ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย นพรัตน์ & ณัชชา

นพรัตน์ & ณัชชา

เมื่อความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนกลายเป็นความลับที่ต้องปิดตาย ณัชชาตัดสินใจขอร้องให้นพรัตน์ลืมเรื่องราวที่เกิดขึ้นและยุติความสัมพันธ์ลง เพราะเธอกำลังจะแต่งงานกับธารินทร์ เพื่อนร่วมรุ่นที่เขาเองก็รู้จักดี คำขอที่แสนเย็นชาสร้างความโกรธแค้นให้ชายหนุ่มอย่างรุนแรงจนแทบระงับอารมณ์ไม่อยู่ นพรัตน์จึงตอบโต้ด้วยถ้อยคำเยาะหยันถึงความไร้เดียงสาของว่าที่เจ้าบ่าว ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความตึงเครียดและไฟริษยาที่แผดเผาใจของเขาอย่างบัดนี้
ตอน
แชร์

ตอน 1

แรงปะทะเบาๆจากร่างของหญิงสาวสองคนตรงหัวมุมหน้าทางเข้าห้องน้ำของชั้นบนสุดในห้างสรรพสินค้าชื่อดังกลางเมืองทำเอาทั้งคู่ชะงักงันกันไปเป็นครู่ ก่อนที่อีกฝ่ายจะก้มหน้าเตรียมเดินหลบ แต่อีกคนมองจ้องนิ่งอึดใจเดียว รีบเรียกเอาไว้ก่อนที่ทางนั้นจะทันได้พ้นไปจริงๆ ราวกับไม่อยากทักทายเพื่อนสมัยเรียนอย่างไรอย่างนั้น

คนอัธยาศัยดีกว่าร้องเรียกเพื่อนอย่างร้อนรน

“เดี๋ยวค่ะ ณัช ณัชชาใช่ไหม”

หญิงสาวเจ้าของชื่อ ‘ณัชชา’ ที่อีกฝ่ายออกปากเรียกหยุดแล้วหันมายิ้มบางๆ ดูฝืนชอบกล ทักกลับเสียงเบาอย่างเสียมิได้

“อ้าว ว่าไงปูนิ่ม”

“โหย ดีใจอ่ะ จำชื่อเราได้ด้วย นี่ไม่เจอกันนานแค่ไหนแล้วเนี่ย ตั้งแต่จบมอหกเลยไหม”

ด้วยพื้นฐานนิสัยไม่ใช่คนช่างพูด จึงทำเพียงยิ้มน้อยๆตอบไปเท่านั้น แม้จะไม่ได้อยู่ห้องเดียวกัน แต่ทั้งสองเรียนในระดับชั้นเดียวกัน เคยทำกิจกรรมร่วมกันบ่อยครั้ง ตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นถึงตอนปลาย

‘ปูนิ่ม’ หรือ ‘อัญจารีย์’ รีบชวน

“ว่างไปนั่งคุยกันก่อนไหมณัช”

รอยยิ้มยังคงประดับอยู่บนใบหน้า ตอบออกไปตามจริง

“เราต้องทำงานน่ะปูนิ่ม”

อัญจารีย์มองเครื่องแบบของอีกฝ่ายที่เป็นชุดสูทเสื้อกางเกงขายาวสีเทาแต่งขอบดำ คลับคล้ายจะเป็นพนักงานในสถานเสริมความงามมีชื่อบนชั้นนั้น ก็พยักหน้าอย่างพอเข้าใจว่าเพื่อนคงปลีกตัวไปนั่งดื่มตามคำชวนไม่ได้ แล้วเลยขอเบอร์โทรศัพท์เพื่อใช้ติดต่อกันก่อนแยกตัวจากมา

