ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย อุ๊ย!!โทษที สามีของฉันเป็นมาเฟีย

อุ๊ย!!โทษที สามีของฉันเป็นมาเฟีย

เมื่อหญิงสาวธรรมดาคนหนึ่งต้องเผชิญหน้ากับกลุ่มคนลึกลับที่พยายามเข้ามาคุกคามชีวิตอันแสนสงบสุขของเธอ แต่พวกเขากลับหารู้ไม่ว่าเบื้องหลังของเธอนั้นมีเกราะป้องกันที่อันตรายที่สุด เพราะสามีผู้แสนดีที่เธอรักแท้จริงแล้วคือผู้ทรงอิทธิพลในโลกมืดที่ไม่มีใครกล้าต่อกรด้วย ก่อนที่จะคิดลงมือทำอะไรที่เป็นการล่วงเกินเธอ พวกเขาควรจะหยุดคิดให้ดีและลองถามสามีมาเฟียของเธอดูก่อนว่าเขาจะยอมให้ใครมาแตะต้องภรรยาสุดที่รักของเขาได้ง่ายๆ หรือไม่
ตอน
แชร์

ตอน 2

สนามบินสุวรรณภูมิ ประเทศไทย

ร่างระหงที่กำลังลากกระเป๋าเดินออกมาจากประตูทางออกของผู้โดยสารขาเข้าเรียกสายตาคนมองอยู่ไม่น้อย เพราะไม่ว่าจะเป็นรูปร่าง หน้าตาของเธอก็ล้วนแต่เป็นที่สะดุดตาจนเหล่าแฟนคลับที่มารอต้อนรับดารานักร้องที่ตนชื่นชอบแอบเก็บภาพของเธอเอาไว้ด้วย หญิงสาวไม่ได้สนใจต่อสายตาของผู้คนที่จับจ้องมองมาที่เธอ เธอเยื้องย่างไปที่เคาน์เตอร์ของบริการซิมการ์ดบริษัทดัง แล้วยื่นเอกสารให้พนักงานเพื่อลงทะเบียนซิมการ์ดให้แก่เธอ

หลังจากเปลี่ยนมาใช้ซิมการ์ดของประเทศไทยแล้วหญิงสาวจึงมุ่งตรงไปยังชั้นใต้ดินเพื่อแลกเงินดอลลาร์จำนวนหนึ่งที่พกมาให้เป็นเงินไทย ดีที่มารดาเปิดบัญชีธนาคารไทยให้เธอ เธอจึงมีเงินไทยที่อยู่ในบัญชีไทยมากพอที่จะใช้ชีวิตอยู่ลำพังในประเทศที่แสนอบอุ่นนี้ได้สบายๆ ไปจนแก่ ไหนจะบัตรเครดิตสีดำของสามีในนามนี้อีก ริมฝีปากอิ่มฉีกยิ้มออกมา

“ขอโทษนะครับ ไม่ทราบว่าคุณเป็นดารานางแบบหรือเปล่าครับ”

ผู้ชายคนหนึ่งแต่งกายด้วยสูทหรูที่เพิ่งจะแลกเงินหยวนคืนหลังจากไปเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่นมาตัดสินใจเอ่ยถามสาวสวยตรงหน้าด้วยความสนใจ

“อ่า..ไม่ใช่ค่ะ”

เธอไม่ได้ตอบเขาเป็นภาษาไทย แต่ทว่าเลือกตอบกลับเป็นภาษาอังกฤษแทน ชายหนุ่มยิ้มเก้อเขินก่อนที่จะขอโทษเธอแล้วเดินจากไป หญิงสาวส่ายหน้าไปมาก่อนที่เดินเข้าไปที่จุดแลกเงิน

เมื่อได้เงินไทยแล้วร่างระหงจึงเยื้องย่างไปยังบันไดเลื่อนเพื่อขึ้นไปชั้นหนึ่งที่มีบริการรถรับส่งอยู่ ทุกย่างก้าวของเธออยู่ในสายตาของชายหนุ่มสองคนที่ได้รับคำสั่งมาให้แอบดูแลเธออยู่ห่างๆ โดยที่ไม่ให้เธอรู้ตัว

