื่อล้มลงไปบนเตียง มานิดาก็รีบพลิกตัวหนีคนที่โถมตัวลงมาหาทันที
“หมอต่อ...หมอต่อจะทำแบบนี้ไม่ได้นะ” เธอพลิกตัวหลบคนตัวโตได้ทัน
“ทำไมจะทำไม่ได้ล่ะ ฉันว่ามันเหมาะสุดแล้ว ตอนนี้ เวลานี้ ชักช้าแล้วเราจะมีลูกกันได้ยังไงมานิดา”
เขานอนตะแคงมองคนที่พลิกตัวหนีตัวเองไปแล้วก็ยิ้มขำเอ็นดู นี่เธอกลัวเขาจริงๆ เหรอ เขาออกจะหล่อ เครื่องเคราดีทุกอย่าง เครื่องมือการแพทย์ส่วนตัวก็ออกจะโตและยาว แถมอึดอีกต่างหาก อยากให้ลอง อยากให้แม่สาวน้อยข้างๆ ลองจริงๆ มือใหญ่ยกขึ้นหมายจะจับแก้มนวล แต่แล้วก็ต้องสบถออกมาเมื่อเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น
อุวะ!
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
มานิดารีบลุกขึ้นทันทีเมื่อเสียงระฆังช่วยชีวิตมา
“จะไปไหนมานิดา”
“เปิดประตูห้องค่ะ”
“ไม่ต้อง หมอต่อเปิดเอง ใครวะ กล้ามารบกวนตอนที่เครื่องมือแพทย์จะทำงาน” เขาพึมพำกับตัวเองแล้วลุกขึ้นสาวเท้ายาวๆ ไปยังประตูห้อง พอเปิดออกมาจะต่อว่าสักหน่อยก็เห็นหน้าพ่อบังเกิดเกล้ายิ้มแฉ่งอยู่หน้าห้อง
“พ่อ”
“เออ! พ่อเอง พาแม่ของหลานพ่อเข้ามาบ้านแทนที่จะหาน้ำหาท่ามาต้อนรับแขกให้ดีๆ แล้วนี่ทำอะไรเนี่ยไอ้ต่อ ใส่เสื้อให้เรียบร้อย หนูมานิดาไปข้างล่างกันเถอะ ฉันจะพาไปเดินชมสวนข้างบ้าน และเดินดูรอบๆ บ้าน เพราะว่าหนูต้องย้ายมาอยู่ที่บ้านนี้ ไอ้ตอนแรกนึกว่าไอ้ต่อลูกชายฉันจะพาเดินดูบ้าน แต่พอเห็นหายมานานเลยมาตาม และนี่น้ำจ้ะ ฉันให้เด็กเอามาให้” พูดพร้อมกับเดินแทรกตัวเข้าไปในห้องลูกชาย แล้วก็มีเด็กรับใช้หนึ่งคนถือถาดน้ำดื่มตามไป ส่วนภพธรถึงกับกุมขมับ นี่พ่อของเขาแกล้งเขา เขารู้ ทำไมต้องมาแกล้งตอนนี้ด้วย
“พ่อครับ พ่อไม่ควรมาตอนนี้”
“อือ...ตอนนี้แหละดีที่สุด ดื่มน้ำก่อนนะหนูมานิดา ว่าแต่ชื่อเล่นมีไหมจ๊ะ ฉันจะได้เรียกง่ายหน่อย” พยักหน้าให้เด็กรับใช้ส่งน้ำให้คนที่นั่งหน้าแดงบนเตียง
“นิดาค่ะ ชื่อเล่นของหนู ขอบคุณนะคะคุณ...”