หญิงสาวเจ้าของชื่อเล่นปูนิ่ม พาตัวเองลงไปยังด้านล่างสุดของตัวห้างสรรพสินค้า ผ่านทางออกสู่ด้านนอก มองขึ้นไปบนฟ้าตอนนี้เริ่มมืดลงมากกว่าตอนที่มาถึง เหมาะสมกับเวลาที่ล่วงเข้าทุ่มห้าสิบพอดิบพอดี แต่กระนั้นถนนด้านหน้ายังคงคึกคักด้วยยวดยานพาหนะและผู้คนที่เดินขวักไขว่กันอยู่ ยืนรอที่ทางเท้าไม่นาน รถคันหรูสีดำปาดเข้ามาจอดขนาบตรงที่ยืนคอย จึงเปิดประตูขึ้นนั่งที่เบาะด้านข้างคนขับ เจ้าของรถพาสี่ล้อคันงามออกสู่ถนนเบื้องหน้าในทันที

“ตรงเวลามาก...ค่ะคุณนพ”

แสร้งลากเสียงยาวยียวนใส่สารถีรูปงาม ชายรองของบ้านอัศวหาญญ์วรกุล ผู้ซึ่งขึ้นชื่อว่าหน้าตาดีกว่าพี่กว่าน้องที่เหลือ นพรัตน์ประคองพวงมาลัยรถยนต์ เหลือบมองหญิงสาวเบาะด้านข้างถามเนิบๆ

“ได้อะไรมาบ้าง”

“ไม่ได้อะไรเลยคุณนพ กระเป๋าที่ปูนิ่มจองไว้ ร้านไม่ยอมเช็คของก่อน สายมันนะด้ายรุ่ยเชียว ดีที่ปูนิ่มตาไวเห็นเข้าเลยบอกเขาว่าไม่เอาแล้ว แกล้งทำหน้าบึ้งๆด้วยแหละ เท่านั้นเอ๊ง...เขารีบให้ส่วนลดปูนิ่มเลย ส่วนรุ่นใหม่ที่กำลังจะมาอ่ะนะ ปูนิ่มก็ห้าสิบห้าสิบ ไม่ได้ชอบมากเท่าไร ร้านกระซิบบอกส่วนลดแล้วก็เลยว่าอะๆเอาก็ได้ เขาบอกจะรีบส่งมาให้ไม่เกินสามวันนี้ค่ะ”

“ทั้งร้านมีใบเดียว?” เสียงถามแม้ฟังว่าเรียบแต่คนฟังสัมผัสได้ว่าอีกฝ่ายกำลังยียวนตน ยิ้มแล้วก็ว่า

“แหม มันก็มีหลายใบอยู่หรอก แต่รุ่นที่ปูนิ่มอยากได้ มันมีใบเดียวไง” บอกจบ เมินออกไปมองด้านนอกรถ ค่อยเอ่ยขึ้นเสียงเบาลงผิดวิสัย “ปูนิ่มเจอเพื่อนด้วยนะคุณนพ”

ชายหนุ่มทิ้งช่วงไปอึดใจใหญ่ๆ กว่าจะถามออกมาได้

“ใคร”

“ณัชชา”

อัญจารีย์ตอบออกไปแล้ว ก็ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือไม่ ว่าบรรยากาศบนรถอึมครึมลงเล็กน้อย แล้วเลยจ้องอีกฝ่ายนิ่งๆ ถามเขากลับ “คุณนพจำณัชชาได้ไหม คุณห้องเดียวกับเขานี่ เด็กห้องคิงไม่ใช่หรือไง”

ชายหนุ่มเจ้าของรถหรูหัวใจกระตุกวูบขึ้นจังหวะหนึ่งพร้อมสะดุดลมหายใจของตัวเอง ไม่ตอบอะไรอีกฝ่าย เจ้าหล่อนเลยขยับตัวมองหน้าชายหนุ่มจริงจัง หรี่ตาก่อนว่า

“จำไม่ได้จริงอ่ะ แล้วว่าแต่ปูนิ่มความจำสั้น”

