ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย DANGEROUS PERSON  หนีรักมาเฟีย

DANGEROUS PERSON หนีรักมาเฟีย

อีโซมิน มาเฟียหนุ่มลูกครึ่งเกาหลีจีนผู้มีเบื้องหลังอันมืดมนและเป็นเจ้าของอาณาจักรคาสิโนรายใหญ่ในกัมพูชาและมาเก๊า กำลังไล่ล่าตัว บัว หรือ ยอนฮวา หญิงสาวลูกครึ่งไทยเกาหลีที่ชีวิตต้องพลิกผันจากหน้ามือเป็นหลังมือเพียงเพราะได้พบกับเขา แม้เธอจะพยายามหนีไปให้ไกลเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ในต่างแดน แต่เขากลับประกาศกร้าวว่าหากตามตัวเธอกลับมาได้เมื่อไหร่ บทลงโทษที่รออยู่จะทรมานยิ่งกว่าเดิม ท่ามกลางความหวาดกลัวที่เธอยืนยันว่าไม่เคยรู้จักเขามาก่อนเลยแม้แต่น้อย
ตอน
แชร์

ตอน 3

"คนนี้เดี๋ยวกูจัดการเอง..มึงออกไปข้างนอกก่อน"

ผู้ชายร่างสูงหล่อเหลาสมบูรณ์แบบเดินเข้ามาจากประตูอีกฝั่งหนึ่ง ทำให้พนักงานสักคนนั้นวางอุปกรณ์ที่กำลังเตรียมลง

"ครับ..เจ้านาย"

หัวใจของคาร่าพลันเต้นแรงเมื่อเห็นว่าเขาเป็นใคร เธอเคยโฉบมาที่ร้านนี้หลายครั้งและรู้จักเขาเพราะเพื่อนอีกคน แต่เขากับเธอยังไม่เคยพูดคุยกันตรง ๆ เลยสักครั้ง

คงเพราะเขาหล่อมากแม้ว่าชื่อเสียงในเรื่องผู้หญิงของเขาไม่ค่อยดีนัก เพราะเขาเป็นประเภทไม่ผูกมัดและค่อนข้างที่จะช่างเลือกจึงทำให้ ในกลุ่มเพื่อน ๆ ของเธอที่ชอบล่าแต้มต่างต้องการลองของกับเขา

ถ้าผู้ชายคนนี้ยินยอมหมายความว่า เธอคนนั้นแจ่มมากพอ

คาร่าอยากจะพิสูจน์ตัวเองและติดตาต้องใจเขา ลีคนนี้คือเสปคของเธอ คาร่าอยากกินเขาตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นหน้า แน่นอนว่าเธอไม่เคยปิดบังว่าเรื่องเซ็กส์สำหรับเธอมันคือเรื่องสนุก

เขานั่งลงข้าง ๆ คาร่าได้กลินน้ำหอมราคาแพงโชยออกมาจากตัวเขา แค่กลิ่นก็บ่งบอกเจ้าตัว ผู้ชายคนนี้รสนิยมดีเป็นอย่างมาก ถึงจะดูเย็นชาแต่กลับมีเสน่ห์จนเธอห้ามใจไม่อยู่ ยิ่งมองใกล้ ๆ ก็ยิ่งหล่อ เรียกได้ว่าเครื่องหน้าของเขาสมบูรณ์แบบยิ่งกว่ารูปปั้นเสียอีก

เขาเช็คความเรียบร้อยของอุปกรณ์การสัก คาร่าสูดหายใจลึก ๆ แล้วยิ้มหวานให้เขา

"อะ...เอ่ออ...ชื่อ..คาร่านะคะ"

เขายังคงเงียบ นิ้วมือเรียวยื่นหนังสือตัวอย่างลายสักเล่มหนาให้คาร่า ดวงตาของเขาที่มองคาร่าสวยมากจนเธอรู้สึกอิจฉา คาร่าจ้องเขาอยู่นานจนกระทั่งน้ำเสียงเย็นชาดังขึ้นอีก

"จะสักลายอะไรครับ ตัดสินใจได้หรือยัง"

คาร่าสะดุ้งรู้สึกตัว หญิงสาวโน้มตัวลงมาหาเขา แอบดึงเสื้อกล้ามลงมาให้คอลึกขึ้นกระทั่งเห็นเนินนม เธอจ้องเขาดวงตาหวานเยิ้มเริ่มต้นโปรยเสน่ห์

"เอ่ออ...ลายผีเสื้อค่ะ"

ลีพยักหน้ามองสำรวจร่างกายของหญิงสาวแบบผ่าน ๆ

"สักตรงไหนครับ!"

คาร่ากัดฟันด้วยลีลาเซ็กซี่พร้อมกับยิ้มยั่ว ๆ ดึงเสื้อสายเดี่ยวข้างหนึ่งลงมาพร้อมกับมองเขา

"เอ่อ อยากสักตรง....."

