ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย กลรัก เกมปรารถนา

กลรัก เกมปรารถนา

กานต์มาดา นักเขียนสาวผู้ทะเยอทะยานตัดสินใจใช้เสน่ห์ล่อลวง อัลฟอนโซ่ มหาเศรษฐีหนุ่มพ่อลูกอ่อนชาวสเปน เพื่อเก็บข้อมูลมาแต่งนิยายเรื่องใหม่ ทว่าเมื่อความสัมพันธ์เริ่มถลำลึกเกินควบคุม เธอจึงพยายามตัดจบเกมนี้ลง แต่มีหรือที่ผู้ทรงอิทธิพลอย่างเขาจะยอมถูกหลอกใช้หัวใจฟรีๆ อัลฟอนโซ่จึงเริ่มเดินเกมรุกเพื่อสั่งสอนบทเรียนให้เธอรู้ซึ้งถึงผลของการล้อเล่นกับความรู้สึก ท่ามกลางการเอาคืนที่เต็มไปด้วยแรงปรารถนา สุดท้ายแล้วใครจะเป็นฝ่ายชนะในกลรักที่ผูกมัดใจทั้งคู่ไว้ด้วยกัน
ตอน
แชร์

ตอน 3

กว่าจะกลับถึงบ้านได้ก็ปาเข้าไปสิบเอ็ดโมงกว่า เนื่องจากโรงแรมที่แม่ทำงานอยู่นั้นไม่ได้อยู่ห่างไกลจากบ้านของเธอนัก แต่สภาพการจราจรก็ทำให้การเดินทางกินเวลาไปหลายชั่วโมงเหมือนกัน หญิงสาวพลิกข้อมือดูนาฬิกาที่ใส่ติดตัวตลอดเวลา

“ตายล่ะ! สิบเอ็ดโมงครึ่งแล้วเหรอเนี่ย?” กานต์มาดาอุทาน แล้วรีบไขกุญแจตรงประตูรั้วแล้วรีบเดินกึ่งวิ่งเข้าไปในบ้าน ก่อนจัดการล็อกประตูบ้านเสียเรียบร้อย เธอมีนัดกับผู้ชายคนหนึ่งที่จะโทร.ทางไกลมาหาเธอในช่วงเวลาประมาณสิบเอ็ดโมงของประเทศไทย และมันเป็นเช่นนั้นมาเกือบเดือนแล้ว

เรื่องราวมันเริ่มจากที่เธอต้องการหาแรงบันดาลใจในการเขียนพล็อตนิยายเรื่องใหม่ แล้วบังเอิญได้ยินเพื่อนสนิทเล่าเรื่องของพี่ที่ทำงานให้ฟังว่าผู้ชายคนนั้นเป็นคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยว นั่นทำให้เธอคิดอยากจะเขียนนิยายที่ตัวเอกของเรื่องเป็นคุณพ่อที่เลี้ยงลูกตามลำพัง เพียงแต่... เธอต้องหาแหล่งข้อมูลเสียก่อน ว่าคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวที่ว่าน่ะเขามีวิถีชีวิตอย่างไร? ทั้งเรื่องวิธีการเลี้ยงลูกตามลำพัง และการแบ่งเวลาให้กับชีวิตรัก

และด้วยความที่ว่า... พระเอกนิยายส่วนใหญ่ของเธอเป็นชายชาวต่างชาติ นิยายเรื่องนี้ก็เช่นกัน ดังนั้น... เธอจึงคิดหาวิธีที่เธอจะสามารถติดต่อชายชาวต่างชาติที่เป็นคุณพ่อลูกติดซึ่งเลี้ยงลูกด้วยตัวของตัวเอง และช่องทางที่สะดวกและรวดเร็วที่สุด ก็คือ... เว็บหาคู่ซึ่งกำลังได้รับความนิยมจากสาวไทยที่อยากแต่งงานกับชาวต่างชาตินั่นเอง