ชายรูปงามเจ้าของรถยังคงนิ่ง อัญจารีย์เย้าต่อไม่ยอมให้จบง่ายๆ “ไม่เห็นถามเหมือนทุกทีเวลาปูนิ่มเจอเพื่อนคนอื่นเลยล่ะว่าสวยขึ้นไหม อกตู้มหรือเปล่า ไม่ก็ก้นเด้งมากไหม แปลกนะเนี่ย” ถามจบเอียงคอมองจ้องหน้าด้วยสายตาจับผิด

นพรัตน์ผินหน้าไปมองทางอื่นชั่วคราว ถามให้ตัวเองหลุดพ้นจากอาการน่าสงสัยของหญิงสาวข้างกาย

“สวยไหม”

อัญจารีย์เลยเลิกให้ความสนใจกับท่าทีของชายหนุ่ม ขยับนั่งตัวตรงมองไปที่ถนนด้านหน้า นิ่งคิดครู่เดียว ตอบออกไป

“ถ้าเทียบกับตอนเรียน ปูนิ่มว่าตอนนั้นณัชชาเธอดูน่ารักกว่านี้เยอะเลยนะ เมื่อกี๊ตอนเจอกันเธอก็ดูสวยดีอยู่หรอก แต่แววตาดูซึมๆยังไงไม่รู้ ไม่สดใส ปูนิ่มว่าณัชชาเธอดูผอมไปหน่อยด้วยแหละ”

คนจำใจถามครางรับสั้นๆ “อือม์”

“นี่คุณนพ ไม่อยากเม้าเพื่อน ถึงเธอจะผอมแต่อกเธอตู้มมากเลยนะ”

ว่าจบได้ยินชายหนุ่มทำเสียงอย่างหนึ่งในลำคอ เลยหัวเราะเบาๆ หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเลื่อนบนหน้าจอไปมาบอกทั้งที่ยังก้มหน้าอยู่

“ปูนิ่มขอเบอร์มาด้วย กะว่าจะเอาไว้โทรคุยกัน เลี้ยงรุ่นรอบนี้ต้องลากณัชชาไปให้ได้เลยคอยดู”

อัญจารีย์เงียบไปอึดใจเดียว บอกต่ออีกคล้ายระลึกถึงความหลัง

“ณัชชาเนี่ยเป็นคนเดียวในรุ่นมั้งเนอะคุณนพที่ติดต่อไม่ได้เลย เห็นไหมมัวแต่โม้ ลืมถ่ายรูปคู่ด้วยกันเอาไว้เป็นหลักฐาน จะได้เอาไปบอกคนอื่นๆได้ว่าอิฉันพบเพื่อนที่ตามตัวยากสุดแล้วจริงๆ”

“เขายอมหรือไง”

“ยอมอะไรคะคุณนพ ยอมให้ถ่ายรูปอ่ะ”

“อือม์”

“ไม่รู้สิ อิฉันก็เนียนๆไปสิคะ นี่ยังจำได้เลยนะ สมัยนั้นน่ะ ณัชชาเธอคบใครที่ไหน แต่แอบเห็นนะว่ามีคนไปวอแวกับนุ้งณัชเพื่อนน้อยอยู่คนหนึ่ง หึงนะคะรู้ไหม”

อัญจารีย์เรียกฉายาบุคคลที่สามที่เพื่อนคนอื่นตั้งสมญานามให้พร้อมรอยยิ้มแปลกๆบนใบหน้าของเจ้าหล่อน ปรายตามองนพรัตน์อย่างต้องการให้รู้ว่าตนระแคะระคายเรื่องซุบซิบสมัยเรียนมัธยมปลายเช่นกัน

“แล้วไง”

เสียงถามเย็นชาแต่ยอกย้อนคล้ายร้อนตัวของชายหนุ่ม ทำเอาอัญจารีย์ยิ้มกริ่มขึ้นในทันที ว่ากลับด้วยท่าทีสบายอกสบายใจ

“ไม่แล้วไงหรอก ใครจะกล้าแล้วไงกับคุณนพล่ะคะ”

“ชักพูดมากแล้วเนี่ย ลงเลยไหม”

“เอะอะไล่ลงรถตลอด เกลี๊ยดเกลียด”