“พ่อ เรียกฉันพ่อเหมือนไอ้ต่อเถอะ ถือว่ามาเป็นลูกสาวบ้านนี้นะ ไหนๆ ก็จะมาเป็นแม่ของหลานพ่อแล้ว”
“คือว่าหนูเปลี่ยนใจได้ไหมคะ ตอนนี้ไม่อยากอุ้มบุญแล้วค่ะ” เธอบอกคนตรงหน้าที่ส่งยิ้มเอ็นดูมาให้ตนพร้อมกับหยิบแก้วน้ำที่คนของท่านส่งให้มาดื่มแก้กระหาย
“ไม่ทันแล้วมานิดา ถึงเลิกตอนนี้ก็ไม่ทันแล้ว เพราะเธอจะเป็นหนี้ฉันทันที ฉันจ่ายค่ารักษาให้แม่เธอแล้วนะมานิดา” ภวัตยังไม่ทันได้พูด ลูกชายตัวดีก็พูดแทรกขึ้นมาก่อนพร้อมกับเดินเข้ามาหาทั้งสอง
“แต่หมอจะทำ...”
“ไม่ทำแล้ว ไม่ทำแล้ว ฉันไม่ทำแล้ว...วันนี้นะ แต่วันอื่นไม่รอดแน่” ท้ายประโยคของเขาดังแผ่วเบาให้ได้ยินคนเดียว
“จริงนะคะ” เธอถามย้ำอย่างดีใจ
“อือ...พ่อจะพามานิดาไปเดินดูบ้านก็ไปเถอะ ต่อจะอาบน้ำสักหน่อย”
“อย่าแอบใช้มือล่ะ”
“โธ่! พ่อ...เพราะพ่อนั่นแหละ” แล้วเขาก็เดินหัวเสียเข้าไปในห้องน้ำทันที
“ไปกันเถอะหนูนิดา เดี๋ยวพ่อจะพาไปเดินดูบ้านให้ทั่ว จะได้รู้ว่าตรงไหนเป็นตรงไหน” เมื่อแกล้งลูกชายได้แล้วก็หันมายิ้มเอ็นดูให้เด็กสาวที่หน้าแดงอยู่บนเตียง
“ค่ะ ขอบคุณนะคะที่มา ถ้าคุณพ่อ...มาช้า หนูแย่แน่ค่ะ” แม้จะรู้สึกแปลกกับคำว่า ‘พ่อ’ แต่เธอก็สะดวกใจจะเรียกคนตรงหน้าว่าพ่อได้อย่างเต็มปาก
“ไปกันเถอะหนู พ่อจะพาชมบ้านให้ทั่ว ดีใจนะที่บ้านนี้หนูจะย้ายมาอยู่ บ้านนี้ไม่ค่อยมีใครอยู่ เพราะพ่อชอบนอนนอกบ้าน ส่วนไอ้ต่อมันก็นอนโรงพยาบาลบ้าง คอนโดบ้าง แต่พอมีหนูมาสงสัยต้องกลับมาบ้านบ่อยๆ แล้วล่ะ แล้วหนูนิดาเคยท้องมาแล้วกี่คนฮึ” ถามพร้อมกับเดินนำหน้าเด็กสาวออกไปจากห้องนอนของลูกชาย และก็หยักยิ้มสะใจเล็กน้อยที่ได้ขัดจังหวะลูกชายใจร้อนได้
“คือว่าหนู...หนูต้องย้ายมาอยู่ที่นี่จริงๆ เหรอคะ?”
