ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย อุ๊ย!!โทษที สามีของฉันเป็นมาเฟีย

อุ๊ย!!โทษที สามีของฉันเป็นมาเฟีย

เมื่อหญิงสาวธรรมดาคนหนึ่งต้องเผชิญหน้ากับกลุ่มคนลึกลับที่พยายามเข้ามาคุกคามชีวิตอันแสนสงบสุขของเธอ แต่พวกเขากลับหารู้ไม่ว่าเบื้องหลังของเธอนั้นมีเกราะป้องกันที่อันตรายที่สุด เพราะสามีผู้แสนดีที่เธอรักแท้จริงแล้วคือผู้ทรงอิทธิพลในโลกมืดที่ไม่มีใครกล้าต่อกรด้วย ก่อนที่จะคิดลงมือทำอะไรที่เป็นการล่วงเกินเธอ พวกเขาควรจะหยุดคิดให้ดีและลองถามสามีมาเฟียของเธอดูก่อนว่าเขาจะยอมให้ใครมาแตะต้องภรรยาสุดที่รักของเขาได้ง่ายๆ หรือไม่
ตอน
แชร์

ตอน 2

สนามบินสุวรรณภูมิ ประเทศไทย

ร่างระหงที่กำลังลากกระเป๋าเดินออกมาจากประตูทางออกของผู้โดยสารขาเข้าเรียกสายตาคนมองอยู่ไม่น้อย เพราะไม่ว่าจะเป็นรูปร่าง หน้าตาของเธอก็ล้วนแต่เป็นที่สะดุดตาจนเหล่าแฟนคลับที่มารอต้อนรับดารานักร้องที่ตนชื่นชอบแอบเก็บภาพของเธอเอาไว้ด้วย หญิงสาวไม่ได้สนใจต่อสายตาของผู้คนที่จับจ้องมองมาที่เธอ เธอเยื้องย่างไปที่เคาน์เตอร์ของบริการซิมการ์ดบริษัทดัง แล้วยื่นเอกสารให้พนักงานเพื่อลงทะเบียนซิมการ์ดให้แก่เธอ

หลังจากเปลี่ยนมาใช้ซิมการ์ดของประเทศไทยแล้วหญิงสาวจึงมุ่งตรงไปยังชั้นใต้ดินเพื่อแลกเงินดอลลาร์จำนวนหนึ่งที่พกมาให้เป็นเงินไทย ดีที่มารดาเปิดบัญชีธนาคารไทยให้เธอ เธอจึงมีเงินไทยที่อยู่ในบัญชีไทยมากพอที่จะใช้ชีวิตอยู่ลำพังในประเทศที่แสนอบอุ่นนี้ได้สบายๆ ไปจนแก่ ไหนจะบัตรเครดิตสีดำของสามีในนามนี้อีก ริมฝีปากอิ่มฉีกยิ้มออกมา

“ขอโทษนะครับ ไม่ทราบว่าคุณเป็นดารานางแบบหรือเปล่าครับ”

ผู้ชายคนหนึ่งแต่งกายด้วยสูทหรูที่เพิ่งจะแลกเงินหยวนคืนหลังจากไปเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่นมาตัดสินใจเอ่ยถามสาวสวยตรงหน้าด้วยความสนใจ

“อ่า..ไม่ใช่ค่ะ”

เธอไม่ได้ตอบเขาเป็นภาษาไทย แต่ทว่าเลือกตอบกลับเป็นภาษาอังกฤษแทน ชายหนุ่มยิ้มเก้อเขินก่อนที่จะขอโทษเธอแล้วเดินจากไป หญิงสาวส่ายหน้าไปมาก่อนที่เดินเข้าไปที่จุดแลกเงิน

เมื่อได้เงินไทยแล้วร่างระหงจึงเยื้องย่างไปยังบันไดเลื่อนเพื่อขึ้นไปชั้นหนึ่งที่มีบริการรถรับส่งอยู่ ทุกย่างก้าวของเธออยู่ในสายตาของชายหนุ่มสองคนที่ได้รับคำสั่งมาให้แอบดูแลเธออยู่ห่างๆ โดยที่ไม่ให้เธอรู้ตัว

“เพิ่งมาเที่ยวไทยเหรอครับ” ลุงที่ขับรถแท็กซี่เอ่ยถามเป็นภาษาอังกฤษสำเนียงไทย

“ใช่ค่ะ”