เธอสมัครเว็บไซต์หาคู่ซึ่งมีอยู่หลายสิบเว็บไซต์ทิ้งไว้ โดยระบุไว้ในโปรไฟล์ส่วนตัวว่าเธอกำลังมองหาชายหนุ่มวัยไม่เกินสี่สิบปี ที่มีลูกติดอย่างน้อยหนึ่งคน เธอได้รับข้อความจากชายชาวต่างชาติหลายคน แต่ทุกคนกลับไม่มีอะไรที่สามารถดึงดูดใจให้เธออยากจะเข้าไปทำความรู้จักเพื่อหาข้อมูลได้เลย ยกเว้นผู้ชายคนหนึ่งที่ชื่ออัลฟอนโซ่ เป็นชายชาวสเปนวัยสามสิบสองย่างสามสิบสามปี และที่สำคัญไปกว่านั้นคือ... เขามีลูกชายวัยเจ็ดขวบเศษๆ คนหนึ่งที่เขาเฝ้าประคบประหงมเลี้ยงดูมาด้วยตัวของเขาเอง เขาเล่าให้เธอฟังคร่าวๆ ว่าแม่ของเด็กน้อยทิ้งไปตั้งแต่ลูกชายของเขาอายุไม่ถึงขวบดีด้วยซ้ำ

เสียงเรียกเข้าวอยซ์คอลที่จากมือถือของเธอดังขึ้น นั่นทำให้คนที่เพิ่งเอาของไปเก็บไว้ในห้องครัวต้องรีบกดรับ เพราะเท่าที่เห็นจากการแจ้งเตือน นี่เป็นรอบที่สามแล้วที่อัลฟอนโซ่โทร.วอยซ์คอลเข้ามา

“ค่ะ”

“ทำอะไรอยู่ครับมีวีด้า?” อีกฝ่ายทอดเสียงถามกลับมาอย่างอ่อนโยนนัก ‘มีวีด้า’ คำคำนี้เป็นภาษาสเปนที่เขามักจะใช้เรียกเธอ พอเธอถามว่าหมายความว่าอย่างไร เขาก็บอกให้เธอลองใช้ใจหาคำตอบดู ร้อนถึงเธอต้องไปให้ปานตะวัน... เพื่อนสนิทที่เคยเรียนภาษาสเปนต้องแปลให้ แล้วก็ได้รู้ว่าความหมายของมันคือ ‘my life’ นั่นเอง เขานี่ช่าง... ลิเกเสียจริงๆ

“ฉันเพิ่งไปส่งขนมมาน่ะค่ะ” กานต์มาดาบอกถึงสาเหตุที่ไม่สามารถรับสายจากเขาได้ทันเวลา “แล้วก็ดันลืมโทรศัพท์ไว้ที่บ้านด้วย ขอโทษนะคะที่รับสายช้า”

“ช่างเถอะครับ เอาไว้ผมไปคิดบัญชีกับคุณทีหลังตอนผมไปเยี่ยมคุณที่ไทยแล้วกัน” น้ำเสียงของเขาเจ้าเล่ห์นัก และนั่นทำให้หัวใจของกานต์มาดากระตุกไปวูบหนึ่ง หากว่าเขามาหาเธอที่ไทยจริงๆ เธอจะทำอย่างไรดีล่ะ?

แม้จะยอมรับว่ารู้สึกดีๆ กับเขาไม่น้อย แต่ก็รู้ดีว่าเรื่องของเธอและเขามันไม่มีทางเป็นไปได้แน่ๆ เขาอยู่ตั้งสเปน... ส่วนเธออยู่ที่ไทย และที่ยิ่งไปกว่านั้นคือ... เขาเป็นแหล่งข้อมูลของเธอเท่านั้น เธอไม่ควรที่จะมีจิตผูกพันกับแหล่งข้อมูล มันอาจจะทำให้เธอไม่อยากเขียนตัวละครที่นำบุคลิกมาจากเขา เพราะเธอหวงเขาและไม่อยากให้ผู้หญิงคนอื่นได้ใกล้ชิดเขา แม้ว่าจะผ่านตัวอักษรในนิยายก็ตาม ดังนั้นกานต์มาดาจึงคอยห้ามใจตัวเองไม่ให้ถลำลึกไปมากกว่าสถานะที่ว่า เธอคือนักเขียน... และเขาคือแหล่งข้อมูลสำหรับงานเขียนของเธอเท่านั้น

“จะคิดบัญชีกับฉันยังไงดีล่ะคะ?” แต่ตอนนี้เธอจำเป็นต้องดำรงความสัมพันธ์นี้ไว้ก่อน เธออยากเรียนรู้วิถีชีวิตคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวอย่างเขาให้มากที่สุด และการที่จะเข้าถึงทุกซอกทุกมุมในชีวิตเขา โดยเฉพาะแง่มุมของความรักได้ คือเธอต้องทำให้เขาเชื่อว่าเธอสนใจในตัวเขา และ... อาจจะรักเขา ดังนั้นยามที่ถามไปน้ำเสียงของเธอจึงฟังดูกรุ้มกริ่มหยอกเย้าราวกับคู่รักหยอกล้อกันด้วยคำพูด