“จริงสิ หนูต้องย้ายมาอยู่นี่ระหว่างที่ท้องหลานของพ่อ จะอยู่จนกว่าจะคลอด แล้วหนูเคยท้องมากี่คนแล้วฮึ” ยังคงรอคำตอบ
“คือว่าหนูยังไม่เคยค่ะ หนูเพิ่งจะทำงานนี้ครั้งแรก พอดีหนูจำเป็นต้องใช้เงิน” เธอบอกท่านขณะเดินลงบันไดลงไป
“หืม...แบบนี้นี่เอง หนูยังไม่เคยแต่งงานด้วยใช่ไหมนิดา”
“ค่ะ หนูยังไม่เคยมีแฟน ไม่เคยแต่งงานมาก่อนด้วย”
คนแก่ได้ยินอย่างนั้นแล้วก็ได้แต่ซ่อนยิ้มไว้แล้วเดินตรงไปยังสวนข้างๆ บ้านเพื่อจะพาเด็กสาวเดินดูสวนดอกไม้ที่ถูกดูแลเป็นอย่างดี
“ว่าแต่หนูจำเป็นต้องใช้เงินทำไมนิดา แล้วเยอะมากเลยเหรอถึงต้องทำแบบนี้ และเมื่อกี้ไอ้ต่อลูกพ่อมันก็พูดถึงเรื่องเงินค่ารักษา...” หยุดเดินแล้วหันมาถามคนที่เดินตามมา
“คือแม่หนูเส้นเลือดในสมองแตกค่ะ แล้วเราก็ไม่มีเงิน หนูเลยไม่รู้จะหาเงินด้วยวิธีไหนเลยเลือกวิธีนี้” เธอบอกท่านเสียงเศร้า
“หนูเป็นคนดีนะเท่าที่คุย เป็นเด็กดีด้วย พ่อชอบ แต่ว่าปกติอุ้มบุญเขาจะให้คนที่เคยมีประสบการณ์มาอุ้มบุญไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมลูกชายพ่อถึงเลือกหนู”
“เขาบอกแค่ว่าชอบความกตัญญูของหนูค่ะ” เธอบอกท่าน
หึ!
“เหรอ” ภวัตตอบรับแค่นั้น เพราะรู้ดีว่าลูกชายชอบอะไร คนอย่างภพธรลูกชายเขานั่นเหรอจะชอบคนกตัญญู มันน่ะปากล่อลวงชัดๆ และก็ได้ของดีเสียด้วยสิ เท่าที่คุยมานี่เด็กคนนี้เป็นคนดีทีเดียว ชักไม่อยากให้แค่อุ้มบุญแล้วสิ อยากได้มาเป็นสะใภ้จริงๆ ซะแล้ว แต่ก็ต้องรอดูต่อไป เพราะลูกชายของเขาทำตัวแปลกวันนี้ พามาที่บ้าน ทั้งๆ ที่ไม่เห็นต้องพามาอยู่บ้านเลย เช่าคอนโดหรือเช่าบ้านให้มานิดาอยู่ก็ได้
“เดี๋ยวพ่อพาเดินเข้าไปดูในสวนนะ” แล้วภวัตก็เดินนำหญิงสาวเข้าไปในสวนที่อยากจะอวด คือจริงๆ แล้วตัวเขาก็เพิ่งจะมาครั้งแรกในรอบหลายๆ สิบปีเลยก็ว่าได้
“ค่ะ”
“หนูนิดาอยู่บ้านนี้ก็คิดเสียว่าเป็นบ้านตัวเองนะ หนูต้องอยู่อีกนาน” เขาบอกเป็นนัย
“ขอบคุณนะคะที่ใจดีกับหนู”
“ไม่ใจดีได้ยังไง หนูจะมาเป็นแม่ของหลานพ่อนะ แล้วนี่เก็บกระเป๋ามารึยังนิดา”
“ยังเลยค่ะ หนูถูกฉุดลากพามานี่ก่อน”
“ลูกชายพ่อเป็นคนแบบนี้แหละ ไอ้ต่อมันใจร้อน แต่มันเป็นหมอที่ดีนะ มือดีระดับหนึ่งของโรงพยาบาลเราเลยนะ และที่สำคัญมันทำลูกเก่งด้วย เพราะต่างชาติก็ต่างมาให้มันทำลูกให้ ใครที่ติดลูกยากๆ มีลูกเลยนะถ้ามาหาหมอต่อ” เขาเน้นย้ำทุกคำในประโยค และคำชื่นชมลูกชายก็มีความหมายอีกความหนึ่งแอบแฝงอยู่ด้วย
