ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย รอยรักที่แสนเลือนราง

รอยรักที่แสนเลือนราง

เบญจมินทร์และวสุกัญญาเคยใช้ชีวิตคู่ร่วมกันอย่างลับๆ จนกระทั่งความล้มละลายทำให้ความสัมพันธ์ต้องจบลงด้วยการหย่าร้างตามความต้องการของฝ่ายหญิง เวลาผ่านไปเพียงห้าเดือน โชคชะตากลับนำพาให้ทั้งคู่มาเผชิญหน้ากันอีกครั้งที่โรงพยาบาล ทว่าครั้งนี้วสุกัญญาไม่ได้มาตัวคนเดียว แต่เธอกำลังตั้งครรภ์อย่างเห็นได้ชัด ซึ่งทารกในครรภ์ย่อมเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาอย่างแน่นอน ท่ามกลางความตกตะลึงและบรรยากาศที่แสนเจ็บปวดจากการพบกันในวันที่ทุกอย่างสายเกินไป
ตอน
แชร์

ตอน 3

เบญจมินทร์รอคอยวันนี้ด้วยใจจดจ่อ และด้วยความคิดถึงสุดหัวใจ ทันทีที่เข็มนาฬิกาบอกเวลาบ่ายสามโมง เขาก็ตรงไปยืนคอยยังจุดที่ได้รับการนัดแนะไว้ว่าหากมาถึงให้มายืนรอตรงจุดนี้ ก่อนจะยืดตัวเต็มความสูงรอคอยว่าคนที่เขาอยากเจอใจแทบขาด เดินออกมาแล้วหรือยัง

ราวสิบนาทีเห็นจะได้กว่าที่ร่างกลมในชุดนักเรียนอนุบาลของเด็กหญิงสวรินทร์จะเดินออกมา เจ้าตัวมาพร้อมร่างผอมบางของคนเป็นแม่ เห็นยืนคุยยืนตกลงอะไรที่ตรงนั้นนานเป็นครู่ใหญ่เลยทีเดียว กว่าที่เธอจะยอมปล่อยให้ลูกวิ่งตรงมาทางเขา

เบญจมินทร์แทบไม่อยากละสายตาจากอดีตภรรยาของเขาเลย หกปีมานี้เธอไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงสักเท่าไร ยิ่งทำให้เขายิ่งโหยหา อยากเข้าไปคุย อยากให้ทุกอย่างหมุนกลับมาเป็นอย่างเดิมแต่ก็เหมือนกับจะเป็นความต้องการของเขาฝ่ายเดียวเพราะถูกปิดกั้นหนทางจากเธอจนหมดสิ้น

เมื่อก่อนเขาเคยคิดว่าเขาคงรักใครได้ทีละคนเท่านั้น

แต่ตอนนี้หัวใจของเบญจมินทร์ถูกแบ่งออกเป็นสองเสียแล้ว อีกคนที่ครองหัวใจเขาได้นอกจากวสุกัญญาไม่ใช่ใครที่ไหนไกล แม่ตัวดีกำลังวิ่งตรงมาที่เขานี่อย่างไร

พอมาถึงก็ยืนอย่างที่คงถูกคุณครูฝึกมาเป็นอย่างดี ยกขึ้นพนมมือเป็นปุ้มสวยแนบอก ยิ้มจนตายิบหยีไหว้เขา ทำให้เขาต้องปันใจ ละสายตาจากวสุกัญญามามองที่ร่างกลมตรงหน้าแทน

“สวัสดีค่ะคุณลุง” เสียงใสเอ่ยทักทายเขาก่อน ไม่รอช้า เบญจมินทร์ย่อตัวลงไปโอบร่างกลมไว้แนบอกก่อนยกขึ้นอุ้ม “หนักกว่าคราวก่อนที่ลุงมาอีกนี่นา”

“แม่น้องบอกว่าน้องสามสิบโลแล้วค่ะ”

ได้ยินลูกพูดถึงคนเป็นแม่ สายตาคมก็มองลอดรั้วเข้าไปในโรงเรียนเห็นว่าอดีตภรรยามองมาที่เขากับลูกสาว แค่เดี๋ยวเดียวเธอก็หมุนตัวเดินจากไป ค่อยถอนลมหายใจออกมาเบา ๆ หัวใจของเขาสั่นไหวทุกครั้งที่เห็นปฏิกิริยาเฉยเมยเช่นนั้นของเธอ แล้วลดสายตามามองยังร่างกลมในอ้อมกอดเมื่อเสียงออดอ้อนดังขึ้น