“เพิ่งมาเที่ยวไทยเหรอครับ” ลุงที่ขับรถแท็กซี่เอ่ยถามเป็นภาษาอังกฤษสำเนียงไทย

“ใช่ค่ะ”

หญิงส่าวจึงตอบเขากลับเป็นภาษาอังกฤษเช่นกัน ลุงคนขับแท็กซี่พยายามชวนผู้โดยสารคนสวยคุยเพื่อไม่ให้เธอเบื่อระหว่างเดินทางไปยังโรงแรมหรูในใจกลางเมืองกรุง ที่รถติดมากจนผู้โดยสารที่เคยมาไทยบ่อยๆ หลีกเลี่ยงที่จะไปพักที่นั่นกัน

กว่าจะเดินทางไปถึงโรงแรมห้าดาวใจกลางกรุงก็ถึงกับเย็นย่ำ หญิงสาวที่มีใบหน้าสวยคม ผมสั้นประบ่าสีน้ำตาลธรรมชาติ จมูกโด่งรั้น ริมฝีปากอวบอิ่มเคลือบด้วยลิปสติกสีส้มก้าวเท้าลงจากรถแท็กซี่ก่อนที่จะยืนตรงมองดูโรงแรมตรงหน้า พนักงานยกกระเป๋าของโรงแรมเข้ามาต้อนรับและรับกระเป๋าเดินทางของแขกที่มาเข้าพักแล้วเชิญเธอไปยังเคาน์เตอร์ที่มีพนักงานต้อนรับรอคอยอยู่ด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม ความสวยของหญิงสาวทำให้ทั้งพนักงานและแขกที่มาเช็กอินเข้าพักมองมาเป็นตาเดียวกัน

“ยินดีต้อนรับสู่กรุงเทพฯ ค่ะคุณผู้หญิง คุณผู้หญิงได้สำรองห้องพักไว้แล้วใช่ไหมคะ”

พนักงานต้อนรับยกมือไหว้ทักทายพร้อมกับเอ่ยออกมาเป็นภาษาอังกฤษ สาวสวยลูกครึ่งที่ไม่เคยลืมความเป็นไทยยกมือรับไหว้อย่างน่ามอง

“สวัสดีค่ะ ใช่ค่ะ... ฉันชื่อ อลินา อารอน อ่า...ขอโทษค่ะ อลินา วินเทอร์ค่ะ”

เธอทักทายกลับพร้อมกับเอ่ยชื่อและนามสกุลของเธอเองออกมา แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าเธอเปลี่ยนนามสกุลไปแล้วจึงรีบพูดแก้ไขชื่อและนามสกุลของเธอกับพนักงานต้อนรับในทันที จากนั้นเธอจึงยื่นพาสปอตให้พนักงานต้อนรับตรงหน้าที่ส่งยิ้มกว้างมาให้เธอ

“คุณผู้หญิงจองห้องสวีตเตียงคิงไซซ์เอาไว้ทั้งหมดสามคืนนะคะ” พนักงานต้อนรับสาวเอ่ยถามเพื่อยืนยัน

“ใช่ค่ะ”

พนักงานตรวจสอบข้อมูลและบันทึกการเข้าพักของแขก จากนั้นจึงแนะนำกฎระเบียบของการเข้าพักอยู่ครู่หนึ่ง

“ขอให้มีความสุขในวันพักผ่อนค่ะ หากมีปัญหาเกี่ยวกับห้องพักหรือต้องการรูมเซอร์วิส คุณผู้หญิงสามารถติดต่อเข้ามาทางแผนกต้อนรับได้เลยค่ะ”

พนักงานส่งพาสปอตคืนให้กับหญิงสาวตรงหน้า พนักงานต้อนรับสาวอีกคนเป็นผู้นำทางอลินาขึ้นไปยังห้องพักของเธอที่อยู่ชั้นสิบห้าของโรงแรมหรูใจกลางกรุงแห่งนี้

