ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เจ้าสาวไม่ผ่านรัก

เจ้าสาวไม่ผ่านรัก

เมื่อฉัตรนลินทร์ตัดสินใจเซ็นใบหย่าเพื่อคืนอิสระให้ศิวัฒน์ตามที่เขาเคยต้องการ ทว่าชายหนุ่มกลับปฏิเสธและโกรธจัดอย่างไม่ทราบสาเหตุ เขาแปรเปลี่ยนความชิงชังเป็นพันธนาการร้าย บีบบังคับให้เธอทำหน้าที่ภรรยาเพื่อล้างหนี้ที่มารดาของเขาจ่ายไป แม้เธอจะพยายามขอโทษและอยากแก้ไขอดีตที่ผิดพลาดเพียงใด แต่ยิ่งดิ้นรนเขากลับยิ่งรัดตัวเธอไว้ด้วยความแค้นและราคะ ท่ามกลางความขัดแย้งของครอบครัวที่บีบคั้นให้ความรักครั้งนี้กลายเป็นกรงขังที่ยากจะข้ามผ่านไป
ตอน
แชร์

ตอน 2

เช้าวันเสาร์เดินทางมาถึงอย่างรวดเร็ว แปลกที่ปกติหญิงสาวมักจะรอวันหยุด เพราะเธอจะได้พักผ่อน แต่นี่คงเป็นครั้งแรกที่เธอไม่อยากให้วันหยุดมาถึง

รถคันงามมาจอดหน้าบ้านของฉัตรนลินทร์ เขาบีบแตรเรียกอยู่หลายครั้ง ส่วนคนด้านในก็รีบวิ่งออกมา เธอใส่รองเท้าที่เตรียมเอาไว้แล้วเดินมาหยุดยืนตรงฝั่งคนขับ เพียงไม่นานกระจกรถก็ถูกลดลง พร้อมกับหน้าตาของคนขับ หากไม่นับที่เขาทำหน้านิ่วคิ้วขมวดใส่เธอ เธอคงจะได้ชื่นชมความหล่อของเขา แต่จะว่าไปถึงแม้เขาจะทำหน้าแบบนั้นก็ไม่ได้บดบังความหล่อของเขาไปได้เลยสักนิด

‘คนนี้เหรอคุณไตรลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของคุณศศิณี’

ไตร หรือศิวัฒน์ หนุ่มหล่อใบหน้าคมคาย คิ้วหนาเข้มนัยน์ตาสีนิล เจ้าของความสูง 185 เซนติเมตร วัย 33 ปี เขาเป็นลูกคนเดียวของศศิณี ด้วยความเสเพลย์ที่มีติดตัวมาตั้งแต่เป็นหนุ่ม ซึ่งศศิณีมองว่าคงจะถ่ายทอดกันทางสายเลือด แม้ว่าพ่อของเขาจะเสียไปแล้วแต่กลับทิ้งความเสเพลย์ไว้ให้ลูกชายตัวดี ทำให้ศศิณีเริ่มเอือมระอากับพฤติกรรมของลูกชาย จึงอยากให้มีครอบครัวจะได้มีความรับผิดชอบมากขึ้น แต่บังเอิญคนที่ศิวัฒน์เลือกกลับไม่ถูกใจศศิณี...

“ยืนทำบื้ออะไรอยู่”

ประโยคแรกที่เขาพูดออกมาทำฉัตรนลินทร์ต้องขมวดคิ้ว ผู้ชายคนนี้ต้องเป็นคนแบบไหนถึงได้ทักทายคนที่เพิ่งเจอกันครั้งแรกแบบนี้ ช่างไม่มีอะไรที่น่าประทับใจเลยสักนิด

“อ้าว! ยังไม่ขึ้นอีก”

ฉัตรนลินทร์รีบวิ่งไปทางฝั่งตรงข้างคนขับ เธอเปิดประตูขึ้นไปก็ต้องพบกับบรรยากาศที่เย็นเฉียบ ทั้ง ๆ ที่เธอก็ใส่เสื้อแขนยาวแล้วนะยังรู้สึกหนาวขนาดนี้ เขาเปิดแอร์ไว้แช่แข็งเนื้อสัตว์หรือไงกัน

“คิดดีแล้วเหรอ”

รถเคลื่อนตัวออกมาไม่นานศิวัฒน์ก็เอ่ยออกมา

“อะไรคะ” เธอเอียงหน้ามองเขา

“เรื่องที่จะแต่งงานกับฉัน”

“ค่ะ” เธอตอบโดยไม่ลังเล

“ฉันมีข้อเสนอ”

“...”