คาร่าเลื่อนมือลงไปแถวๆใต้สะดือ เธออ้าขาออกเล็กน้อยแล้วปลดตะขอกางเกงออกทั้งรูดซิปลงมา หญิงสาวดันมือเข้าไปด้านในกางเกง ปลายนิ้วหยอกเย้ากับติ่งเสียวเบา ๆ เล่นรักกับตัวเองให้เขาดูอย่างเปิดเผย

กางเกงขาสั้นของเธอสั้นมากจนอวดแก้มก้น และแค่เห็นท่าทางของเขาเธอยอมรับว่ามันทำให้เธอรู้สึกร้อน และฉ่ำเยิ้มจนคุมตัวเองไม่อยู่

ผู้ชายคนนี้ช่างมีเสน่ห์เกินต้านจริง ๆ

สีหน้าของลีเปลี่ยนไปทันทีเมื่อเข้าใจเจตนารมย์ของผู้หญิงที่มาอ่อยเขาถึงที่ จากเย็นชาดูอ่อนลงเล็กน้อย เขามองคาร่าอีกครั้งพร้อมกับถามออกไป

"แน่ใจว่าอยากสักตรงนั้นเหรอครับ"

คาร่ากัดปาก ล้วงนิ้วเข้าไปในร่องเสียวแล้วพูดเบา ๆ

"ได้ข่าวว่าเจ้าของร้านสักลึก สักเด็ด ไม่รู้ว่าจริงหรือเปล่า อยากลองดูสักครั้งว่าจะเด็ดสมคำล่ำลือหรือเปล่า"

ลีหัวเราะในลำคอ สีหน้าผ่อนคลายแต่ท่าทางยังดูเย็นชา ยิ่งทำให้คาร่าต้องการเขามากขึ้น เธอชอบของยาก และอยากจะรู้ว่ามันจะยากขนาดไหน เธอพยายามหลายครั้งแต่ไม่เคยอยู่ในสายตาของเขาจนกระทั่งวันนี้ในที่สุดเธอก็เกือบทำสำเร็จแล้ว

"ผมสักให้ได้นะครับ...แต่จำไว้ว่าผมไม่ผูกพันธ์กับใครและอีกอย่างผมมีข้อแลกเปลี่ยน"

"ฉันรู้ดีค่ะ เพราะว่าฉันก็แค่อยากลอง ว่าแต่ข้อแลกเปลี่ยนนี่คืออะไรหรอคะ?"

ลียิ้มหล่อเหลา

"ถ้าได้สิ่งที่ต้องการแล้ว....ช่วยกลับไปเลย..ได้ไหมครับ..กลับไปคนเดียว..."

"เอ่ออ...แต่ฉันมากับเพื่อนนะคะ.."

"นั่นแหละครับ....ทิ้งเพื่อนของคุณไว้ที่นี่..แล้วกลับไปซะ"

"เอ่อออ...."

"แล้วคุณจะได้...อย่างที่คุณ...."..ลีเว้นจังหวะพูดก่อนจะลูบไล้แผ่นหลังบางไปมาอย่างเบามือ "ต้องการ..."

คาร่าขมวดคิ้ว หรือว่าลีเกิดติดใจยัยบัวเข้าแล้ว เธอลังเลเล็กน้อยแต่รู้มาว่าลีไม่เคยบังคับใคร เขาหล่อรวยขนาดนี้คงเพียงจะสนใจยัยบัวเข้า ถ้าเพื่อนเธอไม่สนใจเขาก็คงปล่อยเธอกลับบ้านเอง

เอาล่ะ คาร่าไม่ได้คิดว่าตัวเองผิด และเธอก็อยากลองเขาสักครั้งเผื่อว่าเขาและเธอจะเข้ากันได้เป็นอย่างดีโอกาสสานความสัมพันธ์ก็อยู่ตรงหน้านี้แล้ว

"ก็ได้ค่ะ เอ็นดูยัยนั่นหน่อยแล้วกันนะคะ นางไม่เคยมาก่อนพวกไก่อ่อนน่ะค่ะ"

ลีไม่ตอบเพียงแต่ยิ้มบาง ๆ ให้ตายเถอะ โคตรพ่อโคตรแม่หล่อชะมัด คาร่าโน้มลำคอของเขาลงมาในขณะที่มือของเขาล้วงเข้ามาในกางเกงของเธอแล้วทาบทับมือเล็กของคาร่าเอาไว้

"อื้อ อาาา"

บัวกินขนมไปมากจนแน่นท้อง มองไปที่ผนังรอคอยอย่างหงุดหงิด คิดจะเข้าไปดูเพื่อนแต่คนที่นั่งเฝ้าอยู่หน้าประตูไม่ยอมให้เข้า เธอจึงได้แต่กลับมานั่งที่เดิมแล้วเล่นโทรศัพท์รอ

"ทำไมเข้าไปนานจังเลยนะ บอกสักแค่ผีเสื้อไม่ใช่เหรอ ผีเสื้อตัวเล็ก ไม่ถึงชั่วโมงก็น่าจะเสร็จแล้วหรือว่าช่างสักไม่มีฝีมือกัน"

กระทั่งคาร่าเดินออกมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ผมของเธอยุ่งเล็กน้อย สายตาของคนหลายคู่ยังมองมายังเธอแต่คาร่าไม่สนใจ กลับสบตาของผู้หญิงบางคนกลับไปอย่างท้าทาย บัววางโทรศัพท์ลงแล้วบ่นเสียงไม่ดังมาก

"โห....มึงไปนานมากไม่ใช่ได้ผีเสื้อมาทั้งสวนเลยเหรอวะ"

บัวลากเสียงยาวพร้อมกับพ่นลมหายใจออกมา

"เออ ลายมันยากอ่ะ เลยนานไปหน่อย...."