“อืม...” เขาทำเสียงในลำคออย่างครุ่นคิดวิธีคิดบัญชีกับหญิงสาว ก่อนจะทำเสียงเหมือนนึกแผนการดีๆ ออก “อา! เอาเป็นหอมให้แก้มใสๆ ของคุณช้ำไปเลยดีไหม?”

“อืม...” เธอทำเสียงเหมือนกับกำลังคิดว่าวิธีการของชายหนุ่มจะใช้ลงโทษเธอไม่ได้ผล ทั้งที่ความจริงแล้วหน้าร้อนซู่ไปด้วยความเขินอาย “ฉันว่าบทลงโทษแค่นั้นคงทำอะไรฉันไม่ได้หรอกมั้งคะ”

“งั้น...” อัลฟอนโซ่ทำเสียงเจ้าเล่ห์ หรี่ตาอย่างมีเลศนัยชนิดที่ว่าหากปลายสายได้เห็นแววตาไหวระริกเขาในตอนนี้ล่ะก็ คงได้เกิดอาการเขินอายกันบ้างล่ะ “ผมก็จะจูบคุณให้หายใจหายคอไม่ทันเลยดีไหม? คุณจะได้ไม่กล้าลืมโทรศัพท์ไว้ที่บ้านจนไม่ได้รับสายผมอย่างนี้อีก”

“กลัวตายล่ะ!” หญิงสาวย่นจมูกใส่โทรศัพท์ เธอทำเสียงเหมือนไม่กลัวบทลงโทษเขาแม้แต่น้อย แม้ว่าเลือดฝาดจะสูบฉีดไปทั่วหน้า แม้นอยู่ต่อหน้าเขาจริงๆ เธอคงไม่อาจหาญพูดเหมือนผู้หญิงกร้านโลกอย่างนี้หรอก “คุณมีปัญญาคิดบทลงโทษฉันได้เท่านี้เองหรือคะ?”

“ถ้าอย่างนั้น...” น้ำเสียงที่ใช้พูดข้อเสนอก่อนหน้าว่าเจ้าเล่ห์แล้ว เสียงของเขายามที่นึกถึงบทลงโทษขั้นเด็ดขาดยิ่งเจ้าเล่ห์กว่าเป็นหลายเท่านัก ยามเมื่อสมองจินตนาการถึงบทลงโทษแสนร้ายกาจที่เขาเตรียมไว้ปราบพยศแม่แมวเหมียวของเขา ที่จะทำให้เธออ่อนระทวยในอ้อมกอดเขา ทำให้หัวใจหนุ่มที่ผ่านผู้หญิงมามากกระทั่งมีลูกชายติดมาคนหนึ่งยิ่งเต้นกระหน่ำ อยากจะทำอย่างนั้นกับเธอจริงๆ ไม่ใช่เพียงในจินตนาการอย่างนี้ “ผมก็จะมัดคุณไว้บนเตียงของผมทั้งคืน และจะร่วมรักกับคุณจนคุณไม่มีแรงที่แม้แต่จะลุกขึ้นจากเตียงเลยดีไหม?”

“แหม...” ยิ่งฟังบทลงโทษของเขา ก็ยิ่งทำให้เธอขนลุกซู่ ยิ่งเมื่อเผลอจินตนาการตามคำพูดด้วยน้ำเสียงแหบพร่าของเขา ก็ดูเหมือนว่าจะมีผีเสื้อนับร้อยนับพันกระพือปีกบินว่อนในช่องท้องของเธอ ขนกายลุกชันเหมือนมีประกายไฟอ่อนๆ ช็อตไปตามร่างกาย แต่มีหรือที่เธอจะยอมแพ้ในการโต้คารมครั้งนี้ เพียงเพราะเขาหยิบยกบทลงโทษที่แสนวาบหวามมาขู่? “ฉันไม่กลัวคุณหรอกค่ะ เผลอๆ คนที่จะไม่มีแรงลุกจากเตียงน่าจะเป็นคุณมากกว่า”