“ฉันจะให้เงินสดเธอหนึ่งล้าน เพื่อให้เธอไปยกเลิกงานแต่งของฉันกับเธอ”

“...”

“น้อยไปสินะ” เมื่อเห็นว่าฉัตรนลินทร์เงียบ เขาเลยคิดว่าเธอยังไม่พอใจจำนวนเงินที่เขาเสนอไป

“สองล้าน”

“...”

“ห้าล้าน!!”

“...”

“เอ๊ะ!!...เธอจะเอาเท่าไหร่ก็ว่ามา” เขาเริ่มหมดความอดทนแล้ว

“ไม่เอาค่ะ” เธอตอบเสียงเรียบ

“งั้นก็ไปยกเลิกงานแต่งซะ”

“ไม่ค่ะ...คุณก็ไปยกเลิกเองสิ”

“นี่เธอ” เขาวางมือจากพวงมาลัยข้างหนึ่งแล้วไปบีบแขนของเธออย่างลืมตัว “อย่าโง่ไปหน่อยเลย ถ้าฉันทำได้ฉันไม่มาเสียเงินจ้างเธอหรอ”

“ค่ะ” ฉัตรนลินทร์ตอบพลางแกะมือของเขาออก

“ค่ะ คือ”

“เปล่าค่ะ”

“เธอนี่มันน่ารำคาญจริง ๆ แม่คิดยังไงนะถึงได้เลือกผู้หญิงอย่างเธอมาแต่งงานกับฉัน”

“...”

“ไปทำอีท่าไหนล่ะ แม่ฉันถึงเลือกให้มาแต่งกับฉัน เห็นก็รู้ว่าหน้าเงิน”

“...”

“แม่ฉันให้เธอเท่าไหร่ ถึงไม่ยอมรับข้อเสนอของฉัน หา!”

เขาพ่นคำดูถูกมากมายใส่เธอ ทั้ง ๆ ที่เขาไม่ได้รู้จักตัวตนที่แท้จริงของเธอเลยสักนิด

“ฉันให้เธอเลือก ถ้ายกเลิกงานแต่งตอนนี้ฉันจะปล่อยเธอไป แต่ถ้าเธอยังดื้อที่จะแต่งแล้วเธอจะรู้ว่านรกมีจริง”

“...”

เมื่อเห็นว่าคนด้านข้างนิ่งเงียบไม่โต้ตอบ ไม่แสดงความคิดเห็นใด ๆ อารมณ์โกรธของเขายิ่งเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว ความหนาวจากสายฝนที่แผ่ปกคลุมมาถึงในรถก็ไม่สามารถทำให้อารมณ์ของเขาเย็นลงได้เลย

“โถ่เว้ย!!” เขาตะโกนออกมาจนฉัตรนลินทร์สะดุ้ง “เธอพูดอะไรบ้างสิ อยากแต่งงานกับฉันมากหรือไง”

ตอนนี้ชายหนุ่มเครียดมาก จริง ๆ เขาเครียดมาหลายเดือนแล้วตั้งแต่รู้ว่าแม่ของเขาจะให้แต่งงานกับหญิงสาวที่แม่ของเขาหามาให้ ซึ่งเขาเองก็ปฏิเสธมาตั้งแต่ต้น และหวังว่าผู้หญิงที่แม่ของเขาหาให้จะปฏิเสธเช่นกัน

“จะบอกอะไรให้นะ ฉันมีแฟนอยู่แล้ว”

“ฉันรู้ค่ะ” เธอพูดเสียงเบาลง เพราะนี่คือสิ่งที่เธอกังวลมากที่สุดในตอนนี้

“รู้แล้วเธอยังจะแต่ง”

“ค่ะ”

“ไม่หน้าด้านไปหน่อยเหรอ”

“นี่คุณ!!” คราวนี้ฉัตรนลินทร์ทนไม่ไหว เธอตวัดสายตามองคนที่จ้องมองเธออยู่เหมือนกัน

“ทำไม รับความจริงไม่ได้หรือไง ฉันก็พูดอยู่ว่ามีแฟนแล้ว เธอยังจะแต่ง เธอจะให้ฉันคิดว่ายังไงนอกจากเธอมันหน้าไม่อาย”

“คุณจะมองฉันเป็นแบบไหนก็ช่าง” ฉัตรนลินทร์หันกลับไปมองบนถนนต่อ “หากคุณไม่อยากแต่งคุณก็ไปบอกแม่ของคุณให้ยกเลิก ส่วนฉันมีหน้าที่ทำตามคำสั่งแม่ของคุณเท่านั้น”