"ผีเสื้อนี้เหรอยาก ไหนกูดูหน่อย"

คาร่าหัวเราะ "อีบ้ามึงจะดูได้ไง มันสักอยู่ตรงนี้"

คาร่าชี้ไปที่บริเวณที่ลับของเธอ

"เออ แล้วค่อยถ่ายรูปมา"

บัวขมวดคิ้ว เธอสงสัยท่าทางของเพื่อนขึ้นมา

"แล้วทำไมเดินแบบนั้นอะ.."

คาร่าแก้ตัวน้ำขุ่น

"กู..ล้มอะ เลยเดินไม่สะดวก..เดี๋ยวกูไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ มึงรอนี่แป๊บ"

คาร่าพูดจบก็เดินออกไป บัวเองก็แปลกใจกับท่าทีแปลกๆของเพื่อนสาว..ดูมีลับลมคมในแปลกๆ

"อ้าว มึงคาร่าเดี๋ยว"

ก่อนที่จะได้คิดอะไรไปมากกว่านั้นก็มีพนักงานเดินมาเรียกเธอให้เข้าไปสักเป็นรายต่อไป

"คิวต่อไปเชิญ...คุณบัวครับ"

"อะ...เอ่ออ...ฉันหรอคะ"...

บัวถามพลางชี้นิ้วมาที่ตัวเอง เมื่อคาร่าไม่อยู่บัวเกิดกลัวขึ้นมาเล็กน้อย ปกติเพื่อนของเธอต้องอยู่ด้วยตลอดแต่ตอนนี้เธอต้องสักคนเดียวเหรอ ในใจของบัวเต้นระรัวจู่ ๆ เธอก็รู้สึกแปลก ๆ

"ใช่ครับ...คุณบัว..ยอนฮวาใช่หรือเปล่า จะมาสักไม่ใช่เหรอครับ เข้ามาสิครับหรือถ้าไม่เข้ามาก็กลับไปเลยครับจะได้เลื่อนคิวอื่นเข้ามาแทน"

พนักงานคนนั้นทำท่ารำคาญเมื่อเห็นท่าทางลังเลของเธอ บัวจึงเกรงใจเขาเธอจึงพยักหน้าไม่รอเพื่อนแล้วก็ได้

"ค่ะ....ได้ค่ะ "

บัวเดินตามพนักงานเข้าไปในห้องอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ โดยที่ไม่รู้เลยว่าชายหนุ่มที่รออยู่ในห้องกำลังรอเธอด้วยใจที่จดจ่อ

บัวเดินเข้ามาก็เจอกับชายหนุ่มตัวสูงใหญ่แต่งตัวด้วยชุดสีดำทั้งชุดใส่แมสปิดปากนั่งอยู่บนเก้าอี้ตรงมุมห้อง

"อะ..เอ่ออ...ต้องนอนตรงนี้ใช่ไหมคะ"

ไม่มีเสียงตอบกลับ..มีเพียงใบหน้าที่ปิดด้วยผ้าปิดปากสีดำพยักขึ้นลงเป็นคำตอบ

บัวยืนเลิ่กลั่กอย่างทำอะไรไม่ถูก...บรรยากาศเหมือนฉากๆหนึ่งในหนังฆาตกรรมไม่มีผิด เมื่อเกิดความกลัวความไม่ไว้ใจปนหวาดระแวงก็เกิดขึ้น ....ไม่สักแล้วดีกว่า....

"ขอโทษด้วยนะคะ..ฉันขอไม่สักแล้วค่ะ"

บัวพูดจบก็หันหลังโดนไปเปิดประตู...แต่ทว่า

มันล็อค

บัวยังไม่คิดอะไรจึงหันไปถามเขา

"เอ่อ..ขอโทษนะคะ...ประตูมันล็อค"

เขายังคงเงียบ  บัวคิดว่าเขาไม่ได้ยินจึงบอกเขาเสียงดังขึ้น

"คุณคะ ประตูมันล็อคค่ะ ฉันเปิดไม่ออก ช่วยมาดูหน่อยค่ะ"

เขายังคงเงียบ บัวเริ่มกลัวและรู้สึกใจไม่ดีขึ้นมา

บัวยิ่งทำอะไรไม่ถูกมากขึ้นไปอีก...หรือจะถูกหลอกมาฆ่าทิ้งกันนะ

เธอไม่รอช้า

"มีใครอยู่ข้างนอกบ้าง...ประตูมันล็อคค่ะ!....คาร่าา...มีใครอยู่บ้างไหม.."

ปึง...ตึงงงงงง

เสียงบางอย่างลอยมากระทบผนังห้องเฉียดหัวเธอไปแค่นิดเดียว หญิงสาวสะดุ้งตกใจตัวแข็งทื่อ...มือไม้เริ่มสั่น..หันกลับไปมองที่มาของเสียง

แอปเปิ้ล!

ใช่..สิ่งที่ลอยมากระแทกกับผนังห้องเฉียดหัวของเธอไปก็คือลูกแอปเปิ้ลสีแดงสด มันกลิ้งไปกลิ้งมาจนมาหยุดอยู่ตรงปลายเท่าของเธอ..บัวมองเขาอย่างหวาดระแวงถอยหนีจนหลังชนประตู

ปากร้องตะโกนก้อง

"ช่วยด้วย ช่วยด้วย"

ฉึก!!