“งั้นหรือ?” ชายหนุ่มถามด้วยน้ำเสียงที่กานต์มาดาสามารถเดาออกเลยว่าเขากำลังอมยิ้มด้วยความพึงใจไปด้วย ดวงตาของเขาพราวระยับชนิดที่ว่าหากเธอมาเห็นเข้า คงได้ตกหลุมรักจนถอนตัวไม่ขึ้นเป็นแน่ “คุณจะจัดการกับผมยังไงล่ะครับ... มีวิด้า หืม? ตัวคุณเล็กนิดเดียวเองนะ”

“ถึงฉันจะตัวเล็ก... แต่ก็เล็กพริกขี้หนูนะจะบอกให้” หญิงสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงดื้อรั้นเสียจนคนฟังคิดว่าหากเธออยู่ใกล้ๆ เขาตอนนี้ล่ะก็ เขาจะจับมาหอมฟอดใหญ่ๆ เสียให้เข็ด โทษฐานที่ทำเสียงน่ารักน่าหยิกใส่เขา จินตนาการถึงร่างบางที่เห็นจากโปรไฟล์ในเว็บหาคู่ของเธอระบุไว้ว่า เธอสูงเพียงร้อยหกสิบ รูปร่างแบบบางน่าทะนุถนอมที่เขาเห็นในรูปภาพต่างๆ ที่เธออัพโหลดลงในบัญชีผู้ใช้ ก็ทำให้เขาพอจินตนาการขนาดเรือนกายของเธออย่างคร่าวๆ ได้ ซึ่งคงตัวเล็กกว่าเขาหลายเท่าตัว

“พริกขี้หนูเม็ดนี้คงจะเผ็ดร้อนน่าดูเลยสินะ” อัลฟอนโซ่ว่า น้ำเสียงรื่นเริงหยอกเย้า เขาไม่เคยรู้สึกอยากพูดจาต่อล้อต่อเถียงในเรื่องค่อนข้างวาบหวามอย่างนี้กับผู้หญิงคนไหนมาก่อนเลย แต่กับกานต์มาดา... ผู้หญิงที่เขาไม่เคยเห็นตัวจริง ได้ฟังแต่เสียง เขากลับรู้สึกสนุกและมีความสุขนัก ยิ่งเมื่อเขาพูดในเรื่องที่ชวนให้จินตนาการถึงสิ่งสยิวใจ พลางนึกถึงใบหน้างามที่คงแดงก่ำด้วยความเขินอาย ก็ทำให้หัวใจของเขาอาบเอิบด้วยความสุขล้ำอย่างประหลาด

“อันนี้ก็ต้องลองชิมดูนะคะ” นั่นประไร! เธอเคยกลัวเขาเสียที่ไหน?

“อยากจะชิมคุณให้หมดทั้งตัวเลยล่ะครับ... เบบี้เกิร์ลของผม” น้ำเสียงของเขาช่างชวนให้รัญจวนใจนัก เล่นเอาอีกฝ่ายต้องเงียบไปชั่วอึดใจด้วยเขินอายจนไม่อาจสรรหาคำพูดมาต่อประโยคแสนเร้าใจนั้นได้

“ฉันไม่ให้คุณชิมหรอกค่ะ” คำพูดของเธอทำให้เขาชะงักไป หัวใจหายวูบด้วยคิดว่าเธอจะไม่ยอมให้เขาแตะต้องจริงๆ หากได้เจอกันตัวเป็นๆ “ฉันต่างหากที่จะเป็นฝ่ายชิมคุณให้ทั่วตัวเลย จะฝากรอยจูบเอาไว้ให้ผู้หญิงคนอื่นรู้ว่าคุณน่ะมีเจ้าของแล้ว”

“โธ่... มีวิด้า...” เขาเรียกน้ำเสียงเว้าวอน ก่อนรีบออดอ้อนต่อเมื่อเธออาจจะคิดเองเออเองไปว่าเขามีผู้หญิงคนอื่นนอกจากเธออยู่ทางนี้ “ไม่มีใครครับ... มีเพียงคุณเท่านั้น”

“เรื่องอย่างนี้ฉันจะไปทราบได้ไงล่ะคะ ก็คุณอยู่ตั้งสเปน... ส่วนฉันอยู่ที่ไทย หากคุณจะมีผู้หญิงอีกเป็นสิบเป็นร้อยคนฉันคงไม่มีทางรู้” น้ำเสียงเธอฟังดูงอนเง้าอย่างประหลาด จนคนพูดเองยังอดตกใจไม่ได้ เหตุใดเธอจึงรู้สึกน้อยใจขึ้นมาเสียดื้อๆ ยามที่พูดถึงผู้หญิงคนอื่นที่อัลฟอนโซ่อาจจะมีอยู่ที่สเปน