สัญญานไฟสีแดงทำให้รถชะลอตัวและจอดลงไปในที่สุด ก่อนที่คนขับจะหันหน้ามามองหญิงสาวเต็ม ๆ ตา จมูกเชิดนั้นทำเขาเดาไปว่าเธอต้องเป็นคนที่ดื้อรั้นแน่ ๆ ปากเรียวได้รูปสีกุหลาบ ใบหน้านวลดูมีเลือดฝาด แม้จะเห็นเธอเพียงแค่ด้านข้างก็ทำให้คนมองหัวใจกระตุกได้เพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น

เขารู้สึกหมั่นไส้เธอจริง ๆ ที่เอาแต่นั่งมองไปด้านหน้าโดยไม่สนว่าเขาจะมองอยู่ ศิวัฒน์ทำได้แค่ผ่อนลมหายใจยาว ๆ ในหัวเอาแต่คิดว่าจะหว่านล้อมเธอยังไงดี

“ไฟเขียวแล้วค่ะ”

ฉัตรนลินทร์พูดโดยไม่หันไปมอง ไม่ใช่เธอไม่รู้ว่าเขาจ้องมองอยู่ เพียงแต่เธอทำเป็นไม่สนใจมากกว่า

“ข้อเสนอของฉันคิดดูดี ๆ”

“...”

“เธอนี่มันดื้อด้านจริง ๆ”

“...”

ฉัตรนลินทร์ไม่อยากจะสนใจ เธอยอมรับทุกอย่างที่เขาพูด แต่เธอก็ไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับแม่ของเขา เพราะตอนนี้ครอบครัวของเธอสำคัญกว่าอะไรทั้งหมด

กริ้ง!!

ศิวัฒน์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู ปรากฏว่าเป็นชื่อของคนรัก ทำให้เขายิ้มกว้างออกมา

“ว่าไงครับ” น้ำเสียงเปลี่ยนไปจากที่ใช้กับฉัตรนลินทร์โดยสิ้นเชิง

‘อยู่ไหนคะ’ เสียงหวาน ๆ ของเธอทำเขาเหล่มองหญิงสาวที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ก่อนจะยกยิ้มมุมปาก

“ออกมาธุระนิดหน่อย” เขาโกหกเพราะไม่อยากให้คนรักไม่สบายใจ

‘อย่าลืมนัดของเรานะ’

“ไม่ลืมหรอก”

‘เกลแต่งตัวรอแล้วนะ’

“พี่จะไปรับเดี๋ยวนี้”

ทันทีที่ได้ยินประโยคนั้น ฉัตรนลินทร์ก็ชำเลืองมองเขาทันที ไปรับเดี๋ยวนี้ของเขาหมายความว่าไง แล้วเธอล่ะ?

ไม่ทันที่ฉัตรนลินทร์ได้สงสัยนาน รถคันงามก็เลี้ยวจอดตรงฟุตบาท เธอจึงหันไปมองหน้าเขา

“ทำอะไรคะ” ฉัตรนลินทร์ถามด้วยความแปลกใจ

“ลงไปสิ”

“คะ?...” เธอไม่อยากจะเชื่อหู นี่เขาจะเล่นงานเธอตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอเลยเหรอ

“หูไม่ดี หรือซื่อบื้อ ถึงได้ไม่เข้าใจที่ฉันบอก”

“คุณจะทิ้งฉันไว้กลางทางเนี่ยนะ”

“ก็ใช่ไง” เขาตอบโดยไม่ต้องคิด

“แต่ตรงนี้ไม่มีที่หลบฝนเลยนะ”

“นั่นมันเรื่องของเธอ” เขาไม่แยแส “ลงไปสิ แฟนฉันรออยู่”

“...” คราวนี้ฉัตรนลินทร์ไม่พูดอะไรต่อ เธอเปิดประตูลงไปทั้งที่ฝนยังกระหน่ำเทลงมา

ทันทีที่ประตูรถปิดลงเขาก็ออกรถไปทันที โดยไม่สนใจว่าเธอจะเป็นยังไง

ฉัตรนลินทร์มองตามรถไปจนลับสายตา ก่อนจะผ่อนลมหายใจยาว ๆ ออกมาหนึ่งครั้ง เธอไม่ได้แปลกใจกับการกระทำนี้สักเท่าไหร่ การถูกทิ้งไว้กลางทางก็ไม่ใช่เรื่องที่เกินความคาดหมายของเธอสักเท่าไหร่