เสียงของบัวพลันขาดหายเมื่อมีมีดปริศนาลอยละลิ่วมาปักแอปเปิ้ลลูกนั้นอย่างแม่นยำ บัวตกใจจนร้องไม่ออกไปชั่วครู่ สุดท้ายแล้วด้วยความอัดอั้นเธอจึงกรีดร้องออกมา

"กรี๊ดดดดดดด"

ผะ ผู้ชายคนนี้ทำไมน่ากลัวจัง ไม่เอาแล้ว ไม่สักอีกแล้วหรือจะเป็นฆาตกรต่อเนื่อง

บัวหันไปมองยังชายหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงมุมห้อง....แต่...ตรงนั้นไม่มีใครอยู่แล้ว กระทั่งเสียงกระซิบทุ้มนุ่มดังขึ้นอยู่ข้างหู ร่างกายของเธอตอนนี้ก็ถูกเขากอดเขาไว้

"ซุ่มซ่ามจังเลยนะคะ"

เขาพูดจับก็งับใบหูเล็กของเธอเบา ๆ บัวกลัวจนขนลุกชัน

"กรี๊ด ช่วยด้วย ช่วยฉันด้วย"

"อย่าร้องสิคะคนดี กลัวพี่เหรอคะ ไม่เอาน่า"

พูดจบเขาก็ถูไถท่อนแข็งของตัวเองเข้ากับก้นของเขา บัวตัวแข็งรู้ว่ากำลังถูกโรคจิตลวนลามอยู่ และที่สำคัญเธอร้องขอความช่วยเหลือไปหลายครั้งแล้วแต่กลับไม่มีใครได้ยินสักคน ข้างนอกเป็นคาเฟ่ เป็นเพลงไม่ดังและไม่เบา  ร้องขนาดนี้น่าจะมีใครได้ยินเธอบ้าง แต่นี่กลับไม่มีใครมาช่วยเลยสักคน

"กะ...แก...เป็นใคร ได้โปรดปล่อยฉันเถอะนะ ฉันไม่ได้สวยเลยเห็นหรือเปล่า อย่าทำอะไรฉันเลยนะ"

"จุ๊ จุ๊ พูดไม่เพราะเลยนะคะ ผมเป็นใครกันจำกันไม่ได้แล้วเหรอคะ ที่รัก"

บัวรู้สึกคุ้นเสียงนี้ ทำไมคุ้นแบบนี้นะแต่เธอจำไม่ได้ว่าเขาเป็นใคร

"ทำแบบนี้ทำไม แกเป็นใคร ต้องการอะไร"

"ว๊าแย่จริง ผัวตัวเองยังจำไม่ได้ เสียใจนะเนี่ย"

"ผัวของฉันเหรอ ไม่ฉันยังไม่แต่งงาน ฉันไม่มีแฟน ฉันไม่มีผัว นายเข้าใจผิดแล้ว ปล่อยฉันเถอะ"

จู่ ๆ เขาก็เตะแอปเปิ้ลที่วางอยู่บนพื้นจนมันลอยขึ้นมา แล้วดึงมีดที่ปักอยู่ตรงนั้นออกมาก่อนจะกรีดไปที่ใบหน้าของบัวเบา ๆ มีดได้ได้ทิ่มเข้ามาในเนื้อของบัว แต่หญิงสาวตอนนี้กลัวแทบจะฉี่ราดและหมดสติไปแล้ว

"อะ อยะ อย่า.."

"มาให้ขย้ำถึงที่แบบนี้ ผมคงทำใจยาก ถ้าจะต้องปล่อยยอนฮวาไป"

"เรารู้จักกันหรือเปล่า ทำไมคุณถึงรู้ชื่อ ของ ฉัน"

บัวตั้งสติ แล้วเริ่มชวนคนโรคจิตคุย หากคุยกันดี ๆ ไม่แน่เขาอาจจะปล่อยเธอไปก็ได้

"มีสามีที่ไหนไม่รู้เรื่องของภรรยากัน"

ลีก้มหน้ามามองตรงส่วนล่างของหญิงสาวก่อนจะเปลี่ยนตำแหน่งควงมีดลงมาเรื่อยๆจนถึงใจกางกระโปรงตัวสวย.....ที่ล่นขึ้นมาจนเกือบจะเห็นกางเกงในสีดำ ก่อนจะใช้มีดบางเฉียบแต่คมกริบยกกระโปรงขึ้นมาให้เห็นสิ่งที่อยู่ใต้กระโปรงชัดๆ ผิวขาวเรียบเนียนตัดกับกางเกงในลายลูกไม้สีดำชักอยากจะขย้ำเหยื่อซะแล้วสิ

บัวใจหายวาบปลายแหลมของมีดกรีดวนเวียนอยู่แถวๆร่องสาวของเธอขนในกายลุกชันอย่างหวาดเสียวได้แต่นั่งตัวเกร็งอย่างไม่กล้าขยับตัวเพราะกลัวว่าหากขยับแม้แต่นิดมีดนั่นอาจจะกดลงมาแบบจริงๆก็เป็นได้

"ฮึกฮึกปะปล่อยบัวไปเถอะนะคะกะกลัวแล้ว"