หญิงส่าวจึงตอบเขากลับเป็นภาษาอังกฤษเช่นกัน ลุงคนขับแท็กซี่พยายามชวนผู้โดยสารคนสวยคุยเพื่อไม่ให้เธอเบื่อระหว่างเดินทางไปยังโรงแรมหรูในใจกลางเมืองกรุง ที่รถติดมากจนผู้โดยสารที่เคยมาไทยบ่อยๆ หลีกเลี่ยงที่จะไปพักที่นั่นกัน

กว่าจะเดินทางไปถึงโรงแรมห้าดาวใจกลางกรุงก็ถึงกับเย็นย่ำ หญิงสาวที่มีใบหน้าสวยคม ผมสั้นประบ่าสีน้ำตาลธรรมชาติ จมูกโด่งรั้น ริมฝีปากอวบอิ่มเคลือบด้วยลิปสติกสีส้มก้าวเท้าลงจากรถแท็กซี่ก่อนที่จะยืนตรงมองดูโรงแรมตรงหน้า พนักงานยกกระเป๋าของโรงแรมเข้ามาต้อนรับและรับกระเป๋าเดินทางของแขกที่มาเข้าพักแล้วเชิญเธอไปยังเคาน์เตอร์ที่มีพนักงานต้อนรับรอคอยอยู่ด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม ความสวยของหญิงสาวทำให้ทั้งพนักงานและแขกที่มาเช็กอินเข้าพักมองมาเป็นตาเดียวกัน

“ยินดีต้อนรับสู่กรุงเทพฯ ค่ะคุณผู้หญิง คุณผู้หญิงได้สำรองห้องพักไว้แล้วใช่ไหมคะ”

พนักงานต้อนรับยกมือไหว้ทักทายพร้อมกับเอ่ยออกมาเป็นภาษาอังกฤษ สาวสวยลูกครึ่งที่ไม่เคยลืมความเป็นไทยยกมือรับไหว้อย่างน่ามอง

“สวัสดีค่ะ ใช่ค่ะ... ฉันชื่อ อลินา อารอน อ่า...ขอโทษค่ะ อลินา วินเทอร์ค่ะ”

เธอทักทายกลับพร้อมกับเอ่ยชื่อและนามสกุลของเธอเองออกมา แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าเธอเปลี่ยนนามสกุลไปแล้วจึงรีบพูดแก้ไขชื่อและนามสกุลของเธอกับพนักงานต้อนรับในทันที จากนั้นเธอจึงยื่นพาสปอตให้พนักงานต้อนรับตรงหน้าที่ส่งยิ้มกว้างมาให้เธอ

“คุณผู้หญิงจองห้องสวีตเตียงคิงไซซ์เอาไว้ทั้งหมดสามคืนนะคะ” พนักงานต้อนรับสาวเอ่ยถามเพื่อยืนยัน

“ใช่ค่ะ”

พนักงานตรวจสอบข้อมูลและบันทึกการเข้าพักของแขก จากนั้นจึงแนะนำกฎระเบียบของการเข้าพักอยู่ครู่หนึ่ง

“ขอให้มีความสุขในวันพักผ่อนค่ะ หากมีปัญหาเกี่ยวกับห้องพักหรือต้องการรูมเซอร์วิส คุณผู้หญิงสามารถติดต่อเข้ามาทางแผนกต้อนรับได้เลยค่ะ”

พนักงานส่งพาสปอตคืนให้กับหญิงสาวตรงหน้า พนักงานต้อนรับสาวอีกคนเป็นผู้นำทางอลินาขึ้นไปยังห้องพักของเธอที่อยู่ชั้นสิบห้าของโรงแรมหรูใจกลางกรุงแห่งนี้

“ดารานางแบบจากต่างประเทศเหรอ... สวยจัง สวยจนเราเป็นผู้หญิงยังมองได้แบบไม่อยากละสายตาเลย” พนักงานต้อนรับอีกคนที่รับแขกอีกคนอยู่เอ่ยถามเพื่อนที่เพิ่งจะต้อนรับแขกสาวสวย

“ไม่ใช่หรอก ดูเหมือนจะเป็นลูกครึ่งไทยแต่คงไปโตที่ต่างประเทศแหละ ตอนแรกเธอบอกนามสกุลอารอน แต่ในพาสปอตคือวินเทอร์ไง แล้วดูเหมือนเธอจะนึกขึ้นได้เลยรีบบอกฉันว่าวินเทอร์ ฉันว่าเธอคงแต่งงานแล้วล่ะ”