‘เราคุยกับเขาเพื่อหาข้อมูลมาเขียนนิยายเท่านั้นนะไอ้รัก! แค่แกล้งทำเป็นชอบเขา ไม่ได้ชอบเขาจริงๆ สักหน่อย แกไม่มีสิทธิเผลอใจกับคนที่จะมาเป็นแหล่งข้อมูลของตัวเองนะ! ท่องไว้สิ!’ นักเขียนสาวร้องเตือนตัวเอง เมื่อปล่อยให้ใจเผลอรู้สึกไม่พอใจกับการมีผู้หญิงอื่นของเขาไปจริงๆ

“เชื่อใจผมนะครับ... ผมไม่มีวันนอกใจคุณ แม้คุณกับผมจะอยู่ไกลคนละซีกโลก แต่ผมเชื่อว่าความรักของเราจะพาให้เราได้เจอกันสักวันหนึ่ง” อัลฟอนโซ่ยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่นนัก หัวใจดวงน้อยของกานต์มาดาอิ่มเอิบไปด้วยความสุขชั่วครู่หนึ่งเมื่อได้ยินคำมั่นสัญญานั้น แต่ก็ต้องรีบปรามตัวเองเอาไว้ว่านี่เป็นเพียงอุบายรักที่เธอสร้างขึ้น มันเป็นเพียงภาพลวงตา... ไม่มีวันเป็นความจริงได้!

“เตเกียโร... มีวิด้า” เขาบอกเสียงนุ่มด้วยประโยคภาษาสเปน ที่เธอฟังไม่เข้าใจ

“แปลว่าอะไรเหรอคะ?

จะเร็วไปไหมนะที่เขาจะบอกได้เต็มปากเต็มคำว่ารักเธอ ทั้งที่เพิ่งคุยกันได้เพียงเดือนเดียว และไม่เคยเจอหน้ากันจริงๆ เลยสักครั้ง

แต่ทุกครั้งที่ได้คุยกับเธอนั้น หัวใจของเขาเติมเต็มไปด้วยความสุข เสียงหวานๆ ของเธอช่วยปลดเปลื้องความเครียดจากการทำงาน และการปราบพยศลูกชายที่อยู่ในวัยกำลังซนของเขาได้อย่างไม่เคยมีใครทำได้มาก่อน เขาโหยหา... รอคอยเวลาที่จะได้คุยกับเธอในทุกๆ วัน เขาเฝ้ารอ... ว่าสักวันจะได้มีโอกาสเจอเธอ และจินตนาการถึงเรื่องราวดีๆ ยามที่เขากับเธอได้ใช้ชีวิตด้วยกันจริงๆ เขาอยากมีเธออยู่ข้างกายเขาจนกว่าความตายจะมาพราก นั่นคือสิ่งที่เขารู้สึกกับกานต์มาดา และเขามั่นใจ... ว่านั่นเรียกว่าความรัก

แต่เขาก็เขินและฟอร์จัดเกินกว่าจะบอกรักออกไปในภาษาที่จะทำให้เธอเข้าใจ รอให้เขากล้าพอกว่านี้สักนิด เขาจะเฉลยให้เธอฟัง... ว่าสิ่งที่เขาเพิ่งบอกไป หมายความว่าอย่างไร... ด้วยตัวของเขาเอง

“แล้วผมจะเฉลยให้ฟังวันหลังแล้วกันนะครับ” เขาบ่ายเบี่ยง ก่อนจะเสไปถามในคำถามที่ทำให้เธอต้องใบ้กิน “คุณรักผมบ้างหรือเปล่า?”

“อะ...เอ่อ...” กานต์มาดาอ้ำอึ้ง จะให้บอกเขาไปได้อย่างไรว่า ‘รัก’ ในเมื่อเธอไม่มีสิทธิที่จะรักเขา นี่มันเป็นเพียงอุบายสวาทที่เธอสร้างขึ้น เพื่อประโยชน์ของตัวเธอเองเท่านั้น เธอก็ไม่คู่ควรกับความรักของเขาแม้แต่นิด

“ว่าไงครับ... หืม?” เขาทวงถามเสียงทุ้มนุ่ม

“อะ...เอ่อ... ฉันยังไม่...”