“คิดถึงคุณลุงที่สุดเลยค่ะ”

“จริงหรือเปล่า”

“จริง ๆ ที่สุดในโลกนะคะ”

เบญจมินทร์ยิ้ม หัวใจละลายทันทีที่ได้ยินลูกบอกว่าคิดถึงเขา ส่วนตัวเขานั้นคิดถึงทั้งลูกแล้วก็แม่ของลูกหมดหัวใจ

“ไปเที่ยวมาสนุกไหมลูก”

“สนุกมาก ๆ ค่ะ น้องได้ไปกินขนม ได้กินไอติม แล้วก็ได้นั่งรถไฟ…อืม” ร่างกลมยืนนิ่งไปเมื่อนึกชื่อต่อท้ายไม่ออก แล้วพยายามอธิบายเท่าที่ตนเองเข้าใจ “ที่มันสูง ๆ ค่ะ ในนั้นเย็นมาก ๆ เลย น้องจำชื่อไม่ได้”

“รถไฟสูง ๆ หรือ” เบญจมินทร์ถามแล้วจับจูงมือเล็กกว่าเขาหลายเท่ามากุมไว้ด้วยความรักท่วมท้นก่อนพากันเดินตรงไปยังรถของเขา จนขึ้นรถมาแล้วก็อดมองเข้าไปในโรงเรียนของลูกอีกครั้งไม่ได้

“แม่น้องจะไม่กลับบ้านพร้อมกันกับเราหรือครับ”

“ไม่กลับค่ะ คุณแม่บอกให้กินข้าวที่ผัดไว้ในตู้เย็น ให้บอกคุณลุงว่าอุ่นให้น้องกินด้วย แล้วก็ปอกแอปเปิลหนึ่งลูกให้น้องด้วยค่ะ”

คนเป็นลุงได้ยินก็รู้สึกไม่ดี ไม่พอใจที่เด็กหญิงจะต้องมากินของอุ่นที่แช่ไว้ตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้ แทนที่จะได้กินของปรุงสุกใหม่ ๆ นึกตำหนิวสุกัญญาในใจที่ให้ลูกของเขากินอาหารอุ่นเช่นนี้ แล้วตัดสินใจในตอนนั้นที่จะพาเด็กหญิงไปกินอาหารที่ร้านที่เคยพาไปกิน

“ลุงว่าเราไปหาของอร่อย ๆ กินกันสองคนดีกว่า”

ว่าแล้วก็พาไปยังร้านอาหารที่ว่านั่น กินจนอิ่มแล้วแม่ตัวดีก็ร้องเรียกด้วยเสียงที่เขาฟังดูรู้ว่ามีเรื่องเข้าให้แล้ว “คุณลุงคะ”

“ครับ”

“น้องไม่ชอบคุณลุงหมอเลยค่ะ”

เบญจมินทร์ที่มีสถานะเป็นแค่คุณลุงเช่นกันถามเสียงเครียด “ทำไมครับ นี่มันทำอะไรลูกใช่ไหม ลวนลามลูกหรือเปล่า”

“เปล่าหรอกค่ะ คุณลุงเรียกคนอื่นว่ามันทำไมคะ ไม่เพราะเลย เดี๋ยวคุณแม่ก็บ่นเอาอีก” เด็กหญิงตอบคำถามพร้อมดุเบญจมินทร์ไปด้วยเลย ร่างกลมกอดอกตัวเองตั้งท่าให้ดูโมโหสุด ๆ ไปเลย จะได้มีคุณลุงเบญเป็นพวกของตนอีกคน กล่าวต่อจากนั้นว่า “ก็วันโน้นน่ะค่ะ”

คนนำเรื่องมาฟ้องลากเสียงเสียยาว เพราะไม่เข้าใจ ไม่รู้ว่าวันนั้นคือวันไหนกันแน่ ยังอธิบายไม่ถูก “คุณลุงหมอพาคุณปู่กับคุณย่ามาที่บ้าน แล้วก็เอาแหวนมาให้คุณแม่ด้วยนะคะ”

เบญจมินทร์ได้ยินที่ลูกสาวตัวน้อยเล่าแล้ว รู้สึกถึงควันร้อนที่พวยพุ่งออกจากหูของเขา