“ดารานางแบบจากต่างประเทศเหรอ... สวยจัง สวยจนเราเป็นผู้หญิงยังมองได้แบบไม่อยากละสายตาเลย” พนักงานต้อนรับอีกคนที่รับแขกอีกคนอยู่เอ่ยถามเพื่อนที่เพิ่งจะต้อนรับแขกสาวสวย

“ไม่ใช่หรอก ดูเหมือนจะเป็นลูกครึ่งไทยแต่คงไปโตที่ต่างประเทศแหละ ตอนแรกเธอบอกนามสกุลอารอน แต่ในพาสปอตคือวินเทอร์ไง แล้วดูเหมือนเธอจะนึกขึ้นได้เลยรีบบอกฉันว่าวินเทอร์ ฉันว่าเธอคงแต่งงานแล้วล่ะ”

“สวยขนาดนี้โสดก็คงแปลก” และสองสาวพนักงานต้อนรับก็ต้องหยุดบทสนทนาเอาไว้เพียงแค่นั้นเพราะมีแขกที่เดินทางเข้ามาเช็กอินเข้าพักใหม่ถึงสามราย

พนักงานต้อนรับที่พาแขกสาวขึ้นมาส่งแนะนำการใช้งานอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่อยู่ภายในห้องเสร็จจึงออกจากห้องไปทิ้งให้แขกของโรงแรมอย่างเธอได้พักผ่อน อลินาจึงเดินสำรวจไปรอบๆ ห้องอีกครั้ง

ห้องพักห้องนี้มีระเบียงพอให้ได้ออกไปสูดอากาศ หญิงสาวจึงเดินออกไปนั่งที่เก้าอี้ด้านนอกแล้วชื่นชมบรรยากาศในยามเย็นของกรุงเทพฯ จนเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ก็ไม่รู้ที่หญิงสาวเหม่อมองออกไปโดยไร้จุดหมายอยู่อย่างนั้น รถราที่วิ่งสวนทางกันอยู่บนท้องถนนในยามนี้นั้นไม่ได้มากมายเช่นเดียวกับตอนที่เธอเดินทางมาแล้ว

มือบางหยิบโทรศัพท์มือถือยี่ห้อดังรุ่นใหม่ล่าสุดออกมาจากกระเป๋ากางเกง ก่อนที่เธอจะยกมันขึ้นมาเพื่อใช้ถ่ายภาพเมืองหลวงของประเทศไทย ในค่ำคืนแรกของการได้มาเยือนในรอบสิบกว่าปีที่ได้มาเยือน เมื่อเก็บภาพจนเป็นที่น่าพอใจหญิงสาวจึงเดินกลับเข้าไปในห้องแล้วตรงไปยังห้องน้ำเพื่ออาบน้ำก่อนที่จะออกไปหาอะไรรับประทานในมื้อเย็น

ทันทีที่ประตูลิฟต์เปิดออกร่างระหงของลูกครึ่งสาวที่มีส่วนสูงร้อยเจ็ดสิบเซนติเมตรก็ก้าวออกจากลิฟต์และเดินออกไปจากโรงแรมอย่างรวดเร็ว อลินาเดินไปตามทางเดินที่มีร้านค้าอยู่สองข้างทาง หญิงสาวมองเห็นจากระเบียงห้องพักของเธอว่ามีตลาดนัดกลางคืนอยู่ไม่ไกลจากโรงแรมมากจึงตัดสินใจไปหาอะไรกินที่นั่น

“คุณผู้หญิงจะไปที่ไหนครับ ใช้บริการวินมอเตอร์ไซค์ได้นะครับ รับประกันว่าสะดวกรวดเร็วและปลอดภัย” หนุ่มวินทักทายหญิงสาวลูกครึ่งเป็นภาษาไทย เธอเข้าใจทุกประโยคที่เขาพูดมาแต่เธอกลับตอบเขาไปเป็นภาษาอังกฤษแทน

“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันชอบเดิน”