บัวพนมมือขึ้นประกบกันสองข้างยกไหว้ร่างหนาของชายหนุ่มแปลกหน้าด้วยความกลัว น้ำตาใสไหลรินจนอาบทั่วใบหน้า

"หืม ไม่ร้องสิคะ.จะมาสักไม่ใช่หรอ พี่จะสักให้ฟรี ๆ เลย ดีหรือเปล่าคะ"

เสียงทุ้มแหบพร่าเอ่ยขึ้นมาพลางขยับหน้าของตนไปใกล้ๆใบหน้าหวานแล้วเเลบลิ้นเลียน้ำตาที่กำลังรินไหลไม่ขาดสายคล้ายต้องการปลอบเธอแต่ทว่าเป็นการปลอบที่ทำให้บัวถึงกับตัวแข็งไปทันที

"ไม่เอา ไม่เอาแล้ว ไม่อยากสักแล้ว" บัวส่ายหน้าหนีลิ้นน่ารังเกียจของเขา

"อะไรกัน อุตส่าตั้งใจมาสักไม่ใช่เหรอคะ พี่อยากลงเข็มสักยอนฮวาจะแย่อยู่แล้ว สักหลาย ๆ ลายดีหรือเปล่าคะ"

บัวดันใบหน้าของเขาหนี แต่เหมือนเปิดโอกาสให้ลิ้นของเขาเลียที่นิ้วเรียวของเธอ  ไอ้บ้า ไอ้คนบ้า น่าขยะแขยงที่สุด เธออ้อนวอนอย่างน่าสงสาร

"คุณปล่อยหนูก่อนได้ไหมคะ...หนูสัญญาว่าจะยอมคุณทุกอย่าง"

เมื่อคนโรคจิตตรงหน้าสื่อออกมาอย่างชัดเจนแล้วว่าต้องการตัวเธอ เธอก็จะใช้ร่างกายนี้นี่แหละ ทำให้มันตายใจ ถึงจะรังเกียจขนาดไหน แต่ถ้ามันทำให้เธอรอด เธอก็ต้องจนใจทำ

"หืม งั้นก็ ถอดเสื้อตัวนอกนี่ออกสิคะ พี่อยากเห็นพื้นที่สักจะแย่อยู่แล้ว"

"ง...งั้น เอามีด ออกไปก่อนได้ไหมคะ หนูกลัว"

บัวใช้น้ำเสียงออดอ้อน ทำตาหวาน มือถอดปลดกระดุมเสื้อนักเรียนที่มีรอยขาดเป็นทางยาวนิดหน่อยออกจนเห็นเสื้อทับสีขาวด้านในที่กลืนไปกับผิวขาวผ่อง และยังเห็นเนินหน้าอีกใหญ่ที่ล้นออกมานอกเสื้อทับตัวบาง ขาวอวบใหญ่จนคนมองแบบใจจดใจจ่ออย่างลียังต้องกลืนน้ำลายลงคอเสียงดัง

ลีรู้สึกว่ามือไม้อ่อนไปหมดมีแค่ส่วนเดียวที่แข็งอยู่ในตอนนี้ คือท่อนเอ็นร้อน ๆ ของตัวเองที่มันแข็งจนเขาอยากจะกดมันเข้าไปในร่องสวยของบัวเหลือเกิน

"มาที่เตียงสักสิคะ แล้วเรามาดูกันว่าจะเลือกลายอะไร และตรงไหนคะ ที่อยากให้สัก"

บัวสูดหายใจลึกเขายังกอดเธอและพาเธอเดินไปที่เตียงสักช้า ๆ กระทั่งเธอนั่งลงตรงนั้น ผู้ชายคนนี้ลากเก้าอี้มานั่งตรงข้าม ขังเธอเอาไว้ในอ้อมแขนของเขา

หญิงสาวมองมีดในมือของผู้ชายคนนี้แล้วพยายามทำเสียงอ่อน

"วางมีดลงก่อนสิคะ หนูกลัวค่ะ"

เขายักไหล่ก่อนจะวางเอาไว้บนเตียงสัก พร้อมด้วยรอยยิ้มพราว

"ถอดเสื้อทับออกสิคะ พี่จะได้เห็นพื้นที่สักชัดเจน"

เอาพูดพลางใช้นิ้วไต่ไปที่หน้าท้องของหญิงสาว ความร้อนจากนิ้วส่งผ่านไปเข้ามาที่ร่างกายของเธอ เขามองเธออย่างหลงใหล เป็นไอ้โรคจิตที่ปกปิดหน้าตาแต่เธอรู้สึกคุ้นเหลือเกิน

เธอทำท่าถอดเสื้อผ้าอย่างว่าง่าย กระทั่งได้จังหวะที่เขาเผลอคว้ามีดที่วางเอาไว้ข้าง ๆ ตัวขึ้นมาแล้วปักเข้าไปที่แขนของเขาด้วยสัญชาตญาณป้องกันตัว

แทนที่จะร้องด้วยความเจ็บปวด ผู้ชายที่ถูกมีดปักกลับหัวเราะออกมา

"ฮ่า ฮ่า ฮ่า"

บัวกรีดร้องแล้วดึงมีดออกทันที

"ไอ้บ้า บอกมานะว่าแกเป็นใครไม่งั้นฉันฆ่าแกแน่"