“เดี๋ยวเตรียมตัวลงเลย ส่งข้างหน้านี่แล้วกัน”

ว่าจบเลื่อนมือเร่งเสียงเพลงลูกกรุงของนักร้องชื่อดังในตำนานบนพวงมาลัยรถยนต์ อัญจารีย์มุ่ยหน้าบ่นพึม “เปลี่ยนเพลงเถอะคุณนพ ฟังอะไรก็ไม่รู้คอนทราสกับคนกับรถมากๆเลย”

ชายหนุ่มเมิน แล้วมองออกไปที่ด้านนอกรถไม่พูดอะไรต่อ จ้องไฟจราจรตรงแยกใหญ่ใจกลางมหานครนิ่งราวกับมันเป็นสิ่งมหัศจรรย์อยู่เป็นนาน พร้อมความทรงจำในอดีตที่วาบผ่านเข้ามาในหัวของเขา พยายามลืมเลือนมันไปหลายครั้งแล้วแต่ก็ทำไม่ได้เลยสักครั้งเดียว

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย RULE SET : กฎของรามสูร
8.0
ชีวิตของแอรีสต้องพลิกผันอย่างคาดไม่ถึง เมื่อเธอตัดสินใจเข้าทำงานและได้พบกับรามสูร ชายหนุ่มผู้เฉื่อยชาและเย็นชาที่ยื่นข้อเสนอให้เธอเป็นหมอนข้างส่วนตัวของเขา ด้วยความอวดดีทำให้เธอตกปากรับคำโดยไม่รู้เลยว่าการใกล้ชิดเขาจะทำให้เธอต้องสูญเสียทั้งตัวและหัวใจจนกลายเป็นของเขาในที่สุด รามสูรแสดงความเป็นเจ้าของอย่างดุดัน พร้อมประกาศกร้าวว่าเธอคือเมียของเขาเพียงคนเดียวเท่านั้น และเขาจะไม่ยอมให้ชายหน้าไหนมาแตะต้องเธอเด็ดขาด หากใครกล้าฝ่าฝืนกฎนี้เขาพร้อมจะจัดการให้ถึงตาย
หน้าปกนวนิยาย พรหมลิขิตรัก
9.6
เรื่องราวความรักสุดโรแมนติกของชายหนุ่มคนหนึ่งที่เฝ้าคะนึงถึงหญิงสาวในนิมิตฝันมาโดยตลอด เขาตัดสินใจออกตามหาเธอผู้เป็นเจ้าของหัวใจในโลกแห่งความเป็นจริงด้วยความหวังอันแรงกล้า จนกระทั่งในที่สุดอำนาจแห่งพรหมลิขิตก็ได้นำพาให้ทั้งคู่โคจรมาพบกันอย่างไม่คาดฝัน นำไปสู่จุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่ถูกถักทอขึ้นจากความฝันสู่ความจริงที่แสนหวานและตราตรึงใจในยุคสมัยใหม่นี้อย่างลงตัวที่สุด
หน้าปกนวนิยาย ไฟซ่อนเชื้อ [คู่กัด พ่อแง่แม่งอน]
9.8
Hataichanok is a sharp, confident woman who meets her match in Pawee, a calm man who has always been patient with her. However, his composure shatters when he discovers she used him as a mere pawn for revenge. After their marriage becomes a battlefield of deception, Pawee refuses to grant the divorce she craves. Consumed by betrayal, he decides to force her to pay the price for her schemes, trapping her in a high-stakes clash of emotions and hidden desires.