“สวยขนาดนี้โสดก็คงแปลก” และสองสาวพนักงานต้อนรับก็ต้องหยุดบทสนทนาเอาไว้เพียงแค่นั้นเพราะมีแขกที่เดินทางเข้ามาเช็กอินเข้าพักใหม่ถึงสามราย

พนักงานต้อนรับที่พาแขกสาวขึ้นมาส่งแนะนำการใช้งานอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่อยู่ภายในห้องเสร็จจึงออกจากห้องไปทิ้งให้แขกของโรงแรมอย่างเธอได้พักผ่อน อลินาจึงเดินสำรวจไปรอบๆ ห้องอีกครั้ง

ห้องพักห้องนี้มีระเบียงพอให้ได้ออกไปสูดอากาศ หญิงสาวจึงเดินออกไปนั่งที่เก้าอี้ด้านนอกแล้วชื่นชมบรรยากาศในยามเย็นของกรุงเทพฯ จนเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ก็ไม่รู้ที่หญิงสาวเหม่อมองออกไปโดยไร้จุดหมายอยู่อย่างนั้น รถราที่วิ่งสวนทางกันอยู่บนท้องถนนในยามนี้นั้นไม่ได้มากมายเช่นเดียวกับตอนที่เธอเดินทางมาแล้ว

มือบางหยิบโทรศัพท์มือถือยี่ห้อดังรุ่นใหม่ล่าสุดออกมาจากกระเป๋ากางเกง ก่อนที่เธอจะยกมันขึ้นมาเพื่อใช้ถ่ายภาพเมืองหลวงของประเทศไทย ในค่ำคืนแรกของการได้มาเยือนในรอบสิบกว่าปีที่ได้มาเยือน เมื่อเก็บภาพจนเป็นที่น่าพอใจหญิงสาวจึงเดินกลับเข้าไปในห้องแล้วตรงไปยังห้องน้ำเพื่ออาบน้ำก่อนที่จะออกไปหาอะไรรับประทานในมื้อเย็น

ทันทีที่ประตูลิฟต์เปิดออกร่างระหงของลูกครึ่งสาวที่มีส่วนสูงร้อยเจ็ดสิบเซนติเมตรก็ก้าวออกจากลิฟต์และเดินออกไปจากโรงแรมอย่างรวดเร็ว อลินาเดินไปตามทางเดินที่มีร้านค้าอยู่สองข้างทาง หญิงสาวมองเห็นจากระเบียงห้องพักของเธอว่ามีตลาดนัดกลางคืนอยู่ไม่ไกลจากโรงแรมมากจึงตัดสินใจไปหาอะไรกินที่นั่น

“คุณผู้หญิงจะไปที่ไหนครับ ใช้บริการวินมอเตอร์ไซค์ได้นะครับ รับประกันว่าสะดวกรวดเร็วและปลอดภัย” หนุ่มวินทักทายหญิงสาวลูกครึ่งเป็นภาษาไทย เธอเข้าใจทุกประโยคที่เขาพูดมาแต่เธอกลับตอบเขาไปเป็นภาษาอังกฤษแทน

“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันชอบเดิน”

แล้วร่างระหงในชุดเสื้อยืดคอกลมสีขาวกับกางเกงยีนสีซีด สวมรองเท้าผ้าใบแบรนด์ดังก็เดินจากไป ด้านหลังของเธอมีชายไทยสองคนที่สวมชุดคล้ายกับพวกบอดี้การ์ดเดินตามห่างๆ โดยที่หญิงสาวไม่รู้ตัวเลยสักนิด

“ต่างชาตินี่หว่า....ก็นึกว่าคนไทย” หนุ่มวินเอ่ยตามหลังไป และเมื่อเห็นชายชุดดำสองคนเดินตามหญิงสาวเขาก็ถึงกับตกใจ

“มีบอดี้การ์ดด้วยเหรอวะ ไม่น่าถึงดูไม่ธรรมดาเลย”

หนุ่มวินเลิกสนใจสาวสวยที่ดูเหมือนลูกครึ่งและชายสองคนที่เขาเองก็คิดว่าบอดี้การ์ดที่เดินตามหลังเธอไปห่างๆ ที่ไม่คิดว่าเป็นคนร้ายเพราะหนึ่งในสองของชายชุดดำนั้นหันมาจ้องหน้าเขาจนเขาต้องหลบสายตา ราวกับว่าเขาได้ทำผิดอะไรต่อผู้หญิงคนนั้นไป