“ว่ายังไงนะลูก”

“ลุงหมอน่ะสิคะ เอาแหวนมาให้แม่แล้วก็พูดว่า…” แม่ตัวดีนิ่งไปเป็นอึดใจแล้วพูดคำที่เสียดแทงหัวใจคนฟังที่สุดออกมาว่า “พูดว่าจะแต่งงานกับแม่ค่ะ”

วสุกัญญาไม่สบายใจทุกครั้งที่เบญจมินทร์มาที่นี่

หากรู้อย่างนี้ตอนนั้นเธอไม่น่ายื่นข้อเสนอนั่นไปเลย เขาขอสิทธิ์ของพ่อแต่เธอให้เขาเป็นแค่ลุง ในหัวตอนนั้นเธอคิดว่าเขาจะค้านหัวชนฝา คิดในใจต่อไปอีกว่าถ้าเขาไม่ยอมเธอจะทำอย่างไร ให้หนีไปให้ไกลกว่านี้ก็เกรงว่าเงินที่มีจะไม่พอใช้เลี้ยงลูก แล้วก็เชื่อเลยว่าเธอคงไปไหนไม่พ้นเขาอยู่ดี เบญจมินทร์คงตามหาเธอจนเจออีกเหมือนเคย

แต่แล้วเขากลับยอมรับข้อเสนอของเธอ ข้อต่อรองของเขามีเพียงเรื่องเดียวเท่านั้น และเธอก็จำใจต้องตอบรับข้อเสนอนั้นของเขา ท่าทางว่าง่ายของเบญจมินทร์ดูไม่น่าไว้ใจเท่าไรนัก เพราะภายใต้ความว่าง่ายนั้นคล้ายกับมีอะไรซุกซ่อนอยู่

ตั้งแต่วันที่ยินยอมรับข้อเสนอ เขาก็แวะมาหาเธอวันเว้นวัน เธอบอกให้เขามาให้ห่างกว่านี้หน่อย สักสองอาทิตย์ครั้งหรือเดือนละครั้ง เขาไม่ตอบโต้แต่แล้วก็ยังคงมาหาเธออย่างเดิม

เรื่องที่คุยกันมีเพียงเรื่องของลูกเท่านั้น จนเธอคลอดเขาก็คอยดูแลลูกอย่างคล่องแคล่ว ให้เธอปั๊มนมและนอนพัก พอเธอคลอดจากที่มาวันเว้นวัน เขาจะมาหาทุกวันหลังจากเลิกงานช่วงบ่ายสามอยู่จนเที่ยงคืนก็ไป มาใหม่ตอนเช้ามืด เพื่อมาดูว่าเธอกับลูกเป็นอย่างไร เอาอาหารมื้อเช้ากับมื้อเที่ยงมาให้ แล้วเขาก็ไปทำงาน

เธอบอกให้เขาไม่ต้องมาแล้ว เขาก็โวยวายว่าขอดูแลลูก ไม่ได้ต้องการดูแลเธอหรอก และขอแค่ช่วงที่เธอต้องให้นมลูกหกเดือนแรกคลอดเท่านั้น อ้างแต่ว่ากลัวเธอจะเอานมชงมาให้ลูกของเขาดื่ม หรือเลี้ยงลูกของเขาแบบละเลย เธอค้านจะเถียงเขาเลยปล่อยเลยตามเลยมาตั้งแต่ตอนนั้น

วสุกัญญาไม่เคยมีประสบการณ์ ทั้งยังต้องอยู่สองคนกับลูก เธอไม่เห็นว่าจะต้องทำหยิ่งไปทำไม จึงให้ความเงียบเป็นคำตอบยินยอมตามข้อเสนอของเบญจมินทร์

พอลูกเริ่มโต เริ่มรู้ภาษา ลูกก็จะรู้จักว่าเธอคือแม่ และเบญจมินทร์คือคุณลุง เป็นแบบนี้มาตลอดหกปี และคงจะเป็นแบบนี้ตลอดไป