“ไม่เป็นไรครับคนดี... ผมรู้ว่านี่มันอาจจะเร็วเกินไปสำหรับคุณ” อัลฟอนโซ่เข้าใจ เธอเป็นสาวไทยที่ถูกสอนมาให้ซีเรียสเรื่องความสัมพันธ์ ดังนั้นเขาจึงไม่คิดที่จะบังคับให้เธอพูดในสิ่งที่เธอยังไม่แน่ใจในตอนนี้ แต่มั่นใจว่าสักวันเขาจะทำให้เธอบอกรักเขาให้ได้

“ขอโทษนะคะ... แต่ฉันสัญญาว่าสักวัน ฉันจะบอกให้คุณรู้ในความรู้สึกของฉันค่ะ” เธอบอกเขาได้เพียงเท่านี้ในเวลานี้ แม้จะเอ่ยปากสัญญา แต่กานต์มาดาก็ไม่แน่ใจเลยว่า ‘สักวัน’ ที่ว่า มันจะมาถึงจริงๆ หรือเปล่า

“ครับ... ผมเข้าใจ” เขาช่างแสนดีเหลือเกิน หญิงสาวคิดอย่างชื่นชม เขาดูเป็นผู้ชายอบอุ่นเหมือนกับพ่อของเธอที่เสียไปนานแล้ว เขาทำให้เธออบอุ่นไปทั้งหัวใจอย่างที่ไม่เคยมีผู้ชายคนไหนเคยทำได้ยกเว้นพ่อของเธอ เธอได้แต่ภาวนาว่าสักวันเขาจะเจอคนที่รักเขาด้วยใจจริงๆ ไม่ใช่แค่สร้างความผูกพันจอมปลอมขึ้นมาภายใต้คำว่า ‘ผลประโยชน์’ อย่างที่เธอทำ