แล้วร่างระหงในชุดเสื้อยืดคอกลมสีขาวกับกางเกงยีนสีซีด สวมรองเท้าผ้าใบแบรนด์ดังก็เดินจากไป ด้านหลังของเธอมีชายไทยสองคนที่สวมชุดคล้ายกับพวกบอดี้การ์ดเดินตามห่างๆ โดยที่หญิงสาวไม่รู้ตัวเลยสักนิด

“ต่างชาตินี่หว่า....ก็นึกว่าคนไทย” หนุ่มวินเอ่ยตามหลังไป และเมื่อเห็นชายชุดดำสองคนเดินตามหญิงสาวเขาก็ถึงกับตกใจ

“มีบอดี้การ์ดด้วยเหรอวะ ไม่น่าถึงดูไม่ธรรมดาเลย”

หนุ่มวินเลิกสนใจสาวสวยที่ดูเหมือนลูกครึ่งและชายสองคนที่เขาเองก็คิดว่าบอดี้การ์ดที่เดินตามหลังเธอไปห่างๆ ที่ไม่คิดว่าเป็นคนร้ายเพราะหนึ่งในสองของชายชุดดำนั้นหันมาจ้องหน้าเขาจนเขาต้องหลบสายตา ราวกับว่าเขาได้ทำผิดอะไรต่อผู้หญิงคนนั้นไป

อลินาเพลิดเพลินกับการซื้อของกินเล่นและอาหารที่หนักท้องพอที่จะทำให้เธอไม่รู้สึกหิวไปจนถึงวันพรุ่งนี้ ทุกย่างก้าวของสาวสวยลูกครึ่งถูกสายตาของหนุ่มๆ และสาวๆ มองมาไม่ขาดสาย เธอสวยจนคนมองอดที่จะคิดว่าเธอเป็นดาราหรือนางแบบไม่ได้ หญิงสาวที่อยู่ต่างประเทศดูหน้าตาธรรมดาอย่างเธอ แต่พอกลับมาไทยเธอดูดีมีออร่าขึ้นมาในทันที และเธอถูกแมวมองพบเจอโดยบังเอิญ

“ขอโทษนะคะ คนไทยหรือเปล่าคะ” ลูซี่ สาวประเภทสองที่มีหน้าที่จัดหานายแบบนางแบบหน้าใหม่ให้แก่โมเดลลิ่งชื่อดังในไทยรีบเข้ามาทักทาย อลินามองคนที่เข้ามาทักตรงหน้า รอยยิ้มที่จริงใจของอีกฝ่ายทำให้เธอตอบกลับตามความจริง

“อ่า...เป็นลูกครึ่งไทยอเมริกันค่ะ” ลูซี่ถึงกับยกมือขึ้นมาป้องปากตามจริตของตนเอง ก่อนที่จะรีบเอ่ยถามเพชรน้ำงามตรงหน้าออกไป

“หนูพักอยู่ที่ไทยหรือแค่มาเที่ยวที่ไทยคะ”

“อ่อ...กะว่าจะมาอยู่ที่ไทยระยะสั้นน่ะค่ะ”

อลินาตอบไปตามตรง เธอยังไม่รู้ว่าจะไปอยู่ที่ไหน หรือไปที่ใดในไทย ยังไม่มีแพลนในชีวิตมากมาย ความคิดแรกที่ทำเรื่องมาไทยก็เพียงอยากหลีกหนีสามีในนาม

“แสดงว่ายังไม่มีอะไรทำใช่ไหมเอ่ย” คนฟังพยักหน้าขึ้นลงแม้จะรู้สึกงุนงง

“ถ้าอย่างนั้นพี่ขอแนะนำตัวเองก่อนเลยแล้วกันค่ะ พี่ชื่อลูซี่ เป็นคนที่จัดหานายแบบนางแบบหน้าใหม่ให้โมเดลลิ่งอเดลซึ่งเป็นโมเดลลิ่งของชาวอเมริกันที่มาลงทุนในไทยเมื่อสามปีก่อน แต่ตอนนี้ดังมากเลยนะคะ นายแบบนางแบบในสังกัดเราได้ดีกันทุกคน ถ้าหนูสนใจสามารถติดต่อพี่กลับมาได้ตามเบอร์โทรในนามบัตรนี้ได้เลยนะคะ” ลูซี่ไม่ปล่อยโอกาสที่จะได้เจียระไนเพชรเม็ดงามเม็ดนี้ให้เปล่งประกายออกมาในอนาคตเธอส่งนามบัตรของตัวเองให้หญิงสาวตรงหน้าทันทีเมื่อพูดจบ