“นี่สินะสิ่งที่ฉันต้องเจอหลังจากนี้ เห้อ...เอาน่าเอาแค่ทนไหวละกัน” เธอเฝ้าบอกกับตัวเอง เพราะเธอเองก็ไม่ได้อยากแต่ง แต่เพราะไม่มีทางเลือกเธอจึงยอมรับข้อเสนอไปก่อน วันหนึ่งเมื่อเธอมีทางออกที่ดีกว่านี้เธอค่อยยุติทุกอย่างลง

ด้านศิวัฒน์หลังขับรถออกไป เขาก็ตรงไปหาแฟนสาวที่คอนโดที่เขาเป็นคนซื้อให้

เขากับเกวลินคบกันมาปีกว่า ๆ แล้วโดยการแนะนำของแฟนเพื่อนสนิทของเขา เขาเจอเธอในผับแห่งหนึ่งตอนที่ไปสังสรรค์กับเพื่อน ๆ เธอเป็นหญิงสาวที่มีรสนิยม ชอบปาร์ตี้สังสรรค์ซึ่งศิวัฒน์เองก็ชอบเช่นกัน พวกเขาทั้งสองเลยจูนกันติดไวมาก

“นัดเพื่อนไว้กี่โมง”

“เที่ยงค่ะ นัดเมาท์มอยกันนิดหน่อย”

เธอเกาะแขนแกร่งของเขาขณะนั่งอยู่บนรถ

“พี่ไตร”

“หือ” สายตายังจดจ้องไปยังถนน เพราะฝนตกเขาเลยไม่อยากประมาท

“เรื่องแต่งงานไปถึงไหนแล้ว”

เพียงได้ยินคำว่าแต่งงานศิวัฒน์ก็ต้องผ่อนลมหายใจออกมาเบา ๆ เพราะเขาเพิ่งไปจัดการเรื่องนี้มา แต่ก็ยังไม่สำเร็จ

“พี่จัดการอยู่”

“เกลกลัวจังเลยค่ะ” เธอทำเสียงให้เศร้าลง

“ไม่มีทางที่งานแต่งจะเกิดขึ้นแน่นอน เชื่อใจพี่นะ” เขายืนยันหนักแน่น แต่ในอกกลับรู้สึกจุก เพราะจากที่ได้คุยกับว่าที่เจ้าสาวก่อนหน้านี้ ไม่มีท่าทีว่าเธอจะร่วมมือกับเขาเลย

“ค่ะ เกลจะรอนะคะ”

ขณะขับรถผ่านที่ที่เขาจอดให้ใครคนหนึ่งลง พลันสายตาก็หันไปมอง แต่ปรากฏว่าไม่พบร่างบางที่เขาทิ้งให้ยืนอยู่ตรงนั้นแล้ว เขาเลยหันไปสนใจบ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย คำมั่นเขา  หายนะเธอ
8.5
ชีวิตสถาปนิกของฉันพังทลายเมื่อคเชนทร์คู่หมั้นทรยศด้วยการยกผลงานฉันให้รักแรกของเขา เขาปล่อยให้เธอทำร้ายฉันและขึ้นบัญชีดำฉันจากวงการ แม้ฉันจะอุ้มท้องลูกของเขาอยู่ แต่เขากลับผลักฉันล้มลงอย่างเลือดเย็นที่โรงพยาบาลแล้วทิ้งไป ความเจ็บปวดทำให้ฉันตัดสินใจหนีไปต่างประเทศพร้อมลูกในครรภ์ เปลี่ยนตัวตนใหม่และตัดขาดจากอดีตโดยสิ้นเชิง ห้าปีผ่านไปในฐานะคนแปลกหน้า ฉันจะไม่ยอมกลับไปเป็นเหยื่อให้คำสัญญาจอมปลอมของเขาอีกต่อไป
หน้าปกนวนิยาย RULE SET : กฎของรามสูร
8.0
ชีวิตของแอรีสต้องพลิกผันอย่างคาดไม่ถึง เมื่อเธอตัดสินใจเข้าทำงานและได้พบกับรามสูร ชายหนุ่มผู้เฉื่อยชาและเย็นชาที่ยื่นข้อเสนอให้เธอเป็นหมอนข้างส่วนตัวของเขา ด้วยความอวดดีทำให้เธอตกปากรับคำโดยไม่รู้เลยว่าการใกล้ชิดเขาจะทำให้เธอต้องสูญเสียทั้งตัวและหัวใจจนกลายเป็นของเขาในที่สุด รามสูรแสดงความเป็นเจ้าของอย่างดุดัน พร้อมประกาศกร้าวว่าเธอคือเมียของเขาเพียงคนเดียวเท่านั้น และเขาจะไม่ยอมให้ชายหน้าไหนมาแตะต้องเธอเด็ดขาด หากใครกล้าฝ่าฝืนกฎนี้เขาพร้อมจะจัดการให้ถึงตาย
หน้าปกนวนิยาย โหยตัณหา
9.3
เมื่อคุณไคแกล้งทำเคร่งขรึมเพื่อซ่อนความเอ็นดูที่มีต่อครีม ภรรยาสาวที่กำลังเขินอายจนต้องซุกอกเขาด้วยความประหม่า แม้เธอจะพยายามอ้อนวอนให้เขาปล่อยตัวเพราะกังวลว่าอาการป่วยของเขาจะทรุดลงหากต้องอุ้มของหนัก แต่เขากลับยืนยันหนักแน่นว่าจะไม่ยอมวางเธอลงเด็ดขาด โดยอ้างเหตุผลว่าตั้งแต่แต่งงานกันมา ทั้งคู่ยังไม่เคยใช้ชีวิตฉันสามีภรรยาอย่างจริงจังเลยสักครั้ง ความน่ารักไร้เดียงสาของเธอในอ้อมกอดนี้ ยิ่งทำให้ชายหนุ่มรู้สึกหมั่นเขี้ยวและอยากใกล้ชิดเธอให้มากกว่าเดิม
หน้าปกนวนิยาย จำเลยรักบ่วงดวงใจ
9.1
ลอออรเดินทางมาถึงปารีสท่ามกลางบรรยากาศที่แปลกตาและลมหนาวอันเย็นเยือก เธอไม่ได้มาเพื่อเสี่ยงโชคด้วยรูปลักษณ์ แต่มาเพื่อทำความฝันที่อยากเป็นดีไซเนอร์ให้เป็นจริง แม้คนรอบข้างจะหัวเราะเยาะและมองว่าเป็นเรื่องเพ้อฝัน แต่เธอก็เปลี่ยนคำดูถูกเหล่านั้นให้กลายเป็นแรงผลักดันมหาศาล การได้เหยียบลงบนแผ่นดินแห่งแฟชั่นระดับโลกถือเป็นก้าวสำคัญที่ขยับเข้าใกล้จุดหมาย ถึงหนทางข้างหน้าจะยังอีกยาวไกล แต่เธอก็ภูมิใจที่มาได้ไกลถึงเพียงนี้
หน้าปกนวนิยาย บุพเพลงทัณฑ์
9.7
เมื่อถูกบีบให้แต่งงานกับชายแก่รูปร่างอ้วนท้วนเพื่อชดใช้หนี้สินมหาศาล หญิงสาวรู้ดีว่าชีวิตจริงไม่มีเจ้าชายมาช่วยกอบกู้สถานการณ์เลวร้ายนี้ได้ ในเมื่อต้องเผชิญกับอนาคตที่เหมือนตกนรก เธอจึงตัดสินใจใช้ชีวิตที่เหลือให้สุดเหวี่ยงเพื่อประชดโชคชะตา ด้วยความเสียดายความบริสุทธิ์ที่รักษามานานและไม่อยากให้สูญเสียไปกับว่าที่สามีสุดอัปลักษณ์ ในคืนสุดท้ายก่อนเข้าพิธีวิวาห์ เธอจึงมุ่งมั่นที่จะมอบค่ำคืนอันแสนล้ำค่าให้กับโฮสต์หนุ่มรูปหล่อแทนการถูกบังคับ
หน้าปกนวนิยาย พิษรักรุ่นพี่เลว
9.8
อชิรญาพยายามตัดใจเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่และลืมเลือนอดีตอันขมขื่น แต่ทว่ารุ่นพี่หนุ่มกลับไม่ยอมปล่อยมือเพียงเพราะความเห็นแก่ตัวและศักดิ์ศรีที่ค้ำคอ เขาตราหน้าว่าเธอเป็นเพียงผู้หญิงของเขาและไม่ยอมให้ใครมาซ้ำรอยเดิม ความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดทวีความรุนแรงขึ้น เมื่อเธอเริ่มตั้งคำถามถึงอดีตคนรักของเขาอย่างพระแพง จนนำไปสู่ความขัดแย้งที่ยากจะประสาน ท่ามกลางไฟรักที่แฝงไปด้วยพิษร้ายซึ่งคอยทำลายความรู้สึกของเธอไม่จบสิ้น