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “96FHS” บน moboreader เพื่ออ่านหนังสือฉับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
96FHS
คัดลอก
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ลวงใจร้ายนายซาตาน
9.6
ทานตะวันเดินทางสู่เกาะอังกฤษเพื่อตามหาน้องสาวที่หายสาบสูญ จนนำพาให้พบกับชายหนุ่มลึกลับที่อ้างตัวว่าเป็นนักสืบ เธอตัดสินใจจดทะเบียนสมรสกับเขาเพื่อผลประโยชน์ในการสืบหาความจริง แต่ข้อตกลงนี้กลับกลายเป็นพันธนาการที่ผูกมัดเธอไว้ตลอดกาล เมื่อความลับเปิดเผยว่าแท้จริงเขาคือนายใหญ่ผู้ทรงอิทธิพลแห่งตระกูลดังที่คุมธุรกิจเกือบทั้งหมด เธอจะเชื่อใจเขาได้อีกครั้งหรือไม่ในเมื่อยิ่งหนีโลกก็ยิ่งเหวี่ยงให้กลับมาเจอซาตานร้ายที่จ้องจะครอบครองเธอเพียงผู้เดียว
หน้าปกนวนิยาย ขังใจร้ายนายอสูร
8.9
ทอฝันถูกบังคับให้ทิ้งทิวา ชายหนุ่มผู้ยากไร้เพื่อไปหมั้นหมายตามคำสั่งพ่อ จนเมื่อครอบครัวล้มละลายและถูกถอนหมั้น โชคชะตาเหวี่ยงเธอกลับมาหาทิวาอีกครั้งในฐานะลูกจ้าง ทว่าเขากลายเป็นทายาทเศรษฐีผู้เย็นชาที่รอคอยชำระแค้นความเจ็บปวดในอดีต ท่ามกลางอุปสรรคจากบุษบาที่จ้องฮุบสมบัติและความลับของแพรวา น้องสาวบุญธรรมที่ต้องรับเคราะห์กรรมแทน อีกทั้งยังมีภูดิษฐ์ พ่อเลี้ยงหนุ่มผู้จมกองทุกข์ที่พร้อมจะทำลายทุกคนที่ทำร้ายหัวใจเขาให้พังพินาศไม่ต่างกัน
หน้าปกนวนิยาย กาลเวลาพิสูจน์ใจนาย
8.0
ชีวิตในวัยยี่สิบปีของหญิงสาวคนหนึ่งควรเป็นจุดเริ่มต้นของการโบยบินสู่อิสรภาพ ทว่าทุกอย่างกลับตาลปัตรเมื่อเธอถูกกำหนดให้ต้องร่วมหอลงโรงกับนักธุรกิจหนุ่มผู้กุมอำนาจและมีชื่อเสียงระดับแนวหน้าของวงการ แม้ว่าใครต่อใครจะมองว่าเขาคือชายหนุ่มที่สมบูรณ์แบบและน่าอิจฉามากเพียงใด แต่ในความเป็นจริงแล้วเขาและเธอไม่ต่างอะไรจากคนแปลกหน้าที่ไม่เคยทำความรู้จักกันมาก่อน การถูกจับคลุมถุงชนโดยที่สองฝ่ายไม่ได้มีความรู้สึกผูกพันให้แก่กันนำพาเธอไปสู่ความท้าทายครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิต เธอจำต้องแบกรับความคาดหวังและสายตาจากคนรอบข้าง รวมถึงต้องรับมือกับช่องว่างทางสถานะทางสังคมที่ห่างไกลกันอย่างสุดขั้ว
หน้าปกนวนิยาย เคาะประตูหัวใจของเธอ
8.2
เมื่อพนักงานสาวตัวเล็กๆ อย่างฉวี่ชิงฮวนเผลอส่งข้อความไปขอดูหนังผู้ใหญ่จากท่านประธานหนุ่มฟู่ในยามวิกาล ชีวิตเธอก็เปลี่ยนไปตลอดกาล แทนที่จะได้ไฟล์วิดีโอ เขากลับเสนอตัวมาสาธิตบทรักให้เธอถึงที่แบบตัวต่อตัว หลังจากค่ำคืนอันเร่าร้อนสิ้นสุดลง เธอคิดว่าตนเองคงต้องถูกไล่ออกและจบอาชีพการทำงานแน่ๆ แต่ทว่าบอสหนุ่มกลับยื่นข้อเสนอที่คาดไม่ถึงด้วยการขอเธอแต่งงาน ท่ามกลางความสับสนว่านี่คือเรื่องจริงหรือแค่เรื่องล้อเล่นกันแน่
หน้าปกนวนิยาย ขายหัวใจให้ท่านประธาน
8.3
เมื่อประธานหนุ่มผู้สมบูรณ์แบบต้องการภรรยาแต่งงานบังหน้า และไหมแก้วดาราสาวตกอับกำลังขัดสนเรื่องเงินอย่างหนัก สัญญาจ้างเป็นเมียกำมะลอจึงเริ่มต้นขึ้นด้วยค่าตอบแทนมหาศาล ทว่าโชคชะตากลับพลิกผันให้ทั้งคู่มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งเกินคาดเดาก่อนเริ่มงานเสียอีก แม้ไหมแก้วจะพยายามปกปิดความลับเรื่องคืนนั้นและรอยเลือดบนที่นอนเพื่อไม่ให้เขารู้ความจริง แต่ความใกล้ชิดกลับทำให้หัวใจของเธอสั่นคลอนในเกมวิวาห์ลวงครั้งนี้ที่เดิมพันด้วยศักดิ์ศรีและหยาดน้ำตา
หน้าปกนวนิยาย เมียเก็บจำเป็น
9.1
เมื่อชลธารตกอยู่ในสภาวะจำยอมต้องใช้เงินก้อนโตถึงสามแสนบาท เธอจึงตัดสินใจเสนอขายเรือนร่างให้แก่ธีร์ นักธุรกิจหนุ่มผู้มั่งคั่ง แม้ฝ่ายชายจะมองว่าราคาดังกล่าวสูงเกินไปและมองเธอด้วยสายตาดูแคลนที่เห็นแก่เงิน แต่สุดท้ายเขากลับตอบตกลงภายใต้เงื่อนไขที่เปลี่ยนชีวิตเธอไปตลอดกาล ธีร์ยื่นข้อเสนอว่าหากต้องการเงินจำนวนนี้ เธอต้องยอมมาเป็นเมียเก็บของเขาแบบถาวรแทนการซื้อขายเพียงชั่วครั้งชั่วคราว หญิงสาวผู้ไร้ทางเลือกจึงต้องก้มหน้ายอมรับสถานะนางบำเรอรับใช้เขาอย่างเลี่ยงไม่ได้