“หนูไม่รู้หรอกค่ะ แต่เท่าที่หนูเห็น เขาไม่น่าเป็นหมอที่ดี เขาหื่น”
หึหึ
“ปกติของมันแหละ มันหื่นกับบางคนเท่านั้นแหละ หนูอย่ากลัวมันเลย มันแค่หยอกน่ะเมื่อกี้”
“แค่หยอก? แต่หนูว่าถ้าคุณพ่อมาช้า หนูอาจจะ...” เธอหยุดพูดแล้วก็มองไปยังดอกไม้ในสวนเมื่อไม่กล้าพูดออกมา
“อย่าไปถือสามันเลย ว่าแต่แม่หนูรักษาตัวอยู่โรงพยาบาลไหน ทำไมไม่ย้ายมาที่โรงพยาบาลของไอ้ต่อล่ะ มันเป็นผู้บริหารและเป็นเจ้าของน่ะนั่น คือมันรวยมากเลยนะหนูนิดา หนูควรเรียกเงินจากมันเยอะๆ”
‘นี่ท่านเป็นพ่อประเภทไหนเนี่ย ถึงได้พูดให้คนอื่นเรียกเอาเงินลูกชายตัวเองเยอะๆ แถมยังอวดความรวยลูกชายอีก แล้วก็พูดได้หน้ายิ้มเหมือนกับว่าเป็นเรื่องปกติ’ มานิดาพึมพำในใจและมองใบหน้าที่ยิ้มของท่าน
“คือว่า...หนูขอแค่ค่ารักษาแม่ก็พอค่ะ”
“อือ...ได้ไงหนูนิดา เรียกเงินมันเยอะๆ เถอะเชื่อพ่อ ไอ้ต่อมันเปย์หนักด้วยนะถ้าเรื่องผู้หญิง มันน่ะเที่ยวหญิงปีๆ นึงหมดไปเยอะมาก แถมเลี้ยงอีหนูเยอะสุดๆ แต่ดีหน่อยที่มันไม่กินพยาบาลหรือหมอในใต้ปกครอง มันกินข้างนอก อันนี้พ่อชื่นชมมัน” นี่แหละดีเอ็นเอของเขาที่ถ่ายทอดไปยังลุกชายแบบไม่ต้องสงสัยเลยว่าภพธรได้ใครมาและเขาก็แสนจะภูมิใจในตัวลูกชายคนนี้
“ไม่ดีกว่าค่ะ หนูขอแค่นี้พอ อีกอย่างหนูไม่อยากเป็นอีหนูของหมอต่อด้วย” เธอบอกท่าน
“มักน้อยแท้เด็กน้อย แต่แปลก...หนูไม่สนใจลูกชายพ่อเลยเหรอ มันออกจะหล่อลากไส้ขนาดนั้น แต่ก็น้อยกว่าพ่อนิดนึงแหละ ลูกจะมาหล่อกว่าพ่อได้ยังไงเนาะหนูนิดา” ท้ายประโยคไม่วายชมตัวเอง และก็อยากจะหัวเราะดังๆ ยังมีอีกเหรอผู้หญิงที่ไม่สนใจเงินทองของลูกชายเขาและหน้าหล่อๆ ของภพธร
“หนูจะเอาเฉพาะที่หนูคิดว่าเงินนั้นมันสมควรเป็นของหนู ไม่เลยค่ะ หนูไม่สนใจลูกชายคุณพ่อเลย” เธอบอกท่าน แต่ก็หลบสายตาที่จ้องมองมา
“อือ...เดี๋ยวพ่อพาไปดูสระว่ายน้ำดีกว่านะ” พยักหน้ารับรู้ สายตาเสือแก่อย่างภวัตมีเหรอจะมองไม่ออกว่ามานิดาเองก็สนใจลูกชายเขาเหมือนกันแหละ
“ค่ะ”
แล้วทั้งสองก็เดินตามกันออกไปจากสวนดอกไม้ตรงไปยังสระว่ายน้ำที่อยู่ติดกับตัวบ้านอีกมุม
คุณอาจจะชอบ