“อ่า...ขอบคุณค่ะ แล้วจะติดต่อไปนะคะ ขอตัวก่อนค่ะ” อลินารับมาก่อนที่จะขอตัวแล้วเดินกลับออกจากตลาดกลางคืนมุ่งหน้ากลับโรงแรมที่เธอพักทันที

เมื่อไปถึงบนห้องพักหญิงสาวก็ล้มตัวลงนอนราบบนเตียงขนาดคิงไซซ์และล้วงเอากระดาษนามบัตรของคนที่เข้ามาทักทายเธอ อลินาไม่ปล่อยให้ความสงสัยของเธออยู่นานเธอหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมากดเข้าเว็บไซด์แล้วค้นชื่อโมเดลลิ่งอเดล ทันทีที่กรอกตัวหนังสือจนครบเว็บไซด์ของบริษัทก็แสดงขึ้นมาให้เธอได้อ่าน

“เจ้าของมีสองคนเหรอ อืม... ถ้าเป็นโมเดลลิ่งที่น่าเชื่อถือได้ก็น่าสนใจอยู่หรอก ตอนนี้ไม่มีอะไรทำลองไปเดินแบบดูก่อนดีไหมนะ”

เสียงหวานพึมพำออกมา ประวัติของโมเดลลิ่งมีชื่อเจ้าของเพียงหนึ่งคนซึ่งเป็นคนไทย ส่วนต่างชาติที่มีหุ้นน้อยกว่าคงจะไม่อยากเปิดเผยชื่อถึงไม่ได้ให้ประวัติเอาไว้ อลินาไม่ได้คิดมากเรื่องเจ้าของ แต่ที่เธอค้นหาโมเดลลิ่งนี้ในเว็บไซด์เป็นเพราะเธออยากมั่นใจว่าไม่ได้ถูกคนที่ให้นามบัตรมาหลอกมากกว่า