อลินาเพลิดเพลินกับการซื้อของกินเล่นและอาหารที่หนักท้องพอที่จะทำให้เธอไม่รู้สึกหิวไปจนถึงวันพรุ่งนี้ ทุกย่างก้าวของสาวสวยลูกครึ่งถูกสายตาของหนุ่มๆ และสาวๆ มองมาไม่ขาดสาย เธอสวยจนคนมองอดที่จะคิดว่าเธอเป็นดาราหรือนางแบบไม่ได้ หญิงสาวที่อยู่ต่างประเทศดูหน้าตาธรรมดาอย่างเธอ แต่พอกลับมาไทยเธอดูดีมีออร่าขึ้นมาในทันที และเธอถูกแมวมองพบเจอโดยบังเอิญ

“ขอโทษนะคะ คนไทยหรือเปล่าคะ” ลูซี่ สาวประเภทสองที่มีหน้าที่จัดหานายแบบนางแบบหน้าใหม่ให้แก่โมเดลลิ่งชื่อดังในไทยรีบเข้ามาทักทาย อลินามองคนที่เข้ามาทักตรงหน้า รอยยิ้มที่จริงใจของอีกฝ่ายทำให้เธอตอบกลับตามความจริง

“อ่า...เป็นลูกครึ่งไทยอเมริกันค่ะ” ลูซี่ถึงกับยกมือขึ้นมาป้องปากตามจริตของตนเอง ก่อนที่จะรีบเอ่ยถามเพชรน้ำงามตรงหน้าออกไป

“หนูพักอยู่ที่ไทยหรือแค่มาเที่ยวที่ไทยคะ”

“อ่อ...กะว่าจะมาอยู่ที่ไทยระยะสั้นน่ะค่ะ”

อลินาตอบไปตามตรง เธอยังไม่รู้ว่าจะไปอยู่ที่ไหน หรือไปที่ใดในไทย ยังไม่มีแพลนในชีวิตมากมาย ความคิดแรกที่ทำเรื่องมาไทยก็เพียงอยากหลีกหนีสามีในนาม

“แสดงว่ายังไม่มีอะไรทำใช่ไหมเอ่ย” คนฟังพยักหน้าขึ้นลงแม้จะรู้สึกงุนงง

“ถ้าอย่างนั้นพี่ขอแนะนำตัวเองก่อนเลยแล้วกันค่ะ พี่ชื่อลูซี่ เป็นคนที่จัดหานายแบบนางแบบหน้าใหม่ให้โมเดลลิ่งอเดลซึ่งเป็นโมเดลลิ่งของชาวอเมริกันที่มาลงทุนในไทยเมื่อสามปีก่อน แต่ตอนนี้ดังมากเลยนะคะ นายแบบนางแบบในสังกัดเราได้ดีกันทุกคน ถ้าหนูสนใจสามารถติดต่อพี่กลับมาได้ตามเบอร์โทรในนามบัตรนี้ได้เลยนะคะ” ลูซี่ไม่ปล่อยโอกาสที่จะได้เจียระไนเพชรเม็ดงามเม็ดนี้ให้เปล่งประกายออกมาในอนาคตเธอส่งนามบัตรของตัวเองให้หญิงสาวตรงหน้าทันทีเมื่อพูดจบ

“อ่า...ขอบคุณค่ะ แล้วจะติดต่อไปนะคะ ขอตัวก่อนค่ะ” อลินารับมาก่อนที่จะขอตัวแล้วเดินกลับออกจากตลาดกลางคืนมุ่งหน้ากลับโรงแรมที่เธอพักทันที

เมื่อไปถึงบนห้องพักหญิงสาวก็ล้มตัวลงนอนราบบนเตียงขนาดคิงไซซ์และล้วงเอากระดาษนามบัตรของคนที่เข้ามาทักทายเธอ อลินาไม่ปล่อยให้ความสงสัยของเธออยู่นานเธอหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมากดเข้าเว็บไซด์แล้วค้นชื่อโมเดลลิ่งอเดล ทันทีที่กรอกตัวหนังสือจนครบเว็บไซด์ของบริษัทก็แสดงขึ้นมาให้เธอได้อ่าน