บัวจ่อมีดเข้าที่คอของเขา เธอเคยรู้วิธีการเอาตัวรอดจากยูทูปและดีที่มีสติและจำมันได้จึงเอามาใช้ได้ทันท่วงที ผู้ชายคนนั้นยังหัวเราะเหมือนพอใจมาก

"พี่บอกแล้วว่าพี่เป็นผัวของยอนฮวาไงคะ"

บัวมือสั่นใจอยากจะปักมีดเข้าที่คอของมัน ยิ่งเห็นดวงตาเจ้าเล่ห์นี้ยิ่งรู้สึกอึดอัด

"ได้ไม่บอก ฉันจะกระชากหน้ากากของแกมาเอง"

ว่าแล้วบัวไม่รอช้า เธอกระชากหน้ากากของมันลงมา เผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลาที่คุ้นตา กระทั่งมันยิ้มออกมาอย่างน่ารังเกียจ บัวจำได้แล้วมันคือไอ้คนนั้น

"มึง คือผู้ชายที่ผับมึงตามกูมาทำไม ไอ้บ้าไอ้โรคจิต"

"ก็พี่บอกแล้วว่าพี่คือผัวของยอนฮวา ไม่เชื่อกันบ้างเลยค่ะ และคราวนี้พี่ไม่ได้ตามยอนฮวานะคะ เป็นยอนฮวาที่มาหาพี่เอง"

"ไอ้บ้า ใครมาหามึง ไม่ใช่กูมึงวางกับดักหลอกกู"

"โอ้ พูดเป็นละครไปได้พี่ก็อยู่ของพี่ดี ๆ นี่คะ"

"คนเลว"

ลีหัวเราะเสียงดัง มองเธอตาวาวและเผลอตัว

บัวอาศัยจังหวะนี้ถีบสุดแรงจนร่างของลีกระเด็นตกเก้าอี้ แรงของเธอที่ออกกำลังกายเป็นประจำมีไม่น้อย ลีกองอยู่บนพื้นเขาพยายามลุกขึ้นแต่ถูกหญิงสาวเหยียบเข้าที่เป้ากางเกงอย่างแรง

ลีหน้าเขียวก่อนหน้าเขาแค่อ่อนข้อให้เธอ และคอยดูว่าบัวจะสู้กลับยังไง ไม่คิดว่าผู้หญิงตัวเล็กคนนี้จะแรงเยอะขนาดนี้ บัวกดมีดเข้าที่ลำคอของลีอีกครั้ง

"เปิดประตู ถ้ามึงไม่เปิดกูปาดคอแน่"

สายตาของบัวสั่นระริก แต่ว่าปากยังคงกล้าที่จะพูดออกมา ลีที่กำลังกุมน้องชายของตัวเองและหน้าซีดหน้าเหลืองได้แต่พูดว่า

"ประตูไม่ได้ล็อค อยากไปก็ไปสิ"

เหมือนได้ยินเสียงสวรรค์บัวพุ่งไปที่ประตูแล้วเปิดออกทันใด ลีลุกขึ้นปัดมือตนเองมองตามหลังร่างบางที่พุ่งหนีไม่คิดชีวิต ก่อนที่มุมปากของเขาจะยกขึ้นแล้วหัวเราะอย่างหนัก

"ดี คราวนี้ปล่อยไปก่อนคราวหน้าจะกดให้จมเตียง ครางจนหายใจไม่ออกเลยทีเดียว"