วสุกัญญาคิดอย่างขื่นขมพร้อมกับยื่นมือกดออดเพื่อขอลงจากรถสองแถวเที่ยวสุดท้าย ก่อนจะนั่งจักรยานยนต์รับจ้างที่คุ้นเคยรู้จักกันดีให้พาเข้ามาส่งที่หน้าบ้าน ก็ค่อยพบว่าไฟในห้องของลูกปิดแล้ว ส่วนที่กลางบ้านยังคงสว่างไสวอยู่ รถของเขาจอดอยู่ที่หน้าบ้าน ส่วนรถคันเล็ก ๆ ในบ้านคันนั้น เบญจมินทร์หยิบยื่นให้เธอ รวมถึงออกเงินซื้อบ้านหลังใหม่หลังนี้ให้เธออยู่กับลูก

เธอไม่เคยนำรถยนต์คันนั้นมาใช้ ส่วนเงินก็ให้เขาเปิดบัญชีในชื่อของเขาเพื่อลูกไปเลย เรื่องราวดูเหมือนจะเงียบเรียบร้อยดีมาตลอด วสุกัญญาคิดพร้อมกับเปิดประตูบ้านเข้าไป เสียงขรึมของเขาก็เอ่ยขึ้นราวกับจะรายงานเรื่องราวในบ้านตอนไม่มีเธอ

“พี่พาลูกไปกินข้าวที่ร้านโปรดของลูก ไม่ได้อุ่นข้าวเหลือ ๆ นั่นให้ลูกกิน ส่วนผลไม้ลูกบอกว่ากินไม่ไหว พี่ไม่ได้ให้ลูกกินขนมนะ มาถึงพี่ให้ลูกอาบน้ำ สระผม เป่าผมแห้งแล้วและก็เล่านิทานให้ฟังเรื่องเดียว ตอนนี้หลับเรียบร้อย”

วสุกัญญาไม่ค่อยได้คุยอะไรกับเขานัก เขาถามเธอถึงจะตอบ หากไม่ใช่เรื่องของลูก เธอก็ไม่มีอะไรจะคุยด้วยเลย จึงพยักหน้าน้อย ๆ เป็นทำนองว่ารับรู้ก่อนเดินเลี่ยงไปดื่มน้ำ พร้อมกับนึกไปว่าเขาจะกลับเลยหรือไม่ เพราะเธอเหนื่อยเต็มที อยากอาบน้ำและเข้านอนเลย