“เจ้าของมีสองคนเหรอ อืม... ถ้าเป็นโมเดลลิ่งที่น่าเชื่อถือได้ก็น่าสนใจอยู่หรอก ตอนนี้ไม่มีอะไรทำลองไปเดินแบบดูก่อนดีไหมนะ”

เสียงหวานพึมพำออกมา ประวัติของโมเดลลิ่งมีชื่อเจ้าของเพียงหนึ่งคนซึ่งเป็นคนไทย ส่วนต่างชาติที่มีหุ้นน้อยกว่าคงจะไม่อยากเปิดเผยชื่อถึงไม่ได้ให้ประวัติเอาไว้ อลินาไม่ได้คิดมากเรื่องเจ้าของ แต่ที่เธอค้นหาโมเดลลิ่งนี้ในเว็บไซด์เป็นเพราะเธออยากมั่นใจว่าไม่ได้ถูกคนที่ให้นามบัตรมาหลอกมากกว่า

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย พ่ายเกมสวาท
8.7
เมื่อความเจ็บปวดจากการถูกคนรักทรยศทำให้เอลิซตัดสินใจประชดชีวิตด้วยความบ้าระห่ำ เธอจึงเอ่ยปากชวนคนแปลกหน้าเข้าสู่เกมเดิมพันสุดอันตรายโดยไม่คาดคิดว่าเขาคือเซฟ มาเฟียผู้ทรงอิทธิพลที่มีธุรกิจมืดในมือ เมื่อคำท้าทายเพียงประโยคเดียวกลายเป็นจุดเริ่มต้นของพันธนาการที่ไม่อาจถอนตัว เธอต้องติดอยู่ในเกมสวาทที่เดิมพันด้วยชีวิตและจิตใจ ท่ามกลางความรุนแรงและตัณหาที่เปลี่ยนแปลงโชคชะตาของเธอไปตลอดกาล ซึ่งเธออาจต้องเลือกระหว่างการอยู่รอดหรือชดใช้ด้วยชีวิต
หน้าปกนวนิยาย เด็กเลี้ยง เฮียมาเฟีย
9.3
“ทำไมต้องเป็นหนูคะ” “ก็เห็นเธอแล้วมันเสี้ยนปาก ถ้าจะให้พูดตรง ๆ ก็คือ ถูกใจตั้งแต่แรกพบ เห็นแล้วเงี่ยน เธอหน้าสวย หุ่นเอ็กซ์ ทั้ง ๆ ที่อายุเท่านี้ เห็นแล้วอยากเอาจนเอ็นแข็ง ยื่นข้อเสนอไปแล้วเธอกลับปฏิเสธ มันก็เลยยิ่งรู้สึกตื่นเต้น เหตุผลมีแค่นี้ ส่วนเธอจะยอมหรือไม่ก็แล้วแต่ ตัดสินใจเองฉันไม่บังคับอยู่แล้ว” “โอ้เอ้เล่นตัวคิดจะเรียกเงินเพิ่มหรือไง รู้หรือเปล่าว่าหนี้น้องชายเธอเท่าไหร่ เกือบล้านเชียวนะ เงินจำนวนนี้สำหรับฉันมันแค่ขี้เล็บ แต่กับเธอที่มีแม่ป่วยติดเตียงก็คงไม่ใช่เรื่องเล็ก” “ฉันยอมค่ะ เมื่อไหร่คะ ที่ฉันต้องทำ” เขายิ้มมุมปากคล้ายสมใจ “หมายถึงทำอะไรล่ะ” ผักบุ้งก้มหน้า พูดเสียงเบา “ทะ ทำเรื่องนั้น ขายตัวให้คุณ” “ตอนนี้” “ห๊า ตอนนี้เหรอคะ” “จะ ทำอะไรหนูคะ” “อย่าถามมาก เงียบ!” เขาเอาแต่จ้องมองนมใหญ่ของเธอแล้วอุ้มเธอมาที่เตียง "สวยดีนี่...นมใหญ่ชิบ" เคย์ไม่ได้สนใจความรู้สึกของหญิงสาวเลยสักนิด มือหนาบีบเคล้นทรวงอกอวบรุนแรงจนแดงช้ำไปหมด "อื้อ อา....เจ็บ!.." "จำไว้ตั้งแต่วินาทีนี้หนูคือเด็กของเฮียเคย์ ยินดีกับตำแหน่งนี้ด้วย ปกติเฮียค่อนข้างเลือกเด็ก หนูถูกใจเฮียถือว่าโชคดีมาก"