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เก็บรักมาเฟีย
8.1
"โดมินิก" จะทำยังไงดี คนที่คิดว่าตัวเองตัวคนเดียวไม่มีใครมาตลอด แต่มาวันนี้กลับต้องมามีลูก ใช่ "ลูก" แถมลูกก็อายุ 7 ขวบแล้ว และแม่ของลูกก็ปิดบังเขามาตลอด ทั้งโกรธทั้งโมโหและพิศวาสแม่ของลูก แล้วจะทำยังไงดีเมื่อลูกก็อยากได้ แม่ของลูกก็อยากได้ เขาต้องได้ทั้งสองอย่างไม่มีทางยอมเสียอย่างใดอย่างหนึ่งแน่ "กันตา" เพราะความผิดพลาดในอดีตถึงทำให้เธอมีอีกหนึ่งชีวิตต้องดูแล "กันติชา" หรือ "น้องเดียร์" ลูกสาววัย 7 ขวบที่เธอเลี้ยงดูมาตลอด แต่พอมาวันนี้โชคชะตากลับเล่นตลกทำให้เจอกับพ่อของลูก และแน่นอนว่าเขาอยากได้ลูกของเธอไปอยู่ด้วย แล้วแม่อย่างจะทำยังไงล่ะ จากที่ต้องห่วงลูกกลัวเขาพาลูกหนียังต้องระแวงกลัวว่าเขาจะขมเหงตัวเองด้วย ศึกหนักแบบนี้เธฮจะทำยังไง ก็เขามันมาเฟียเถื่อน แถมหื่นเข้าเส้นอีกต่างหาก ********** “แด๊ดดี้ขา แด๊ดดี้มีน้องให้น้องเดียร์ได้ไหมคะ” “อืม...ว่าไงนะคะน้องเดียร์” โดมินิกไม่เข้าใจคำขอของลูกสาว วันนี้มาแปลก เล่นเอาคนที่กำลังนั่งหน้าตึงอยู่ในรถที่กำลังแล่นบนถนนถึงกับเลิกคิ้วขึ้นทันที “แด๊ดดี้มีน้องให้น้องเดียร์ได้ไหมคะ น้องเดียร์อยากมีน้องเหมือนเพื่อนที่โรงเรียนค่ะ นะคะ น้องเดียร์อยากมีเพื่อนเล่นที่บ้าน” “แด๊ดดี้มีให้ได้ครับ แต่ต้องขึ้นอยู่กับแม่แก้มของน้องเดียร์ด้วยว่าจะยอมมีน้องให้น้องเดียร์รึเปล่า” เสียงอ่อนโยนของมาเฟียหนุ่มส่งกลับมาในสาย “แม่แก้มรักน้องเดียร์ แม่แก้มต้องยอมมีน้องให้น้องเดียร์แน่นอนค่ะ แด๊ดดี้ขา น้องแก้มไม่อยู่นะคะวันหยุดสองวันนี้ คุณปู่และคุณย่าจะพาไปเที่ยวเกาะส่วนตัวที่ฮาวายค่ะ และถ้าน้องเดียร์กลับมาจากเที่ยว น้องเดียร์ต้องได้น้องนะคะ” “น้องนะคะน้องเดียร์ ไม่ใช่ของเล่นนะคะที่จะได้ขอแล้วก็มาเลย แด๊ดดี้ขอเวลาไม่นานนะคะ แด๊ดดี้จะทำน้องน่ารักๆ เหมือนน้องเดียร์ให้นะคะ” “สัญญานะคะ” “สัญญาลูกผู้ชายครับ” ********* “อย่ามาแตะต้องตัวฉันคุณโดม” มือเล็กปัดมือใหญ่ออกจากแก้มนวลของตัวเอง “ผมก็จับ ก็จูบ ก็หอม ก็ดูดของผมทุกคืนตอนคุณหลับ ทำไมผมจะทำไม่ได้ตอนคุณรู้สึกตัวแบบนี้แก้ม” “สารเลว!” หึ! “ผมยังดีกว่าไอ้โทนี่ก็แล้วกันแก้ม” “คุณเลวกว่าเขาต่างหากล่ะคุณโดม คุณทำให้ฉันมีแผลในใจมาแล้วในครั้งอดีต คุณยังเลือกจะทำแบบนั้นอีกเหรอ ถ้าคุณข่มเหงฉัน ฉันจะเกลียดคุณกว่าเดิม” “แล้วผมต้องสนใจไหม เพราะผมแค่ต้องการ ผมไม่ได้ต้องการความรักจากคุณเลยแก้ม ผมแค่อยากได้คุณเท่านั้น พอผมเบื่อ ผมก็จะไม่แตะต้องคุณเองคนสวย” มือหยาบกร้านลูบไล้มายังลำคอระหงแล้วโน้มหน้าลงไปหายใจรดใบหน้าสวยชื้นเหงื่อของเธอแล้วพูดต่อ... “ผมแค่อยากได้คุณเท่านั้นแก้ม ไม่ได้คิดจะรักหรือต้องการความรักจากคุณ ถ้าจะเกลียดก็เชิญตามสบาย และถ้าจะมีน้องให้น้องเดียร์อีกคน คุณก็ต้องเป็นแม่ เพราะคุณเลี้ยงน้องเดียร์มาดีและสอนแกมาดียังไง คุณก็ต้องเลี้ยงลูกคนที่สองของผมได้ดีแน่นอนแก้ม” “ฉันเกลียดคุณ...ถุย!” กันตาถุยน้ำลายใส่คนตรงหน้า หาได้หวาดกลัวสายตาดุดันของมาเฟียหนุ่มเลยสักนิด เพราะตอนนี้หล่อนรู้แล้วว่าตัวเองหมดทางหนีรอดแล้ว “อ่า...รู้ไหมว่าคุณเป็นคนแรกที่ตบผม และมาตอนนี้ยังถุยน้ำลายใส่หน้าผมอีก” โดมินิกผละมือจากลำคอระหงมาลูบน้ำลายที่เปื้อนหน้าผากตัวเองมาหยุดอยู่ที่ปากหนาแล้วก็แตะปลายลิ้นกับคราบน้ำลายนั้น “ผมไม่รังเกียจหรอกนะ เพราะตอนจูบกัน ผมก็ต้องกินน้ำลายคุณอยู่ดีแก้ม อ่า...” จบประโยคก็ลากปลายลิ้นถูไถไปมากับฝ่ามือของตัวเอง “ไอ้มาเฟียโรคจิต!” “ขอบคุณที่ชมผมนะแก้ม และผมจะทำให้คุณดูว่าผมโรคจิตหรือเปล่า” เมื่อพูดจบโดมินิกก็โน้มหน้าลงทาบทับริมฝีปากหนาของตัวเองกับริมฝีปากสีระเรื่อของกันตา ทันทีที่ได้ทาบทับเขาก็บดจูบคลอเคลียสอดแทรกปลายลิ้นสากเข้าไปในโพรงปากเล็กที่กำลังเผยออ้าจะร้องค้าน และจังหวะนั้นเองที่เขาได้ดันปลายลิ้นตัวเองเข้าไปในปากหวานของกันตา “อ่ะ...อื้อ...” ***********