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ทาสรักพญามังกร
8.7
เพื่อปกป้องครอบครัวจากอันตราย สรัญรัตน์จำต้องยอมพลีกายให้แก่หยางโจวหมิง มาเฟียผู้ทรงอิทธิพลแห่งเกาะฮ่องกง ชายหนุ่มผู้มีแววตาเย็นชาและพร้อมบงการทุกชีวิตตามใจปรารถนา ภายใต้แรงกดดันมหาศาล เธอถูกบังคับให้เปลื้องผ้าต่อหน้าเขาอย่างช้าๆ ท่ามกลางความอัปยศและหยาดน้ำตา ขณะที่พญามังกรดำจ้องมองเรือนร่างใต้อาภรณ์กี่เพ้าด้วยความเสน่หาที่ปนเปไปด้วยความดูแคลน แม้หัวใจจะเจ็บปวดเพียงใด แต่เธอก็ไม่อาจหลีกหนีพันธนาการร้ายที่เขาจงใจสร้างขึ้นเพื่อตีตราจองในตัวเธอได้เลย
หน้าปกนวนิยาย รักหมดใจนายมาเฟีย
8.3
จากชีวิตที่เคยเรียบง่ายและแสนสงบสุขของฉัน กลับต้องพังทลายลงอย่างสิ้นเชิงเมื่อโชคชะตานำพาให้มาพบกับชายหนุ่มชาวญี่ปุ่นผู้มีรูปลักษณ์หล่อเหลาราวกับเทพบุตร ทว่าภายใต้ใบหน้าอันงดงามนั้น เขากลับมีนิสัยดุดันและวาจาที่แสนหยาบคายจนน่าตกใจ แม้เขาจะดูอันตรายและร้ายกาจเพียงใด แต่ทุกครั้งที่ได้ชิดใกล้ การกระทำของเขากลับสั่นคลอนความรู้สึกอย่างรุนแรง จนทำให้หัวใจของฉันเต้นรัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในชีวิตนี้
หน้าปกนวนิยาย แด๊ดดี้คนเลว
7.8
เมื่อเด็กสาวผู้ไร้เดียงสาถูกรับมาเลี้ยงดูในฐานะลูกบุญธรรมโดยกลุ่มมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลทั้งสามคน ท่ามกลางความหรูหราและอำนาจมืดกลับมีความลับดำมืดซ่อนอยู่ภายใต้ความสัมพันธ์แบบสี่คนนี้ เหล่าพ่อบุญธรรมไม่ได้มีเพียงความเมตตาให้เธอเท่านั้น แต่ทุกคนต่างมีแผนการบางอย่างที่ปิดบังไว้และมีจุดประสงค์แอบแฝงที่รอคอยเวลาเปิดเผยออกมาในวังวนแห่งความรักที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมและอันตรายของโลกมาเฟียยุคใหม่
หน้าปกนวนิยาย กรงรักในมือซาตาน
9.4
สำหรับฟาติน ความรักไม่ใช่น้ำผึ้งที่หอมหวาน แต่คือยาพิษที่เธอจำใจต้องกลืนลงคอ หลังถูกอานัส มาเฟียผู้ทรงอิทธิพลซื้อตัวมาเป็นเพียงผู้หญิงในฮาเร็มเพื่อสนองตัณหา เธอต้องเผชิญกับการทารุณทั้งร่างกายและจิตใจจนศักดิ์ศรีมลายสิ้น แม้จะร้องขอความตายเพื่อจบสิ้นความทุกข์ระทม แต่อานัสกลับประกาศกร้าวด้วยความเหี้ยมเกล้าว่าเธอไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะตาย และเขาจะกักขังเธอไว้ในกรงขังแห่งความเจ็บปวดนี้ไปชั่วชีวิตโดยไร้ทางหนี
หน้าปกนวนิยาย ไซเรน…มาเฟียร้ายคลั่งรัก (Siren & Tier)
9.7
ไซเรน มาเฟียหนุ่มสุดเถื่อนวัย 29 ปี ผู้มีใบหน้าหล่อเหลาราวกับเทพบุตรแต่แฝงด้วยความอันตราย ชีวิตเขาเปลี่ยนไปเมื่อถูกช่วยชีวิตโดย เทียร์ นักศึกษาสาววัย 23 ปี จากมาเฟียผู้โหดร้ายต่อคนทั้งโลก เขากลับปฏิญาณตนว่าจะยอมเป็นเด็กดีและคลั่งรักเธอเพียงคนเดียวเท่านั้น ทว่าการก้าวเข้ามาของเขากลับทำให้ชีวิตอันสงบสุขของเทียร์ต้องสั่นคลอน เมื่อต้องรับมือกับคำขอแต่งงานสุดแปลกและการรุกรานที่หาความปกติไม่ได้จากชายหนุ่มที่พร้อมจะสยบแทบเท้าเธอ
หน้าปกนวนิยาย สยบรักมาเฟีย
9.1
ความบาดหมางยาวนานแปดทศวรรษระหว่างคอลิเอโน่และการ์เซียน่า สองขั้วอำนาจแห่งกรุงโรมกลับมาระอุอีกครั้งหลังเหตุลอบวางเพลิงโกดังสินค้า ท่ามกลางเพลิงสงครามที่ปะทุขึ้น ดอนมิคาเอลยอมเสี่ยงตายฝ่าวงล้อมศัตรูเพื่อตามหาและปกป้องอนงค์นาง หญิงสาวที่เป็นดั่งดวงใจโดยไม่เกรงกลัวอิทธิพลของเฟรโด การกระทำที่ท้าทายนี้สร้างความโกรธแค้นจนนำไปสู่คำสั่งล้างแค้นด้วยการเผาคฤหาสน์คืน กลายเป็นจุดเริ่มต้นของโศกนาฏกรรมความรักและหยดเลือดที่ยากจะสิ้นสุดลงได้ง่ายๆ