หน้าปกนวนิยาย Forbidden Love ของต้องห้ามทายาทมาเฟีย
9.3
เมื่อความรักกลายเป็นเรื่องต้องห้ามระหว่างบอดี้การ์ดหนุ่มหน้าดุกับคุณหนูจอมเอาแต่ใจผู้เป็นลูกสาวเจ้านาย แรงดึงดูดมหาศาลกลับแปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนที่ยากจะต้านทาน แม้เขาจะปรารถนาในตัวเธอมากเพียงใด แต่ฐานะที่แตกต่างทำให้เขาต้องข่มใจและสะกดกลั้นอารมณ์ดิบเอาไว้ภายใต้ท่าทีที่แสนเย็นชา บอดี้การ์ดหนุ่มเลือกที่จะเฝ้ารออย่างอดทนเพื่อพิสูจน์ตัวเอง จนกว่าจะถึงวันที่เขาแข็งแกร่งและคู่ควรพอที่จะครอบครองยอดดวงใจอย่างเต็มภาคภูมิ
หน้าปกนวนิยาย ลูกหนี้รักมาเฟียร้าย
8.8
เมื่อนลันนักศึกษาสาวผู้ขัดสนพยายามหลอกขายของเลียนแบบให้แก่เควิน มาเฟียผู้ทรงอิทธิพลและนักสะสมของเก่าตาคม เธอจึงถูกจับได้อย่างรวดเร็วจนต้องเผชิญกับวิกฤตทางกฎหมายครั้งใหญ่ เพื่อแลกกับการไม่ต้องถูกดำเนินคดีและชดใช้ความผิด เควินยื่นข้อเสนอสุดบีบคั้นให้เธอจดทะเบียนสมรสกับเขาอย่างเลี่ยงไม่ได้ นลันจึงจำใจก้าวเข้าสู่โลกของมาเฟียร้ายในฐานะภรรยาตามกฎหมายเพื่อรักษาอิสรภาพของตนเองท่ามกลางเงื่อนไขที่เต็มไปด้วยอันตรายและพันธะสัญญาแห่งหนี้รักครั้งนี้
หน้าปกนวนิยาย รักร้ายคุณชายมาเฟีย
9.0
โยธินรับเงินหนึ่งล้านบาทจากชายหนุ่มลึกลับด้วยข้อเสนอสุดอันตราย หากเขาชนะพนันหนี้จะหมดไป แต่ถ้าแพ้หนี้จะพุ่งสูงถึงสิบล้านรวมกับยอดเก่าทันที ในขณะที่เขามุ่งหน้าเข้าบ่อนด้วยความหวัง นิอรหญิงสาวผู้กตัญญูกลับต้องคอยดูแลปลอบใจคุณป้าที่กำลังกังวลเรื่องการหายตัวไปของโยธิน เธอพยายามเบี่ยงเบนความสนใจด้วยขนมช่อม่วงที่ตั้งใจทำมาให้ชิม แม้ในใจลึกๆ จะเต็มไปด้วยความสงสัยและเป็นห่วงว่าพี่ชายคนสำคัญหายไปไหนกันแน่ ท่ามกลางบรรยากาศความตึงเครียดที่เริ่มก่อตัวขึ้น
หน้าปกนวนิยาย จากยอดรักที่ถูกทิ้ง สู่ราชินีมาเฟีย
8.0
ธามช่วยชีวิตฉันจากกองเพลิงและเป็นโลกทั้งใบมาสิบปี แต่แล้วเขากลับหักหลังคำสัญญาด้วยการหมั้นหมายกับหญิงอื่นเพื่ออำนาจมืด เขาปล่อยให้คู่หมั้นหยามเกียรติฉันราวกับสัตว์เลี้ยงด้วยสายตาที่เย็นชา ความรักและความภักดีที่ฉันเคยมีให้จึงมอดไหม้กลายเป็นเถ้าถ่าน ในวันที่เขาเฉลิมฉลองอนาคตใหม่ ฉันตัดสินใจทิ้งกรงทองนี้เพื่อกลับไปหาพ่อที่แท้จริง ซึ่งเป็นศัตรูอันดับหนึ่งของเขา ถึงเวลาที่หงส์ปีกหักจะกลายเป็นราชินีมาเฟียเพื่อทวงคืนศักดิ์ศรี