หน้าปกนวนิยาย แรกพบสบรัก
8.6
ผมชื่อ ‘มาวิน’ แต่ชีวิตไม่เคยวินสมชื่อ ตอนเด็กเคยฝันว่าอยากมีพลังวิเศษเหมือนซูเปอร์ฮีโร่ แต่พอสิบขวบ ผมก็ได้พลังวิเศษนั่นมา ...พลังวิเศษที่ทำให้มองเห็นทะลุเสื้อผ้าได้ยันซอกหลืบทันทีที่สบตากับเจ้าของร่างกาย คงคิดสินะว่าผมคงจะได้เห็นร่างกายสาว ๆ จนเปรม แต่ผิด ไม่เคยได้เห็นร่างเปลือยของสาว ๆ เลย เพราะไอ้ที่ผมเห็นน่ะ...ร่างกายผู้ชายล้วน ๆ เลยเถอะ! ไอ้พลังบ้านี่ดันทำให้เห็นแต่ผู้ชายด้วยกันซะงั้น โอ้โห หันขวาก็มะเขือยาว หันซ้ายก็แตงร้าน เอ้า ไอ้หมอนี่แตงกวา หมอนั่นมาแปลก ผิวขรุขระ มะระก็แล้วกัน แม่งเอ๊ย ตาจะบอด กลายเป็นคนเก็บตัวในพริบตา จะไม่ให้เก็บตัวได้ไง สบตาใครก็เห็นกระเปี๊ยวชาวบ้านไปทั่วแบบนี้ เคราะห์ซ้ำกรรมซัดเมื่อผมจำเป็นต้องหารูมเมทเพื่อแชร์ค่าหอพักด้วยฐานะทางบ้านเริ่มมีปัญหา คิดหนักอยู่นานถ้าจะต้องเห็นผู้ชายด้วยกันเดินโทงเทงในห้องตัวเอง แต่สวรรค์ก็ไม่ได้ใจร้ายกับผมขนาดนั้น ส่ง ‘คชา’ ทูตกิจกรรมมหาวิทยาลัยเดียวกันกับผมมาให้ สะ...สบตาแล้วมองทะลุเสื้อผ้าไม่ได้ เพราะอะไรก็ไม่รู้ล่ะ แต่มาอยู่ด้วยกันเถอะ กราบแล้ว!
หน้าปกนวนิยาย สวนฟาร์มมหัศจรรย์ยุค80
8.8
เซี่ยถิงถิง ปัญญาชนสาวสวยผู้ย้อนเวลากลับมาในวันที่ถูกแฟนหนุ่มบอกเลิกอย่างไม่ใยดี เพราะเขาต้องการเกาะฐานะลูกสาวนายทหารเพื่อความก้าวหน้า และดูแคลนชาติกำเนิดลูกชาวนาของเธอ แม้จะเสียใจที่มองคนผิดแต่ถิงถิงก็ไม่ยอมแพ้ เธอตัดสินใจลาออกเพื่อกลับไปพลิกฟื้นภูเขาแห้งแล้งในบ้านเกิดให้เป็นฟาร์มที่มั่งคั่ง เพื่อพิสูจน์ว่าอาชีพเกษตรกรนั้นทรงเกียรติและร่ำรวยได้ไม่แพ้ใคร พร้อมบทเรียนครั้งใหม่ที่เธอจะไม่ยอมตายอย่างน่าอนาถเพียงเพราะความประมาทเหมือนในอดีตที่ผ่านมา
หน้าปกนวนิยาย ร่านรักเริงใจ
9.0
วิรามรพยายามขัดขืนการรุกรานอันเร่าร้อนของดอน สามีหนุ่มที่กำลังปรนเปรอสวาทให้เธออย่างหนักหน่วง แม้ปากจะพร่ำบอกให้เขาหยุดและบริภาษว่าเขาคือซาตาน แต่ร่างกายกลับทรยศด้วยการแอ่นรับสัมผัสจากปลายลิ้นที่จู่โจมจุดอ่อนไหวจนน้ำหวานหลั่งริน ดอนไม่ยอมละความพยายามในการตักตวงความสุขจากกุหลาบงามที่แสนหอมหวาน ยิ่งเธอกระสันซ่านจนใกล้ขาดใจ เขาก็ยิ่งมัวเมาในรสรักจนถอนตัวไม่ขึ้น ทิ้งให้วิรามรต้องติดอยู่ในบ่วงกามารมณ์ที่ยากจะต้านทานไหวในค่ำคืนที่เต็มไปด้วยแรงปรารถนา