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “96JAE” บน moboreader เพื่ออ่านหนังสือฉับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
96JAE
คัดลอก
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ไฟรักไฟเชลย
9.5
เพื่อล้างแค้นให้น้องสาว ใหญ่จึงหลอกล่อผิงมาเป็นตัวประกันในเกมนี้ แม้เธอจะร้องขอความยุติธรรมและพยายามหนีจากเงื้อมมือคนใจร้าย แต่ความสวยสะพรั่งกลับกระตุ้นตัณหาจนเขาไม่อาจปล่อยมือไปได้ เขาเลือกเดินหน้าย่ำยีร่างบางด้วยไฟราคะที่ยากจะดับลง ทว่าท่ามกลางความใกล้ชิดที่แฝงด้วยความเกลียดชัง เขากลับต้องเผชิญกับพายุความรู้สึกที่เริ่มก่อตัวขึ้นในหัวใจ พร้อมกับภารกิจสืบหาความจริงในงานที่เต็มไปด้วยเงื่อนงำซึ่งเขาต้องจัดการให้จบสิ้น
หน้าปกนวนิยาย เสน่ห์รักข้ามศตวรรษ
8.1
วัสสิกาเดินทางสู่ประเทศอินเดียและข้ามภพไปพบเจ้าชายในอดีตเพื่อช่วยเหลือเขาในการครองบัลลังก์ ก่อเกิดเป็นความผูกพันลึกซึ้งที่ก้าวข้ามกาลเวลา แม้รักในอดีตจะยากเป็นจริง แต่โชคชะตาก็นำพาเธอมาพบกับทายาทผู้สืบเชื้อสายจากเขาในโลกปัจจุบัน ท่ามกลางความขัดแย้งกับเจ้าชายจอมยโสผู้ทำลายความตั้งใจของเธออย่างไร้เยื่อใย วัสสิกาต้องเผชิญกับบทพิสูจน์หัวใจที่แสนซาบซึ้งและสนุกสนาน เพื่อตามหาบทสรุปของความรักที่มั่นคงดั่งศิลาและไม่มีวันจางหายไปตามกาลเวลา
หน้าปกนวนิยาย นักเขียนนิยายอีโรติกคนนั้น  ไม่ใช่ฉันหรอกค่ะบอส
8.1
ภายใต้ภาพลักษณ์พนักงานออฟฟิศธรรมดา ฉันมีความลับสุดยอดที่ปกปิดไว้คือการเป็นนักเขียนนิยายอีโรติกชื่อดัง ฉันใช้ชีวิตสองด้านได้อย่างราบรื่นมาโดยตลอดจนกระทั่งความจริงที่น่าตกใจถูกเปิดเผย เมื่อฉันพบว่าเจ้านายหนุ่มจอมเนี้ยบแท้จริงแล้วคือแฟนคลับตัวยงที่ติดตามผลงานติดเรทของฉันอย่างเหนียวแน่น ความลับที่พยายามซ่อนเร้นกำลังจะทำให้ความสัมพันธ์ในที่ทำงานปั่นป่วน เมื่อตัวตนในโลกนิยายกับชีวิตจริงต้องมาบรรจบกันอย่างเลี่ยงไม่ได้
หน้าปกนวนิยาย ปมแค้นอสูรกายร้ายพ่ายนารี
8.6
อาร์มันโด้ นักธุรกิจหนุ่มลูกครึ่งผู้หล่อเหลา กลับมาเมืองไทยพร้อมเพลิงแค้นเพื่อทวงคืนทุกอย่างจากตระกูลกสิเทพพาณิชย์ที่เคยโกงครอบครัวเขาจนบุพการีต้องจบชีวิตลง เป้าหมายของเขาคือการทำลายความสุขของศัตรูให้ย่อยยับ ท่ามกลางแผนการร้าย นารี ลูกสาวคนเล็กที่ถูกครอบครัวทอดทิ้งและปฏิบัติราวกับคนใช้แม้จะเรียนจบเกียรตินิยม กลับต้องเผชิญกับชะตากรรมที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เมื่ออาร์มันโด้ปรากฏตัวในงานวันเกิดของรวีพี่สาวผู้เอาแต่ใจที่หวังจะครอบครองเขา ปมแค้นฝังลึกครั้งนี้จะจบลงเช่นไรในเกมแห่งความรักและแรงอาฆาต
หน้าปกนวนิยาย เจ้าสาวพร่างฝน
9.3
เมสัน แมคไบรด์ มหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลและดุดัน เจ้าของอาณาจักรที่ไม่มีใครกล้าล่วงเกิน กลับต้องสั่นคลอนเมื่อ ละอองฝน หญิงสาวผู้อาศัยอยู่ใต้ชายคาแอบฝ่าฝืนกฎเหล็กด้วยการนำม้าตัวโปรดของเขาไปขี่เล่น การกระทำอันอวดดีของสาวน้อยไร้เดียงสาปลุกสัญชาตญาณดิบในตัวเขาให้ลุกโชน เมสันจึงตัดสินใจมอบบทลงโทษอันเร่าร้อนและป่าเถื่อนเพื่อกำราบเธอให้จำนนอยู่ใต้ร่างเขาเพียงคนเดียว ท่ามกลางไฟปรารถนาที่ยากจะต้านทาน เขาจะสั่งสอนให้เธอรู้ซึ้งว่าการลองดีกับพยัคฆ์ร้ายเช่นเขานั้นมีราคาที่ต้องจ่ายด้วยร่างกายและหัวใจ
หน้าปกนวนิยาย ทางเดินใหม่ของหัวใจ
9.3
เวินอี่ถงตัดสินใจตัดขาดจากเจียงยวี่เหิงหลังถูกหักหลังอย่างเจ็บปวด เธอทำลายหลักฐานความรักและตบหน้าเขาก่อนจะลบตัวตนเข้าสู่โครงการวิจัยลับ ทิ้งให้เขาเผชิญกับภาวะล้มละลายและใบมรณบัตรปริศนาที่ทำให้เขาแทบคลั่ง เมื่อเวลาผ่านไปเธอกลับมาในฐานะใหม่ที่สูงส่งเคียงข้างผู้ทรงอิทธิพล แม้เขาจะคุกเข่าอ้อนวอนขอโอกาสแก้ตัวเพียงใด เธอก็ทำเพียงยิ้มเยาะและประกาศให้รู้ว่าเขาไม่มีค่าพอจะเอื้อมถึงเธอได้อีกต่อไปในชาตินี้