หน้าปกนวนิยาย เว่ยซือหง สตรีเหนือชะตา
9.3
จากทายาทมาเฟียยุค 2000 สู่ร่างเด็กหญิงตัวน้อยในมิติสุดโหดที่กำลังล่มสลาย หงต้องเผชิญโลกที่ตัดสินทุกอย่างด้วยพลังปราณและธาตุอันแข็งแกร่ง แม้จะมีภารกิจกอบกู้โลกอันยิ่งใหญ่รออยู่ แต่ความทรงจำที่เลือนรางกลับกลายเป็นอุปสรรคสำคัญ นางต้องเริ่มต้นใหม่จากการปลูกผักประทังชีวิตไปพร้อมกับการกำจัดเหล่ามารร้ายที่รุกราน ท่ามกลางชะตากรรมที่เหมือนโดนสวรรค์กลั่นแกล้ง เจ๊ใหญ่จะนำพาความสามารถดั้งเดิมมาเอาชนะอุปสรรคและพลิกฟื้นโลกใบนี้ได้อย่างไร
หน้าปกนวนิยาย หวามรักเจ้าพ่อคาสิโน
8.5
ชีวิตของนิลยาพังทลายเพราะหนี้สินที่เธอไม่ได้ก่อ เมื่อพี่ชายต่างบิดามอมยาแล้วนำเธอมาขายประมูลให้ราเชน เจ้าพ่อคาสิโนผู้ทรงอิทธิพล แม้เขาจะช่วยเธอให้รอดพ้นจากเงื้อมมือคนชั่ว แต่ราเชนกลับเลือกบททดสอบที่โหดร้ายเพื่อสอนให้เธอรู้จักโลกความเป็นจริง เขาเสนอเงินแลกกับการให้เธอเปลื้องผ้าทีละชิ้น นิลยาจำใจทำตามด้วยความขมขื่นและผิดหวัง ท่ามกลางความกดดันและความกลัวที่สั่นสะท้านไปทั้งตัว ท้ายที่สุดราเชนกลับทนดูไม่ได้และตัดสินใจยุติเกมนี้ด้วยการบดจูบที่เต็มไปด้วยอารมณ์ดิบเถื่อน
หน้าปกนวนิยาย เล่ห์สวาทจอมลวง
8.5
แองเจลโร่ โรเรนโซ่ มหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลแห่งกรุงโรมและหนึ่งในสามขั้วอำนาจใหญ่ของอิตาลี ต้องรับมือกับวินเซ้นต์ ลูกชายวัยห้าขวบที่พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อเรียกร้องความสนใจจากพ่อมากกว่าการไปโรงเรียน จนกระทั่งเขาได้พบกับมณีริน คุณครูสาวชาวไทยผู้ซ่อนรูปโฉมงดงามไว้ใต้กรอบแว่นหนาเตอะ เธอเดินทางมาทำงานเพื่อสร้างตัวโดยไม่คิดเรื่องความรัก แต่กลับต้องตกปากรับคำหนูน้อยวินเซ้นต์เพื่อช่วยประสานรอยร้าวและกระตุ้นให้มาเฟียหนุ่มหันกลับมาดูแลใส่ใจลูกชายของตนเองให้มากขึ้น
หน้าปกนวนิยาย Smokin'Love วิมานรักสีเทา
8.7
กันต์ณทีป์หรือหมอเกรย์เบื้องหน้าคือแพทย์ผู้แสนดีแต่เบื้องหลังเขากลับสืบทอดอำนาจมาเฟียสุดโหดต่อจากบรรพบุรุษ แม้เขาจะพยายามหลีกหนีความรักเพียงใดโชคชะตากลับเล่นตลกส่งเพลงพิณหญิงสาวผู้บอบช้ำจากรักที่ไม่สมหวังซ้ำเล่าให้มาพบกับเขา ความบังเอิญเพียงชั่วข้ามคืนทำให้คนแปลกหน้าทั้งคู่ต้องมาใช้สถานะแฟนร่วมกัน จากความสัมพันธ์ที่ไม่ได้ตั้งใจกลับค่อยๆ เปลี่ยนเป็นรักแท้ที่หมอมาเฟียหนุ่มไม่อาจปฏิเสธได้อีกต่อไปในวิมานรักสีเทาแห่งนี้
หน้าปกนวนิยาย จังหวะรักมาเฟีย [ Mafia’s Rhythms Of Love ] SET : Romance Of Mafia  1st
8.6
ปีเตอร์ มาเฟียหนุ่มผู้สูญเสียความทรงจำเผชิญหน้ากับหนูนาด้วยคำถามที่ทำให้เธอถึงกับตั้งตัวไม่ติด เมื่อเขาเล่าถึงภาพจำในหัวที่ทั้งคู่กำลังร่วมรักกันอย่างเร่าร้อน ท่ามกลางความตกตะลึงจนลืมหายใจของหญิงสาว เธอเลือกที่จะปิดปากเงียบและไม่ยอมรับความจริงที่ว่าพวกเขาเคยรักกันลึกซึ้งเพียงใด แม้ปีเตอร์จะพยายามคาดคั้นให้เธอช่วยเติมเต็มอดีตที่ขาดหาย แต่หนูนากลับตั้งมั่นว่าเขาต้องรื้อฟื้นความสัมพันธ์ที่เคยเกิดขึ้นด้วยตัวเองเท่านั้น เรื่องราวความรักที่ซ่อนเร้นจึงเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง